หลังจากกลุ่มซีพีและพันธมิตรได้ลงนามในสัญญาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ไปเมื่อวันที่ 24 ต.ค. 2562 ก็เข้าสู่ขั้นตอนของการออกแบบ ซึ่งต่อมา ทางกลุ่มซีพีได้ส่งแบบก่อสร้างให้ ร.ฟ.ท. เรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่วันที่ 17 มกราคม ที่ผ่านมา เร็วกว่ากำหนดหนึ่งสัปดาห์
ส่วนทางร.ฟ.ท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็ได้ทำการสำรวจและคำนวณค่าใช้จ่ายในการรื้อย้ายสาธารณูปโภคที่กีดขวางพื้นที่ก่อสร้าง ซึ่งพบว่ามีระบบสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ที่กีดขวางเพิ่มขึ้น 2 จุด คือ ท่อไซฟ่อนน้ำขนาดใหญ่ บริเวณคลองสามเสน ของสำนักการระบายน้ำกรุงเทพมหานคร (กทม.) มีค่ารื้อย้ายประมาณ 2,000 ล้านบาท และสายไฟแรงสูงในค่ายลูกเสือวชิราวุธ จ.ชลบุรี ซึ่งทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) กำลังทำการคำนวณค่าใช้จ่าย
จากการค้นพบสิ่งกีดขวางขนาดใหญ่นี้เอง ส่งผลกระทบใหญ่ ๆ อย่างน้อยสองทางคือ
- กรอบวงเงินในการจัดการระบบสาธารณูปโภคดีดตัวขึ้นจากประมาณการเดิม 490 ล้านบาท เป็น 4,000 ล้านบาท ซึ่งการรื้อย้ายจะใช้งบประมาณของภาครัฐ ภายใต้โครงการอีอีซี และบางส่วนเป็นงบของหน่วยที่เกียวข้อง
- การก่อสร้างอาจเริ่มไม่ได้ภายในปีนี้ เพราะการรื้อย้ายระบบสาธารณูปโภคขนาดใหญ่เป็นเรื่องยาก ซี่งจะทำให้งานส่งมอบพื้นที่ไม่เป็นไปตามแผน จึงหวั่นใจว่าอาจนำไปสู่ “ค่าโง่”
มาถึงจุดนี้ ทำให้นึกถึงช่วงก่อนหน้านี้ในขั้นตอนของการเจรจา ที่ทางกลุ่มซีพีพยายามตกลงกับร.ฟ.ท. เรื่องการส่งมอบพื้นที่ให้ชัดเจนที่สุด โดยในตอนนั้น กลุ่มซีพีและพันธมิตรมองว่า ความเสี่ยงที่สำคัญคือการส่งมอบพื้นที่จากภาครัฐ เพราะถ้าไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ได้ทันตามกำหนด ก็จะสร้างเสร็จไม่ทัน จึงเป็นภาระหน้าที่ที่รัฐต้องดำเนินการให้เรียบร้อย เพราะภาคเอกชนไม่มีอำนาจไปบังคับหน่วยงานอื่น ๆ ไม่มีอำนาจในการประสานงานได้ดีเท่าภาครัฐ
ตอนนี้จึงถึงบางอ้อว่า สิ่งที่กลุ่มซีพีพยายามบอก ซึ่งตอนนั้นมีแต่คนกร่นด่าว่าเรื่องเยอะ เห็นแก่ตัว มาวันนี้ปัญหาที่ซีพีเห็นในวันนั้นและพยายามแก้ไขก็ได้เกิดขึ้นจริงแล้ว และหน่วยงานฟากรัฐอย่างกระทรวงคมนาคมก็กำลังกังวล ไหนจะงบรื้อย้ายที่บานปลาย จากหลักร้อยล้านไปเป็นหลักพันล้านอีก เรียกว่าถึงคราวที่รัฐต้องก่ายหน้าผากบ้างหละ
เลยแอบนึกถึงช่วงที่ท่านรองนายกฯ อนุทินเกิดอาการใจป้ำ จะออกค่ารื้อถอนเสาโฮปเวลล์ให้เอกชน มาถึงตอนนี้สงสัยจริงว่า ท่านรองอนุทิน จะออกตัวเป็นอัศวินขี่ม้าขาว มาช่วยออกค่าใช้จ่ายให้รัฐบ้างไหม เพื่อชาติเพื่อแผ่นดิน เพื่อประหยัดงบประมาณของรัฐ ให้โครงการเดินต่อไปได้โดยไม่ติดขัด จะออกสักเท่าไหร่ดี ให้ขนหน้าแข้งไม่ร่วง …อิ๊อิ๊
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้รื้อย้ายไฮสปีด EEC บาน 4 พันล.
https://www.prachachat.net/property/news-417110
ย้อนฟังเหตุผล ‘ซีพี’ ทำไมถึงลงนามสัญญา ‘ไฮสปีด’ ล่าช้า
https://www.thebangkokinsight.com/219703/
งบบานปลาย รื้อย้ายสิ่งกีดขวางทางก่อสร้างไฮสปีด รัฐแอบหวั่นสร้างไม่ทันตามกำหนด
ส่วนทางร.ฟ.ท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็ได้ทำการสำรวจและคำนวณค่าใช้จ่ายในการรื้อย้ายสาธารณูปโภคที่กีดขวางพื้นที่ก่อสร้าง ซึ่งพบว่ามีระบบสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ที่กีดขวางเพิ่มขึ้น 2 จุด คือ ท่อไซฟ่อนน้ำขนาดใหญ่ บริเวณคลองสามเสน ของสำนักการระบายน้ำกรุงเทพมหานคร (กทม.) มีค่ารื้อย้ายประมาณ 2,000 ล้านบาท และสายไฟแรงสูงในค่ายลูกเสือวชิราวุธ จ.ชลบุรี ซึ่งทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) กำลังทำการคำนวณค่าใช้จ่าย
จากการค้นพบสิ่งกีดขวางขนาดใหญ่นี้เอง ส่งผลกระทบใหญ่ ๆ อย่างน้อยสองทางคือ
- กรอบวงเงินในการจัดการระบบสาธารณูปโภคดีดตัวขึ้นจากประมาณการเดิม 490 ล้านบาท เป็น 4,000 ล้านบาท ซึ่งการรื้อย้ายจะใช้งบประมาณของภาครัฐ ภายใต้โครงการอีอีซี และบางส่วนเป็นงบของหน่วยที่เกียวข้อง
- การก่อสร้างอาจเริ่มไม่ได้ภายในปีนี้ เพราะการรื้อย้ายระบบสาธารณูปโภคขนาดใหญ่เป็นเรื่องยาก ซี่งจะทำให้งานส่งมอบพื้นที่ไม่เป็นไปตามแผน จึงหวั่นใจว่าอาจนำไปสู่ “ค่าโง่”
มาถึงจุดนี้ ทำให้นึกถึงช่วงก่อนหน้านี้ในขั้นตอนของการเจรจา ที่ทางกลุ่มซีพีพยายามตกลงกับร.ฟ.ท. เรื่องการส่งมอบพื้นที่ให้ชัดเจนที่สุด โดยในตอนนั้น กลุ่มซีพีและพันธมิตรมองว่า ความเสี่ยงที่สำคัญคือการส่งมอบพื้นที่จากภาครัฐ เพราะถ้าไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ได้ทันตามกำหนด ก็จะสร้างเสร็จไม่ทัน จึงเป็นภาระหน้าที่ที่รัฐต้องดำเนินการให้เรียบร้อย เพราะภาคเอกชนไม่มีอำนาจไปบังคับหน่วยงานอื่น ๆ ไม่มีอำนาจในการประสานงานได้ดีเท่าภาครัฐ
ตอนนี้จึงถึงบางอ้อว่า สิ่งที่กลุ่มซีพีพยายามบอก ซึ่งตอนนั้นมีแต่คนกร่นด่าว่าเรื่องเยอะ เห็นแก่ตัว มาวันนี้ปัญหาที่ซีพีเห็นในวันนั้นและพยายามแก้ไขก็ได้เกิดขึ้นจริงแล้ว และหน่วยงานฟากรัฐอย่างกระทรวงคมนาคมก็กำลังกังวล ไหนจะงบรื้อย้ายที่บานปลาย จากหลักร้อยล้านไปเป็นหลักพันล้านอีก เรียกว่าถึงคราวที่รัฐต้องก่ายหน้าผากบ้างหละ
เลยแอบนึกถึงช่วงที่ท่านรองนายกฯ อนุทินเกิดอาการใจป้ำ จะออกค่ารื้อถอนเสาโฮปเวลล์ให้เอกชน มาถึงตอนนี้สงสัยจริงว่า ท่านรองอนุทิน จะออกตัวเป็นอัศวินขี่ม้าขาว มาช่วยออกค่าใช้จ่ายให้รัฐบ้างไหม เพื่อชาติเพื่อแผ่นดิน เพื่อประหยัดงบประมาณของรัฐ ให้โครงการเดินต่อไปได้โดยไม่ติดขัด จะออกสักเท่าไหร่ดี ให้ขนหน้าแข้งไม่ร่วง …อิ๊อิ๊
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้