การต่อสู้เพื่อแย่งชิงดินแดนปาเลสไตน์ (ตอนที่2)

https://pantip.com/topic/39769887
กะทู้แรก ได้กล่าวถึง ความเป็นมาของชาวยิว และดินแดนปาเลสไตน์   และสาเหตุที่คนยิวต้องสร้างรัฐยิว   ตลอดจนกำเนินองค์การไซออนิสต์  ที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างที่อยู่รัฐอิสราเอล  และการเริ่มต้นอพยพของคนยิว  

ตอนที่สอง  จะกล่าวถึง  การอพยพของคนยิว  เข้าสู่ดินแดนปาเลสไตน์  และปัญหาต่างในปาเลสไตน์ ที่อังกฤษและชาติมหาอำนาจเช่นสหรัฐ ตลอดจนยูเอ็นเข้ามาเกี่ยวข้อง 

อาลียาห์ ที่สอง  

.            ถ้าชีวิตและความคิดของแฮร์ทเซิล    เป็นเหตุการณ์ก่อตั้งรัฐ ครั้งแรก  ช่วยให้ลักธิไซออนิสต์ในทางการเมืองอยู่รอด    
ความสำเร็จในการจัดตั้งรัฐยิว    จะไม่สำเร็จ   ถ้าไม่มีการอพยพขนานใหญ่ของคนยิวจากรัสเซีย     หลังจากการปฏิวัติที่ไร้ผลในปี 1905  

.             แต่กระนั้น ช่วงนี้ คนส่วนใหญ่( มิใช่เฉพาะคนยิว)  ตัดสินใจออกไปแสวงหาเสรีภาพ  และโอกาสในแผ่นดินทองโพ้นทะเล ( Yid- dish “แผ่นดินทอง”)  ประเทศที่คนส่วนใหญ่เลือก  คือ  สหรัฐอเมริกา   

.             แต่ชายหญิงซึ่งยึดมั่นอุดมการณ์ที่ค่อนข้างเพ้อฝัน เช่นคนยิว  เลือกไปปาเลสไตน์    ผู้ตั้งถิ่นฐานชาวยิวที่มีศรัทธาแรงกล้าและอุทิศตัวเหล่านี้                 เรียกว่า อาลียาที่สอง (ปี1905-1914) ช่วยสร้างสถาบันในช่วงเริ่มต้น ของชุมชนคนยิว ในปาเลสไตน์ : ได้แก่  โรงเรียน, นสพ., โรงภาพยนต์,สโมสรกีฬา,  สหภาพการค้า, โรงงานที่คนงานเป็นเจ้าของ,  และพรรคการเมือง 
 
.             เนื่องจากคนยิวที่เข้าไปในปาเลสไตน์  พูดภาษาต่างๆ กัน  ตามประเทศ ที่คนยิวมา   การขึ้นสู่อำนาจ (หรือolim)   ทำให้เกิดความพยายามต่อเนื่อง  เพื่อฟื้นฟูภาษาฮีบรู   ใช้เป็นภาษาพูดและภาษาเขียน  ไม่นาน เด็กยิว  และผู้ใหญ่หนุ่มสาว  ในปาเลสไตน์   พูดภาษาฮีบรู  เป็นภาษาแรก

.             ความสำเร็จมากที่สุด  เป็นประสบการณ์ที่มีชื่อเสียง ในการตั้งถิ่นฐานทำเกษตรกรรม เรียกว่าคิบบูช  (ฟาร์มรวม)   ที่บ้าน สัตว์ และเครื่องมือทำฟาร์ม  เป็นของกลุ่ม หรือเป็นของส่วนรวม  การตัดสินใจทำในระบอบประชาธิปไตย   และงานทุกชนิด  (รวมทั้งทำอาหาร,ทำความสะอาด,  การเลี้ยงเด็ก) สมาชิกเข้ามาร่วม   ไม่ใช่ลักธิคิบบุช ทุกแห่งประสบความสำเร็จ แต่ที่อยู่รอดที่สุด เพราะสมาชิกคิบบุช  อุทิศตน ให้กับการสร้างที่อยู่ของประชาชาติยิว  และการไถ่คืนแผ่นดินด้วยแรงงานของชาวคิบบุช    

.            แม้การขึ้นสูงอำนาจ(olim) ส่วนใหญ่ เกิดขึ้นในเมือง  รวมทั้งสิ่งที่กลายเป็นเมืองของชาวยิวทุกคน   ครั้งแรกในปวศ.ยุคใหม่     
เมืองเทล  อาวิช  เป็นคิบบุชตัวอย่าง    จิตวิญญาณบุกเบิกของอิสราเอล: ประกอบด้วย อุดมคติ, การพึ่งพาตนเอง,    และที่คนนอกดูหมิ่นและรังเกียจ   ก็คือ  ชาวคิบบุช   ทำงานหนัก  เป็นเวลาหลายชม.  เพื่อประโยชน์ทางวัตถุอย่างน่าสงสาร  
.            แต่คนยิว   ติดสินใจที่จะพัฒนาแผ่นดินของพวกยิว (ที่ดินซื้อโดยใช้เงินกองทุนในราคาสูงลิ่ว คนอาหรับที่ไปอยู่ที่อื่น  และเจ้าของที่ดินชาวเติร์ก)  คนงานยิวใช้แรงงานของตนเอง  โดยไม่หันไปพึ่งพา ชาวนาอาหรับที่ค่าแรงงานถูก เพราะผู้บุกเบิกที่เป็นอาลียาห์ที่สอง   มีความกล้าหาญ   เต็มไปด้วยความคิดริเริ่มและสามารถแก้ปัญหาได้ดี เป็นผู้ก่อตั้งของสิ่งที่กลายเป็นรัฐอิสราเอล  

.            เราอาจลืมว่า การขึ้นสูงอำนาจ   ในไม่ช้าก็สูญเสียความกระตือรือร้น  จากการเผชิญกับความเสี่ยงและสูญเปล่านี้   ฤดูร้อนที่อากาศร้อน  ฤดูหนาวลมแรงและฝนตก,  หนองบึงที่มีเชื้อมาเลเรีย, เนินเขาเต็มไปด้วยหิน,  ทะเลทรายที่มีน้ำมัน, ทำให้ ความร้อนรน ของผู้บุกเบิกหนุ่มสาวจำนวนมากมืดมัว   
 
.             เผ่าอาหรับเร่ร่อน   ชาวนาปล้นสะดม คิบบุช  ลูกพี่ลูกน้องของชาวคิบบุชในจ๊าฟฟา และเยรูซาเล็มจับตาดูลักธิไซออนนิสต์   ด้วยความสงสัย และมีความรู้สึกชาตินิยม     เข้าใจได้ว่า    คนอาหรับ    คัดค้านแผนการตั้งอาณานิคม     ที่ดูเหมือนจะมายึดทรัพย์จากคนอาหรับ  และลดสถานะลงเป็นคนชั้นสอง    หรือแบ่งแยกชีเรีย      คนอาหรับกำลังประท้วงในสื่อของอาหรับเรียบร้อยและในสภาออตโตมาน   กับการตั้งถิ่นฐานต่างชาติและ  แผนการของพวกยิว   ที่จะตั้งรัฐยิวในปาเลสไตน์      

.            รัฐบาลออตโตมาน,  ทั้งก่อนและหลังการปฏิวัติยังเติร์ก ปี 1908   ขัดขวาง การตั้งนิคมขาวยิว  เนื่องจากกลัว  ว่าจะเกิดปัญหาระดับชาติอื่น  กับคนที่อยู่ในบันข่าน  และดินแดนอาหรับ  จนถึงการแยกจักรวรรดิ์ออกเป็นส่วนๆ    ไม่มีรัฐบาลยุโรปชาติใด กล้าเสี่ยงคัดค้าน อิสตันบูล โดยการสนับสนุน การตั้งถิ่นฐานชาวยิวในปาเลส 
 
.            อังกฤษและปัญหาปาเลสไตน์
 
.            สงครามโลกครั้งที่ 1 เป็นเหตุการณ์ ที่สาม ที่ช่วยให้ขบวนการไซออนนิสต์ทางการเมือง ไม่สูญสลาย  คู่สงครามทั้งสองฝ่ายต้องการให้ยิวหนุนหลัง      ปี 1914  ศูนย์กลางการเคลื่อนไหวใหญ่ของขบวนการไซออนิสต์   อยู่ที่กรุงเบอร์ลิน   คนยิวที่เป็นตัวเชื่อมทางการเมือง  ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ (และหนุนหลัง)  ประเทศที่เป็นศูนย์กลางอำนาจ: ได้แก่เยอรมัน  ออสเตรีย-ฮังการี,  และจักรวรรดิออตโตมาน  
 
 .           จนไปถึงปี 1917 เมื่อสหรัฐเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 1  สหรัฐอยู่ข้างพันธมิตร,  คนยิวอเมริกัน  เข้าข้างประเทศที่เป็นศูนย์กลางอำนาจ     เพราะคนยิวอเมริกา เกลียดผู้ปกครองราชวงศ์ซาร์แห่งรัสเซีย        ประเทศรัสเซียเป็นประเทศที่คนยิวจำนวนมาก พยายามหนีออกมา   เมื่อโค่นล้มซาร์ ราวต้นปี 1917 ได้แล้ว   รัสเซียหันมาสนับสนุนขบวนการไซออนิสต์       แต่ตอนนี้ มีประเด็นใหม่ที่ต้องจัดการ (ที่คนยิวรัสเซียส่วนใหญ่ ก็ชอบด้วย)  คือทำยังไง ให้สงครามดำเนินต่อไป  ปีนั้น เป็นปีสำคัญในสงครามโลกครั้งที่ 1   เยอรมัน ต้องการ ให้ยิวสนับสนุนด้วย  แต่เยอรมันไม่สามารถสนับสนุนลักธิไออนนิสต์    เนื่องจากเยอรมัน มีความสัมพันธ์กับอ๊อตโตมาน  ที่เป็นเจ้าของปาเลสไตน์ ตอนนั้น นี่คือเหตุผลที่อังกฤษก้าวเข้ามา
 
 
.            ปฏิญญาบัลโฟร์
 
.            แม้ว่าอังกฤษจะมีความสัมพันธ์กับคนยิวน้อย   อังกฤษจะพูดจะทำอะไร กับไซออนิสต์  ก็ดูจะได้เต็มที่    ที่อังกฤษมีไซออนนิสต์  เอาจริงเอาจังคนหนึ่ง ชื่อเชม ไวท์แมนน์    เป็นนักเคมี   มีชื่อเสียงตอนเริ่มสงครามจากการทำสารติดไฟได้ ( ก่อนนี้  นำเข้าจากเยอรมัน) สารนี้ ใช้ทำระเบิด   การค้นพบของไวท์แมนน์ ทำให้เขาเป็นนักเขียนชั้นนำ    และก้าวสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีคนแรกของอิสราเอล    นายกรัฐมนตรี  ลอยด์ จอร์จ  หันมาสนับสนุนไซออนิสต์จากการอ่านไบเบิล            ไวท์แมนน์  ยังอยู่เบื้องหลัง รมต ต่างประเทศ   ลอร์ดบัลโฟร์   บัลโฟร์   แจ้งไซออนิสต์อังกฤษ ทราบถึงการตัดสินใจของครม.  เป็นที่มาของจดหมายที่เรียกว่า ปฏิญญาบัลโฟร์   จดหมายกล่าวว่า: 
 
.            รัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเห็นชอบกับการจัดตั้งในปาเลสไตน์  เป็นที่อยู่ประชาชาติชาวยิว และจะใช้ความพยายามที่ดีที่สุดไซออนิสต์เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์นี้   เป็นที่เข้าใจกันอย่างชัดเจนว่าจะไม่ทำอะไร ที่อาจก่อให้เกิด อัคติเกี่ยวกับสิทธิทางศาสนาและพลเรือน ของชุมชนที่ไม่ใช่ยิวที่ยังอยู่ในปาเลสไตน์  หรือสิทธิและสถานะทางการเมือง   ที่คนยิวจากประเทศอื่นๆจะไปร่วมด้วย 
 
.            เนื่องจากปฏิญญา นี้   ไซออนิสต์มองว่า เป็นกฎบัตรของไซออนิสต์ทางการเมือง ที่ไซออนิสต์ควรตรวจดูอย่างละเอียด ปฏิญญา นี้ไม่ได้กล่าวว่าอังกฤษจะเปลี่ยนปาเลสไตน์ เป็นรัฐยิว ความจริง  ยังไม่มีการระบุเขตแดนชัดเจนแน่นอน  ซึ่งอังกฤษต้องไปเจรจากับเติร์กอีกที  รัฐบาลอังกฤษสัญญาเพียงว่าจะช่วยสร้างที่อยู่ของประชาชาติยิว ในปาเลสไตน์ นอกจากนั้น ยังให้สัญญา  ไม่ทำอันตราย สิทธิทางศาสนาและพลเรือน ของคนที่มิใช่ยิว ของปาเลสไตน์  

.            กล่าวคือ 93 เปอร์เซ็นต์  ของคนที่อยู่ในปาเลสไตน์   เป็นมุสลิมและคต.  พูดภาษาอาราบิคและกลัวจะถูกตัดขาดจากประเทศ อาหรับอื่น   และอยู่ในฐานะประชากรชั้นสอง     ในรัฐของประชาชาติยิว        ทั้งอังกฤษและขบวนการไซออนิสต์   น่าจะมีหนทางทำให้คนพวกนี้สงบและระงับความกลัวของคนเหล่านี้   ตลอดจนประกันสิทธิของพวกนี้   แต่อังกฤษและไซออนิสต์ไม่เคยทำ   

.              กล่าวได้ว่า อาหรับมองว่าการต่อสู้แย่งชิงปาเลสไตน์  มีความสำคัญ    แม้กระทั่งตอนนี้  ประเด็นร้อนแรงที่สุด  ของความขัดแย้ง อาหรับ-อิสราเอล คือการให้คำจำกัดความสิทธิตามกฎหมาย  ของชาวอาหรับปาเลสไตน์   โดยสรุปปฏิญญาบัลโฟร์    ยังสนใจเรื่อง ความกลัวของชาวยิว ที่เลือกอยู่นอกปาเลสไตน์    ทั้งไม่อยากเสียสิทธิและสถานะ ที่ไซออนิสต์ได้มา  ตอนที่อยู่ในประเทศที่มีระบอบปชต.เสรีนิยม เช่นอังกฤษ, ฝรั่งเศส, และสหรัฐ  จนถึงการขึ้นมาของฮิตเลอร์    ที่ไซออนิสต์ที่เป็นขาวยิวกลุ่มน้อยเล็กๆ นี้   อยู่เบื้องหลังฮิตเลอร์
 
.             ปฏิญญา บัลโฟร  ดูเหมือนจะรับประกันว่า ว่ารัฐบาลอังกฤษ  จะควบคุมปาเลสไตน์ หลังสงคราม  พร้อมกับคำมั่นว่า จะสร้างที่อยู่ของประชาชาติยิวที่นั่น  ให้เรามาดูว่าอะไรที่เกิดขึ้นจริงๆ
แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  ประวัติศาสตร์ตะวันตก ปาเลสไตน์ ประเทศอิสราเอล
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่