เที่ยวแบบไหนถูกใจที่สุด..ทุกคนน่าจะมีคำตอบในใจ
บางคนชอบเที่ยวทั่วไป
บ้างชอบไปต่างประเทศ
บางคนชอบวางแผนเที่ยว
บ้างก็ Walk in เข้าไปเลย
บางคนชอบเที่ยวเขา
บางคนชอบเที่ยวป่า
บ้างชอบเที่ยวทะเล
“แค่คิดจะออกเที่ยว ความสุขก็เพิ่มขึ้นเป็นร้อยเท่า” มันก็จริง!
เพราะการออกไปเที่ยวแต่ละครั้ง มันมีปัจจัยหลายอย่างที่ต้องพิจารณา เช่นว่าจะไปเที่ยวที่ไหน ไปเที่ยวกับใคร ไปอย่างไร และสำคัญค่าใช่จ่ายที่ต้องใช้มากน้อยแค่ไหน
แต่มันก็มีปัจจัยหนึ่งนะที่ทำให้เราต้องออกเดินทางโดยไม่ต้องรีรอคือการร้องขอจากพ่อหรือแม่ 555
ใช่! ไม่ว่าแม่หรือพ่อบอกว่าอยากไปไหน ลูกก็พร้อมจัดให้
นกอีก๋อย : สังขละบุรี
แม่ : อยู่กาญจนบุรีมั้ย? แม่ยังไม่เคยไปเลย
นกอีก๋อย : อยากไปมั้ยล่ะแม่
แม่ : ก็ได้นะ
++ ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงอะไรกันมาก ออกจากกรุงเทพฯ ถึงสังขละบุรีภายในเวลา 5 ชั่วโมง (350 กม.) ถึงแล้วก็ต้องตระเวนหาข้าวกินกันก่อนจะเข้าที่พัก..จนมาเจอร้านอร่อยร้านนี้ ++
++ ต้องบอกว่าการการเดินทางครั้งนี้เกิดขึ้นก่อนเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ของไทย และเกิดก่อนที่แม่จะวิ่งหนีหมาจนตกบันไดหัวแตก กระดูกส้นเท้าหัก ดังนั้นนกอีก๋อยจึงอยากบันทึกทริปสังขละบุรีนี้ไว้เป็นความทรงจำว่าครั้งหนึ่งแม่ได้ออกเดินทางแบบที่ไม่ต้องใช้ไม้เท้า ++
++ สังขละบุรีเป็นเมืองที่เราสามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ขึ้นอยู่กับความชอบเลยจ้ะ คือถ้าชอบอากาศเย็นสบายได้ชมทะเลหมอกยามเช้าบนสะพานมอญก็ไปหน้าหนาว (พ.ย.- ก.พ.) ถ้าอยากไป "ชมวัดจมน้ำ" (วัดวังก์วิเวการามเก่า) ก็ไปหน้าร้อน (มี.ค. - พ.ค.) เพราะสามารถนั่งเรือและเดินเข้าไปชมด้านในวัดได้ และถ้าเป็นสายชิลรักธรรมชาติป่าไม้เขียวๆ ล่ะก้อไปช่วงหน้าฝน (ส.ค. - ต.ค.) จะฟินที่สุดจ้า ++
และเมื่อเป็นทริป สว. กิจกรรมก็ไม่พ้นเที่ยวชมสะพานมอญ กับ ทำบุญไหว้หลวงพ่ออุตตมะที่วัดวังก์วิเวการาม (ใหม่)
++ ที่แรก - สะพานมอญ สะพานไม้แสนคลาสสิกแถมยังยาวที่สุดในประเทศไทย (ระยะทาง 850 เมตร) แล้วไปทำอะไรน่ะเหรอ? คือเราก็จะได้เดินชมวิถีชีวิตชาวมอญที่จะมีหญิงสาวชาวมอญเดินเทินของบนศีรษะ..แค่ได้ไปถ่ายรูปสวยๆ เก็บไว้เป็นที่ระลึกก็เจ๋งมากๆ แล้วจ้า หรือไปเดินหาซื้อของที่ระลึกอุดหนุนชาวมอญให้เศรษฐกิจแถบนั้นได้ขยับขยายเติบโตกันไป..ไทยช่วยไทย (มอญ) ++
++ และอีกหนึ่งกิจกรรมคือไปทำบุญไหว้พระที่วัดวังก์วิเวการาม หรือ “วัดหลวงพ่ออุตตมะ” ซึ่งเป็นศูนย์รวมใจของชาวไทยและชาวมอญ ก่อตั้งโดยหลวงพ่ออุตตมะผู้ได้รับความเคารพศรัทธาอย่างยิ่งนั่นเอง วัดนี้ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสะพานมอญและตัวเมืองสังขละบุรี และที่สำคัญคือมีร่างของหลวงพ่ออุตตมะบรรจุในโลงแก้วให้สักการะอย่างใกล้ชิด++
++ และที่ไม่อยากให้พลาดเลยคือถนนคนเดินสังขละบุรีจ้า
ต้องลองให้ได้นะ ว่าแต่ลองอะไรเหรอ???
“ชาบูเสียบไม้” คือตอนเห็นแรกๆ ก็อาจจะดูไม่น่ากินจนไม่กล้ากิน
แต่นกอีก๋อยอยากบอกว่า “ลองเหอะ” ++
++ เดินและกินจนเหนื่อยไปหมดแล้ว..เข้าที่พักกันดีกว่าที่ “หอมหมื่นลี้รีสอร์ท” ซึ่งระยะทางก่อนไปถึงสะพานมอญประมาณ 11 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาที..รีวิวกันนิดนึงเนอะ รีสอร์ทที่นี่ส่วนตัวก็คือโอเคเลยจ้ะ บรรยากาศดี ที่นอนสะอาด การเดินทางเข้า-ออกสะดวก อาหารเช้าก็อร่อย..8.5/10
++ ก่อนปิดท้ายทริปแวะกินข้าวมื้อเที่ยงที่ร้านอาหารชื่อ “เจ้าสัวภูมิ” อ.ไทรโยค..ซึ่งเครื่องแกงเมืองกาญจน์นี่ขึ้นชื่อไม่เป็นสองรองใคร..ผลประกอบการจึงเป็นอย่างที่เห็นจ้า ++
+++ ความประทับใจในทริปนี้ นกอีก๋อยถือว่าเป็นการกลับไปแก้ตัวจาการเดินทางครั้งแรกที่เราแทบไม่มีความพร้อมหรือเตรียมหาข้อมูลอะไรมากนัก แต่ความรู้สึกชื่นอกชื่นใจก็ไม่ต่างกัน เพราะเราได้พาคนที่เรารักไปเที่ยวทั้งสองครั้ง..ส่วนจะมีครั้งที่สามหรือไม่ก็ตอบไม่ได้ ปล่อยใหัเป็นเรื่องของอนาคตดีกว่าเนอะ แต่สังขละจัดว่าเป็นเมือง Slow life ที่ควรไปเที่ยวสักครั้งจริงๆ +++
ปล. ภาพมีชัดบ้างเบลอบ้างเพราะมือหนึ่งก็ต้องถ่ายรูปส่วนอีกมือก็ต้องคอยประคองคุณ สว. จ้า
++ ขอบคุณสำหรับผู้มาเยี่ยมชมรีวิวของนกอีก๋อยนะจ๊ะ..บัยบายจ้า ++
สังขละบุรี..สโลว์กว่านี้มีอีกมั้ย
นกอีก๋อย : สังขละบุรี
แม่ : อยู่กาญจนบุรีมั้ย? แม่ยังไม่เคยไปเลย
นกอีก๋อย : อยากไปมั้ยล่ะแม่
แม่ : ก็ได้นะ
++ และที่ไม่อยากให้พลาดเลยคือถนนคนเดินสังขละบุรีจ้า
ต้องลองให้ได้นะ ว่าแต่ลองอะไรเหรอ???
“ชาบูเสียบไม้” คือตอนเห็นแรกๆ ก็อาจจะดูไม่น่ากินจนไม่กล้ากิน
แต่นกอีก๋อยอยากบอกว่า “ลองเหอะ” ++