[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ใครที่บอกว่า " สะพานมอญน้ำลดแล้วจะไม่สวย "
ช่วงต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา พวกเราทั้งหมด 9 คน มีโอกาสได้เดินทางไปยัง “อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี” ชุมชนเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของวัฒนธรรมมอญ ธรรมชาติ และความเรียบง่ายที่หาได้ยากในเมืองใหญ่ ทริปนี้ไม่ได้ตั้งใจจะไปเที่ยวแบบเช็กอินหลายที่หรือใช้ชีวิตเร่งรีบ แต่พวกเราอยากลอง “เข้าไปใช้ชีวิตร่วมกับพื้นที่” จริง ๆ อยากเห็นวิถีชีวิตของชุมชนมอญ ทั้งภาษา อาหาร การแต่งตัว และวัฒนธรรมที่ยังคงมีชีวิตอยู่ในทุกวัน
และโชคดีมากที่ช่วงเวลาที่พวกเราไป เป็นช่วงที่น้ำลด ทำให้ได้เห็น “วัดใต้น้ำ” หรือเมืองบาดาลในอีกบรรยากาศหนึ่งที่หลายคนอาจไม่เคยเห็นมาก่อน
Day 1 | จากราชบุรีสู่เมืองแห่งเมืองมอญ
พวกเราออกเดินทางกันตั้งแต่เช้าจากจังหวัดราชบุรี ก่อนจะแวะกินก๋วยเตี๋ยวโอ่งเป็นมื้อแรกของทริป เติมพลังกันง่าย ๆ แต่บรรยากาศในรถเต็มไปด้วยความตื่นเต้น เพราะหลายคนยังไม่เคยไปสังขละบุรีมาก่อนเลย หลังจากขับรถกันยาว ๆ กับทางขึ้นเขาสุดโหด ในที่สุดก็มาถึง “ลุงโต โฮมสเตย์” ที่พักเล็ก ๆ ติดสะพานมอญ บรรยากาศเงียบสงบ เดินไม่กี่ร้อยเมตรก็ถึงสะพาน ถือว่าเป็นโลเคชันที่เหมาะกับการซึมซับบรรยากาศสุด ๆ
หลังจากที่ทุกคนพักผ่อนเก็บสัมภาระกันเสร็จแล้ว พวกเราได้ไปเรียนรู้การทำขนมดบื้องมอญ และขนมถังแตกมอญ เป็นร้านเล็กๆของคุณป้าที่ใจดีสอนวิธีการทำขนมกับพวกเรา ถึงพวกเราจะไปกันตั้ง 9 คน สุดแสนจะวุ่นวาย บอกตรง ๆ ขนมของคุณป้าอร่อยมาก ๆ กินร้อนตอน ๆ ยิ่งฟินเข้าไปใหญ่ อยากแนะนำให้ทุกคนไปชิมกันเยอะ ๆ ราคาดีแถมอร่อยมาก ๆ
ช่วงเย็น ฝนตกหนักมาก แต่มันก็ห้ามพวกเราให้ไปกิน “ยาใจหมูจุ่มพม่า” ร้านดังประจำสังขละบุรี ไม่ได้เลย บอกเลยว่าพวกเรากินกันไปทั้งหมด 214 ไม้ ก่อนจะเดินเล่นตลาดเย็นของเทศบาลสังขละบุรีต่อ ของกินเยอะมาก ทั้งอาหารพื้นบ้าน ขนม และวิถีชีวิตของผู้คนที่ทำให้รู้สึกว่าเมืองนี้ยังคงเรียบง่ายและอบอุ่นมากจริง ๆ
และหลังที่ทุกคนอิ่มเอมกับอาหารเย็นกันแล้ว พวกเราก็เดินทางกลับที่พัก เพื่อเตรียมตื่นเช้ามาทำกิจกรรมในเช้าวันถัดไป แต่เรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เนื่องจากตั้งแต่เราออกไปกินจิ้มจุ้มกันมา ฝนตกหนักตั้งแต่ตอนนั้น คืนแรกของเราในสังขระ ก็เจอกับไฟดับ!! พวกเราคิดว่าคงต้องนอนแบบไม่ไฟกันทั้งคืนแต่ไม่นานไฟก็กลับมาใช้ได้ปกติ ทำให้คืนแรกของพวกเราผ่านไปได้ด้วยดี
Day 2 | ใช้ชีวิตแบบชาวมอญ
เช้าวันที่สองเป็นวันที่พวกเรารอคอยมากที่สุด
พวกเราตื่นกันตั้งแต่เช้ามืดเพื่อใส่บาตรบริเวณหน้าที่พัก และแต่งชุดมอญเดินข้ามสะพานมอญยามเช้า บรรยากาศตอนเช้าของที่นี่ต่างจากตอนกลางคืนมาก
ก่อนไปเดินเล่ยนที่สะพาน พวกเราแวะทานอาหารเช้าที่ร้าน “โจ๊กนั่งยอง” ร้านอาหารเช้าชื่อดังของสังขละบุรี ที่ถึงแม้จะต้องนั่งเตี้ย ๆ สมชื่อร้าน แต่รสชาติกลับดีเกินคาดมาก เมนูอาหารเช้าในแบบของมอญหลากหลายเมนู
ก่อนที่จะเปลี่ยนชุดกลับพวกเราขอออกไปเดินเล่นชมบรรยากาศสะพานไม้ยามเช้า ช่วงที่เราไปเป็นช่วงที่น้ำลดลงไปเยอะมาก ๆ แต่มันไม่ได้ทำให้สถานที่นั้นสวยน้อยลงแต่กลับทำให้เห็นความสวยอีกมุมหนึ่งของที่นี่
สาย ๆ พวกเราออกล่องเรือชม “เมืองบาดาล” หรือวัดใต้น้ำ หนึ่งในสถานที่ที่ทุกคนอยากเห็นมากที่สุด เดิมบริเวณนี้เคยเป็นหมู่บ้าน โรงเรียน วัด และที่ว่าการอำเภอเก่า ก่อนจะถูกน้ำท่วมหลังการสร้างเขื่อนเขาแหลม ทำให้ชาวบ้านต้องอพยพย้ายถิ่นฐานออกไป เหลือไว้เพียงซากสิ่งปลูกสร้างที่จมอยู่ใต้น้ำ กลายเป็นเหมือนภาพแทนของอดีตที่ถูกหยุดเวลาเอาไว้ ช่วงที่พวกเราไปน้ำลดพอดี จึงสามารถเห็นตัวโบสถ์ เสา และกำแพงเก่าได้ชัดมาก บรรยากาศเงียบสงบแต่เต็มไปด้วยเรื่องราว
จากนั้นพวกเราแวะไป “ด่านเจดีย์สามองค์” จุดชายแดนสำคัญระหว่างไทยและเมียนมา ที่ในอดีตเคยเป็นเส้นทางเดินทัพสำคัญในสมัยกรุงศรีอยุธยา ปัจจุบันกลายเป็นสัญลักษณ์ของมิตรภาพและความเชื่อมโยงของผู้คนสองฝั่งชายแดน มีตลาดที่มีของมากมายที่มีความเป็นพม่า ทั้งของกินของใช้ ของฝาก
หลังจากที่เราเดินตลาดกันจนพอใจแล้ว ช่วงบ่ายพวกเราไปพักผ่อนกันที่ “แม่น้ำซองกาเรีย” เล่นน้ำ กินขนม และนั่งดูธรรมชาติแบบไม่รีบร้อน ซึ่งกลายเป็นอีกช่วงเวลาที่ทุกคนชอบมากที่สุดของทริป ตอนกลางคืนปิดท้ายด้วยหมูกระทะและการเดินเล่นบนสะพานมอญอีกครั้งในช่วงเย็น บรรยกาศหลาย ๆ อย่างเปลี่ยนไปจากตอนเช้าเยอะเลย ยังไงถ้าใครไปก็ออกไปสูดอากาศช่วงกลางคืนดูนะทุกคน

Day 3 | วันสุดท้ายก่อนกลับ
เนื่องจากเมื่อวานเพื่อนหนึ่งคนในกลุ่ม กินส้มตำปูปลาร้าเข้าไป ทำให้เกิดอาการปวดท้องรุนแรง พวกเราจึงตัดสินใจยกเลิกแพลนทั้งหมดที่วางไว้ เพื่อความปลอดภัยกับสมาชิกในทริปของเรา พวกเราจึงมุ่งหน้าลงจากเขาเพื่อส่งตัวเพื่อนไปยังโรงพยาบาล พอไปถึงโรงพยาบาลเพ่อนต้องแอดมิด และหมอบอกว่าอาการของเพื่อนคืออาหารเป็นพิษ พวกเราจึงบอกให้เพื่อนรักษาตัว และเพื่อนที่เหลือก็แยกย้ายกันเดินทางกลับกทม.
ยังไงใครไปเที่ยวไปว่าที่ไหนก็ตามก็ระมัดระวังเรื่องอาหารการกินด้วยนะทุกคน และถึงพวกเราจะได้เที่ยวกับแค่สองวัน แต่สองวันนั้นเป็นช่วงเวลาที่เราได้เรียนรู้วิถีชีวิตของชุมชนชาวมอญได้อย่างเต็มที่และ เป็นประสบการณ์ที่เราจะไม่มีวันลืม ไม่ว่าจะ 1 วัน 2 วัน หรือ 3 วัน แค่พวกเราได้เที่ยวด้วยกันก็เป็นช่วงเวลาที่พวกเรามีความสุขมาก ๆ ไว้มีโอกาสพวกเราทั้ง 9 คน จะมารับประสบการณ์ดี ๆ ที่ " สังขระบุรี " อีกครั้ง ...
ถ้าใครอยากชมการผจญภัยของเราแบบเห็นภาพแบบสุด ๆ จิ้มไปดูไปเล้ยยยย!!!
[CR] “สังขละบุรี” เมืองเล็ก ๆ ที่ทำให้พวกเราอยากใช้ชีวิตช้าลง | 3 วัน 2 คืน กับวิถีชุมชนมอญ
ช่วงต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา พวกเราทั้งหมด 9 คน มีโอกาสได้เดินทางไปยัง “อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี” ชุมชนเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของวัฒนธรรมมอญ ธรรมชาติ และความเรียบง่ายที่หาได้ยากในเมืองใหญ่ ทริปนี้ไม่ได้ตั้งใจจะไปเที่ยวแบบเช็กอินหลายที่หรือใช้ชีวิตเร่งรีบ แต่พวกเราอยากลอง “เข้าไปใช้ชีวิตร่วมกับพื้นที่” จริง ๆ อยากเห็นวิถีชีวิตของชุมชนมอญ ทั้งภาษา อาหาร การแต่งตัว และวัฒนธรรมที่ยังคงมีชีวิตอยู่ในทุกวัน
และโชคดีมากที่ช่วงเวลาที่พวกเราไป เป็นช่วงที่น้ำลด ทำให้ได้เห็น “วัดใต้น้ำ” หรือเมืองบาดาลในอีกบรรยากาศหนึ่งที่หลายคนอาจไม่เคยเห็นมาก่อน
Day 1 | จากราชบุรีสู่เมืองแห่งเมืองมอญ
พวกเราออกเดินทางกันตั้งแต่เช้าจากจังหวัดราชบุรี ก่อนจะแวะกินก๋วยเตี๋ยวโอ่งเป็นมื้อแรกของทริป เติมพลังกันง่าย ๆ แต่บรรยากาศในรถเต็มไปด้วยความตื่นเต้น เพราะหลายคนยังไม่เคยไปสังขละบุรีมาก่อนเลย หลังจากขับรถกันยาว ๆ กับทางขึ้นเขาสุดโหด ในที่สุดก็มาถึง “ลุงโต โฮมสเตย์” ที่พักเล็ก ๆ ติดสะพานมอญ บรรยากาศเงียบสงบ เดินไม่กี่ร้อยเมตรก็ถึงสะพาน ถือว่าเป็นโลเคชันที่เหมาะกับการซึมซับบรรยากาศสุด ๆ
หลังจากที่ทุกคนพักผ่อนเก็บสัมภาระกันเสร็จแล้ว พวกเราได้ไปเรียนรู้การทำขนมดบื้องมอญ และขนมถังแตกมอญ เป็นร้านเล็กๆของคุณป้าที่ใจดีสอนวิธีการทำขนมกับพวกเรา ถึงพวกเราจะไปกันตั้ง 9 คน สุดแสนจะวุ่นวาย บอกตรง ๆ ขนมของคุณป้าอร่อยมาก ๆ กินร้อนตอน ๆ ยิ่งฟินเข้าไปใหญ่ อยากแนะนำให้ทุกคนไปชิมกันเยอะ ๆ ราคาดีแถมอร่อยมาก ๆ
ช่วงเย็น ฝนตกหนักมาก แต่มันก็ห้ามพวกเราให้ไปกิน “ยาใจหมูจุ่มพม่า” ร้านดังประจำสังขละบุรี ไม่ได้เลย บอกเลยว่าพวกเรากินกันไปทั้งหมด 214 ไม้ ก่อนจะเดินเล่นตลาดเย็นของเทศบาลสังขละบุรีต่อ ของกินเยอะมาก ทั้งอาหารพื้นบ้าน ขนม และวิถีชีวิตของผู้คนที่ทำให้รู้สึกว่าเมืองนี้ยังคงเรียบง่ายและอบอุ่นมากจริง ๆ
และหลังที่ทุกคนอิ่มเอมกับอาหารเย็นกันแล้ว พวกเราก็เดินทางกลับที่พัก เพื่อเตรียมตื่นเช้ามาทำกิจกรรมในเช้าวันถัดไป แต่เรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เนื่องจากตั้งแต่เราออกไปกินจิ้มจุ้มกันมา ฝนตกหนักตั้งแต่ตอนนั้น คืนแรกของเราในสังขระ ก็เจอกับไฟดับ!! พวกเราคิดว่าคงต้องนอนแบบไม่ไฟกันทั้งคืนแต่ไม่นานไฟก็กลับมาใช้ได้ปกติ ทำให้คืนแรกของพวกเราผ่านไปได้ด้วยดี
Day 2 | ใช้ชีวิตแบบชาวมอญ
เช้าวันที่สองเป็นวันที่พวกเรารอคอยมากที่สุด
พวกเราตื่นกันตั้งแต่เช้ามืดเพื่อใส่บาตรบริเวณหน้าที่พัก และแต่งชุดมอญเดินข้ามสะพานมอญยามเช้า บรรยากาศตอนเช้าของที่นี่ต่างจากตอนกลางคืนมาก
ก่อนไปเดินเล่ยนที่สะพาน พวกเราแวะทานอาหารเช้าที่ร้าน “โจ๊กนั่งยอง” ร้านอาหารเช้าชื่อดังของสังขละบุรี ที่ถึงแม้จะต้องนั่งเตี้ย ๆ สมชื่อร้าน แต่รสชาติกลับดีเกินคาดมาก เมนูอาหารเช้าในแบบของมอญหลากหลายเมนู
ก่อนที่จะเปลี่ยนชุดกลับพวกเราขอออกไปเดินเล่นชมบรรยากาศสะพานไม้ยามเช้า ช่วงที่เราไปเป็นช่วงที่น้ำลดลงไปเยอะมาก ๆ แต่มันไม่ได้ทำให้สถานที่นั้นสวยน้อยลงแต่กลับทำให้เห็นความสวยอีกมุมหนึ่งของที่นี่
สาย ๆ พวกเราออกล่องเรือชม “เมืองบาดาล” หรือวัดใต้น้ำ หนึ่งในสถานที่ที่ทุกคนอยากเห็นมากที่สุด เดิมบริเวณนี้เคยเป็นหมู่บ้าน โรงเรียน วัด และที่ว่าการอำเภอเก่า ก่อนจะถูกน้ำท่วมหลังการสร้างเขื่อนเขาแหลม ทำให้ชาวบ้านต้องอพยพย้ายถิ่นฐานออกไป เหลือไว้เพียงซากสิ่งปลูกสร้างที่จมอยู่ใต้น้ำ กลายเป็นเหมือนภาพแทนของอดีตที่ถูกหยุดเวลาเอาไว้ ช่วงที่พวกเราไปน้ำลดพอดี จึงสามารถเห็นตัวโบสถ์ เสา และกำแพงเก่าได้ชัดมาก บรรยากาศเงียบสงบแต่เต็มไปด้วยเรื่องราว
จากนั้นพวกเราแวะไป “ด่านเจดีย์สามองค์” จุดชายแดนสำคัญระหว่างไทยและเมียนมา ที่ในอดีตเคยเป็นเส้นทางเดินทัพสำคัญในสมัยกรุงศรีอยุธยา ปัจจุบันกลายเป็นสัญลักษณ์ของมิตรภาพและความเชื่อมโยงของผู้คนสองฝั่งชายแดน มีตลาดที่มีของมากมายที่มีความเป็นพม่า ทั้งของกินของใช้ ของฝาก
หลังจากที่เราเดินตลาดกันจนพอใจแล้ว ช่วงบ่ายพวกเราไปพักผ่อนกันที่ “แม่น้ำซองกาเรีย” เล่นน้ำ กินขนม และนั่งดูธรรมชาติแบบไม่รีบร้อน ซึ่งกลายเป็นอีกช่วงเวลาที่ทุกคนชอบมากที่สุดของทริป ตอนกลางคืนปิดท้ายด้วยหมูกระทะและการเดินเล่นบนสะพานมอญอีกครั้งในช่วงเย็น บรรยกาศหลาย ๆ อย่างเปลี่ยนไปจากตอนเช้าเยอะเลย ยังไงถ้าใครไปก็ออกไปสูดอากาศช่วงกลางคืนดูนะทุกคน
Day 3 | วันสุดท้ายก่อนกลับ
เนื่องจากเมื่อวานเพื่อนหนึ่งคนในกลุ่ม กินส้มตำปูปลาร้าเข้าไป ทำให้เกิดอาการปวดท้องรุนแรง พวกเราจึงตัดสินใจยกเลิกแพลนทั้งหมดที่วางไว้ เพื่อความปลอดภัยกับสมาชิกในทริปของเรา พวกเราจึงมุ่งหน้าลงจากเขาเพื่อส่งตัวเพื่อนไปยังโรงพยาบาล พอไปถึงโรงพยาบาลเพ่อนต้องแอดมิด และหมอบอกว่าอาการของเพื่อนคืออาหารเป็นพิษ พวกเราจึงบอกให้เพื่อนรักษาตัว และเพื่อนที่เหลือก็แยกย้ายกันเดินทางกลับกทม.
ยังไงใครไปเที่ยวไปว่าที่ไหนก็ตามก็ระมัดระวังเรื่องอาหารการกินด้วยนะทุกคน และถึงพวกเราจะได้เที่ยวกับแค่สองวัน แต่สองวันนั้นเป็นช่วงเวลาที่เราได้เรียนรู้วิถีชีวิตของชุมชนชาวมอญได้อย่างเต็มที่และ เป็นประสบการณ์ที่เราจะไม่มีวันลืม ไม่ว่าจะ 1 วัน 2 วัน หรือ 3 วัน แค่พวกเราได้เที่ยวด้วยกันก็เป็นช่วงเวลาที่พวกเรามีความสุขมาก ๆ ไว้มีโอกาสพวกเราทั้ง 9 คน จะมารับประสบการณ์ดี ๆ ที่ " สังขระบุรี " อีกครั้ง ...
ถ้าใครอยากชมการผจญภัยของเราแบบเห็นภาพแบบสุด ๆ จิ้มไปดูไปเล้ยยยย!!!
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น