สุขสันต์วันครบรอบของเรา จากกรุงเทพถึงกรุงโซล

สวัสดีครับ
หลังจากที่ไม่ได้เขียนกระทู้มานานกว่า3ปี ผมอยากจะกลับเข้ามาบันทึกสิ่งดีๆที่เกิดขึ้นในชีวิตสักหน่อยครับ

ต้องบอกก่อนว่าผมเป็นเกย์เงียบๆที่ยังไม่ได้เปิดอกกับที่บ้าน ประกอบกับที่บ้านก็เป็นครอบครัวคนจีนด้วย อากงอาม่าก็ดูจะตั้งความหวังไว้พอสมควรว่าจะต้องได้อุ้มหลานที่ผลิตมาจากผมในเร็วๆนี้ การเป็นลูกชายคนโตยิ่งทำให้ผมกดดันเข้าไปใหญ่ กลัวว่าถ้าวันนึงบอกไป พ่อแม่แกจะเสียใจ

ผมพึ่งจะเริ่มบอกกับคนรอบข้างก็ตอนเริ่มทำงานแล้ว เพราะฉะนั้นเพื่อนๆพี่ๆที่ทำงานจะรู้หมดว่าผมชอบผู้ชาย

ผมได้เจอคนเกาหลีคนนึงตอนเขามาเที่ยวที่ไทยครับ เรารู้จักกันจากแอพครับ ตอนนั้นผมโสดสนิท จำได้ว่าโสดมาเกือบหนึ่งปีเพราะความรักครั้งที่แล้วพังไม่เป็นท่า ผมก็เลยแอบเข็ดและไม่ได้ไขว่คว้าอะไรเลยเป็นเวลานานอยู่ ต้องขอบคุณตัวเองมากที่ตัดสินใจเดินออกมาจากตรงนั้น เพราะตอนนั้นผมพยายามมากๆ มันฝืนมากๆ มองย้อนกลับไปเรารักเขามากกว่าตัวเอง จริงๆแล้วคือเราไม่ได้รักตัวเองเลย มันเป็นช่วงเวลาที่เหนื่อยแบบบอกไม่ถูก เหมือนถูกมนต์ดำเข้าสิง แต่ก็ทำให้ผมโตขึ้นมากๆเหมือนกัน 10เดือนที่เป็นโสดตอนนั้นมันดีมาก ผมได้มีเวลาอยู่กับตัวเอง ตกผลึกความคิดต่างๆ และกลับมาเป็นตัวเองอีกครั้ง

พี่เกาหลีคนนี้ เขาแก่กว่าผม4ปีครับ ตอนที่เจอกันผมอายุ26ส่วนพี่เขา30 เราคุยกันทางข้อความแล้วก็มีนัดเจอกันครั้งนึง ด้วยความที่เป็นเกาหลีแท้ๆ พี่เขาพูดอังกฤษแทบไม่ได้เลย คนเกาหลีรุ่นใหม่ส่วนใหญ่จะพอพิมพ์อังกฤษได้ แต่พูดไม่ค่อยได้ครับ เพราะในโรงเรียนก็จะเน้น grammar แล้วก็ writing ตอนที่เจอกันครั้งแรกก็ทุลักทุเลครับ คือใช้ภาษามือบ้าง Google Translate บ้าง มีแลก Line กัน แต่แยกย้ายกันผมก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเลย แล้วก็ไม่ได้คิดจะสานต่อด้วยซ้ำ แต่หลังจากที่เจอกัน พี่แกก็ไม่หยุดความพยายาม แอ๊ดตัว Translator มาใน Chat เพื่อแปลภาษา ก็คือถ้าเขาพิมพ์เกาหลีมา มันจะมีข้อความแปลให้เป็นอังกฤษอัตโนมัต ส่วนเวลาผมพิมพ์อังกฤษไป มันก็จะส่งคำแปลเป็นเกาหลีอัตโนมัตเช่นกัน ณ ตอนนั้นพี่เขาทักมาผมก็ตอบไปตามมารยาทเพราะตัวเองก็โสด แต่ไม่ได้คิดอะไรจริงๆ แกถามเรื่องว่าไปเที่ยวที่โน่นนี่มีอะไรแนะนำไหมแล้วก็ชวนคุยเรื่อยเปื่อย ถามมาตอบไปจนกระทั่งพี่เขาบินกลับ แต่กลับไปก็ยังทักมาหาเราบ่อยมาก ถามสารทุกข์สุขดิบชวนคุยนุ่นนี่ซึ่งผมก็คุยกับเขานะ ทักมาทุกวันๆเช้าสายบ่ายเย็นก็คุยไปเรื่อยโดยมีตัว Translator เชื่อมเราสองคน บางทีแปลมาแปลกๆก็ต้อง copy ประโยคเกาหลีนั้นไปแปลใน Google Translate อีกทีเพราะไม่เข้าใจ จนเข้ามาดูใน history ถึงรู้ว่าเราคุยกับพี่เขาเยอะมาก มากแบบมากๆ จนผมเริ่มถามเพื่อนว่ามันแปลกๆเปล่าวะ ตอนนั้นความรู้สึกก็แปลกๆแล้วเช่นกัน จำได้ว่ามีประโยคนึงที่พี่เขาถามว่า คุยกันเยอะขนาดนี้แล้วรู้สึกอะไรกับเขาบ้างหรือยัง ผมก็ตอบไปแบบแบ่งรับแบ่งสู้ว่า ก็นิดนึงนะ ประมาณว่าเออก็รู้สึกดีด้วย (แต่จริงๆในใจก็รู้สึกดีด้วยจริงๆแหละ) คำพูดหลายๆประโยคถึงแม้ถูกแปลเป็นอังกฤษแล้ว แต่รู้สึกได้ถึงความจริงจังของพี่เขา เราคุยกันไปเกือบเดือนพี่เขาก็ตัดสินใจซื้อตั๋วเครื่องบินบินมาหาผมอีก ตอนนั้นก็รู้แหละว่าพี่เขาเดินเครื่องเต็มที่แล้ว ส่วนในใจก็ยังสับสนอยู่ว่าเราพร้อมหรือยัง

*เดี๋ยวพรุ่งนี้จะมาเขียนต่อนะครับ*
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่