** เจ็บหลัง ปวดขาครึ่งตัว ตะคริวตลอดเวลา ตะคริวกินขาตลอดเวลา เดินไม่ได้
เส้นประสาทโดนทับ กระดูกทับเส้น**
**ภาพประกอบจาก Google นะครับ และผมมีทิ้งคำศัพท์พื้นฐานหากใครต้องการเอาไปใช้
เริ่มหาข้อมูลเพิ่มเติม**
กระทู้นี้ ไม่ใช่การแนะนำทางการแพทย์ เป็นการแชร์ประสพการณ์ และอาการ แบบภาษาชาวบ้าน
เพื่อเตือนกันไว้นะครับ ว่าอาการแบบนี้ อย่าประมาทเด็ดขาด
*** ตะคริวที่ใช้ในกระทู้นี้ ไม่ใช่การเป็นตะคริวนะครับ แต่คืออาการการเจ็บปวด แบบเหมือนจะเป็นตะคริว***
*** หากมีอาการรุนแรง เจ็บปวดทรมาน แนะนำพบแพทย์โดยตรงนะครับ อย่ามัวแต่คิดรักษาเอง ***
แรกๆ ผมเองก็คิดว่า ตัวเองเป็นตะคริว จนกระทั้งมาได้เข้าใจว่า แท้จริงมันคือการโดนทับเส้นประสาท
เข้าเรื่องกันเลยนะครับ ไม่ลากยาว ใครก็ตามครับ ที่มีอาการ นั่งนานๆ ไม่ว่าจะนั่งบนเก้าอี้ นั่งบนเตียง
นั่งหลังพิงหัวเตียงดูทีวี หรือขับรถนานๆ หรืออะไรก็แล้วแต่ พอลุกขึ้น ขยับตัว ก็จะมีอาการเจ็บที่หลัง
แต่พอซักพัก อาการเจ็บก็จะหายไป เหมือนไม่มีอะไร
อย่าปล่อยให้เป็นแบบนั้น อย่าละเลย นะครับ
เพราะนานไป มันจะกลายเป็นมีอาการแสบแปร๊บๆ จากระดับเอว ลงไปที่ขา และจะรู้สึกมาก
บริเวณขาหน้าแข้งด้านนอก บริเวณตามภาพนี้นะครับ
https://painarthritisrelief.com/sciatica/

แรกๆ จะรู้สึกแค่รำคาญ เพราะพอเราลุกขึ้น หรือขยับตัว บิดหลังไปมา สองสามที
อาการก็จะหายไป และจะมีมาแปร๊บๆ ให้รำคาญเป็นช่วงๆ แต่อาการจะไม่แสดงเวลาที่เราลุกเดินปกติ
อาการทั้งหลายเหล่านี้ หากเกิดขึ้นกับตัว อย่าประมาท หรืออย่าไม่ใส่ใจ เพราะมันอันตรายมากๆ เลยนะครับ
หมอนรองกระดูกที่บริเวณกระดูกสันหลังของคุณ กำลังถูกทำลายแบบไม่ใส่ใจ ไปทุกๆ การกระทำจากการนั่งๆ
นอนๆ หลังงอ ท่าซ้ำๆ เดิมๆ ทุกวันๆ
และหากอาการแย่ถึงขีดสุดแล้ว เดินไม่ได้กันเลยทีเดียวนะครับ ทรมาณมากๆ ยืนก็ไม่ได้ นอนก็ปวดทรมาณ
เหมือนตะคริวกินตลอดเวลา ลองนึกภาพดูครับ อนาถสุดๆ คือ นั่งห้องน้ำครับ ปวดแสบทรมานแสนสาหัส
ไม่อยากจะนึกภาพ ทุเรศสิ้นดี ขอใช้คำนี้ครับ ( ใครเคยเป็น คงนึกภาพได้ครับ ใครไม่เคย ให้นึกภาพว่า
กำลังนั่งห้องน้ำ และตะคริวก็กินขาตลอดเวลาการนั่ง ยืดขาออกก็ไม่ได้ ยืดออกได้ก็ไม่หาย ..... สุดๆ จะบรรยาย )
วิธีการรักษา หากเป็นหนัก ก็ยากมากที่จะกลับมาหายร้อยเปอร์เซน และมีแค่สองวิธีคือ
-ผ่าตัด ซึ่งแพทย์เองก็ยังไม่คิดจะเลือกใช้วิธีนี้หากไม่จำเป็น คงเคยได้ยินนะครับ ผ่าแล้ว หนักกว่าเดิม
ดีขึ้นมันก็มีแต่น้อยจนแพทย์เองก็พยายามหลีกเลี่ยง
-กายภาพบำบัด ซึ่งจะกลับมาหายได้มากน้อยอย่างไร ก็ขึ้นกับระดับอาการที่เราเริ่มบำบัดครับ
ส่วนมากก็ 5-6 เดือนขึ้นไป ลากยาวไป 1-2 ปี ก็มีครับ และไม่มีอะไรรับประกัน ว่าจะกลับมาเหมือนเดิม
การตรวจพบ ทำได้โดยการทำ MRI Scan ครับ
มาดูภาพนะครับ เพื่อความเข้าใจ ในแบบชาวบ้าน เวลาไปคุยกับหมอ ก็จะได้นึกภาพออก
นี่คือกระดูกสันหลังของเรา

สังเกตที่บริเวณ ระหว่างกระดูกสันหลังนะครับ มันจะมี Disc หรือ ภาษาชาวบ้านคือ หมอนรองกระดูก
นึกภาพตามเวลาที่เรายืน ก้ม นั่ง กระดูกสันหลังเราก็จะขยับงอไปมา ซึ่งตามธรรมชาติแล้ว ก็จะงอไปข้างหน้า
ตามการขยับตัวในชีวิตประจำวันของเรา เจ้าหมอนพวกนี้แหละครับ ที่จะคอยรองรับ ไม่ให้กระดูกแต่ละข้อ
มาบดกัน ซึ่งบริเวณกระดูกสันหลังคนเรา ก็จะเต็มไปด้วยเส้นประสาทมากมาย ยั้วเยี้ยครับ ลองนึกภาพ
ตามดูนะครับ หากข้อกระดูกสันหลัง บดกันไปมาเรื่อยๆ ซ้ำๆ ท่าเดิมๆ บ่อยๆ แน่นอนว่า เจ้าหมอนรอง
ต้องมีเสื่อมสภาพ ไม่ต่างอะไรกับผ้าเบรครถยนต์ที่ใช้งานหนักๆ ส่วนจะไปเกิดกับข้อไหน ก็ขึ้นกับ
การใช้งานร่างกายของเรา ซึ่งส่วนมาก 2-3 ข้อบริเวณเอว คือสาเหตุของอาการที่ผมนำมาแชร์
ในกระทู้นี้ครับ

ทีนี้ พอหมอนรองกระดูข้อนั้นๆ เสื่อมลง พูดง่ายๆ ก็คือ มันสึก แตกออก ทำให้กระดูกสองชื้นที่หมอนตัว
นั้นรองรับอยู่ เกิดการบดกันไปมา และไปทับเอาเส้นประสาท จึงทำให้เกิดการเจ็บปวดขึ้น
เช่น หากเรานั่งก้มหลังไปข้างหน้านานๆ ก็จะเกิดการบดกันขึ้น ซ้ำๆ แบบรูปตรงกลาง
เห็นภาพนะครับ
ประเด็นสำคัญ อยู่ตรงนี้ครับ ใครทำบุญมามากน้อย วัดกันตรงนี้เลย
คือ กว่าที่เราจะรู้ตัวเนี่ยะ ว่าหมอนรองกระดูกเริ่มเสื่อม คนเรามันรู้เร็ว รู้ช้า ต่างกันครับ
ซึ่งส่วนมาก กว่าคนเราจะรู้ตัว ว่าหมอนเสื่อม ก็คือ มันเสื่อมไปมากแล้ว หรือแทบจะบอกว่า มันสายไป
แล้วที่จะกลับมาเหมือนเดิม.... ฟังดู โครตโหดร้ายครับ
ส่วนคนที่โชคดี คือ พอหมอนเริ่มเสื่อม แต่รู้ตัวทัน และตัวหมอนตัวนั้น ก็ยังคงสภาพดี
แค่มีเสื่อมเฉพาะจุด เหมือนขอบจานที่บิ่นแค่จุดเดียว แต่เสื่อมหนักตรงจุดนั้น
จึงทำให้เกิดอาการเจ็บปวด และรู้ตัวแต่เนิ่นๆ เริ่มรักษาแล้วกลับมาหายได้ปกติ
แต่น้อยคนครับ จะโชคดี
ส่วนมาก กว่าจะรู้ตัว หมอนรองตัวนั้นๆ โดนบด โดนขยี้ ซ้ำไปมาจนเละหลายจุด เหมือนขอบจาน
ที่บิ่น รอยร้าวมีไปทั่ว จนยากแก่การซ่อม
หลายคน ใช้ชีวิตปกติ มีเจ็บตามอาการแบบที่บอกบ้าง แต่แล้วสุดท้าย ทั้งชีวิต ก็ไม่เคยเจ็บหนัก
มันก็มีครับ แต่ไม่ทุกคน
หากเป็นหนักแล้ว ยาอะไรก็รักษาไม่ได้นะครับ มีแต่ยาระงับปวดเท่านั้น ซึ่งบางชนิด ส่งผลร้ายต่อ
ไตอย่างมาก หากรับประทานในระยะยาว
วิธีการรักษาโดยการทำกายภาพ คือทางออกครับ รู้ตัวเร็ว โอกาศกลับมาเป็นปกติก็มีสูง จึงเป็นที่มาของ
การตั้งกระทู้นี้ของผมครับ ก็เพื่อมาเตือนให้เฝ้าระวัง และอย่าคิดว่า มันไม่น่าจะมีอะไร
การทำกายภาพทำได้ง่ายๆ ไม่ยากแต่ต้องทำเรื่อยๆ นึกได้และมีเวลาก็ทำครับ
โดยการทำกายภาพนั้น มันก็คือการให้ร่างกายเรามีการขยับของกระดูกสันหลังบ่อยๆ
เพื่อให้ตัวหมอนเรียนรู้การขยับไปมา ยืดเข้า ยืดออก ตามภาพครับ

** ภาพจาก Google นะครับ ผมทิ้ง Key words ไว้ที่ด้านล่าง หากใครต้องการนำไปหาข้อมูลเพิ่มเติม **
ร่างกายก็จะเรียนรู้ และคอยสร้างเสริมความสมบูรณ์ให้กับตัวหมอน เพราะมันมีการขยับและ
ใช้งานแบบยืดหยุ่นอยู่เรื่อยๆ สังเกตภาพประกอบบริเวณที่วงสีแดงครับ มันคือภาพกระดูกเวลาที่
เราแอ่นหลังให้งอ ซึ่งเป็นหนึ่งในท่าของการบำบัดครับ เห็นภาพนะครับ
คนที่ยังไม่มีอาการ ก็เริ่มทำได้นะครับ ระวังไม่ให้เกิดเลยเป็นดีที่สุด
คิดง่ายๆ ครับ หากหมอนรองบริเวณเอวตรงนั้น สมบูรณ์ โอกาสกระดูกจะมาบดกัน ทับเส้น ก็น้อยลงไป
ดังนั้น อย่านั่ง อย่าทำอะไรท่าเดิมๆ จนเป็นนิสัย ลุกขยับตัวไปมา ยืดเส้นยืดสายบ่อยๆ
การนั่งแล้วลุกขึ้นมา แล้วเจ็บ แสดงว่า ต้องมีอะไรผิดปกติ
อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ กับอาการเจ็บ มันต่างกันนะครับ เราต้องแยกให้ออก
อย่าปล่อยปละละเลย
ก็ฝากกันไว้ครับ ระวังตัวกันด้วย เป็นขึ้นมาไม่คุ้มเลยครับ
Key Words:
Sciatica
Sciatic Nerve Pain
Sciatic Nerve Pain Exercises
Lower Back Pain
=====================================================================
ส่วนตรงนี้ คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับผมนะครับ หากใครอยากอ่าน
ผมเป็นคนเล่นกีฬา อายุตอนเริ่มมีอาการ 39 ครับ และออกกำลังกายเบาๆ วิ่งวันละ 3-5 กิโล สัปดาห์ละ 4 วัน
ก็ยังโดนเจ้าอาการนี้เล่นงานเอาได้ สาเหตุคือ นั่งหน้าคอมนาน 3 ชม อะไรแบบนี้ครับบ่อยๆ
และชอบนั่งเอาหลังพิงหัวเตียงดูฟุตบอล ดูนู่นนี่ บางนี้ก็ 1-2 ชมครับ ไม่รู้ตัว
อาการที่เป็นตอนแรก ก็ตามที่ได้เล่าไป และไม่ได้ไปสนใจครับ
ปล่อยเป็นแบบนั้นไป ประมาณ 6-7 เดือนได้ และแล้ว วันที่ร่างการทนไม่ไหว ก็เล่นงาน
เช้าวันนั้น ตื่นมา ยังเดินได้ปกตินะครับ แล้วจู่ๆ ก็เหมือนโดนตะคริวกินขาขวา ทรุดลงไปนั่ง ยืนไม่ได้
นั่งก็เจ็บ ยืนก็เจ็บ ตลอดเวลา 24 ชม ทรมานมาก กลายสภาพเป็นคนที่นอนได้อย่างเดียว เดินไม่ได้
ไปซะอย่างนั้น
หายามานวด เพราะนึกว่า เป็นอาการเส้นเอน หรือปวดกล้ามเนื้อ
2 สัปดาห์ผ่านไป ก็ไม่หาย ไม่ดีขึ้น ก็คิดไปว่า เตียงอาจจะนิ่มไป ย้ายลงมานอนพื้น จนผ่านไปอีก
1 สัปดาห์ ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น จนต้องไปหาหมอ พอไปถึงก็อธิบายให้หมอฟังตามอาการ ซึ่งหมอก็ให้ยาแก้
ปวดมา เพราะคนปกติ เวลาเกิดอาการนี้ ถ้าไม่มีอะไรก็จะหายได้เอง 6-8 สัปดาห์ แต่ถ้าใช้ชีวิตไม่ระวัง
ก็กลับมาเป็นได้อีกทุกเมื่อ
กรณีของผมนั้น หนักมากครับ คือเดินไม่ได้ ทำอะไรไม่ได้เลย นอนได้อย่างเดียว ยาที่หมอให้มาช่วยอะไรไม่ได้
และเป็นยาแรง ส่งผลร้ายต่อไต ไม่นานจึงต้องกลับไปหาหมออีกครับ ครั้งนี้หมอจับเข้าเครื่องทำ MRI Scan หาสาเหตุ
จึงได้ถึงบางอ้อว่า หมอนรองกระดูกของผม มันเสื่อมครับ โดนกระดูกทับเส้นเกิดอาการเจ็บที่เรียกว่า
Sciatic Nerve Pain
ความโชคดีของผม ซึ่งหมอยังอึ้ง ก็คือ ผลจาก MRI Scan ที่หมอเห็น เป็นภาพกระดูสันหลังผม
มีจุดเสื่อมที่ร้ายแรงชนิดที่ควรต้องผ่าตัด จึงส่งเรื่องผม ไปให้กับหมอเฉพาะทางเพื่อทำการตัดสินใจ
ว่าควรต้องผ่าตัดหรือไม่
ซึ่งสรุปว่า ผมไม่ต้องผ่าตัดครับ
หมอนรองของผมนั้น มันเสื่อมแค่จุดเดียวครับ จุดเล็กๆ แต่ลึกมาก จนทำให้กระดูกไปทับเส้น และทับ
แบบชนิดที่ส่งผลให้เกิดความเจ็บปวดแบบสูงสุด
คนปกติกว่าจะเจ็บแบบสูงสุด ตัวหมอนที่เสื่อมก็มักจะเสื่อมไปมากแล้ว แต่ของผม ตัวหมอนนั้น ยังสภาพดีมากๆ
เกือบ 100% แต่จุดที่มันเสื่อมนั้น ดันเสื่อมแบบจริงจัง และร้ายแรง จึงทำให้ผมรู้ตัวเร็ว
และเริ่มรักษาทำกายภาพตามคำแนะนำหมอ
ฟังดูน่ากลัว แต่เพราะมันเสื่อมแค่จุดเดียว พอตัวหมอนคืนสภาพจากการทำกายภาพ อาการเจ็บก็หายไปแบบ
แทบจะทันทีครับ คือพอตัวหมอนกลับมารองกระดูกได้ ไม่ให้เกิดการทับที่เส้นประสาท อาการเจ็บก็หายไปเลย
ชนิดที่เรียกว่า เมื่อวานยังเจ็บทรมาณแบบสุดๆ แต่รุ่งเช้าอีกวัน หายเป็นปลิดทิ้ง
จากนั้นก็ทำกายภาพเองเรื่อยๆ อาการยังมีบ้างนิดๆ หน่อยๆ แต่กลับมาเดินได้ปกติตั้งแต่วันที่อาการเจ็บหายไป
รวมเวลากลายสภาพเป็นคนนอนได้อย่างเดียว เดินไม่ได้ 2 เดือนครับ อยู่แต่กับเตียง
และระยะเวลาทำกายภาพเบาๆ ต่อเนื่อง 7 เดือน ทุกวันนี้ หายปกติครับ แทบไม่มีอาการหลงเหลืออยู่เลย
และจะยังคงทำกายภาพเบาๆ หรือโยคะเล็กๆ ต่อไปครับ
ขอขอบคุณ คุณหมอทุกท่าน และ รวมถึงคุณหมอที่เป็นน้องสาวแฟน และคุณหมอเพื่อนของเพื่อน ที่ร่วมช่วยให้คำแนะนำ
ในการรักษาและทำกายภาพมา ณ ที่นี้ด้วยครับ
Sciatic Nerve Pain เจ็บที่หลัง แต่ปวดแสบยาวลงไปทั้งขา
เส้นประสาทโดนทับ กระดูกทับเส้น**
**ภาพประกอบจาก Google นะครับ และผมมีทิ้งคำศัพท์พื้นฐานหากใครต้องการเอาไปใช้
เริ่มหาข้อมูลเพิ่มเติม**
กระทู้นี้ ไม่ใช่การแนะนำทางการแพทย์ เป็นการแชร์ประสพการณ์ และอาการ แบบภาษาชาวบ้าน
เพื่อเตือนกันไว้นะครับ ว่าอาการแบบนี้ อย่าประมาทเด็ดขาด
*** ตะคริวที่ใช้ในกระทู้นี้ ไม่ใช่การเป็นตะคริวนะครับ แต่คืออาการการเจ็บปวด แบบเหมือนจะเป็นตะคริว***
*** หากมีอาการรุนแรง เจ็บปวดทรมาน แนะนำพบแพทย์โดยตรงนะครับ อย่ามัวแต่คิดรักษาเอง ***
แรกๆ ผมเองก็คิดว่า ตัวเองเป็นตะคริว จนกระทั้งมาได้เข้าใจว่า แท้จริงมันคือการโดนทับเส้นประสาท
เข้าเรื่องกันเลยนะครับ ไม่ลากยาว ใครก็ตามครับ ที่มีอาการ นั่งนานๆ ไม่ว่าจะนั่งบนเก้าอี้ นั่งบนเตียง
นั่งหลังพิงหัวเตียงดูทีวี หรือขับรถนานๆ หรืออะไรก็แล้วแต่ พอลุกขึ้น ขยับตัว ก็จะมีอาการเจ็บที่หลัง
แต่พอซักพัก อาการเจ็บก็จะหายไป เหมือนไม่มีอะไร
อย่าปล่อยให้เป็นแบบนั้น อย่าละเลย นะครับ
เพราะนานไป มันจะกลายเป็นมีอาการแสบแปร๊บๆ จากระดับเอว ลงไปที่ขา และจะรู้สึกมาก
บริเวณขาหน้าแข้งด้านนอก บริเวณตามภาพนี้นะครับ
https://painarthritisrelief.com/sciatica/
แรกๆ จะรู้สึกแค่รำคาญ เพราะพอเราลุกขึ้น หรือขยับตัว บิดหลังไปมา สองสามที
อาการก็จะหายไป และจะมีมาแปร๊บๆ ให้รำคาญเป็นช่วงๆ แต่อาการจะไม่แสดงเวลาที่เราลุกเดินปกติ
อาการทั้งหลายเหล่านี้ หากเกิดขึ้นกับตัว อย่าประมาท หรืออย่าไม่ใส่ใจ เพราะมันอันตรายมากๆ เลยนะครับ
หมอนรองกระดูกที่บริเวณกระดูกสันหลังของคุณ กำลังถูกทำลายแบบไม่ใส่ใจ ไปทุกๆ การกระทำจากการนั่งๆ
นอนๆ หลังงอ ท่าซ้ำๆ เดิมๆ ทุกวันๆ
และหากอาการแย่ถึงขีดสุดแล้ว เดินไม่ได้กันเลยทีเดียวนะครับ ทรมาณมากๆ ยืนก็ไม่ได้ นอนก็ปวดทรมาณ
เหมือนตะคริวกินตลอดเวลา ลองนึกภาพดูครับ อนาถสุดๆ คือ นั่งห้องน้ำครับ ปวดแสบทรมานแสนสาหัส
ไม่อยากจะนึกภาพ ทุเรศสิ้นดี ขอใช้คำนี้ครับ ( ใครเคยเป็น คงนึกภาพได้ครับ ใครไม่เคย ให้นึกภาพว่า
กำลังนั่งห้องน้ำ และตะคริวก็กินขาตลอดเวลาการนั่ง ยืดขาออกก็ไม่ได้ ยืดออกได้ก็ไม่หาย ..... สุดๆ จะบรรยาย )
วิธีการรักษา หากเป็นหนัก ก็ยากมากที่จะกลับมาหายร้อยเปอร์เซน และมีแค่สองวิธีคือ
-ผ่าตัด ซึ่งแพทย์เองก็ยังไม่คิดจะเลือกใช้วิธีนี้หากไม่จำเป็น คงเคยได้ยินนะครับ ผ่าแล้ว หนักกว่าเดิม
ดีขึ้นมันก็มีแต่น้อยจนแพทย์เองก็พยายามหลีกเลี่ยง
-กายภาพบำบัด ซึ่งจะกลับมาหายได้มากน้อยอย่างไร ก็ขึ้นกับระดับอาการที่เราเริ่มบำบัดครับ
ส่วนมากก็ 5-6 เดือนขึ้นไป ลากยาวไป 1-2 ปี ก็มีครับ และไม่มีอะไรรับประกัน ว่าจะกลับมาเหมือนเดิม
การตรวจพบ ทำได้โดยการทำ MRI Scan ครับ
มาดูภาพนะครับ เพื่อความเข้าใจ ในแบบชาวบ้าน เวลาไปคุยกับหมอ ก็จะได้นึกภาพออก
นี่คือกระดูกสันหลังของเรา
สังเกตที่บริเวณ ระหว่างกระดูกสันหลังนะครับ มันจะมี Disc หรือ ภาษาชาวบ้านคือ หมอนรองกระดูก
นึกภาพตามเวลาที่เรายืน ก้ม นั่ง กระดูกสันหลังเราก็จะขยับงอไปมา ซึ่งตามธรรมชาติแล้ว ก็จะงอไปข้างหน้า
ตามการขยับตัวในชีวิตประจำวันของเรา เจ้าหมอนพวกนี้แหละครับ ที่จะคอยรองรับ ไม่ให้กระดูกแต่ละข้อ
มาบดกัน ซึ่งบริเวณกระดูกสันหลังคนเรา ก็จะเต็มไปด้วยเส้นประสาทมากมาย ยั้วเยี้ยครับ ลองนึกภาพ
ตามดูนะครับ หากข้อกระดูกสันหลัง บดกันไปมาเรื่อยๆ ซ้ำๆ ท่าเดิมๆ บ่อยๆ แน่นอนว่า เจ้าหมอนรอง
ต้องมีเสื่อมสภาพ ไม่ต่างอะไรกับผ้าเบรครถยนต์ที่ใช้งานหนักๆ ส่วนจะไปเกิดกับข้อไหน ก็ขึ้นกับ
การใช้งานร่างกายของเรา ซึ่งส่วนมาก 2-3 ข้อบริเวณเอว คือสาเหตุของอาการที่ผมนำมาแชร์
ในกระทู้นี้ครับ
ทีนี้ พอหมอนรองกระดูข้อนั้นๆ เสื่อมลง พูดง่ายๆ ก็คือ มันสึก แตกออก ทำให้กระดูกสองชื้นที่หมอนตัว
นั้นรองรับอยู่ เกิดการบดกันไปมา และไปทับเอาเส้นประสาท จึงทำให้เกิดการเจ็บปวดขึ้น
เช่น หากเรานั่งก้มหลังไปข้างหน้านานๆ ก็จะเกิดการบดกันขึ้น ซ้ำๆ แบบรูปตรงกลาง
เห็นภาพนะครับ
ประเด็นสำคัญ อยู่ตรงนี้ครับ ใครทำบุญมามากน้อย วัดกันตรงนี้เลย
คือ กว่าที่เราจะรู้ตัวเนี่ยะ ว่าหมอนรองกระดูกเริ่มเสื่อม คนเรามันรู้เร็ว รู้ช้า ต่างกันครับ
ซึ่งส่วนมาก กว่าคนเราจะรู้ตัว ว่าหมอนเสื่อม ก็คือ มันเสื่อมไปมากแล้ว หรือแทบจะบอกว่า มันสายไป
แล้วที่จะกลับมาเหมือนเดิม.... ฟังดู โครตโหดร้ายครับ
ส่วนคนที่โชคดี คือ พอหมอนเริ่มเสื่อม แต่รู้ตัวทัน และตัวหมอนตัวนั้น ก็ยังคงสภาพดี
แค่มีเสื่อมเฉพาะจุด เหมือนขอบจานที่บิ่นแค่จุดเดียว แต่เสื่อมหนักตรงจุดนั้น
จึงทำให้เกิดอาการเจ็บปวด และรู้ตัวแต่เนิ่นๆ เริ่มรักษาแล้วกลับมาหายได้ปกติ
แต่น้อยคนครับ จะโชคดี
ส่วนมาก กว่าจะรู้ตัว หมอนรองตัวนั้นๆ โดนบด โดนขยี้ ซ้ำไปมาจนเละหลายจุด เหมือนขอบจาน
ที่บิ่น รอยร้าวมีไปทั่ว จนยากแก่การซ่อม
หลายคน ใช้ชีวิตปกติ มีเจ็บตามอาการแบบที่บอกบ้าง แต่แล้วสุดท้าย ทั้งชีวิต ก็ไม่เคยเจ็บหนัก
มันก็มีครับ แต่ไม่ทุกคน
หากเป็นหนักแล้ว ยาอะไรก็รักษาไม่ได้นะครับ มีแต่ยาระงับปวดเท่านั้น ซึ่งบางชนิด ส่งผลร้ายต่อ
ไตอย่างมาก หากรับประทานในระยะยาว
วิธีการรักษาโดยการทำกายภาพ คือทางออกครับ รู้ตัวเร็ว โอกาศกลับมาเป็นปกติก็มีสูง จึงเป็นที่มาของ
การตั้งกระทู้นี้ของผมครับ ก็เพื่อมาเตือนให้เฝ้าระวัง และอย่าคิดว่า มันไม่น่าจะมีอะไร
การทำกายภาพทำได้ง่ายๆ ไม่ยากแต่ต้องทำเรื่อยๆ นึกได้และมีเวลาก็ทำครับ
โดยการทำกายภาพนั้น มันก็คือการให้ร่างกายเรามีการขยับของกระดูกสันหลังบ่อยๆ
เพื่อให้ตัวหมอนเรียนรู้การขยับไปมา ยืดเข้า ยืดออก ตามภาพครับ
** ภาพจาก Google นะครับ ผมทิ้ง Key words ไว้ที่ด้านล่าง หากใครต้องการนำไปหาข้อมูลเพิ่มเติม **
ร่างกายก็จะเรียนรู้ และคอยสร้างเสริมความสมบูรณ์ให้กับตัวหมอน เพราะมันมีการขยับและ
ใช้งานแบบยืดหยุ่นอยู่เรื่อยๆ สังเกตภาพประกอบบริเวณที่วงสีแดงครับ มันคือภาพกระดูกเวลาที่
เราแอ่นหลังให้งอ ซึ่งเป็นหนึ่งในท่าของการบำบัดครับ เห็นภาพนะครับ
คนที่ยังไม่มีอาการ ก็เริ่มทำได้นะครับ ระวังไม่ให้เกิดเลยเป็นดีที่สุด
คิดง่ายๆ ครับ หากหมอนรองบริเวณเอวตรงนั้น สมบูรณ์ โอกาสกระดูกจะมาบดกัน ทับเส้น ก็น้อยลงไป
ดังนั้น อย่านั่ง อย่าทำอะไรท่าเดิมๆ จนเป็นนิสัย ลุกขยับตัวไปมา ยืดเส้นยืดสายบ่อยๆ
การนั่งแล้วลุกขึ้นมา แล้วเจ็บ แสดงว่า ต้องมีอะไรผิดปกติ
อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ กับอาการเจ็บ มันต่างกันนะครับ เราต้องแยกให้ออก
อย่าปล่อยปละละเลย
ก็ฝากกันไว้ครับ ระวังตัวกันด้วย เป็นขึ้นมาไม่คุ้มเลยครับ
Key Words:
Sciatica
Sciatic Nerve Pain
Sciatic Nerve Pain Exercises
Lower Back Pain
=====================================================================
ส่วนตรงนี้ คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับผมนะครับ หากใครอยากอ่าน
ผมเป็นคนเล่นกีฬา อายุตอนเริ่มมีอาการ 39 ครับ และออกกำลังกายเบาๆ วิ่งวันละ 3-5 กิโล สัปดาห์ละ 4 วัน
ก็ยังโดนเจ้าอาการนี้เล่นงานเอาได้ สาเหตุคือ นั่งหน้าคอมนาน 3 ชม อะไรแบบนี้ครับบ่อยๆ
และชอบนั่งเอาหลังพิงหัวเตียงดูฟุตบอล ดูนู่นนี่ บางนี้ก็ 1-2 ชมครับ ไม่รู้ตัว
อาการที่เป็นตอนแรก ก็ตามที่ได้เล่าไป และไม่ได้ไปสนใจครับ
ปล่อยเป็นแบบนั้นไป ประมาณ 6-7 เดือนได้ และแล้ว วันที่ร่างการทนไม่ไหว ก็เล่นงาน
เช้าวันนั้น ตื่นมา ยังเดินได้ปกตินะครับ แล้วจู่ๆ ก็เหมือนโดนตะคริวกินขาขวา ทรุดลงไปนั่ง ยืนไม่ได้
นั่งก็เจ็บ ยืนก็เจ็บ ตลอดเวลา 24 ชม ทรมานมาก กลายสภาพเป็นคนที่นอนได้อย่างเดียว เดินไม่ได้
ไปซะอย่างนั้น
หายามานวด เพราะนึกว่า เป็นอาการเส้นเอน หรือปวดกล้ามเนื้อ
2 สัปดาห์ผ่านไป ก็ไม่หาย ไม่ดีขึ้น ก็คิดไปว่า เตียงอาจจะนิ่มไป ย้ายลงมานอนพื้น จนผ่านไปอีก
1 สัปดาห์ ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น จนต้องไปหาหมอ พอไปถึงก็อธิบายให้หมอฟังตามอาการ ซึ่งหมอก็ให้ยาแก้
ปวดมา เพราะคนปกติ เวลาเกิดอาการนี้ ถ้าไม่มีอะไรก็จะหายได้เอง 6-8 สัปดาห์ แต่ถ้าใช้ชีวิตไม่ระวัง
ก็กลับมาเป็นได้อีกทุกเมื่อ
กรณีของผมนั้น หนักมากครับ คือเดินไม่ได้ ทำอะไรไม่ได้เลย นอนได้อย่างเดียว ยาที่หมอให้มาช่วยอะไรไม่ได้
และเป็นยาแรง ส่งผลร้ายต่อไต ไม่นานจึงต้องกลับไปหาหมออีกครับ ครั้งนี้หมอจับเข้าเครื่องทำ MRI Scan หาสาเหตุ
จึงได้ถึงบางอ้อว่า หมอนรองกระดูกของผม มันเสื่อมครับ โดนกระดูกทับเส้นเกิดอาการเจ็บที่เรียกว่า
Sciatic Nerve Pain
ความโชคดีของผม ซึ่งหมอยังอึ้ง ก็คือ ผลจาก MRI Scan ที่หมอเห็น เป็นภาพกระดูสันหลังผม
มีจุดเสื่อมที่ร้ายแรงชนิดที่ควรต้องผ่าตัด จึงส่งเรื่องผม ไปให้กับหมอเฉพาะทางเพื่อทำการตัดสินใจ
ว่าควรต้องผ่าตัดหรือไม่
ซึ่งสรุปว่า ผมไม่ต้องผ่าตัดครับ
หมอนรองของผมนั้น มันเสื่อมแค่จุดเดียวครับ จุดเล็กๆ แต่ลึกมาก จนทำให้กระดูกไปทับเส้น และทับ
แบบชนิดที่ส่งผลให้เกิดความเจ็บปวดแบบสูงสุด
คนปกติกว่าจะเจ็บแบบสูงสุด ตัวหมอนที่เสื่อมก็มักจะเสื่อมไปมากแล้ว แต่ของผม ตัวหมอนนั้น ยังสภาพดีมากๆ
เกือบ 100% แต่จุดที่มันเสื่อมนั้น ดันเสื่อมแบบจริงจัง และร้ายแรง จึงทำให้ผมรู้ตัวเร็ว
และเริ่มรักษาทำกายภาพตามคำแนะนำหมอ
ฟังดูน่ากลัว แต่เพราะมันเสื่อมแค่จุดเดียว พอตัวหมอนคืนสภาพจากการทำกายภาพ อาการเจ็บก็หายไปแบบ
แทบจะทันทีครับ คือพอตัวหมอนกลับมารองกระดูกได้ ไม่ให้เกิดการทับที่เส้นประสาท อาการเจ็บก็หายไปเลย
ชนิดที่เรียกว่า เมื่อวานยังเจ็บทรมาณแบบสุดๆ แต่รุ่งเช้าอีกวัน หายเป็นปลิดทิ้ง
จากนั้นก็ทำกายภาพเองเรื่อยๆ อาการยังมีบ้างนิดๆ หน่อยๆ แต่กลับมาเดินได้ปกติตั้งแต่วันที่อาการเจ็บหายไป
รวมเวลากลายสภาพเป็นคนนอนได้อย่างเดียว เดินไม่ได้ 2 เดือนครับ อยู่แต่กับเตียง
และระยะเวลาทำกายภาพเบาๆ ต่อเนื่อง 7 เดือน ทุกวันนี้ หายปกติครับ แทบไม่มีอาการหลงเหลืออยู่เลย
และจะยังคงทำกายภาพเบาๆ หรือโยคะเล็กๆ ต่อไปครับ
ขอขอบคุณ คุณหมอทุกท่าน และ รวมถึงคุณหมอที่เป็นน้องสาวแฟน และคุณหมอเพื่อนของเพื่อน ที่ร่วมช่วยให้คำแนะนำ
ในการรักษาและทำกายภาพมา ณ ที่นี้ด้วยครับ