ชาวสวนพาร์ทไทม์ เดินทางตามความฝันจากจุดนั้นถึงวันนี้

จากความเดิมตอนที่แล้ว กระทู้ต่างๆที่เคยเขียนเอาไว้ตามด้านล่างนี้ครับ

http://pantip.com/topic/34269540 << เดินตามฝันทำสวนผักไฮโดรโปนิกส์
http://pantip.com/topic/34292743 << มาทำชุดปลูก Hydroponics กันครับ
http://pantip.com/topic/34368484 << ผักสลัดโตแล้วจ้าเตรียมหาคนช่วยกิน
http://pantip.com/topic/34412251 << จากชุดปลูกมาเป็นแปลงผักเขียวๆ
http://pantip.com/topic/34603091 << ขั้นตอนทำชุดปลูก Hydroponic + วิธีการปลูกอย่างละเอียด
https://pantip.com/topic/37189177 << 2 ปีผ่านไปกับกระทู้ "ขั้นตอนทำชุดปลูก Hydroponic" วันนี้ผมจะมา Update ให้ดูว่าสวนเล็กๆเป็นยังไงกันบ้าง ^^

จากการเขียนพันทิพย์เกี่ยวกับการปลูกผักและทำสวนครั้งที่แล้ว(ไม่นับเรื่องอื่นนะครับ 555+)
คือ  15 พฤศจิกายน 2562  จริงๆก็จะหาเวลามาเขียนเล่าอยู่ว่าทำอะไรไปแค่ไหนบ้าง บางช่วงงานก็ยุ่งมากๆก็เลยไม่ได้เขียน  พอดีเมื่อวานเปิดเข้า Pantip อีกครั้งแล้วเห็นมีเพื่อนท่านหนึ่งเขียนในกระทู้ว่า "อยากเห็นความคืบหน้า" วันนี้ก็เลยเอาซะหน่อย

รอบนี้ขอเริ่มที่การปลูกเมล่อนก่อนเลยแล้วกันครับ  ถ้าใครที่ติดตามอ่านในกระทู้ก่อนหน้าจะพอทราบว่าตัวผมเองพยายามที่จะปลูกเมล่อนอยู่หลายครั้ง แล้วก็พังพาบไปซะทุกครั้ง เล่นเอาหมดกำลังใจกันเลยทีเดียวครับเพราะต้นทุนในการทำโรงเรือนที่ผมสร้าง(แล้วพังไปสามรอบ) แถมปลูกแล้วตายเรียบก่อนผสมอีก 2 รอบ ตอนนั้นเรียกว่าหมดกำลังใจเลยครับหยุดทำเมล่อนไปประมาณเกือบสองปี  แต่ในช่วงระหว่างหยุดนั้นก็ศึกษาหาความรู้ตลอดแถมไปดูงานไกลถึงวังน้ำเขียวเพื่อไปขอความรู้จากลุงท่านหนึ่งที่นั่นก็ไปมาแล้ว  ขอความรู้จากพี่ๆทุกๆท่านจนมั่นใจว่าน่าจะทำได้แล้วก็เริ่มลงมือสร้างโรงเรือนอีกครั้งที่เห็นในกระทู้ก่อนหน้า ทีนี้ลองมาดูกันว่าครั้งที่ประสบความสำเร็จครั้งแรกมันเป็นอย่างไรกัน

แผนที่ผมวางเอาไว้คือทำ 3 โรงเรือน เพราะรอบการปลูกเมล่อนแต่ละครอปจะกินระยะเวลาประมาณ 90 วัน หรือ 3 เดือน ถ้าผมมี 3 โรงเรือนผมก็จะได้เก็บเมล่อนทุกๆเดือน 555+ (ฉันอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์แสนสวย) ผมรื้อท่อที่จะใช้ปลูกเมล่อนในโรงเรือนแรกมาใช้ กะเอาไว้ว่าจะปลูกแบบ Hydroponic สองโรงเรือนส่วนอีก 1 จะปลูกแบบน้ำหยด คือเทสมันไปเลยทั้งสองรูปแบบดูสิว่ารอบนี้จะเป็นอย่างไร  

ปัญหาแรกเลยที่เจอคือ  เมื่อเราศึกษามากๆเราก็จะเจอรูปแบบการปลูกที่ต่างกันแบบสุดขั่วเลยครับ  แต่ละแหล่งความรู้ก็จะมีวิธีที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากๆตัวอย่างเช่น  ไอ้การปลูกแบบน้ำหยดนั้นเราก็จำเป็นจะต้องใช้วัสดุปลูกซึ่งแต่ละแหล่งก็ใช้วัสดุที่ต่างกันมากๆตัวอย่างดังนี้
- แกลบดำล้วน
- ทราบหยาบล้วน
- ดินผสม (ไม่ต้องพูดถึงสูตรครับ มีมากมายจริงๆ)
ทีนี้เมื่อเราไม่รู้ ยังไงก็คือไม่รู้ครับ ทำได้เพียงอย่างเดียวคือ "ลอง" 5555+ และสิ่งที่ผมเลือกก็คือ "แกลบดำ" จัดมาเลย 1 คันรถ


ในเวลานั้นเมื่อลงเสร็จเรียบร้อย ด้วยความที่ไม่มีลูกน้องก็เลยต้องทำมันไปเรื่อยๆ  ค่อยๆขนเข้าโรงเรือน ทั้งฝุ่น ทั้งคัน 5555 เพลินเลย

นี่คือสภาพเมื่อฉันขนแกลบ T-T

และแล้วงานก็เสร็จสิ้นจนได้ ท๊าดา

ปัญหาของการใช้แกลบก็คือ มันจะมีค่าความเป็นด่างที่สูงมากๆ Ph. อยู่ราวๆ 8-9 ครับ ก็เลยจำเป็นจำต้องล้างน้ำออกฉีดแช่น้ำเรื่อยๆอยู่ประมาณ 2-3 วันแล้วจึงค่อยปลูก ซึ่งระหว่างนั้นเราก็ยังเพลิดเพลินกับการปลูกผักสลัดไปด้วยเรื่อยๆ แถมยังได้ลองปลูกมะเขือเทสบนรางปลูกผักสลัดอีกด้วย

ถือเป็นการทดสอบปุ๋ยไปในตัว 555+

หลังจากฉีดน้ำล้างแกลบไปได้สองรอบก็ริ่มทำระบบน้ำหยดในแปลงเพื่อใช้น้ำจากระบบลดค่าความด่างของแกลบไปในตัวครับ

และแล้วระบบน้ำของผมก็เป็นอันเรียบร้อย

ทีนี้เรามาว่ากันด้วยการปลูกเมล่อนกันแบบเพียวๆเลยว่ามันเป็นอย่างไร (ส่วนอื่นๆจะมาเล่าเพิ่มเติมภายหลังครับ)
ผมเริ่มต้นด้วยการซื้อสายพันธุ์จากท่านอาจารย์ที่วังน้ำเขียว และเลือกใช้ปุ๋ยจากพี่ที่ให้คำแนะนำด้วยดีเสมอมา อย่างน้อยๆงานนี้ผมก็จะมีพี่เลี้ยงที่ไว้ใจได้แน่ๆ 2 ท่าน อิอิ เริ่มต้นจากการเพาะเมล็ด (ภาษาเกษตรเขาเรียกว่าการ "ม็อบ") โดยการนำเมล็ดไปแช่น้ำร้อน 3 ชั่วโมง แล้วห่อด้วยผ้าเปียกและเก็บไว้ในกล่องที่ปิดสนิทเก็บไว้ในกล่องที่มืด 

เมื่อเมล็ดเริ่มออกราก เราก็จับมันลงในถาดเพาะเมล็ดโดยการใช้แกลบดำ

รอจนกระทั่งน้องเมงอกออกมาให้เชยชม แล้วค่อยว่ากันอีกที  ระหว่างนี้ผมก็จะต้องเตรียมการทำค้างเชือก และผสมปุ๋ยเอาไว้รอเลย
นี่คือเชือกที่สั่งเข้ามา ดูแล้วก็หนักหน่วงมากเลย

ผมออกแบบด้วยการขึงสลิงที่หัวและท้ายแปลง แล้วใช้ตะปูทำตะขอเกี่ยวเพื่อที่จะรูดเก็บได้ ^^
โชคยังดีตรงที่ว่า ช่วงนี้สร้างอาคารอีกหลังก็เลยให้พี่ช่างช่วยแขวนสลิงให้ซะเลย อิอิ



หลังจากเวลาผ่านไป 3 วัน น้องเมก็งอกออกมาให้เชยชมสมใจ

ผมเริ่มทยอยเอาลงแปลงปลูก จริงๆแล้วก็มั่วๆไปเรื่อยๆ เขาว่ากันว่าควรจะมีท่อหรืออื่นๆขั้นระหว่างต้นกับวัสดุปลูกเพราะจได้มีความชื้นที่ตัวต้นน้อยลง เกิดโรคและราได้น้อยลง ไอ้เราก็จัดใส่ถ้วยแบบนี้เลย

ด้วยความกลัวครับ รอบนี้ทำทุกอย่างตามตำราเป๊ะ โทรหาที่ปรึกษาทุกวันวันละหลายรอบ แอบเอาภาพการก่อสร้างอาคารที่พักคนงานแทรกเอาไว้ตรงนี้เลยนะครับจะได้ไม่งงช่วงเวลา 555+

เอาหละทีนี้ก็อยู่ที่การใส่ปุ๋ยและการดูแลน้องแล้วหละ มาดูกันว่ามันจะได้หน้าตาอย่างไร  
จริงๆแล้วส่วนหนึ่งที่มันกระตุ้นให้ผมอยากทำก็คือ การเฝ้าดูและการได้ถ่ายรูปมันทุกๆวันนี่หละ
11 วันหลังการเพาะเมล็ดได้หน้าตาแบบนี้

มีต้นตายให้เห็นเป็นระยะๆครับ จาก 214 ต้น ตายมาตลอดทางเลย T-T

เมื่อน้องอายุได้ 17 วัน หน้าตาจะประมาณนี้ ใบเริ่มใหญ่ขึ้นแต่ก็ยังเตี้ยอยู่เหมือนเดิม 555+

25 วันหลังเพาะเมล็ด เอาจริงๆเลยคือมันโตช้ามากๆ  แต่ก็เอาหน่าสองรอบก่อนหน้าปลูกในน้ำอาจจะดูดีกว่านี้แต่รอบนี้เสียเหงื่อไปหลายปี๊ปแล้วสู้ต่อแล้วกัน

ถ้านับย้อนกลับไปแล้วให้คะแนนตัวเองนะครับ  บอกเลยว่าสอบตก 555 เพราะจริงๆแล้วถ้าดูแลดีๆ 30 วันหลังเพาะเมล็ดเนี่ยะสูงท่วมหัวแล้วๆๆๆๆ 5555
เอาหละทีนี้มาดูว่าพอผ่านไปถึงวันที่ 33 หลังเพาะเมล็ดหน้าตาเป็นอย่างไร

มันดูเหมือนจะดีนะ แต่สังเกตนะครับว่าโตไม่เท่ากัน 555 แต่เราก็ไม่เคยมาไกลถึงตรงนี้นะเพราะสองรอบก่อนหน้า  มันจะต้องตายไปเสียก่อน รอบนี้เริ่มมีดอกให้ผสมแล้วนะ ตื่นเต้นดีจริงๆครับ ได้เห็นทุกวันถ่ายภาพทุกวันสนุกดี

และแล้วก็ได้ผสมดอกวันแรก ปาเข้าไป 37 วันหลังเพาะเมล็ด 

และเมื่อผสมดอกผ่านไป 5 วัน เราก็จะได้เห็น "น้องเม" แบบเน๊ๆๆๆๆ (ของคนอื่นเขาจะใหญ่กว่านี้นะครับ 555)

ทีนี้ก็ลุ้นกันต่อไปว่าจะโตไหม จะยังไงต่อ เพราะไม่เคยมาถึงจุดนี้จริงๆ  อย่างมากก็ได้แค่ไปดูสวนคนอื่น ไปส่งสวนคนอื่นตาม FB 5555+
เอาหละกระโดดเข้าวาร์ปมาวันที่  47 หลังเพาะเมล็ดเลยแล้วกัน บอกเลยว่ายังผสมไม่หมดครอปเลยยย 5555 บางลูกเล็ก บางต้นเพิ่งผสม เอ้อ เอาๆ ทำกันต่อไป มั่วกันต่อไปแล้วกัน

เมื่อน้องเมเดินทางมาถึงวันที่ 70 เอาจริงๆคือ ผมเสพความสุขในทุกๆวันในขณะที่ได้ปลูกและเห็นการเจริญเติบโตของน้อง หน้าตาน้องเป็นแบบนี้แล้วครับ เย้

ดูเหมือนว่ากระทู้นี้จะไม่จบเสียแล้วววว 5555 เขียนไว้เท่านี้ก่อนนะครับเดี๋ยวมาเขียนต่อว่าบทสรุปเป็นอย่างไร
^^
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่