บันทึกของคนบ้า.........(ผู้หญิงสองร่าง)

กระทู้สนทนา


.
.
บันทึกของคนบ้า---------ผู้หญิงสองร่าง
 
             ให้ตายเถอะ ผมอยากสบถความเครียดที่เก็บกดออกมาเป็นตะกวดน่ารักสักตัว  ให้มันหลุดออกมาจากปากแบบหนังสยองขวัญ แล้ววิ่งไล่งับขาชาวบ้านเล่นให้หายเครียด ใช่ ...ความเครียดมันปะทุอยู่ภายใน คุณหมอคงไม่รู้หรอกว่ามันทรมาน และเก็บกดขนาดไหน กับชีวิตการแต่งงาน 

             การแต่งงาน ไม่ผิดกับการเดินเข้าไปใน The Dream Calls for Blood คาสิโน แห่งเมืองคนบาป ลาสเวกัส พร้อมด้วยเงินทั้งหมดที่มี จากนั้นเลือกเล่นพนันอะไรสักอย่าง แล้วก็พบกับชะตากรรม ว่าดีหรือร้าย จะลงนรก หรืองอกปีก โบยบินสู่ฟ้าเบื้องบน  มีผู้คนมากมายยอมเสี่ยงเดิมพันชีวิต  
ผมเองก็คงไม่ต่างจากปีศาจนักพนันตัวยง เสี่ยงแทงรูเล็ต  มองดูลูกเหล็กเล็ก ๆ กลิ้งไปมาตามแรงหมุน ลุ้นว่าไปหยุด หรือตกลงในช่องตัวเลขใด ผู้เล่นที่เสี่ยงทายถูก ก็ได้รับรางวัลไป นั่นละเสน่ห์ของมัน ซึ่งบางทีคล้ายภาพลวงตา

             ชะตากรรมของผมหมุนไปหยุดอยู่ที่ ‘มารีน’  ผู้หญิงสวย และรวย อย่างที่ชาติต้องการ ถ้าจะนึกข้อเสียสักข้อของมารีนให้เจอ ก็คือ เธอเหาะไม่ได้เท่านั้น  คุณหมอต้องเคยละน่า พบผู้หญิงสักคน แล้วบอกตัวเองว่า ใช่เลย...อะดรีนาลีนในกายเดือดพล่าน ยิ่งกว่าการกระทืบเท้าสับกลองกระเดื่องคู่ของพวกเมทัล แล้วก็ทำทุกสิ่งทุกอย่าง ต่อให้ฆ่าคนทั้งโลก เพื่อให้ได้เธอมาครอง แบบหน้ามืดตามัว

             ในที่สุด ผมก็ได้แต่งงานกับมารีน ครองรักกันอย่างมีความสุข โดยไม่ต้องฆ่าคนทั้งโลก

             ไม่...นั่นมันจบแบบนิทาน แต่ชีวิตของผมเป็นเรื่องจริง ไม่จบหวานแหววแจ๋วใสอย่างนิทาน  ที่จริงผมก็น่าจะสังหรณ์ใจบางอย่างก่อนแต่งงานแล้ว มารีนไม่ได้ทำงาน เธอทำหน้าที่แม่บ้าน ฐานะทางบ้านของเธอร่ำรวย ไม่ต้องให้ลูกสาวคนเดียวออกมาข้างนอกทำงานอาบเหงื่อต่างน้ำ ครอบครัวดูแลราวไข่ในหิน ผมเองจะว่าไปก็คล้ายหนูตกถังข้าวสาร  (หรืออาจเป็นหนูทดลองก็ไม่แน่ใจเมื่อเวลาผ่านไป) แกะตัวเองออกจากบ้านเช่า เสด็จเข้าไปอยู่ในคฤหาสน์เวียงวังหลังใหญ่ ดูเหมือนทุกอย่างจะไปด้วยดี

             หลังแต่งงานได้สองเดือน ความผิดปกติก็เริ่มขึ้น เช้าของเสาร์วันหนึ่ง ผมรู้สึกเหมือนมีใครบางคนกำลังบีบคอจนสะดุ้งตื่น ให้ตายเถอะไอน์สไตน์... มารีนนั่นเอง กำลังคุกเข่าบนเตียง มือทั้งสองกดบีบกดบนลำคอของผมจนหายใจแทบไม่ออก ใบหน้าแววตาของเธอเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างไม่น่าเชื่อ

             ไม่ใช่การล้อเล่น ไม่ใช่แน่นอน  เมรีนผู้อ่อนหวานน่ารักไม่เคยทำแบบนี้

             ผมสลัดหลุดออกมาได้ หวุดหวิดขาดใจตายคามือเธอ เขย่าตัวของมารีน ร้องถามอย่างงุนงง ว่าเธอเกิดบ้าอะไรขึ้นมา 

             เธอบอกว่าชื่อ ไอรีน ไม่ใช่มารีน

             เอาเข้าแล้วละสิ...ไอรีนอะไรกัน สีหน้าท่าทางของเธอไม่ได้พูดเล่น แววตาเต็มไปด้วยความดุร้ายวาววับน่ากลัว ราวกับปีศาจร้ายสิงสู่  แต่อย่างน้อยเธอก็ยอมรับว่าผมเป็นสามีของเธอ แล้ววันนั้นก็เหมือนฝันร้าย ภรรยาที่กลับกลายเป็นไอรีน กราดเกรี้ยวทั้งวัน รังสีแห่งการฆ่าฟันแผ่ซ่านไปทั่ว ความซวยมาอยู่ที่ผมแบบไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ  ทำอะไรผิดใจหน่อยก็ไม่ได้ เธอจะรับบทเป็นภรรยาจอมโหด อาละวาดดุเดือดทันที การหยิก ข่วน กัด แทะ ตบ เป็นเรื่องธรรมดา แต่บางทีเธอถึงกับถือมีดไล่แทง คิดดูก็แล้วกัน

             แต่ที่ร้ายคือ พ่อแม่ รวมทั้งพี่ชายสองคนของเธอ ไม่ค่อยสนใจอะไรเท่าไร  ขนาดผมวิ่งหนีคมมีดไปรอบบ้าน ขอความช่วยเหลือ พวกเขายังทำเป็นส่ายหน้าเบื่อหน่าย  บางคนทำหน้าขบขันด้วยซ้ำ   ทั้งที่เป็นเรื่องคอขาดบาดตายแท้ ๆ  ครอบครัวนรกแตกอะไรกัน  พอถึงกลางคืน ผมไม่กล้าเข้านอน  มารีน...ก็ไอรีนนั่นละ ถือมีดขู่บังคับร่างกายและจิตใจ ให้ผมนอนเป็นเพื่อนบนเตียง  เธออ้างถึงสิทธิอันชอบธรรมในความเป็นภรรยา ผู้ทวงสิ่งที่ควรจะได้จากสามี จะต้องนอนเตียงเดียวกันอย่างไม่มีข้อแม้  เธอยังบังคับให้ผมนวดไหล่คลายเมื่อยก่อนนอน  ผมจำเป็นต้องฝืนใจทำตามอย่างขัดไม่ได้  น้ำตาลูกผู้ชายแทบไหลรินระริกร้าว 

             พอเห็นว่าเธอหลับผมจึงค่อย ๆ ล้มตัวลงนอนอย่างระมัดระวัง เตรียมพร้อมหลบหลีกอันตรายที่อาจมาแบบไม่รู้ตัว  หลับ ๆ ตื่น ๆ ผวาทั้งคืน  มีครั้งหนึ่ง เธอทำเสียงเหมือนละเมอ ลุกขึ้นมานั่งตัวแข็ง มือขวากำด้ามมีดปอกผลไม้ ผมตกใจสุดขีด กระโจนพรวดเดียวออกจากเตียง ไปตัวสั่น ใจสั่นงันงกมุมห้อง อย่างอกสั่นขวัญหาย

             รุ่งเช้าเธอกลับมาเป็นมารีน ผู้แสนดีน่ารักคนเดิม และจดจำเรื่องราวการกระทำของไอรีนไม่ได้ นางฟ้าของผมกลับมาแล้ว  แต่ให้ตายเถอะเซอร์แซคนิวตัน!   ผมโล่งใจได้เพียงวันเดียว พอไอรีนผู้แสนหวานเข้านอน ตื่นขึ้นมาก็กลายเป็นมารีนผู้แสนโหดอีกครั้ง ฝันร้ายวนเวียนกลับมาเป็นวัฏจักร
คุณหมอคงเข้าใจแล้วสินะครับ มารีนกับไอรีนสลับร่างกันวันละครั้ง คนละครั้ง  ถ้าคนหนึ่งคนใดนอนหลับ ตื่นขึ้นมา จะกลายเป็นอีกคนทันที ฟังดูเหมือนจะดี เพราะมีภรรยาสองคน แต่เอาเข้าจริง ๆ ไม่สนุกเลย เพราะเรื่องมันเริ่มบานปลาย ไอรีนเริ่มหนักข้อมากขึ้นทุกที

             ไอรีนเห็นเสื้อผ้าที่มารีนชอบสวมใส่ในตู้เสื้อผ้า เธอหาว่าผมนอกใจเธอ เสื้อผ้าในตู้เป็นของคนอื่น พาสาวคนอื่นมานอนด้วย เท่านั้นละ... ยังกับพายุถล่ม ไอรีนแสดงความหึงหวงออกมาอย่างรุนแรง พละกำลังของเธอก็เพิ่มมากกว่าปกติ สะกิดทีเล่นเอาผมกระเด็น ต้องอ้อนวอนขอความเมตตาอย่างน่าสงสาร  พอผมอธิบายว่า นั่นมันเสื้อผ้าของเธอ ไม่ใช่ของใครที่ไหน เธอมีสองบุคลิก  ไอรีนก็หาว่าผมบ้า เอาเข้าไป...แล้วจะให้ทำยังไงได้เล่า ในเมื่อสิ่งของเสื้อผ้าพวกนั้นเป็นของเธอเอง แต่อยู่ในอีกร่างเท่านั้น  ความคิดของไอรีนเต็มไปด้วยความหวาดระแวงไร้เหตุผล

             เกิดมาก็เพิ่งเคยเห็นนี่ละ คนหึงหวงตัวเอง!

             ผมเคยเอากล้องวิดีโอบันทึกภาพของไอรีน เพื่อเป็นหลักฐานว่า เธอกับมารีนเป็นคน ๆ เดียวกัน  แต่ไอรีนไม่เชื่อ หาว่าผมสร้างหลักฐานเท็จ ใช้นักแสดงมา แต่งหน้าแต่งตัวเป็นเธอ คิดดูก็แล้วกันว่า ‘ดื้อ’ ... ขนาดไหน  เหตุผลถูกเธอขว้างออกไปสุดขอบนรก  ไม่รู้ว่าผู้หญิงเป็นแบบนี้ ทุกคนหรือเปล่า ไอรีนปฏิเสธความจริงท่าเดียว ไม่ยอมรับว่าตัวเองมีสองบุคคลิก ปฏิเสธหลักฐานทุกอย่าง แม้ว่าหลักฐานปรากฏอยู่โต้ง ๆ 

             เอ้อ...อยากรู้จริง ๆ ว่าตอนที่ เทพซุส เริ่มสร้าง แพนโดร่า ผู้หญิงคนแรกขึ้นมาในโลก พระองค์วางแผนลับอะไรอยู่ในใจ ถึงสร้างผู้หญิงมาแบบนี้ 

            ส่วนมารีน ตรงกันข้าม พอผมเอากล้องบันทึกภาพของไอรีน ให้ดู   เธอเชื่อทันทีอย่างไม่มีข้อแม้ ว่านั่นคือร่างของตัวเอง มารีนตกอยู่ในความหวาดกลัวว่ากำลังเสียสติ กลายเป็นคนสองบุคลิก เธอได้แต่เสียใจและโทษตัวเอง แต่อย่างน้อยเธอก็เข้าใจ

             เหตุการณ์หนักข้อมากขึ้น ไอรีนบังคับให้ผมลาออกจากงานประจำ เพราะไม่ไว้ใจ กลัวว่าผมจะไปมีหญิงอื่น โธ่...ให้ตายเถอะมักซ์ พลังค์! ... แค่ไอรีนคนเดียว ผมก็จะบ้าตายแล้ว ผู้หญิงอะไรหึงหวงแบบเหนือเหตุผล ถ้าความหึงหวงทำให้คนตายได้ ไอรีนคงตายไปหลายสิบรอบแล้ว  ผมเอาเสื้อผ้าของมารีนไปซ่อน เมื่อถึงวันของไอรีนปรากฏ เก็บร่องรอยทุกอย่างให้หมด 

             ความหวาดระแวงและดุเดือดของไอรีนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ขนาดผมดูทีวีในห้องนั่งเล่น เธอเห็นผมดูนักแสดงสาวในหนังสยองขวัญ เธอถึงกับบงการห้ามเปิดทีวีดูเป็นเวลาเจ็ดวัน ในบ้านจะต้องไม่มีภาพ หญิงสาว คนไหนอย่างเด็ดขาด

             บางครั้งผมนั่งคิดอะไรเพลิน ๆ ไอรีนก็หาว่า ผมกำลังคิดถึงผู้หญิงคนอื่นทางใจ นอกใจทางความคิด  ดูเธอสิ...ร้ายกาจขนาดไหน คิดเอง เชื่อเอง สรุปผลเองเสร็จสรรพ คิดเองเออเองได้ขนาดนี้ ทำไมไม่ไปเขียนนิยายเสียเลยก็ไม่รู้

             คนที่น่าสงสารคือมารีน เธอรับรู้ รับฟังทุกอย่าง แต่ช่วยอะไรไม่ได้ เพราะถ้าทำรุนแรงกับไอรีน  มารีนก็จะพลอยรับผลไปด้วย  มีครั้งหนึ่ง ผมทดลองมัดร่างของมารีนไว้ ก่อนที่เธอจะตื่นขึ้นมาเป็นไอรีน ทำแบบนั้นมีผลเสียหายมาก เพราะไอรีนดิ้นรนทั้งวัน จนเนื้อตัวช้ำชอกเจ็บไปทั้งเนื้อทั้งตัว แน่นอนว่าวันรุ่งขึ้น คนที่ต้องนอนซมเพราะพิษไข้ไข้ บอบช้ำอย่างหนักคือมารีนนั่นเอง ไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย

             หนีเหรอ... ผมหนีไม่ได้ เพราะยังรักมารีนจับใจ  เธอไม่มีอะไรผิด และสำคัญคนในบ้านคอยจับตาตลอด ไม่ยอมให้ผมหนีออกไปไหนได้
“เป็นเขยบ้านนี้ You can check out any time you like. But you can never leave...”  พี่ชายคนโตของบ้าน บอกกับผม พลางฮัมเพลงของวงอิเกิลส์ ประกอบ อย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อน บ้านหลังนี้เต็มไปด้วยผู้คนผิดปกติ ยังกับ The Addams Family ครอบครัวจิตป่วน ตระกูลนี้ผียังหลบ

             ไอรีนดูเหมือนจะรู้ระแคะระคาย เรื่องของมารีน มันเป็นสัญชาตญาณของผู้หญิงหรืออย่างไรก็ไม่ทราบ เธอจิกกัดไม่ยอมปล่อย บอกว่าได้กลิ่นของมารีนบนเตียง ก็จะให้ทำอย่างไรล่ะครับ ความจริงมันก็กลิ่นกายของไอรีนนั่นละ แต่เธอจำไม่ได้ ผมละปวดหัวแทบระเบิด

             ไอรีนลั่นปากว่าจะจัดการมารีน เอาละสิ...ตัวเองจะจัดการตัวเอง 

             ที่น่ากลัวคือเธอบอกว่ารู้จักนักฆ่ามืออาชีพ ผมไม่สงสัยเลยว่า เธอไปรู้จักนักฆ่าได้อย่างไร เพราะไอรีนเก่งในเรื่องออนไลน์ ถ้าคุณหมออยากข้อมูลหาอะไรสักอย่างแค่นั่งลงหน้าจอคอมพิวเตอร์ คลิกเมาส์ไม่กี่ครั้ง ข้อมูลที่ต้องการก็จะหลั่งไหลเข้ามา โดยไม่ต้องออกไปสู่โลกภายนอก  เธอให้เวลาผมสองวัน ในการพาตัวมารีนมาหาเธอ บ้าสิครับ  ให้ตายเถอะ กาลิเลโอ! จะไปหามารีนมาจากไหน ในเมื่อทั้งไอรีนและมารีนเป็นคน ๆ เดียวกัน

             ผมพยายามข้อร้องวิงวอนให้ไอรีนเลิกล้มความตั้งใจ  แต่เธอบอกว่าสายเกินไป เธอจ้างมือสังหาร และมีการรับงานเรียบร้อยไปแล้ว งานเข้าสิครับ ผมชะล่าใจเกินไป ไม่นึกว่าเธอจะตัดสินใจรวดเร็วขนาดนี้

             วันรุ่งขึ้น ผมไม่กล้าบอกความจริงเกี่ยวกับสิ่งที่ไอรีนกำลังจะทำให้มารีนรู้ กลัวเธอจะตกใจ และไม่มีความสุขในชีวิต ผมตัดสินใจจะแก้ปัญหาเอง วันนี้ผมสั่งอุปกรณ์เกี่ยวกับการป้องกันผู้บุกรุก ทั้งกล้องวงจรปิด  ระบบตรวจจับความร้อนและการเคลื่อนไหวรอบบ้าน ทุกอย่างที่คิดขึ้นมาได้ 

             ผมจะปกป้องมารีน  คนที่ผมรัก

             แต่ให้ตายเถอะ...ไฮเซนแบร์ก!  ผมขอรวบรัดตัดตอน ไม่อยากให้คุณหมอรำคาญ  ผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่า ไอ้นักฆ่า มันทะลึ่งโผล่เข้ามาให้ห้องนอน ทั้งที่ผมคอยระวังเต็มที่ สายตาไม่เคยห่างจากจอมอนิเตอร์  แต่มันทะลึ่งเข้ามาได้ ผ่านการตรวจจับเข้ามาแบบเงียบกริบแบบเพชฌฆาตไร้เงา
สองมือของมัน บีบลงไปบนลำคออ่อนนุ่ม ของมารีน ให้ตายเถอะ ..นรกชัด ๆ ผมได้สติ วิ่งไปลากร่างของไอ้นักฆ่าจอมโหด กระโดดถีบจนร่างของมันลงมากลิ้งบนพื้นห้อง  ผมตามไปแทงไม่ยั้ง ด้วยมีด ที่เตรียมพร้อมไว้ก่อนหน้า

             ให้ตายเถอะ ผมกำลังจะอ้วกออกมา รสชาติการฆ่าคนฝาดเฝื่อนสุดทน
             กระหน่ำแทง
             กระหน่ำแทง
             กระหน่ำแทง

            …..
 

             “ท่าทางจะบ้า..”

             หมอหนุ่มหลุดปาก ก่อนจะรีบอุดปากตัวเอง หมอไม่ควรจะพูดพาดพิงแบบนั้นกับคนไข้  แต่เขารู้สึกอยากพูดอยากระบายความในใจ  เพื่อบอกตัวเองว่า ยังไม่บ้า...ทฤษฏีความบ้าของพวกสมคบคิด บอกไว้ว่า ความบ้าของคน สามารถเป็นไปได้ด้วยการ ‘เหนี่ยวนำ’ อ่านเรื่องบ้า ๆ ก็อาจถูกเหนี่ยวนำให้เป็นบ้า พอคิดได้ คุณหมอก็รู้สีกถึงอาการสั่นระริก  เขาไม่ได้กลัวความบ้า แต่กลัวบรรยากาศของความเป็นบ้ามากกว่า

             หมอนึกถึงคนไข้หนุ่ม เจ้าของบันทึก เขาดูดีจนผิดปกติ  ข้อมูลบอกว่า เขาพยายาม ฆ่า ภรรยาของตัวเอง  กล้องวงจรปิดยืนยันภาพชัดเจน ในห้องนอนของที่เกิดเหตุ ไม่มีใครบุกรุก นอกจากชายหนุ่มผู้พยายามบีบคอภรรยาตัวเองขณะเธอกำลังหลับ   คุณหมอนึกหน้าภรรยาของคนไข้หนุ่ม เธอสวยจนหมออิจฉาคนบ้า นึกว่า ถ้ามีแฟนสวยแบบนี้ บ้าก็ยอม!
 

แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่