เมื่อผมเริ่มจาก 0 สู่รายได้หลักแสน และผมกำลังเข้าขั้นล้มละลาย

กระทู้คำถาม
กระทู้นี้ขอเล่าและขอคำปรึกษาก็ดีครับ ผมขอเล่าเป็นตอนตั้งแต่ 0 เลยละกันนะครับ
ตอนที่1 ความหวังและน้ำตายาย
ผมถูกเลี้ยงดูโดยตายาย โตมาพร้อมน้องอีกสองคน ผมจะได้ฟังเรื่องเล่าสมัยก่อนจากท่านทั้งสองเสมอ ตาบวชเรียนเรื่องเล่าก็จะความดี ความชั่ง กตัญญูรู้คุณ ยายจะเล่าถึงความลำบากยากจนที่ท่านเจอมา ความเหนื่อย หน้าที่ และภาระต่างๆ ทำให้ผมรู้สึกรัก เห็นใจ และแคร์ความรู้สึกท่านมาก พอจบมัธยมต้นโรงเรียนในอำเภอเล็กๆต่างจังหวัด ผมไม่รู้ตัวเอง ไม่รู้ว่าอนาคตจะไปยังไง จะอยากเป็นอะไร การใช้ชีวิตไม่เคยคิดยาวๆแบบเพื่อนคนอื่นๆ และค่อนข้างเอาแต่ใจ ผมเลือกเรียนโรงเรียนเอกชนในเมืองในสาขาวิชาการโรงแรมและการท่องเที่ยว ยายจึงให้ไปปรึกษาแม่แต่แม่ตอบกลับมาว่าให้เรียนที่เดิมจนจบมัธยมปลายก่อน เดี๋ยวจะเรียนไม่จบ ที่ผ่านมาต้องเข้าออกห้องปกครองบ่อย ผมโกรธแม่โดยไม่ฟังเหตุผล น้อยใจต่างๆนานา ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเรียนเพื่ออนาคตที่สดใสหรือการหลอกตัวเอง ผมทำทุกวิถีทาง(แบบเด็กที่เอาแต่ใจ) เพื่อให้ได้เรียนที่นี่และผมก็ได้รับโอกาสจากยาย ผมเข้าเรียนระดับปวชปีหนึ่ง เทียบเท่าม.4 ความอยากรู้อยากลอง เพื่อนฝูง แฟน มันเพิ่มขึ้นเป็นอีกหลายเท่าตัวมากกว่าตอนเรียนมัธยมต้น ลืมเล่าไป คือระหว่างเรียนผมมีเรียนเสริมภาคค่ำในวิชาซ่อมประกอบคอมฯ ซอฟแวร์และฮาร์ดแวร์ต่างๆ ในวิทยาลัยสารพัดช่างด้วย ผมขอยายเรียนเพราะคิดว่าวิชานี้น่าจะสร้างรายได้ให้ผมได้ในอนาคต ระหว่างความเลวถึงขีดสุดนั้น ผมมีซื้อหนังสือ ศึกษา ในสิ่งที่ผมอยากรู้ 2 เรื่อง เรื่องแรกเรื่องของธุรกิจ เรื่องที่สองคอมพิวเตอร์ การเรียนก็เรียนๆหยุดๆ กลับบ้านบ้าง นอนหอพักเพื่อนบ้าง จนวันนึงกลับบ้าน ยายเข้ามาคุยร้องไห้บอกว่ายายยังยืนยันคำเดิมที่คอยบอกผมตั้งแต่เด็กจนโต ว่าผมคือความหวังของยาย และเงินเดือนที่ยายได้รับจากแม่ ป้า มันไม่พอกับรายจ่ายจนยายต้องไปรับจ้างทำนาตากแดดร้อนๆ เพราะต้องเลี้ยงหลานอีก 3 คน ทั้งๆที่ยายจะอยู่แบบสบาย กินเงินเดือนที่ลูกให้แต่ละเดือนก็เยอะกว่าคนแก่แถวบ้านหลายๆคน ผมเริ่มมีจุดโฟกัสใหม่คือผมอยากรวย และอยากทำให้ยายกับตาภูมิใจ จับจังหวะหนังวัยรุ่นพันล้านเข้ามา ผมจึงเริ่มหาวิธี เพิ่มความรู้ทางธุรกิจ แต่มองข้ามการศึกษาเรื่องของการเงิน ผมบอกยายว่าจะสอบเข้าวิทยาลัยรัฐบาลประจำจังหวัดถ้าสอบไม่ได้จะหางานทำ โอเคผมต้องยอมรับแล้วว่าการเรียนจะช้ากว่าเพื่อนไปหนึ่งปี ผมเริ่มมองหาสิ่งที่ชอบที่จะทำเงินให้ผมได้ มีคอมพิวเตอร์เก่าๆหนึ่งเครื่อง และขอยายซื้อเพิ่มอีกหนึ่งเครื่อง ตอนแรกยายปฏิเสธแต่ก็คงทนลูกตื้อไม่ได้ สู่ธุรกิจแรกร้านเกมส์ด้วยเงินทุน 5000 บาท คอมชุดมือสอง4200 ค่าต่อเน็ตและซื้อสายแลน(ต่อเอง) เด็กแถวบ้านยืนรอต่อกันแถว คอมที่สเปคเล่นเกมได้มีแค่ 1 เครื่อง ชั่วโมงละ 10 บาท เครื่องเก่าเล่นไม่ได้ ผมยกไปร้านซ่อมคอมค่าอัพเกรดแพงพอๆกับซื้อเครื่องใหม่มือสอง คิดหนักเลยทีนี้ เพื่อนที่เรียนสารพัดช่างโทรมาบอกว่าให้มาเรียนไม่งั้นจะไม่ได้ใบจบหลักสูตร ผมเหลือบไปมองคอมเก่าและก็คิดออก พร้อมกับตอบเพื่อนว่าพรุ่งนี้กูไป วันรุ่งขึ้นผมยกคอมไปด้วย และบอกกับอาจารย์ว่าผมจะไม่มาเรียนแล้ว แต่ขอให้อาจารย์ให้ความรู้โดยคอมเครื่องนี้พอที่จะให้ผมทำเงินกับความรู้ที่อาจารย์มอบให้ได้ จากสายตาตอนแรกที่อาจารย์มองแบบเด็กไม่เอาไหนก็นั้นแหละเรียนบ้างหยุดบ้างตามใจฉัน สายตาเริ่มเปลี่ยนไปและนอกจะจะสอนยังให้อุปกรณ์อัพเกรดเพื่อให้ผมประกอบใหม่ด้วยตัวเอง รวมถึงลงวินโดว์และโปรแกรมแบบพร้อมใช้ ผมขอบคุณอาจารย์และกลับบ้าน พร้อมความรู้ใหม่แบบสองเด้ง เด้งแรกผมซ่อมประกอบลงโปรแกรมแบบไม่ต้องง้อช่าง เด้งสองผมรู้แล้วว่าไอเท็มเด็ดทำเงินแบบที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด คือสกิลการพูดและการสังเกตุ และวิธีวางตัว ผมกลับบ้านพร้อมกับเด็กๆที่รอเล่นเกมส์แบบเดิม ผมจัดการต่อคอมพิวเตอร์อีกเครื่องล้อมด้วยเด็กๆที่กำลังตื่นเต้น ที่จะไม่ต้องรอนาน ผ่านไปหนึ่งอาทิตย์ผมบอกยายว่า ถ้าซื้อเพิ่มอีกสองสามเครื่องวันนึงรายรับที่ยังไม่หักรายจ่ายจะได้ชั่วโมงละ 50 บาท โต๊ะคอมให้ตาทำขึ้นมาตามแบบโต๊ะแรก เพราะตาเป็นช่างไม้ ยายพอเห็นรายรับขึ้นมาบวกสกิลการพูดของหลานอย่างสมเหตุสมผล คล้อยตามอย่างง่ายดายจัดการซื้อเพิ่มอีก 3 เครื่อง และเพิ่มอีก ทีละสองเครื่องจนครบสิบเครื่องในเวลาไม่ถึงสามเดือน แต่การเงินผมยังคงต้องขอยายแบบเดิมเพราะธุริกิจยังไม่คืนทุน ผมห่างจากวงการเพื่อนเป็นเวลาหลายเดือน วุ่นกับกิจการใหม่และอ่านหนังสือสอบเข้าวิทยาลัยรัฐสาขาวิชาอิเล็กทรอนิกส์ บอกกับหาวิธีทำเงินเพิ่มแบบไม่ต้องแบมือขอที่บ้าน และวันประกาศผลสอบก็มาถึง ผมสอบติดและได้เข้าเรียน ผมขับรถกลับบ้านด้วยความดีใจและระหว่างเดินทางกลับใกล้จะถึงบ้านแล้วนั้น ผมเหลือบเห็นรีสอร์ทเก่าๆ ประกาศขายข้างทาง ผมจอดรถเมมเบอร์เจ้าของลงโทรศัพท์ ผมปิ๊งไอเดียธุรกิจใหม่ ตามต่อตอนที่สองนะครับ ผมขอตั้งชื่อเรื่องว่า เหตุแห่งคำว่าเอือมระอา
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่