[CR] เที่ยวคนเดียวเพื่อให้ลืมเขา หรือเพื่อให้เราจำเขามากกว่าเดิม ที่สังขละบุรี - อีต่อง - ปิล๊อก (28-31 พ.ย. 63)

สวัสดีค่ะทุกคน เป็นครั้งแรกที่เขียน Blog เกี่ยวกับการท่องเที่ยวเลยค่ะ ปกติจะสิงอ่านมากกว่า แต่รอบนี้ขอสักหน่อยเถอะ ! !!

        การ Backpack เที่ยวครั้งนี้เกิดจากความอัดอั้นในการอยากเที่ยวล้วน ๆ บวกกับเบื่อทุกอย่างไปหมด
เลยแบบ เอาวะ จัดสักหน่อย ไหน ๆ ก็ได้หยุด 5 วันติดแล้วนี่ จัดไปเลย จุก ๆ เน้น ๆ
จากนั้นก็มานั่งคิดว่าจะไปไหนดีนะ คิด คิด คิด คิด แล้วหวยก็ไปออกที่สังขละบุรี และหมู่บ้านอีต่อง เหมืองปิล๊อก
พอได้ที่แล้วก็มาหาข้อมูลว่าเดินทางยังไง แค่นั้นพอค่ะ นอกนั้นคือ Unplan มาก ไปเที่ยวแบบไม่จองอะไรก่อนล่วงหน้าไว้เลยเด้อ
((ที่ไม่ได้จองไว้เพราะว่าไปช่วงวันธรรมดาค่ะ เลยไม่ค่อยจะคิดมาก แต่ถ้าตรงกับช่วงวันหยุด แนะนำว่าอย่าหาทำเด้อจ้า))

         **ขอบอกไว้ก่อนเลยนะคะว่าเนื่องจากมันเป็นทริปที่เราไม่ได้วางแผนการเดินทางอะไรเลย เพราะฉะนั้นหากค่าใช้จ่ายมันจะแพงไป
ก็โปรดจงเข้าใจกันด้วยนะคะ**

        เรามาเริ่มจากการเดินทางก่อนเลยค่ะ ซึ่งสารตั้งต้นการเดินทางของเราอยู่ที่ กทม. แล้วด้วยความที่ว่าบ้านเราอยู่แถวจตุจักร เลยไปขึ้นรถมินิบัสที่สถานีหมอชิตค่ะ ((ออกเดินทางวันที่ 28 ต.ค. 63 ช่วงเช้า))

- รถมินิบัส กทม. - กาญจนบุรี ราคา 120 บาท เดินทางประมาณ 3 ชม. ไปลงที่ บขส.กาญฯ ของเราได้รถรอบ 6.30 น.ค่ะ ถึงกาญฯ ประมาณ 8.45 น.
- รถตู้ไปสังขละบุรี ((คิวรถตู้ กาญฯ - สังขละบุรี - ด่านเจดีย์)) ราคา 175 บาท ใช้เวลาเดินทางไปสังขละบุรีประมาณ 3 ชม.

         พอไปถึงสังขละบุรี เราก็กดหาที่พักก่อนเลยค่ะ เพราะไม่ได้จองไว้แต่อย่างใด ได้ที่พักชื่อว่า Sweetville เป็นบ้านหลังเล็ก ๆ ที่เค้าแบ่งห้องไว้น่าจะ 2 ห้อง เราได้ที่พักราคา 450 บาท ห้องน้ำในตัว ((มีเครื่องทำน้ำอุ่นด้วย น้ำแรงเวอร์วัง ชอบตรงที่น้ำแรงนี่แหละค่ะ ปกติที่อื่นน้ำเป็นน้อยแท้ อาบน้ำไม่สุดเท่าไร)) มีแอร์ มีทีวี มีตู้เย็นเล็ก ๆ มีไดร์เป่าผม แล้วก็เช่ารถมอเตอร์ไซต์ในราคา 200 บาท ไร้ซึ่งการจ่ายค่ามัดจำใด ๆ ทั้งสิ้นค่ะ เรานอนที่สังขละบุรีแค่คืนเดียวเท่านั้นนะคะ นอนที่นี่ก็สะดวกสะบายดี ที่พักใกล้สะพานมอญ ใกล้ถนนคนเดิน เที่ยวง่าย หาของกินง่าย สบายไปเล้ยยยยยย บอกเลยว่าถูกและค่อนข้างดี ไม่มีผีแน่นอนค่ะ อิอิ
         เมื่อเก็บของนู่นนี่นั่นเสร็จ ก็ประมาณบ่ายสองเกือบบ่ายสามแล้ว เราก็ทำการแว้น ๆ ไปสะพานมอญทันที ทำการชักภาพด้วยกล้องฟิล์ม ทริปนี้พกฟิล์มไปแค่ 4 กล่องเท่านั้น เป็น Fuji Color Superia X-Tra 400 2 กล่อง กับ Fuji Color C200 ((แวะซื้อก่อนขึ้นรถตู้ที่ บขส. กาญฯ ที่ร้านมีแค่นี้เด้หล่า)) ราคากระอักอยู่เหมือนกันเด้อพี่น้องงงง กล่องละ 220 บาท ฉันจิร้องงงงง แต่ก็นะ ด้วยความทำงานเลิกดึกเลยไม่ได้ซื้อฟิล์ม ไม่ได้สั่งซื้อไว้ ก็ต้องทำใจซื้อมาอยู่ดีอะแหละ
        แว้น ๆ ไปสะพานมอญ ก็ถ่ายรูปไปเรื่อย แล้วก็ไปขึ้นเรือชมวัดเก่าแก่กลางน้ำ กลางเกาะสักหน่อย แต่ด้วยความไม่รู้ ถ่ายรูปเล่นไปเรื่อยจนข้ามไปอีกฝั่งแล้วไปขึ้นเรือ และด้วยความที่ไปคนเดียวก็เหมาลำไป 500 บาท เจ็บอีกแล้วววววว พอกลับมา เดินกลับมาเจอแต่คนมาทักว่านั่งเรือมั้ย คนเดียวเหมาลำ 200 บาท เอออออ กระอักไปอีกค่าาาาาาา ทำไมไม่มาทักก่อนล่ะคะคุณพี่ ! !!  หงุดหงิดงุ่นง่านแว้นไปถนนคนเดิน เจอหมูม้งหมูไม้จุ่มที่ชาวบ้านรีวิวก็ไม่กิน ด้วยความหงุดหงิดเห็นแล้วก็ไม่อยากกิน ก็ไม่กินแม่ม เดินไปซื้อยำขนมจีนแล้วกลับไปกินที่พักดีกว่า เป็นอันจบวันแบบไม่มีอะไรเลย ฮาาาาาาา ผีบ้าจริง ๆ



((ไปเที่ยววัดกลางน้ำ ทั้งหมดทั้งมวล ถ่ายมาแค่รูปเดียว คือรูปที่เอาดอกไม้ไปปัก แล้วประเด็นคือตอนแรกดูไม่ออกด้วยนะว่าฉันถ่ายอะไรมา ฮาาาา))

รูปจากสะพานมอญ วันที่ 28 ต.ค. 63 จากกล้อง Pentax Spotmatic Lens: SMC Takumar 1:1.8/55 ฟิล์มที่ใช้ ถ้าจำไม่ผิดจะเป็น Fuji Color C200

        มาถึงเช้าวันที่ 29 ต.ค. 63 ความจริงเช้านี้กะว่า เอ้อออออ ฉันจะตื่นไปทำบุญตักบาตรสักนิดสักหน่อย เพราะบาปหนาเหลือเกิน เอาแต่เรียกพระว่าแก๊งค์แครอท เรียกชีเป็นหัวไชเท้า เรียกท่านยมว่าพริก สุดท้าย ไม่ตื่นจ้าาาาาา ฮาาาาาาาาาาาาา เลยแว้น ๆ ไปตอนประมาณ 7 โมงกว่า ๆ ไปหาโจ๊กหาอะไรกินก่อนย้ายตัวเองไปอีต่อง พอไปถึงสะพานมอญ อากาศกำลังดี ก็สูดอากาศบริสุทธิ์ที่หาใน กทม. ไม่ได้กันไป เดินไปเรื่อยเปื่อย เดินไปเดินมาก็เจอแต่ของขายเดิม ๆ แถมเจอขบวนแห่ไป 1 งาน น่าจะเป็นแห่ขันหมากแหละ เกือบร่วมวงรำกับชาวบ้านแล้วเชียว แต่นึกว่าไม่เอาดีกว่าเดี๋ยวติดลมละจะไม่ได้ไปไหน เลยวกกลับไปหาโจ๊กกิน นั่งกินอยู่ดี ๆ พี่หมาประจำถิ่นก็เดินมาเอาหน้ามาเกยเข่าขอของกิน แต่ฝันไปเถอะ ฉันไม่แบ่งหรอก เพราะฉันหิว ! !! เมื่อพี่หมาแน่ใจแล้วว่านังมนุษย์ไม่ให้แน่ ๆ เลยหันกลับไปล้มตัวลงนอนพร้อมมองค้อนใส่ คิดเหรอว่าฉันจะสะเทือนใจ พี่หมาคิดผิดแล้วค่ะ
        อิ่มจากโจ๊กก็เดินกลับไปควบมอไซต์แว้นกลับที่พัก ตรวจเช็คสัมภาระแล้วออกเดินไปคิวรถตู้เพื่อไปทองผาภูมิ มุ่งหน้าสู่อีต่องกันจ้าาาาาาา ค่ารถตู้ไปทองผาภูมิ ราคา 80 บาทถ้วนค่ะ

((ตอนเช้าถ่ายมานิดเดียว แถมเบลอ ๆ รูปก็ติดขอบดำมาอีกต่างหาก ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะใส่ฟิล์มไม่ดีหรือเปล่า ดีนะที่ไม่เสีย ไม่งั้นหน้าแห้งมากแน่นอน))

รูปจากสะพานมอญ วันที่ 29 ต.ค. 63 จากกล้อง Pentax Spotmatic Lens: SMC Takumar 1:1.8/55 ฟิล์มที่ใช้ ถ้าจำไม่ผิดจะเป็น Fuji Color X-Tra 400

        หลังจากนั่งรถจนถึงคิวรถตู้ทองผาภูมิ ก็ต่อวินไปคิวรถไปอีต่อง - ปิล๊อก กันค่ะ ค่าวิน 20 บาท ค่ารถสองแถวไปอีต่อง 70 บาทจ้า ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง ลุงคนขับพาแวะถ่ายรูปที่จุดชมวิวด้วยแหละค่ะ เป็นน่ารักแท้

((น้องแมวที่หมู่บ้านอีต่อง ด้วยความทาสแมวแหละ เลยเดินไปชักภาพแล้วก็แวะเล่นด้วยจักหน่อย))

รูปจากหมู่บ้านอีต่อง วันที่ 29 ต.ค. 63 จากกล้อง Pentax Spotmatic Lens: SMC Takumar 1:1.8/55 ฟิล์มที่ใช้ ถ้าจำไม่ผิดจะเป็น Fuji Color X-Tra 400 ((ม้วนเดียวกับที่สะพานมอญตอนเช้านั่นแหละจ้า))

        พอถึงหมู่บ้านอีต่อง ประมาณบ่ายสอง ก็ด้วยอีกแหละค่ะ ความที่อยากไปแบบไม่เตรียมตัวอะไรเลย ไปหาเอาดาบหน้า เราก็มาหาที่พักกันที่นี่เลย ได้ที่พักชื่อว่า ผาแปโฮมสเตย์ นอนที่นี่ 2 คืน คืนละ 600 บาท รวมเป็น 1,200 บาท มีห้องน้ำในตัว เครื่องทำน้ำอุ่นแบบแก๊ส แต่แค่เปิดน้ำไฟก็จุดเอง ไม่ต้องป๊อกแป๊กเปิดเองเหมือนแต่ก่อน ((ถ้าบ้านใครมีจะรู้ค่ะ ฮาาาาา)) มีโต๊ะกระจกเล็กกระทัดรัดให้ 1 ตัว พัดลม 1 เครื่อง แต่ไม่ได้เปิดใช้เลย เพราะอากาศเย็นสบาย ตอนกลางคืนคือเป็นเย็นเวอร์ มีระเบียง โต๊ะเก้าอี้ที่ระเบียงเป็นน่ารัก นอนสบาย ไม่มีผีแต่อย่างใด เสียอยู่อย่างเดียวคือประตูห้องพัง ต้องยกประตูขึ้นตอนเปิด - ปิด เสียงดังจนรำคาญเอง ((ที่พักมีอาหารเช้าให้เป็นข้าวต้ม ขนมปัง ขนมนมเนยต่าง ๆ ที่เขาเตรียมไว้ให้ค่ะ ไมโล โอวัลติน กาแฟ พร้อมสรรพ))
       วันนี้เราไม่มีแพลนไปไหน เก็บของเสร็จนู่นนี่นั่นก็นอนกลิ้งไปกลิ้งมา จนประมาณห้าโมงกว่า หกโมงเย็นก็ออกมากินข้าวร้านที่อยู่ตรงข้ามที่พัก สั่งสลัดกุ้งทอด เฟรนจ์ฟราย แล้วก็ยำไข่ดาวไป พออาหารมาเสิร์ฟเท่านั้นแหละ ตกใจกับสลัดกุ้งทอดมากเด้อ สภาพคือกุ้งชุบแป้งทอดวางอยู่บนกะหล่ำปลีหั่นฝอยและหัวหอมใหญ่ ราดด้วยน้ำสลัดมายองเนส นึกว่ากินกุ้งแช่น้ำปลาแบบใหม่ แต่ก็กินจนหมดแหละ หิว เห่อ ๆ กินอิ่มแล้วก็กลับที่พัก ออกกำลังกายในห้องสักหน่อย แล้วก็อาบน้ำนอน คืนนี้นอนสบายเลยค่ะ เพราะฝนตกตลอดคืน หยุดตกก็ตอนเช้ามืดแล้วมั้งคะ เพราะตื่นตี 5 ก็เหมือนฝนจะหยุดตกแล้วแหละ

       30 ต.ค. 63 ตื่นมาตี 5 ด้วยอาการง่วงแหละ ลากสังขารไปอาบน้ำ ((อาบน้ำตอนเที่ยงคืนไปแล้ว ไม่เข้าใจว่าจะอาบอีกทำไม แต่ก็อาบแหละ ฮาาาา)) เตรียมตัวนู่นนี่นั่นเสร็จก็เดินลงไปหารถขึ้นเนินช้างศึก ก็ได้รถไปคนละ 50 บาท คือคิดแล้วแหละว่ายังไงก็หมอกหนาแน่นอน แต่ไม่คิดว่าจะหนาขนาดนั้น หนาพอ ๆ กับบาปที่มีเลยจ้าาาาา แต้มบุญได้หมดไปแหล่วเด้อ เลยขึ้นไปรับลมเอาบรรยากาศเฉย ๆ ชาวบ้านเค้าถ่ายรูปกันนู่นนี่นั่น ไอ้เราเอาแต่เดินสำรวจไปทั่ว อย่างซน ก็เอามือถือขึ้นมาถ่ายเอาแหละ เพราะคิอว่ากล้องฟิล์มของอิฉันไม่น่าจะถ่ายรอดจริง ๆ ((แต่ก็ลองถ่ายดูนะ))

((แล้วก็พบว่าไม่รอดจริง ๆ ค่ะ ไม่รอดดดดดดดดดด))

         7.00 น. ก็นั่งรถกลับจากเนินช้างศึกเข้าหมู่บ้านอีต่อง กลับมาที่พักก็มานั่งกินข้าวต้ม ขนมปังปิ้ง 2 แผ่น ไมโล คุ้กกี้ 2 ชิ้น เพื่อจะได้เอาแรงไปผจญภัยต่อ หลังจากเติมพลังแล้วก็ไปเดินย่อยรอบหมู่บ้านแล้วก็ไปเหมืองปิล๊อกที่อยู่ข้าง ๆ หมู่บ้าน มันเงียบจริง ๆ ชอบแหละคนน้อย ๆ เนี่ย อิอิ
((ถ่ายจากระเบียงห้องพักไปค่ะ ฟิล์มม้วนเดิมที่ติดขอบดำ มุงิ))

((เดินไปทางสะพานที่มีพวงกุญแจไม้ที่นิยมไปแขวนกัน ด้วยความไม่ชอบคนเยอะกับอะไรที่คนรีวิวเยอะแล้ว เลยหันซ้ายไปเจอน้ำตกน้อย รออะไรคะ หาทางลงไปสิคะ))

***กรี๊ดดดดดด ใส่เดือนผิดแหละค่า คุณผู้โช้มมมมม ทำไมเราถึงจะต้องเป็นผู้มาก่อนกาลเช่นนี้ ! !! เปลี่ยนชื่อกระทู้ก็ไม่ได้เพราะเลย 1 ชม. มาแล้วอีก แง้ แต้มบาปทำงานแล้วววว***
ชื่อสินค้า:   แบ็คแพคเมืองกาญจน์
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่