จากคราวที่แล้วกระทู้บิน อาจมีใครเข้าใจผิดว่าเรามาขายของ แต่ในเจตนาจริงของพี่แฝดคือมาบอกเล่าเรื่องราวของเราที่หันมาทำเกษตรขนาดเล็ก เพื่อทดลอ
งปุ๋ยเนื้อหมู หากทำใครเข้าใจผิดก็ต้องขออภัยมาด้วยครับ

เนื่องจากแปลงผักด้านหน้าของเรามีพื้นที่พอสมควรจากที่คำนวณเราจะสามารถปลูกผักได้ครั้งละ 200-250 ต้น โดยทุกต้นคือผักอินทรีย์ออแกนิคทั้งหมด ก็เลยเกิดความ เอ๊ะใจว่า...ถ้าเราจะลองเอาผักไปขายที่ตลาดที่มี Target กลาง-พรี่เมี่ยม บ้างจะเป็นอย่างไร ว่าแล้วเราก็หาที่กันจนได้ที่ตลาดนัดตอนเช้าของมหิดลศาลายา ได้แล้วก็โทรไปมัดจำที่เลยลุย......
- ค่าที่ผู้จัดตลาดจะคิดที่ครั้งละ 700 บาท ค่าปลั๊กไฟ ตัวละ 50 บาท ค่าจอดรถเหมาคันละ 50 บาท ต้นทุนเริ่มต้นที่ 800 บาทนะเออ
ในเมื่อเราสามารถปลูกปักได้เราก็ปลูกไปขายสิ ทดสอบกันไปว่าจะได้เท่าไหร่กัน !
ผักทุกต้นเราปลูกเอง เพาะตั้งแต่เมล็ดจนไปถึงต้นกล้าแล้วเพาะไปอีก 40-45 วันพร้อมเก็บเกี่ยว ทั้งหมดใส่แต่
ปุ๋ยเนื้อหมูและใบยาสูบเจือน้ำเพื่อไล่แมลงและเพี้ย
พอครบ 45 วันก็ไล่เก็บผัก แต่ผักที่ดีเราควรเก็บช่วงค่ำหรือเช้า งดน้ำและปุ๋ยก่อนเก็บเกี่ยวทุกครั้งนะเออ ........

ผักปลูกดินของแท้ จะเรียกผักโบราณก็ว่าได้นะ เพราะใช้การปลูกแบบดั้งเดิม

มีดินติดๆอยู่เลยความสดของแท้แน่นอนอร่อยเหาะๆๆ
นี่คือบรรยากาศหน้าร้านที่เราอยู่ โดยผักที่เอามาขายก็มีตั้งแต่ ต้นอ่อนกวางตุ้ง คะน้า บัตเตอร์เฮด ผักคอส พริกขี้หนูสวน อย่างน้อยทุกคนก็จะได้มั่นใจในคุณภาพได้ว่านี่คือผักอินทรีย์แท้ 100%
เราวางจำหน่ายต้นละ 20 บาท เอาแบบซื้อขายขายคล่อง สรุปขายได้ 150 ต้น คือ 3,000 บาท จากที่เตรียมมา 200 ต้น
หักค่าที่ / ไฟฟ้า / จอดรถ รวมๆ 800 บาท
ค่ากำเนินการน้ำมันรถ หักไป 100 บาทเพราะใกล้โกดัง
ค่าน้ำแข็ง 50 บาท ที่ใช้แช่ผัก
ค่าแรงคนละ 300 บาท ไป 3 คน = 900 บาท
ต้นทุกปลูกผักประมาณ 80 บาท "เมล็ดผัก"
ค่าน้ำ ค่าไฟ ไม่รู้จะคำนวณยังไง 45 วัน ตีไป 100 บาทละกัน เพราะไม่มีอะไรเลย
ค่าปุ๋ย 260 บาท
รวมๆ ต้นทุน 2,290 บาท / ขายได้ 3,000 บาท /
กำไร 710 บาท
กำไร 710 บาท เหลือผักอีก 50-70 ต้นรวมในแปลงผักที่ยังไม่ตัดออกมา ค่อยเก็บไปขายอีกที่หนึ่ง "ไว้กระทู้ถัดไป"
ก็ขอจบตรงนี้เท่านี้ และขอการันตีว่ากระทู้นี้มาแชร์ปสก.ล้วนๆเท่านั้นครับ
ขอบคุณครับ
ตอนที่ 11 แชร์ประสบการณ์ การปลูกผักขายพร้อมคำนวณต้นทุน
เนื่องจากแปลงผักด้านหน้าของเรามีพื้นที่พอสมควรจากที่คำนวณเราจะสามารถปลูกผักได้ครั้งละ 200-250 ต้น โดยทุกต้นคือผักอินทรีย์ออแกนิคทั้งหมด ก็เลยเกิดความ เอ๊ะใจว่า...ถ้าเราจะลองเอาผักไปขายที่ตลาดที่มี Target กลาง-พรี่เมี่ยม บ้างจะเป็นอย่างไร ว่าแล้วเราก็หาที่กันจนได้ที่ตลาดนัดตอนเช้าของมหิดลศาลายา ได้แล้วก็โทรไปมัดจำที่เลยลุย......
- ค่าที่ผู้จัดตลาดจะคิดที่ครั้งละ 700 บาท ค่าปลั๊กไฟ ตัวละ 50 บาท ค่าจอดรถเหมาคันละ 50 บาท ต้นทุนเริ่มต้นที่ 800 บาทนะเออ
ในเมื่อเราสามารถปลูกปักได้เราก็ปลูกไปขายสิ ทดสอบกันไปว่าจะได้เท่าไหร่กัน !
ผักทุกต้นเราปลูกเอง เพาะตั้งแต่เมล็ดจนไปถึงต้นกล้าแล้วเพาะไปอีก 40-45 วันพร้อมเก็บเกี่ยว ทั้งหมดใส่แต่ปุ๋ยเนื้อหมูและใบยาสูบเจือน้ำเพื่อไล่แมลงและเพี้ย
พอครบ 45 วันก็ไล่เก็บผัก แต่ผักที่ดีเราควรเก็บช่วงค่ำหรือเช้า งดน้ำและปุ๋ยก่อนเก็บเกี่ยวทุกครั้งนะเออ ........
ผักปลูกดินของแท้ จะเรียกผักโบราณก็ว่าได้นะ เพราะใช้การปลูกแบบดั้งเดิม
นี่คือบรรยากาศหน้าร้านที่เราอยู่ โดยผักที่เอามาขายก็มีตั้งแต่ ต้นอ่อนกวางตุ้ง คะน้า บัตเตอร์เฮด ผักคอส พริกขี้หนูสวน อย่างน้อยทุกคนก็จะได้มั่นใจในคุณภาพได้ว่านี่คือผักอินทรีย์แท้ 100%
เราวางจำหน่ายต้นละ 20 บาท เอาแบบซื้อขายขายคล่อง สรุปขายได้ 150 ต้น คือ 3,000 บาท จากที่เตรียมมา 200 ต้น
หักค่าที่ / ไฟฟ้า / จอดรถ รวมๆ 800 บาท
ค่ากำเนินการน้ำมันรถ หักไป 100 บาทเพราะใกล้โกดัง
ค่าน้ำแข็ง 50 บาท ที่ใช้แช่ผัก
ค่าแรงคนละ 300 บาท ไป 3 คน = 900 บาท
ต้นทุกปลูกผักประมาณ 80 บาท "เมล็ดผัก"
ค่าน้ำ ค่าไฟ ไม่รู้จะคำนวณยังไง 45 วัน ตีไป 100 บาทละกัน เพราะไม่มีอะไรเลย
ค่าปุ๋ย 260 บาท
รวมๆ ต้นทุน 2,290 บาท / ขายได้ 3,000 บาท / กำไร 710 บาท
กำไร 710 บาท เหลือผักอีก 50-70 ต้นรวมในแปลงผักที่ยังไม่ตัดออกมา ค่อยเก็บไปขายอีกที่หนึ่ง "ไว้กระทู้ถัดไป"
ก็ขอจบตรงนี้เท่านี้ และขอการันตีว่ากระทู้นี้มาแชร์ปสก.ล้วนๆเท่านั้นครับ
ขอบคุณครับ