[CR] รีวิว ประสบการณ์ดูดไขมันต้นแขน

ประสบการณ์ดูดไขมันครั้งแรกนี้ เกิดจากการที่มีความรู้สึกว่าตัวเองก็น้ำหนักสมส่วนอยู่ในเกณฑ์ค่า BMI แต่ว่ารูปร่างไม่สมส่วน โดยช่วงแขนจะใหญ่ 
โดยการลดแขนครั้งแรก เราไปทำ Cool Scrupting ข้างละ 1 ครั้ง ผ่านมาแล้ว 1 ปี ก็ยังแขนใหญ่อยู่ จนในปีนี้มันทนไม่ไหวแล้ว เลยตัดสินใจดูดไขมัน ก็หารีวิวดูคลินิกต่างๆ ตามFB มาเจอคลินิกนี้ราคาโอเค มีผลงานรีวิวหลายเคส แล้วก็มีการติดตาม การนวดหลังการดูดไขมันด้วย เดินทางสะดวกใกล้บ้านก็เลยตัดสินใจไปทำที่นี่ มันจำ 5000 บาท อีก 2 วันก็ไปทำเลยหลังเลิกงาน

พอไปถึงคลินิกก็ให้กรอกประวัติคนไข้ จ่ายเงิน จากนั้นก็ไปเปลี่ยนชุด เค้าจะให้แปะบราปีกนก แล้วก็ใส่กางเกงในกระดาษ แล้วใส่ชุดคลุม แล้วออกไปพบหมอ

หมอก็จะอธิบายว่าการดูดไขมันคืออะไร อาการ การดูแลตัวเองหลังดูดต่างๆ จากนั้นเราก็เข้าห้องเพื่อจะดูดไขมัน เจ้าหน้าที่ก็จะมาวัดความดัน วัดไข้ วัดรอบแขนบน-ล่าง ทั้ง 2 ข้าง ถ่ายรูปก่อนทำ แล้วก็กินยาพาราฯกับแก้อักเสบ

เราดูดไขมันด้วยระบบ Vaser 
ขั้นที่ 1 เจ้าหน้าที่จะผสมขวดน้ำเกลือกับยาชา
ขั้นที่ 2 เราจะถูกจับให้นอนตะแคง แล้วหมอจะฉีดยา 2 จุด คือ ตรงข้อศอก กับ ใกล้รักแร้ เพื่อเป็นตำแหน่งที่จะเจาะรูดูดไขมัน ตรงนี้ก็เจ็บตอนฉีดยาแป๊บเดียว
ขั้นที่ 3 หมอเอาเข็มกรีดที่จุดที่ฉีดยาชา ขนาดแผลก็จะประมาณ 0.5 - 1 ซม. ตอนกรีดเราก็ไม่รู้สึกอะไรแล้ว ถ้ารู้สึกนี่คงยาชาน้อยเกินไปล่ะ
ขั้นที่ 4 หมอจะเอาเข็มยาวๆสำหรับฉีดน้ำเกลือ แทงเข้าไปที่ชั้นไขมัน ซึ่งตอนนี้บอกเลยว่าเจ็บ จะรู้สึกได้เลยว่ามีของเหลวถูกฉีดเข้าไป พรวดๆๆๆ พอฉีดไปซักพักก็ไม่เจ็บเพราะว่าเริ่มชาแล้ว หมอฉีดเข้าไปทั้งหมด 500 cc ระหว่างฉีดหมอก็จะถามอาการว่าเป็นยังไงเจ็บไหม ชาไหม ของเราชามือซ้าย อาจจะเป็นเพราะท่านอนที่ต้องยกแขนสูงก็ได้
ขั้นที่ 5 หมอจะใช้เครื่อง vaser ที่เป็นเข็มยาวๆ พร้อมคลื่น Ultrasound ความถี่สูง  แทงๆๆ เข้าไปในชั้นไขมันที่ฉีดน้ำเกลือ+ยาชาเข้าไปแล้ว เราจะได้ยินเสียงคลื่นดังจี๊ดๆๆๆ ตอนที่หมอใช้เท้ากดปุ่มให้เครื่องทำงาน น่าจะเป็นการทำให้ไขมันแตกตัว คือแซะๆ เลาะๆ ชั้นไขมันไปจนทั่ว
ขั้นที่ 6 หมอจะใช้เครื่องดูด ดูดไขมันที่เซาะๆไว้ออก ตอนนี้เราก็จะเป็นไขมันเหลืองๆ ไหลออกมาทางสายยางลงไปที่ถังเก็บ
ขั้นที่ 7 หลังจากหมอดูดเสร็จแล้ว หมอจะใช้เครื่อง vaser ในขั้นที่ 5 อีกรอบ อาจจะเป็นการทำให้ไขมันที่ยังเหลืออยู่กระจายตัวเข้าพื้นที่ (อันนี้ไม่แน่ใจ)
ขั้นที่ 8 หมอเย็นแผลทั้ง 2 จุด จุดละประมาณ 2 เข็ม
จากนั้นก็เปลี่ยนไปทำแขนอีกข้างหนึ่งด้วยขั้นตอนเดียวกัน ระหว่างทำก็นอนจนเป็นเหน็บเหมือนกันนะ ไม่กล้าขยับตัวเลย แล้วตอนที่ทำอีกข้างพอนึกถึงกระบวนการที่ต้องเจออีกรอบข้างนี้ (ในใจก็คิดชั้นมาทำอะไรที่นี่ เมื่อไหร่จะเสร็จซักที อยากให้เสร็จแล้วเหนื่อย เมื่อย เป็นเหน็บ จะร้องไห้ ฮือๆ เอาตัวเองมาขึ้นเขียงทำไมเนี่ยๆๆ) ข้างขวาเหมือนหมอดูดแบบเร็วๆๆๆ แทงๆๆเข็มดูดแบบรัวๆ เหมือนรู้ว่าคนไข้เหนื่อยแล้ว เจ็บแผลแล้ว ต้องรีบทำให้เสร็จ เลยเหมือนข้างขวาจะเสร็จเร็วกว่า

พอทำเสร็จทั้ง 2 ข้าง ก็จะถ่ายรูปหลังทำทันที คือได้จับตรงที่ไขมันหายไปคือไขมันมันหายไปเลย เหมือนจับถุงเหี่ยวๆที่ไม่มีเยลลี่ข้างใน หมอบอกว่าดูดให้ได้มากที่สุดแล้ว แต่ว่าแขนขวาเรากล้ามเนื้อใหญ่กว่าแขนซ้าย เลยดูดได้น้อยกว่า คือ แขนซ้ายดูด 400 cc แขนขวาดูด 300 cc ไม่รู้ว่านี่ถือว่าไขมันเยอะไหม แต่เราก็ไม่คิดว่าจะออกมาได้เยอะขนาดนี้เหมือนกัน ซึ่ง 2 ข้างใช้เวลาทำทั้งหมดเกือบ 2 ชม. หมอยืนทำจนเมื่อยเลยแหละ แต่ระหว่างทำก็เปิดเพลงคลอไปด้วย ชอบ playlist ที่หมอเปิดอะ แต่จำไม่ได้แล้ว

ขั้นที่ 9 เจ้าหน้าที่ก็มาทำแผล ต้องใช้ผ้าอนามัยมาเป็นแผ่นซับเลย แล้วก็พันผ้าก๊อซพันแผล แล้วก็พันด้วยผ้ารัดกระชับอีกรอบ จากนั้นก็ให้ประคบเย็น 15 นาที ดื่มน้ำเกลือแร่ 1 ขวด

จากนั้นก็ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ไปรับถุงยา ในถุงก็จะมียาแก้อักเสบ ยาพาราฯ สมุนไพรใบบัวบก ชุดทำแผล ยาทาแก้ฟกช้ำ แผ่น Sterilized stich ผงเกลือแร่ 
แล้วก็กลับบ้าน ตอนนี้ก็ยังไม่เจ็บเพราะยังชาอยู่ แขนที่พันผ้าไว้ก็จะใหญ่ๆ ต้องเดินแบบมีกล้ามปู คือถ้ามาทำต้องใส่เสื้อแขนกุด หรือเสื้อที่มีแขนใหญ่ๆ ไม่รัดแขนเลย แล้วใครบอกว่าดูดไขมันไม่เจ็บนี่ขอเถียง คือเจ็บจนสะดุ้งเหมือนกันบางที โดยเฉพาะแขนขวาที่หมอดูดตรงใกล้ๆปากแผนนี่เจ็บจนน้ำตาไหลเลย

พอถึงบ้านก็เปลี่ยนชุดไม่ใส่เสื้อท่อนบนเลย เพราะกลัวเปื้อน แล้วก็ต้องหาพลาสติกมารองเตียง เพราะแผลยังมีเลือดซึมออกมา คืนแรกต้องกินยา แล้วก็กินน้ำเกลือแร่ เกลือแร่ต้องกินทั้งหมด 5 ซองใน 24 ชม. คงเพื่อชดเชยน้ำ เลือด ที่เสียไปตอนดูดไขมัน ตอนนอนเราก็ประคบเย็น เอาเจลเย็นวางไว้แล้วก็นอนเอาแขนทับ คือนอนได้ท่าเดียวคือท่านอนหงาย ตะแคงไม่ได้เพราะจะนอนทับแผลแล้วเจ็บ

ตื่นเช้ามาแขนขวาเลือดซึมออกมาเยอะเลย ข้างซ้ายไม่เปื้อน พวกน้ำเกลือที่เหลือข้างในคงค่อยๆไหลออกมา เพราะฉีดไปตั้งข้างละ 500 cc แต่ไม่ได้ดูดออกมาหมดหนิ มันก็ต้องไหลออก ตื่นมาก็กินน้ำเกลือแร่เลย จะพยายามกินให้หมดทุกซองภายในวันนี้ แล้วก็ลางาน 1 วันเพื่อพักฟื้น มีนัดไปล้างแผลที่คลินิกช่วงเช้า แผลแกะผ้าออกมา เลือดฉ่ำเต็มผ้าอนามัยเลย แผลตรงรักแร้ไม่ค่อยมีเลือดไหล แต่แผลตรงข้อศอกไหลออกเยอะกว่า คงไหลจากบนลงล่าง

เจ้าหน้าที่ก็ทำการล้างแผล แล้วก็สอนวิธีการล้างเองอีกรอบ วันนี้ก็เริ่มเจ็บระบม แขนสะเทือนทีมีความร้าวระบม ผิวหนังด้านนอกมีความเขียวช้ำ ตรงแผลที่เย็บก็ช้ำ แต่ถามหมอแล้วบอกว่าปกติ พอพันแขนเสร็จก็ไปฉายแสงลดบวมช้ำข้างละ 15 นาที เจ้าหน้าที่บอกว่าเย็นนี้แผลคงหยุดซึมแล้ว เราก็กลับบ้านไปนอนพัก วันนี้ปวดหัวด้วยเลยนอนทั้งวัน ตื่นมาตอนเย็นเราก็เริ่มล้างแผลเอง เปิดมาดูเออ แผลหยุดซึมจริงด้วย แต่เราก็กลัวมาจะซึมอีกคืนนี้เลยเอาผ้าก๊อซรองก่อนจะพันแขน ทำอะไรไม่ค่อยถนัด ต้องพันแขนเองไม่มีคนช่วย ใช้เวลากว่าจะเสร็จก็ครึ่งชม. ทั้งล้างแผล ทายาลดรอยช้ำ พันผ้ารัดแขน ช่วง 3 วันแรกก็จะนอนประคบเย็นทุกคืน

วันถัดไปก็ไปทำงานปกติ ก็จะใส่เสื้อแขนกุดแล้วก็ใส่แจ๊กเก็ตใหญ่ๆคลุมแขนไว้ ตอนเย็นนัดคลินิกล้างแผลแล้วก็ฉายแสงลดบวมช้ำครั้งที่ 2 เปิดดูความช้ำดีขึ้นกว่าวันแรก ตรงแผลที่เย็นก็ช้ำน้อยลง เริ่มอาการดีขึ้นเรื่อยๆละ

ต่อจากนี้ก็คือต้องกินยาให้หมดตามสั่ง ล้างแผลเองทุกวันเช้า-เย็น ทายาลดรอยช้ำ พันผ้าตลอด 24 ชม. ห้ามแผลโดนน้ำ เราก็เลยไม่ได้อาบน้ำเลย 7 วัน สระแต่ผมวันเว้นวัน ต้องก้มหัวสระเอง ตอนไปข้างนอกก็จะระมัดระวังไม่ให้ใครมาชน หรือเดินไปชนอะไร แต่ปัญหาอย่างนึงคือต้องนั่งมอไซค์แล้วถนนบ้านเราก็เรียบดีเหลือเกิน กระเทือนทีก็ระบมหน่อยๆ 

แล้วพอครบ 7 วัน ก็ไปตัดไหมกับหมอคนเดิม ตอนตัดไม่เจ็บเลย แผลดีมากแห้งสนิทไม่ซึมแล้ว แต่ก็ยังห้ามแช่น้ำ ว่ายน้ำไปก่อนอีก 1 เดือน ให้แผลมันสมานกันสนิทดีก่อน หลังตัดไหมก็ทายาแผลเป็นแบบ Gel เพื่อป้องกันการเป็นแผลคีรอยด์ แล้วก็ทายาลดรอยช้ำ กินสมุนไพรใบบัวบกไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหายช้ำไม่ใช้แขนทำงานหนักๆ เพื่อลดการเสียดสี  ใส่ชุดกระชับแขนตลอดเวลา 1 เดือน พอเดือนที่ 2 ค่อยใส่แค่ตอนนอน  เราซื้อชุดกระชับเองในห้างไม่ได้ซื้อของคลินิก แล้วคลินิกก็จะนัดอีก 1 เดือนเพื่อนวดแขนเพื่อยกกระชับ ซึ่งคลินิกให้เรานวดได้ 2 ครั้งหลังจากดูดไขมันเสร็จ

ตอนนี้ก็ 15 วันแล้ว อาการเจ็บก็ลดลงเรื่อยๆ รอยช้ำก็หายไป แผลก็ยังเห็นอยู่แต่คงค่อยๆจางไปตามเวลา ต้องขยันทายาแผลเป็น ใส่ชุดกระชับแขนตลอดเวลาจนเริ่มชินแล้ว แขนก็ขยับได้ดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ยังยกสุดๆไม่ได้ มันจะตึงตรงรักแร้ คือไม่สามารถเอื้อมมือไปเกาะหลังหรือรูดซิปด้านหลังได้  แขนยังบวมอยู่ ซึ่งหมอก็บอกว่ามันจะลดบวมเรื่อยๆ 3-6 เดือนหลังทำ แต่ถ้าได้นวดคิดว่าอาการน่าจะดีขึ้นอีกหลังจากนี้

มีคนทักว่าผอมลง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะดูดไขมันแขนรึเปล่า อิอิ แต่คิดว่าไม่ใช่เพราะแขนยังบวมอยู่ น่าจะหน้าตอบเพราะว่าจัดฟันมากกว่า

ก็ต้องใจเย็นๆ รอผลของการดูดว่าจะเล็กลงขนาดไหนหลังหายบวม แต่ตอนนี้ก็รู้สึกแล้วแหละว่าเล็กลงกว่าก่อนทำ นี่ถ้าผลลัพธ์ดีก็อยากจะทำส่วนอื่นด้วยเนี่ย แต่ต้องเก็บเงินก่อน แล้วก็นึกถึงตอนโดนฉีดยาชาเข้าไปนี่ก็ไม่อยากทำละ ไม่รู้ว่าเครื่องแบบอื่น เช่น Body Jet หรือ Body Tite จะเจ็บแบบนี้รึเปล่า
แต่เราว่าคลินิกนี้มีรีวิวดี ทำแล้วแขนเล็กจริงและไม่เป็นคลื่น ปลอดภัย ก็วางใจคลินิกนี้และอาจจะกลับมาใช้บริการอีกในอนาคต

โปรเจคถัดไปอยากเติมไขมันที่หน้า เพราะว่าหน้าเริ่มตอบ แต่คงต้องรอดูจัดฟันเสร็จก่อน เพราะไปค้นดูการจัดฟันทำให้ไม่ได้กล้ามเนื้อบางมัดบนใบหน้าทำให้กล้ามเนื้อลีบ เลยทำให้หน้าตอบ แต่ถ้าจัดเสร็จแล้วกลับมาใช้กล้ามเนื้อบดเคี้ยวเหมือนเดิม กล้ามเนื้อกลับคืนมาอาจจะหน้าหายตอบก็ได้ ที่สำคัญคือเก็บเงินทำเนี่ยแหละ

หน้าตาเครื่อง vaser

ภาพ Before-After


ไขมันที่ดูดออกมาทั้งหมด 700 cc


update สัดส่วนแขน
before L upper 26.5 cm lower 25.5 cm , R upper 27 cm lower 26 cm
after L upper 25 cm lower 24 cm , R upper 25.5 cm lower 24 cm
ชื่อสินค้า:   ดูดไขมัน Vaser
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่