เรื่องมีอยู่ว่าจะเดินทางจากกรุงเทพฯ ไป คยาและพาราณสี อินเดีย ระหว่างวันที่ 26-29 กพ. 2563 ที่ผ่านมา จึงได้เลือกซื้อประกันเดินทางเผื่อเหตุฉุกเฉินกับบริษัท กรุงไทยพานิชประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยเดินทางระหว่าง DMK-GAY-VNS-DMK ปรากฎว่าในวันที่ 28 กพ. จะต้องออกเดินทางจากคยาไปพาราณสี ด้วยสายการบิน Indigo เที่ยวบิน 6E-7715 ออกเดินทางเวลา 12.45 น. ถึงสนามบินพาราณสี เวลา 13.40 น. แต่เมื่อไปถึงสนามบินคยา เวลาประมาณ 10.30 น. สายการบิน Indigo แจ้งว่าเที่ยวบินถูกยกเลิก จากเดิมออกเดินทางวันที่ 28 กพ. กำหนดการออกเดินทางใหม่คือ วันที่ 29 กพ. เที่ยวบินเดิมและเวลาเดิม (ซวยแล้ว) ก็เลยสอบถามทางสายการบินว่า มีเที่ยวบินถัดไปในวันนี้ (วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563) หรือไม่ โดยได้รับคำตอบว่ามีแต่จะทำให้เที่ยวบินล่าช้ามากกว่าเดิม (อีกทั้งตัวเองก็จำไม่ได้ว่า วีซ่าที่ขอมาอินเดียเป็นแบบ E-Visa ซึ่งเข้าได้เฉพาะบางเมืองของอินเดีย ถ้าเปลี่ยนเที่ยวบินใหม่ที่ออกวันนี้ เมืองที่เปลี่ยนเครื่องจะใช้ E-Visa Transit ได้หรือไม่) สอบถามเจ้าหน้าที่สายการบิน Indigo ก็แจ้งว่าแนวปฏิบัติของทางสายการบิน โดยปกติถ้ายกเลิกเที่ยวบินแล้ว ถ้าผู้โดยสารไม่ได้แจ้งความประสงค์ขอเปลี่ยนเป็นเที่ยวบินอื่น สายการบินจะเปลี่ยนให้เป็นเที่ยวบินเดิมในวันถัดไป (เนื่องจากเที่ยวบินที่จองมาเป็นเที่ยวบินเดียวที่บินตรง ไม่ตรงเปลี่ยนเครื่องหรือ Transit เมืองอื่นๆ ในอินเดีย) สรุปก็คือ จำใจยอมเปลี่ยนเที่ยวบินจากวันที่ 28 เป็นวันที่ 29 กพ. เอาความชัวร์ เพราะไม่แน่ใจว่าถ้าเลือกเปลี่ยนเที่ยวบินที่ต้องไป Transit จะมีปัญหาเรื่องวีซ่าหรือเปล่า (เท่ากับว่าเครื่องดีเลย์ล่าช้าไป 24 ชม.พอดี)
ที่นี้มาดูว่าทำไมถึงตัดสินใจยอมเปลี่ยนเที่ยวบินเป็นวันรุ่งขึ้น เพราะในแต่ละวันสายการบิน Indigo มีเที่ยวบินจากสนามบินคยาไปสนามบินพาราณสี วันละ 4 เที่ยวบิน ดังนี้
1. เที่ยวบินแรกบินตรง ออกเดินทางจากสนามบินคยา เวลา 12.45 น. ถึงสนามบินพาราณสี เวลา 13.40 น. (ซึ่งเป็นเที่ยวบินที่จอง และถูกยกเลิก ใช้เวลาเดินทาง 55 นาที)
2. เที่ยวบินที่ 2 ออกเดินทางจากสนามบินคยา เวลา 15.10 น. ถึงสนามบินพาราณสี เวลา 23.40 น. ซึ่งจะต้องเปลี่ยนเครื่อง 2 ครั้งที่เมืองกัลกัตตา (CCU) และภูวเนศวร (BBI) ใช้เวลาเดินทาง 8 ชม. 30 นาที
3. เที่ยวบินที่ 3 ออกเดินทางจากสนามบินคยา เวลา 15.10 น. ถึงสนามบินพาราณสี เวลา 09.30 น. ของวันถัดไป ซึ่งจะต้องเปลี่ยนเครื่อง 1 ครั้งที่เมืองกัลกัตตา (CCU) ใช้เวลาเดินทาง 18 ชม. 20 นาที
4. เที่ยวบินที่ 4 ออกเดินทางจากสนามบินคยา เวลา 15.10 น. ถึงสนามบินพาราณสี เวลา 07.40 น. ของวันถัดไป ซึ่งจะต้องเปลี่ยนเครื่อง 2 ครั้งที่เมืองกัลกัตตา (CCU) และนิวเดลี (DEL)ใช้เวลาเดินทาง 16 ชม. 30 นาที
เป็นคุณจะเลือกเปลี่ยนเป็นเที่ยวบินไหนกัน ????
ทีนี้มาเข้าเรื่องถึงบริษัทฯ ที่ขอโบกมือลา (ใครอยากซื้อประกันเดินทางกับบริษัทฯ นี้ก็ตามสบาย สำหรับเราลาขาด) พอกลับมาถึงคืนวันที่ 29 (วันเสาร์) ก็ต้องรอวันจันทร์ ตรงกับวันที่ 2 มีค. ติดต่อกับบริษัทฯ เพื่อขอ เคลมประกันการเดินทาง เนื่องจากสายการบินยกเลิกเที่ยวบินทำให้เที่ยวบินล่าช้าไป 24 ชม. ก็ได้รับแบบฟอร์มเรียกร้องค่าสินไหมและเอกสารที่ต้องใช้แนบขอเคลม เวลา 9.18 น. (ตามภาพ)
พอได้รับแบบฟอร์มมา ก็กรอกข้อมูลพร้อมแนบเอกสารต่างๆ ที่ทางบริษัทฯ แจ้งมาว่าให้แนบ และส่งกลับไปทางเมล์ ในวันที่ 2 มีค. เวลา 12.28 น. แล้วโทรสอบถามอีกครั้งว่าได้รับเอกสารหรือเปล่า พนักงานแจ้งว่าได้รับเอกสารแล้ว ใช้เวลาในการเคลมไม่เกิน 2 สัปดาห์ (ส่งเรื่องขอเคลมวันที่ 2 กพ. ใช้เวลาเคลมไม่เกิน 2 สัปดาห์ เท่ากับว่าเคลมภายในวันที่ 13 กพ.)
แล้วก็นั่งรอมาเรื่อยๆ ผ่านไป 1 สัปดาห์ จนกระทั่งวันจันทร์ที่ 9 มีค. เวลา 14.30 น. มีพนักงานของบริษัทฯ อีกคนติดต่อแจ้งว่าเป็นผู้รับผิดชอบเคสเคลมนี้ โดยพนักงานคนนี้แจ้งว่าให้ช่วยเขียนเล่ารายละเอียดการเดินทางทั้งหมดเพื่อประกอบเรื่องการเคลม (เลยถามว่า ไม่ได้อ่านเอกสารที่ส่งให้ครั้งแรกเหรอ โดยปกติการขอเอกสารควรจะขอตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วหรือเปล่า ไม่ใช่ผ่านไป 1 อาทิตย์แล้วมาขอ เสมือนว่าที่ส่งเอกสารไปยังไม่ได้ทำอะไรเลย พนักงานตอบว่าลา เลยตอบกลับไปว่า การที่คุณลาเป็นเรื่องภายในของบริษัทฯ ลูกค้าคงจะไม่รับทราบ แต่ถ้าคุณลายาวๆ เป็นเดือน ลูกค้าก็ต้องรอคุณคนเดียวใช่ไม๊ คำถามคือ ไม่มีพนักงานคนอื่นทำแทนได้เหรอ ต้องรอพนักงานคนนี้คนเดียว)
พนักงานยังถามว่า ที่ส่งเรื่องเคลมนี้ จะขอเคลมค่าตั๋วเครื่องบินจากคยาไปพาราณสี 800 กว่าบาทใช่ไม๊ เลยถามกลับไปว่า ได้อ่านเอกสารแนบท้ายกรมธรรม์หรือเปล่า เป็นพนักงานแต่ไม่รู้เรื่องการเคลม ซึ่งเอกสารแนบท้ายกรมธรรม์ระบุว่า กรณีเที่ยวบินล่าช้าบริษัทฯ จะชดเชยค่าสินไหม 10% ของทุนประกัน 20,000 บาท ทุก 6 ชม.ที่เที่ยวบินมีการล่าช้า บวกกับในส่วนการชดเชยของการบอกเลิกเที่ยวบิน หลังจากนั้นพนักงานก็แจ้งว่า ใช้เวลาดำเนินการประมาณ 15 วันทำการ เลยตอบไปว่า ขอให้บริษัทฯ ให้ข้อมูลระยะเวลาการเคลมค่าสินไหมให้เป็นมาตรฐานที่ถูกต้องและตรงกันด้วย เนื่องจากวันที่ 2 กพ. ที่ได้ติดต่อเข้ามาครั้งแรก พนักงานแจ้งว่า ใช้เวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์ ซึ่งถ้านับจากวันที่ 2 กพ. ที่ได้ส่งแบบฟอร์มการเรียกร้องสินไหมทดแทนและเอกสารต่างๆ จะครบกำหนดการเคลมภายในวันที่ 13 กพ. หากแต่การติดต่อกับพนักงานผู้รับผิดชอบการเคลมค่าสินไหมในวันที่ 9 กพ. แจ้งว่า ใช้ระยะเวลาในการเคลม คือ 15 วันทำการ ซึ่งเท่ากับว่า วันครบกำหนดการเคลมจะเป็นภายในวันที่ 20 กพ. ซึ่งภายหลังพนักงานผู้รับผิดชอบแจ้งว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 13 กพ. หลังจากคุยเสร็จก็เขียนรายละเอียดการเดินทางที่บริษัทฯ เจ้าปัญหาต้องการ (ขออย่างเดียวแต่ไม่อ่านเอกสารที่ส่งไปครั้งแรก) ก็ส่งไปทางอีเมล์เหมือนเดิมวันที่ 9 มีค. เวลา 16.52 น. แล้วโทรสอบถามอีกครั้งเวลาประมาณ 16.55 น. ว่าได้รับเอกสารหรือเปล่า พนักงานโอเปอเรเตอร์แจ้งว่า เลิกงานแล้วพนักงานกลับแล้ว (?????? ยังไม่ 5 โมง เคยโทรไปตอนเช้าบอกให้ติดต่อมาตอน 9 โมง ตกลงพนักงานสลับกันทำงานสลับกันหยุดเหรอ)
ส่งเอกสารที่เป็นรายละเอียดการเดินทางเพิ่มเติมไปก็นั่งรอต่อ จนกระทั่งวันที่ 11 มีค. เวลา 10.55 น. ได้รับอีเมล์แจ้งผลการเคลม
สรุปผลการพิจารณาสินไหนของบริษัทฯ แจ้งว่า การเรียกร้องค่าสินไหมไม่เข้าเงื่อนไขอันพึงได้รับความคุ้มครองตามกรมธรรม์ จะเคลมค่าสินไหมได้เฉพาะ 3 กรณี นี้เท่านั้น คือ
1. สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยต่อการเดินทาง (Weather Condition)
2. ความผิดพลาดของอุปกรณ์การบิน (Problem with Aircraft Engine)
3. การประท้วงหรือการนัดหยุดงานของลูกจ้าง ผู้ประกอบการขนส่งทางเครื่องบิน หรือของท่าอากาศยาน (Labor Strike of Employees of the Carrier or Airport)
อยากรู้ว่าคนที่เคยเคลมเจอปัญหาแบบเดียวกันหรือเปล่า คือ ถ้าสายการบินยกเลิกเที่ยวบินหรือเที่ยวบินล่าช้ามันก็คือเหตุผลของสายการบิน เพราะกำลังงงกับการตอบคำถามของบริษัทฯ ที่ว่า เคลมได้เฉพาะ 3 กรณีข้างต้น ในขณะที่เอกสารแนบท้ายกรมธรรม์ หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่เป็นเอกสารที่ส่งมาให้ตอนซื้อประกันเดินทางกลับไม่ได้มีรายละเอียดบอกถึง 3 กรณีข้างต้นไว้เลย อย่างนี้บริษัทฯ จะกล่าวอ้างความคุ้มครองที่เข้าเงื่อนไขได้เต็มปากเหรอ ในเมื่อไม่ได้จัดส่งรายละเอียดให้กับผู้เอาประกัน (เพราะเข้าใจว่าเครื่องดีเลย์ก็คือดีเลย์ คงไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น เพราะเสียเวลา จะมาหาเหตุผลอ้างว่า ทำไมสายการบินต้องยกเลิกเที่ยวบิน ก็มีเอกสารของสายการบินที่แจ้งยกเลิกเที่ยวบินจัดส่งให้ประกอบเรื่องเคลม แล้วบริษัทฯ บอกว่าไม่เข้าเงื่อนไข ตามกฎหมายเอกสารแนบท้ายกรมธรรม์ที่ไม่ได้มีข้อมูลรายละเอียดแจ้งให้ผู้เอาประกันทราบ บริษัทฯ จะเอามากล่าวอ้างได้เหรอ ????)
เงื่อนไขและข้อยกเว้นกรมธรรม์ ก็ไม่ได้มีรายละเอียดการเคลมค่าสินไหมได้เฉพาะ 3 กรณี ข้างต้น บริษัทฯ อ้างได้ไม๊
อยากรู้ว่าใครเคลมประกันกับบริษัทกรุงไทยพานิชประกันภัยได้บ้าง แล้วใครเคยเคลมกับบริษัทอื่นแล้วเจอปัญหาแบบนี้ไม๊ แต่ที่รู้ คือ ลากันทีกับบริษัท กรุงไทยพานิชประกันภัย ให้ส่งเอกสารรอบแรกไม่อ่าน ให้เขียนอธิบายรายละเอียดการเดินทางเพิ่มเติม ถ้าบริษัทฯ รู้ว่าเคลมไม่ได้เพราะไม่เข้าเงื่อนไข มันก็ควรจะจบตั้งแต่วันแรกที่ยื่นเรื่องเลยป่ะ จะมาให้เขียนอธิบายรายละเอียดการเดินทางส่งเพิ่มเติมเพื่อ.... แต่สุดท้ายแล้วเรื่องนี้ก็อยู่ที่ คปภ.พิจารณา เพราะคงจะไม่ยอมเสียเวลาจัดเตรียมส่งเอกสาร 2 รอบ แล้วมาอ้างว่าไม่เข้าเงื่อนไข (โดยที่เรายังไม่รู้เรื่องที่พูดถึงเลย เรื่องที่กล่าวอ้างว่าไม่เข้าเงื่อนไขก็ไม่ได้อยู่ในเอกสารแนบท้ายกรมธรรม์เลย)
[CR] ใครคิดจะซื้อประกันเดินทางกับกรุงไทยพานิชประกันภัย ให้คิดทบทวนหลายๆ รอบ
ที่นี้มาดูว่าทำไมถึงตัดสินใจยอมเปลี่ยนเที่ยวบินเป็นวันรุ่งขึ้น เพราะในแต่ละวันสายการบิน Indigo มีเที่ยวบินจากสนามบินคยาไปสนามบินพาราณสี วันละ 4 เที่ยวบิน ดังนี้
1. เที่ยวบินแรกบินตรง ออกเดินทางจากสนามบินคยา เวลา 12.45 น. ถึงสนามบินพาราณสี เวลา 13.40 น. (ซึ่งเป็นเที่ยวบินที่จอง และถูกยกเลิก ใช้เวลาเดินทาง 55 นาที)
2. เที่ยวบินที่ 2 ออกเดินทางจากสนามบินคยา เวลา 15.10 น. ถึงสนามบินพาราณสี เวลา 23.40 น. ซึ่งจะต้องเปลี่ยนเครื่อง 2 ครั้งที่เมืองกัลกัตตา (CCU) และภูวเนศวร (BBI) ใช้เวลาเดินทาง 8 ชม. 30 นาที
3. เที่ยวบินที่ 3 ออกเดินทางจากสนามบินคยา เวลา 15.10 น. ถึงสนามบินพาราณสี เวลา 09.30 น. ของวันถัดไป ซึ่งจะต้องเปลี่ยนเครื่อง 1 ครั้งที่เมืองกัลกัตตา (CCU) ใช้เวลาเดินทาง 18 ชม. 20 นาที
4. เที่ยวบินที่ 4 ออกเดินทางจากสนามบินคยา เวลา 15.10 น. ถึงสนามบินพาราณสี เวลา 07.40 น. ของวันถัดไป ซึ่งจะต้องเปลี่ยนเครื่อง 2 ครั้งที่เมืองกัลกัตตา (CCU) และนิวเดลี (DEL)ใช้เวลาเดินทาง 16 ชม. 30 นาที
เป็นคุณจะเลือกเปลี่ยนเป็นเที่ยวบินไหนกัน ????
ทีนี้มาเข้าเรื่องถึงบริษัทฯ ที่ขอโบกมือลา (ใครอยากซื้อประกันเดินทางกับบริษัทฯ นี้ก็ตามสบาย สำหรับเราลาขาด) พอกลับมาถึงคืนวันที่ 29 (วันเสาร์) ก็ต้องรอวันจันทร์ ตรงกับวันที่ 2 มีค. ติดต่อกับบริษัทฯ เพื่อขอ เคลมประกันการเดินทาง เนื่องจากสายการบินยกเลิกเที่ยวบินทำให้เที่ยวบินล่าช้าไป 24 ชม. ก็ได้รับแบบฟอร์มเรียกร้องค่าสินไหมและเอกสารที่ต้องใช้แนบขอเคลม เวลา 9.18 น. (ตามภาพ)
พอได้รับแบบฟอร์มมา ก็กรอกข้อมูลพร้อมแนบเอกสารต่างๆ ที่ทางบริษัทฯ แจ้งมาว่าให้แนบ และส่งกลับไปทางเมล์ ในวันที่ 2 มีค. เวลา 12.28 น. แล้วโทรสอบถามอีกครั้งว่าได้รับเอกสารหรือเปล่า พนักงานแจ้งว่าได้รับเอกสารแล้ว ใช้เวลาในการเคลมไม่เกิน 2 สัปดาห์ (ส่งเรื่องขอเคลมวันที่ 2 กพ. ใช้เวลาเคลมไม่เกิน 2 สัปดาห์ เท่ากับว่าเคลมภายในวันที่ 13 กพ.)
แล้วก็นั่งรอมาเรื่อยๆ ผ่านไป 1 สัปดาห์ จนกระทั่งวันจันทร์ที่ 9 มีค. เวลา 14.30 น. มีพนักงานของบริษัทฯ อีกคนติดต่อแจ้งว่าเป็นผู้รับผิดชอบเคสเคลมนี้ โดยพนักงานคนนี้แจ้งว่าให้ช่วยเขียนเล่ารายละเอียดการเดินทางทั้งหมดเพื่อประกอบเรื่องการเคลม (เลยถามว่า ไม่ได้อ่านเอกสารที่ส่งให้ครั้งแรกเหรอ โดยปกติการขอเอกสารควรจะขอตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วหรือเปล่า ไม่ใช่ผ่านไป 1 อาทิตย์แล้วมาขอ เสมือนว่าที่ส่งเอกสารไปยังไม่ได้ทำอะไรเลย พนักงานตอบว่าลา เลยตอบกลับไปว่า การที่คุณลาเป็นเรื่องภายในของบริษัทฯ ลูกค้าคงจะไม่รับทราบ แต่ถ้าคุณลายาวๆ เป็นเดือน ลูกค้าก็ต้องรอคุณคนเดียวใช่ไม๊ คำถามคือ ไม่มีพนักงานคนอื่นทำแทนได้เหรอ ต้องรอพนักงานคนนี้คนเดียว)
พนักงานยังถามว่า ที่ส่งเรื่องเคลมนี้ จะขอเคลมค่าตั๋วเครื่องบินจากคยาไปพาราณสี 800 กว่าบาทใช่ไม๊ เลยถามกลับไปว่า ได้อ่านเอกสารแนบท้ายกรมธรรม์หรือเปล่า เป็นพนักงานแต่ไม่รู้เรื่องการเคลม ซึ่งเอกสารแนบท้ายกรมธรรม์ระบุว่า กรณีเที่ยวบินล่าช้าบริษัทฯ จะชดเชยค่าสินไหม 10% ของทุนประกัน 20,000 บาท ทุก 6 ชม.ที่เที่ยวบินมีการล่าช้า บวกกับในส่วนการชดเชยของการบอกเลิกเที่ยวบิน หลังจากนั้นพนักงานก็แจ้งว่า ใช้เวลาดำเนินการประมาณ 15 วันทำการ เลยตอบไปว่า ขอให้บริษัทฯ ให้ข้อมูลระยะเวลาการเคลมค่าสินไหมให้เป็นมาตรฐานที่ถูกต้องและตรงกันด้วย เนื่องจากวันที่ 2 กพ. ที่ได้ติดต่อเข้ามาครั้งแรก พนักงานแจ้งว่า ใช้เวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์ ซึ่งถ้านับจากวันที่ 2 กพ. ที่ได้ส่งแบบฟอร์มการเรียกร้องสินไหมทดแทนและเอกสารต่างๆ จะครบกำหนดการเคลมภายในวันที่ 13 กพ. หากแต่การติดต่อกับพนักงานผู้รับผิดชอบการเคลมค่าสินไหมในวันที่ 9 กพ. แจ้งว่า ใช้ระยะเวลาในการเคลม คือ 15 วันทำการ ซึ่งเท่ากับว่า วันครบกำหนดการเคลมจะเป็นภายในวันที่ 20 กพ. ซึ่งภายหลังพนักงานผู้รับผิดชอบแจ้งว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 13 กพ. หลังจากคุยเสร็จก็เขียนรายละเอียดการเดินทางที่บริษัทฯ เจ้าปัญหาต้องการ (ขออย่างเดียวแต่ไม่อ่านเอกสารที่ส่งไปครั้งแรก) ก็ส่งไปทางอีเมล์เหมือนเดิมวันที่ 9 มีค. เวลา 16.52 น. แล้วโทรสอบถามอีกครั้งเวลาประมาณ 16.55 น. ว่าได้รับเอกสารหรือเปล่า พนักงานโอเปอเรเตอร์แจ้งว่า เลิกงานแล้วพนักงานกลับแล้ว (?????? ยังไม่ 5 โมง เคยโทรไปตอนเช้าบอกให้ติดต่อมาตอน 9 โมง ตกลงพนักงานสลับกันทำงานสลับกันหยุดเหรอ)
ส่งเอกสารที่เป็นรายละเอียดการเดินทางเพิ่มเติมไปก็นั่งรอต่อ จนกระทั่งวันที่ 11 มีค. เวลา 10.55 น. ได้รับอีเมล์แจ้งผลการเคลม
สรุปผลการพิจารณาสินไหนของบริษัทฯ แจ้งว่า การเรียกร้องค่าสินไหมไม่เข้าเงื่อนไขอันพึงได้รับความคุ้มครองตามกรมธรรม์ จะเคลมค่าสินไหมได้เฉพาะ 3 กรณี นี้เท่านั้น คือ
1. สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยต่อการเดินทาง (Weather Condition)
2. ความผิดพลาดของอุปกรณ์การบิน (Problem with Aircraft Engine)
3. การประท้วงหรือการนัดหยุดงานของลูกจ้าง ผู้ประกอบการขนส่งทางเครื่องบิน หรือของท่าอากาศยาน (Labor Strike of Employees of the Carrier or Airport)
อยากรู้ว่าคนที่เคยเคลมเจอปัญหาแบบเดียวกันหรือเปล่า คือ ถ้าสายการบินยกเลิกเที่ยวบินหรือเที่ยวบินล่าช้ามันก็คือเหตุผลของสายการบิน เพราะกำลังงงกับการตอบคำถามของบริษัทฯ ที่ว่า เคลมได้เฉพาะ 3 กรณีข้างต้น ในขณะที่เอกสารแนบท้ายกรมธรรม์ หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่เป็นเอกสารที่ส่งมาให้ตอนซื้อประกันเดินทางกลับไม่ได้มีรายละเอียดบอกถึง 3 กรณีข้างต้นไว้เลย อย่างนี้บริษัทฯ จะกล่าวอ้างความคุ้มครองที่เข้าเงื่อนไขได้เต็มปากเหรอ ในเมื่อไม่ได้จัดส่งรายละเอียดให้กับผู้เอาประกัน (เพราะเข้าใจว่าเครื่องดีเลย์ก็คือดีเลย์ คงไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น เพราะเสียเวลา จะมาหาเหตุผลอ้างว่า ทำไมสายการบินต้องยกเลิกเที่ยวบิน ก็มีเอกสารของสายการบินที่แจ้งยกเลิกเที่ยวบินจัดส่งให้ประกอบเรื่องเคลม แล้วบริษัทฯ บอกว่าไม่เข้าเงื่อนไข ตามกฎหมายเอกสารแนบท้ายกรมธรรม์ที่ไม่ได้มีข้อมูลรายละเอียดแจ้งให้ผู้เอาประกันทราบ บริษัทฯ จะเอามากล่าวอ้างได้เหรอ ????)
เงื่อนไขและข้อยกเว้นกรมธรรม์ ก็ไม่ได้มีรายละเอียดการเคลมค่าสินไหมได้เฉพาะ 3 กรณี ข้างต้น บริษัทฯ อ้างได้ไม๊
อยากรู้ว่าใครเคลมประกันกับบริษัทกรุงไทยพานิชประกันภัยได้บ้าง แล้วใครเคยเคลมกับบริษัทอื่นแล้วเจอปัญหาแบบนี้ไม๊ แต่ที่รู้ คือ ลากันทีกับบริษัท กรุงไทยพานิชประกันภัย ให้ส่งเอกสารรอบแรกไม่อ่าน ให้เขียนอธิบายรายละเอียดการเดินทางเพิ่มเติม ถ้าบริษัทฯ รู้ว่าเคลมไม่ได้เพราะไม่เข้าเงื่อนไข มันก็ควรจะจบตั้งแต่วันแรกที่ยื่นเรื่องเลยป่ะ จะมาให้เขียนอธิบายรายละเอียดการเดินทางส่งเพิ่มเติมเพื่อ.... แต่สุดท้ายแล้วเรื่องนี้ก็อยู่ที่ คปภ.พิจารณา เพราะคงจะไม่ยอมเสียเวลาจัดเตรียมส่งเอกสาร 2 รอบ แล้วมาอ้างว่าไม่เข้าเงื่อนไข (โดยที่เรายังไม่รู้เรื่องที่พูดถึงเลย เรื่องที่กล่าวอ้างว่าไม่เข้าเงื่อนไขก็ไม่ได้อยู่ในเอกสารแนบท้ายกรมธรรม์เลย)
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้