เรือเหาะสายลับขนาดจิ๋ว Zeppelin จัดแสดงที่ Imperial War Museum ใน London.
.
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1
งานในตำแหน่งที่อันตรายที่สุดของทหารเยอรมันคือ
หน้าที่ลูกเรือเรือเหาะสายลับ Zeppelin รุ่นจิ๋วเยอรมัน
มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า เรือกอนโดลาสายลับหรือตะกร้าสอดแนม
หน้าที่ลูกเรือคือ คอยเฝ้าระวัง/ตรวจตราทางอากาศ
โดยลูกเรือนั่งนั่งนอนนอนอยู่ภายในเรือเหาะ
เพื่อคอยสังเกตการณ์ภาคพื้นดิน
ค้นหาตำแหน่งข้าศึกและหย่อนระเบิดลงไปที่เป้าหมาย
โดยจะผูกระเบิดด้วยเชือกที่ห้อยลงมาจากท้องเรือ
การเฝ้าระวัง/ตรวจการพื้นที่เป้าหมายแต่ละแห่ง
เรือเหาะรุ่นจิ๋วนี้ลอยตัวอยู่ใต้ก้อนเมฆ
โดยแขวนติดกับเรือเหาะ Zeppelin ขนาดใหญ่ที่ลอยตัวอยู่สูง
มักจะลอยอยู่เหนือชั้นเมฆที่ปกคลุม
เพื่อซ่อนเร้นจากสายตาของพวกศัตรูได้
การตรวจตา/สังเกตการณ์ทางอากาศ
เป็นเรื่องที่ต้องใช้สายตาของลูกเรือเป็นหลัก
นักบินเรือเหาะ Zeppelin รุ่นใหญ่
จึงสอนนักบินเรือเหาะรุ่นจิ๋วที่บังคับเรือเหาะ Zeppelin รุ่นใหญ่ด้านบน
ให้หัดบินไปตามเส้นทางที่เหมาะสมในยุคนั้น
ซึ่งเป็นแนวเสาไฟฟ้า โทรเลข โทรศัพท์
แม้ว่าภารกิจงานนี้จะอันตรายและเสี่ยงตาย
แต่ลูกเรือหลายคนกลับชอบในการทำหน้าที่นี้
เพราะบนเรือเหาะ คือ สถานที่เพียงแห่งเดียว
ที่อนุญาตให้ลูกเรือสูบบุหรี่ได้ในเวลาที่ต้องการ
หมายเหตุ
ในสนามรบต้องพรางไฟ
และการสูบบุหรี่ต้องหลบซ่อนพรางแสง
สหายป่าพรรคคอมมิวนิสต์เคยบอกว่า
การสูบบุหรี่ในป่าแบบไม่ระมัดระวัง
จะเห็นเปลวไฟวาบ ๆ แต่ไกลในที่มืด
และในทะเลทรายที่มีการสู้รบกับพวก ISIS
นักรบหญิงชาว Kurk ก็ยืนยันว่า
สหายร่วมรบของตนถูกยิงเข้าที่สมอง
โดยพลซุ่มยิง ISIS เพราะยืนสูบบุหรึ่ในที่มืด
สวยสังหารโหดยิง ISIS กว่า 100 ศพ
.
Captain Ernst August Lehmann
ผู้การเรือเหาะ Zeppelin ชาวเยอรมัน
ได้เขียนบรรยายในหนังสือ The Zeppelins
เล่าถึงเรื่องราวการพัฒนาและสร้างเรือเหาะ Zeppelins ขนาดจิ๋ว
ร่วมกับ Baron Gemmingen และหลานชาย Count Zeppelin
" แนวความคิดของเราก็คือ การผลิตที่สังเกตการณ์ขนาดเล็ก
ซึ่งบินต่ำกว่าครึ่งไมล์หรือต่ำกว่าเรือเหาะ Zeppelin
ซึ่งในระดับนี้ลูกเรือที่สังเกตการณ์
จะสามารถบังคับเรือเหาะได้ง่าย ๆ
และชี้เป้าหมายบอกเส้นทางและยิงลงมาข้างล่างได้
ในขณะที่เรือเหาะขนาดใหญ่แขวนเรือเหาะขนาดจิ๋วไว้
พร้อมกับลอยตัวอยู่เหนือเรือเหาะขนาดจิ๋วอย่างสงบนิ่ง
หลบซ่อนตัวอยู่ภายในกลุ่มก้อนเมฆและม่านหมอก
ผมในฐานะวิศวกรงานออกแบบเรือเหาะกระป๋องครั้งนี้
ผมตกหลุมรักมันเลย แต่มันไม่ใช่สิ่งประดิษฐ์ของผมที่คิดขึ้นมา
เพราะหลาย ๆ คนมีแนวคิดที่ที่คล้ายกันในเรื่องนี้
แต่มันมาจากนักธุรกิจชื่อ Hagen
ผู้เป็นวิศวกรโยธาในเมือง Cologne ด้วยเช่นกัน
ท่านมีร้านขายเครื่องจักรเล็ก ๆ ใกล้ ๆ กัน
แล้วพวกเราก็ได้ทำการทดสอบครั้งแรก
กับอุปกรณ์ทดลองที่ค่อนข้างหยาบมาก "
.
เพื่อทดสอบต้นแบบเรือเหาะขนาดจิ๋ว
ผู้การ Lehmann ได้ปิดตานายท้ายเรือเหาะ
แล้วใช้เครื่องกว้านลังใส่ระเบิดขนาดใหญ่ที่ดัดแปลงแล้ว
ดึงลังนี้ให้ลอยตัวอยู่ในอากาศสูงจากพื้นดินราว 150 เมตร
ในการติดต่อระหว่างกันใช้วิทยุทหาร
ภายในลังไม้มีการใช้เข็มทิศของคนตาบอด/ใช้ในที่มืด
ผู้การ Lehmann สามารถสั่งนายท้ายเรือเหาะที่ถูกปิดตา
ให้ถือหางเสือบังคับเลี้ยวซ้ายขวาไปตรงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หลังจากการทดลองต้นแบบประสบความสำเร็จ
ผู้การ Lehmann จึงเริ่มลงมือออกแบบห้องสังเกตการณ์
ที่มีความทนทานทนถึกมากขึ้น
และขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์หลักของเรือเหาะ
ห้องเรือกอนโดลาเหาะได้นั้นทำจากงานจักสาน
มีลักษณะรูปทรงคล้ายกับลำตัวเรือบินขนาดเล็ก
มีหางเสือบังคับทิศทาง และปีกเรือเหาะ
มีคันบังคับเลี้ยวซ้ายขวาได้ในการบังคับเรือเหาะ Zeppelin ด้านบน
เพื่อให้ผู้ขับขี่ควบคุมการเคลื่อนไหวด้านข้างได้
หากเรือเหาะพบกับสภาวะอากาศแปรปรวน
แต่ในไม่ช้าก็พิสูจน์แล้วว่าไม่จำเป็น
ภายในเรือเหาะขนาดจิ๋วมีเก้าอี้นั่งนอนสะดวกสบาย
โต๊ะวางแผนที่ภูมิศาสตร์ แสงไฟฟ้า อุปกรณ์ป้องกันฟ้าผ่า
เข็มทิศและวิทยุสนามติดต่อกับพื้นที่ด้านล่าง
เรือเหาะ/เรือกอนโดลาสายลับถูกใช้งานหลายครั้งมาก
และประสบความสำเร็จอย่างมาก
ในระหว่างการโจมตีด้วยระเบิดที่ Calais ทางตอนเหนือของฝรั่งเศส
ในเดือนมีนาคมปี 1916
Baron Gemmingen และผู้การ Lehmann
ทั้งคู่ต่างต้องการที่จะเป็นคนแรกที่ขับขี่เรือเหาะสายลับ
แต่หลังจากการโต้แย้งด้วยเหตุด้วยผล
ในที่สุด Gemmingen กลายเป็นคนแรกที่ได้ขับขี่เรือเหาะสายลับ
เรือเหาะสายลับที่ Gemmingen ขับขี่อยู่ในระดับต่ำกว่าครึ่งไมล์
บินล่องลอยอยู่ใต้เรือบินทั่วไปและเรือเหาะที่บินเหนือก้อนเมฆ
Gemmingen ได้สารภาพในภายหลังว่า
ท่านรู้สึกอ้างว้างโดดเดี่ยวมาก
เมื่อเห็นเรือเหาะ Zeppelin ยักษ์ใหญ่
บินหายไปจากสายตา หลบขึ้นไปอยู่ภายในก้อนเมฆ
.
.
ผู้การ Lehmann ได้เขียนว่า
" เมื่อเรามองออกไปด้านนอกของห้องควบคุมเรือเหาะ
เรามองไม่เห็นอะไรเลย มีแต่ความมืดมิดและหมอกที่ล้อมรอบตัวเรา
คล้ายกำแพงขนาดยักษ์ที่ห้อมล้อมเราที่ไม่อาจต้านทานได้
และแล้ว Gemmingen ได้พูดวิทยุสนามลงมาแจ้งพวกเราว่า
ให้มีเครื่องบอกทิศทางด้วยเข็มทิศ
เราวนรอบป้อมปราการเป็นเวลา 45 นาที
Gemmingen ยังได้ใช้เวลาเพิ่มเติม
เพื่อจะทิ้งระเบิดลงพื้นที่เป้าหมายได้อย่างแม่นยำ
ในช่วงแรกมีความยากลำบากอยู่บ้าง
ในการบังคับทิศทางของเรือเหาะขนาดจิ๋วและกะทิศทาง
ในช่วงระยะเวลาแรก ๆ นั้น มีการทิ้งระเบิดจำนวนเล็ก ๆ น้อย ๆ
แต่แล้วในไม่ช้าก็มีการทิ้งระเบิดขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ
มีการโจมตีถึง 5 ครั้ง
เพื่อทำลายสถานีรถไฟ โกดังสินค้าแถวท่าเรือ คลังแสงและจุดอื่น ๆ
บางครั้ง บนพื้นผิวด้านบนของก้อนเมฆ
เราจะเห็นแสงเป็นรูปวงรีคล้ายไฟส่องแสง
เมื่อแสงกระทบกับก้อนเมฆแล้วถูกกักไว้บนพื้นก้อนเมฆ
ดูคล้ายกับการละเล่นแสงสีบนทุ่งฝ้ายสีขาวนับ 1,000 เอคอร์บนท้องฟ้า "
เรือเหาะสายลับขนาดจิ๋ว
มีการดัดแปลงมาใช้ในภายหลังโดยกองทัพเรือสหรัฐฯ
และนำมาใช้กับเรือบิน USS Akron โดยบรรจุแก๊สฮีเลียมด้านใน
แต่การใช้งานครั้งแรกไม่เสถียรภาพมีอาการแกว่งไปมาอย่างรุนแรง
จนทำให้เรือเหาะทั้งลำตกอยู่ในภยันตรายได้
ปีกเรือเหาะเพื่อเพิ่มเสถียรภาพในแนวตั้ง
จึงถูกติดตั้งเพิ่มเข้ามาเพื่อลดอาการแกว่งอย่างรุนแรง
แต่แล้วกองทัพเรือสหรัฐตัดสินใจว่าตะกร้านั้นอันตรายเกินไปที่จะใช้
ส่วนที่ Imperial War Museum ในลอนดอน
จะมีเรือเหาะสายลับขนาดจิ่ว Zeppelin ของจริง
ที่ตกลงมาใกล้กับ Colchester หลังจากการโจมตีทางอากาศ
เรือเหาะสายลับลำนี้ตกลงมาในเดือนกันยายน 1916
เชื่อกันว่าเครื่องกว้านสายเคเบิลที่ติดตั้งในเรือเหาะ
เกิดหยุดชะงักไม่ทำงานชั่วคราวเพราะอุปกรณ์ชำรุด
ทำให้เรือเหาะสายลับขนาดจิ๋วโหม่งกระแทกพื้น
พร้อมกับสายเคเบิลยาวราว 1,500 เมตร
แต่ในช่วงเวลานั้น เยอรมันยังไม่มีการตั้งชื่อ
หรือระบุหมายเลขประจำตัวของเรือเหาะสายลับขนาดจิ๋ว
เรียบเรียง/ที่มา
http://bit.ly/2pCOh19
http://bit.ly/37tW2HN
http://bit.ly/2O6f9QK
http://bit.ly/2OypGDi
รุ่นใหม่
เยอรมันพัฒนาใช้งานในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
Otto Skorzeny กับ Benito Mussolini
หลังจากชิงตัวประกันจากกลุ่มกบฎ
ได้อย่างตื่นเต้นเร้าใจในปี 1943
ใช้กำกับทิศทางการบินจากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตก
รำลึกถึงเพื่อนสหายป่า
เรื่องเล่าไร้สาระ
รัสเซียเดิมเป็นชาติที่ยากจนด้อยพัฒนามาก
เพราะตกอยู่ภายใต้การปกครองของมองโกลร่วม 200 ปี
ทำให้ยีนของคนมองโกลปะปนกับชนเผ่าสลาฟ/รัสเซียจำนวนมาก
เลยมีนิยามใจดีเหมือนชาวสลาฟ เหี้ยมโหดเหมือนคนมองโกล เจ้าเล่ห์เหมือนชนเผ่าเร่ร่อน
รัสเซียในยุค
อีวานมหาราช (ไม่ใช่อีวานผู้เหี้ยมโหด)
พระองค์ได้รับหนังสือจากอาณาจักรไบเซนไทด์จำนวนมากที่นำมาฝากไว้
ก่อนที่อาณาจักรแห่งนี้ล่มสลายด้วยฝีมือกองทัพมุสลิม
พระองค์เป็นนักรบที่เหี้ยมโหดในการรบ จนเป็นที่มาของวลี โหดสัตว์รัสเซีย
แต่เพราะระบบการปกครองและมัวแต่รบขยายดินแดนกว้างถึง 3 เท่า
ทำให้การศึกษาและวิทยาการด้อยพัฒนามาก
สมัย
พระเจ้าปีเตอร์มหาราช
จึงเริ่มต้นนำเข้าความรู้ต่าง ๆ จาก ดัชต์ เยอรมัน อังกฤษ
เพราะตอนเยาว์วัยได้เดินทางไปดูงานที่ยุโรป
และเคยปลอมตัวเป็นกรรมกรเพื่อจะได้รู้ถึงปัญหาคนรัสเซียอพยพ
จะได้จูงใจให้คนเหล่านั้นกลับมาพัฒนาชาติ
พระนางแคเทอรีนมหาราชินี มาจากปรัสเซีย
จึงชื่นชอบ/นิยมเยอรมันอย่างแรง
ทำให้นำเข้าครู/ช่างจากเยอรมันจำนวนมาก
ชนชาติเยอรมันเป็นพวกแปร๊ะ(เข้มงวด)มากในเรื่องงาน/การศึกษา
จึงวางรากฐานวิทยาศาสตร์/วิศวกรรมให้รัสเซียมาจนถึงทุกวันนี้
ในอดีตคนรัสเซียกลัวคนเยอรมันมาก เพราะหวาด(กลัว)มาตั้งแต่เดิม
โดยเฉพาะพวกชนชั้นนำที่เคยเรียนกับครูเยอรมัน
ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
รัสเซียได้ยีดครองเยอรมันนีตะวันออก
ก็ยังยอบรับฝีมือสายลับเยอรมันมาก
มีใน
3 หน่วยสืบราชการลับสุดโหดระดับโลก
รัสเซียเหยียดฝรั่งเศสว่า ชาติขี้แพ้
ชาติที่ดีแต่รบคนในชาติ ตั้งแต่การปฏิวัติฝรั่งเศส และ
Vendée War สงครามอัปยศภายในชาติที่ฝรั่งเศสยังไม่ยอมรับจนทุกวันนี้
นโปลีอองมหาราชก็รบแพ้รัสเซีย
เรือเหาะสายลับ Zeppelin รุ่นจิ๋วของเยอรมัน
งานในตำแหน่งที่อันตรายที่สุดของทหารเยอรมันคือ
หน้าที่ลูกเรือเรือเหาะสายลับ Zeppelin รุ่นจิ๋วเยอรมัน
มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า เรือกอนโดลาสายลับหรือตะกร้าสอดแนม
หน้าที่ลูกเรือคือ คอยเฝ้าระวัง/ตรวจตราทางอากาศ
โดยลูกเรือนั่งนั่งนอนนอนอยู่ภายในเรือเหาะ
เพื่อคอยสังเกตการณ์ภาคพื้นดิน
ค้นหาตำแหน่งข้าศึกและหย่อนระเบิดลงไปที่เป้าหมาย
โดยจะผูกระเบิดด้วยเชือกที่ห้อยลงมาจากท้องเรือ
การเฝ้าระวัง/ตรวจการพื้นที่เป้าหมายแต่ละแห่ง
เรือเหาะรุ่นจิ๋วนี้ลอยตัวอยู่ใต้ก้อนเมฆ
โดยแขวนติดกับเรือเหาะ Zeppelin ขนาดใหญ่ที่ลอยตัวอยู่สูง
มักจะลอยอยู่เหนือชั้นเมฆที่ปกคลุม
เพื่อซ่อนเร้นจากสายตาของพวกศัตรูได้
การตรวจตา/สังเกตการณ์ทางอากาศ
เป็นเรื่องที่ต้องใช้สายตาของลูกเรือเป็นหลัก
นักบินเรือเหาะ Zeppelin รุ่นใหญ่
จึงสอนนักบินเรือเหาะรุ่นจิ๋วที่บังคับเรือเหาะ Zeppelin รุ่นใหญ่ด้านบน
ให้หัดบินไปตามเส้นทางที่เหมาะสมในยุคนั้น
ซึ่งเป็นแนวเสาไฟฟ้า โทรเลข โทรศัพท์
แม้ว่าภารกิจงานนี้จะอันตรายและเสี่ยงตาย
แต่ลูกเรือหลายคนกลับชอบในการทำหน้าที่นี้
เพราะบนเรือเหาะ คือ สถานที่เพียงแห่งเดียว
ที่อนุญาตให้ลูกเรือสูบบุหรี่ได้ในเวลาที่ต้องการ
หมายเหตุ
ในสนามรบต้องพรางไฟ
และการสูบบุหรี่ต้องหลบซ่อนพรางแสง
สหายป่าพรรคคอมมิวนิสต์เคยบอกว่า
การสูบบุหรี่ในป่าแบบไม่ระมัดระวัง
จะเห็นเปลวไฟวาบ ๆ แต่ไกลในที่มืด
และในทะเลทรายที่มีการสู้รบกับพวก ISIS
นักรบหญิงชาว Kurk ก็ยืนยันว่า
สหายร่วมรบของตนถูกยิงเข้าที่สมอง
โดยพลซุ่มยิง ISIS เพราะยืนสูบบุหรึ่ในที่มืด
สวยสังหารโหดยิง ISIS กว่า 100 ศพ
.
Captain Ernst August Lehmann
ผู้การเรือเหาะ Zeppelin ชาวเยอรมัน
ได้เขียนบรรยายในหนังสือ The Zeppelins
เล่าถึงเรื่องราวการพัฒนาและสร้างเรือเหาะ Zeppelins ขนาดจิ๋ว
ร่วมกับ Baron Gemmingen และหลานชาย Count Zeppelin
" แนวความคิดของเราก็คือ การผลิตที่สังเกตการณ์ขนาดเล็ก
ซึ่งบินต่ำกว่าครึ่งไมล์หรือต่ำกว่าเรือเหาะ Zeppelin
ซึ่งในระดับนี้ลูกเรือที่สังเกตการณ์
จะสามารถบังคับเรือเหาะได้ง่าย ๆ
และชี้เป้าหมายบอกเส้นทางและยิงลงมาข้างล่างได้
ในขณะที่เรือเหาะขนาดใหญ่แขวนเรือเหาะขนาดจิ๋วไว้
พร้อมกับลอยตัวอยู่เหนือเรือเหาะขนาดจิ๋วอย่างสงบนิ่ง
หลบซ่อนตัวอยู่ภายในกลุ่มก้อนเมฆและม่านหมอก
ผมในฐานะวิศวกรงานออกแบบเรือเหาะกระป๋องครั้งนี้
ผมตกหลุมรักมันเลย แต่มันไม่ใช่สิ่งประดิษฐ์ของผมที่คิดขึ้นมา
เพราะหลาย ๆ คนมีแนวคิดที่ที่คล้ายกันในเรื่องนี้
แต่มันมาจากนักธุรกิจชื่อ Hagen
ผู้เป็นวิศวกรโยธาในเมือง Cologne ด้วยเช่นกัน
ท่านมีร้านขายเครื่องจักรเล็ก ๆ ใกล้ ๆ กัน
แล้วพวกเราก็ได้ทำการทดสอบครั้งแรก
กับอุปกรณ์ทดลองที่ค่อนข้างหยาบมาก "
.
เพื่อทดสอบต้นแบบเรือเหาะขนาดจิ๋ว
ผู้การ Lehmann ได้ปิดตานายท้ายเรือเหาะ
แล้วใช้เครื่องกว้านลังใส่ระเบิดขนาดใหญ่ที่ดัดแปลงแล้ว
ดึงลังนี้ให้ลอยตัวอยู่ในอากาศสูงจากพื้นดินราว 150 เมตร
ในการติดต่อระหว่างกันใช้วิทยุทหาร
ภายในลังไม้มีการใช้เข็มทิศของคนตาบอด/ใช้ในที่มืด
ผู้การ Lehmann สามารถสั่งนายท้ายเรือเหาะที่ถูกปิดตา
ให้ถือหางเสือบังคับเลี้ยวซ้ายขวาไปตรงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หลังจากการทดลองต้นแบบประสบความสำเร็จ
ผู้การ Lehmann จึงเริ่มลงมือออกแบบห้องสังเกตการณ์
ที่มีความทนทานทนถึกมากขึ้น
และขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์หลักของเรือเหาะ
ห้องเรือกอนโดลาเหาะได้นั้นทำจากงานจักสาน
มีลักษณะรูปทรงคล้ายกับลำตัวเรือบินขนาดเล็ก
มีหางเสือบังคับทิศทาง และปีกเรือเหาะ
มีคันบังคับเลี้ยวซ้ายขวาได้ในการบังคับเรือเหาะ Zeppelin ด้านบน
เพื่อให้ผู้ขับขี่ควบคุมการเคลื่อนไหวด้านข้างได้
หากเรือเหาะพบกับสภาวะอากาศแปรปรวน
แต่ในไม่ช้าก็พิสูจน์แล้วว่าไม่จำเป็น
ภายในเรือเหาะขนาดจิ๋วมีเก้าอี้นั่งนอนสะดวกสบาย
โต๊ะวางแผนที่ภูมิศาสตร์ แสงไฟฟ้า อุปกรณ์ป้องกันฟ้าผ่า
เข็มทิศและวิทยุสนามติดต่อกับพื้นที่ด้านล่าง
เรือเหาะ/เรือกอนโดลาสายลับถูกใช้งานหลายครั้งมาก
และประสบความสำเร็จอย่างมาก
ในระหว่างการโจมตีด้วยระเบิดที่ Calais ทางตอนเหนือของฝรั่งเศส
ในเดือนมีนาคมปี 1916
Baron Gemmingen และผู้การ Lehmann
ทั้งคู่ต่างต้องการที่จะเป็นคนแรกที่ขับขี่เรือเหาะสายลับ
แต่หลังจากการโต้แย้งด้วยเหตุด้วยผล
ในที่สุด Gemmingen กลายเป็นคนแรกที่ได้ขับขี่เรือเหาะสายลับ
เรือเหาะสายลับที่ Gemmingen ขับขี่อยู่ในระดับต่ำกว่าครึ่งไมล์
บินล่องลอยอยู่ใต้เรือบินทั่วไปและเรือเหาะที่บินเหนือก้อนเมฆ
Gemmingen ได้สารภาพในภายหลังว่า
ท่านรู้สึกอ้างว้างโดดเดี่ยวมาก
เมื่อเห็นเรือเหาะ Zeppelin ยักษ์ใหญ่
บินหายไปจากสายตา หลบขึ้นไปอยู่ภายในก้อนเมฆ
ผู้การ Lehmann ได้เขียนว่า
" เมื่อเรามองออกไปด้านนอกของห้องควบคุมเรือเหาะ
เรามองไม่เห็นอะไรเลย มีแต่ความมืดมิดและหมอกที่ล้อมรอบตัวเรา
คล้ายกำแพงขนาดยักษ์ที่ห้อมล้อมเราที่ไม่อาจต้านทานได้
และแล้ว Gemmingen ได้พูดวิทยุสนามลงมาแจ้งพวกเราว่า
ให้มีเครื่องบอกทิศทางด้วยเข็มทิศ
เราวนรอบป้อมปราการเป็นเวลา 45 นาที
Gemmingen ยังได้ใช้เวลาเพิ่มเติม
เพื่อจะทิ้งระเบิดลงพื้นที่เป้าหมายได้อย่างแม่นยำ
ในช่วงแรกมีความยากลำบากอยู่บ้าง
ในการบังคับทิศทางของเรือเหาะขนาดจิ๋วและกะทิศทาง
ในช่วงระยะเวลาแรก ๆ นั้น มีการทิ้งระเบิดจำนวนเล็ก ๆ น้อย ๆ
แต่แล้วในไม่ช้าก็มีการทิ้งระเบิดขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ
มีการโจมตีถึง 5 ครั้ง
เพื่อทำลายสถานีรถไฟ โกดังสินค้าแถวท่าเรือ คลังแสงและจุดอื่น ๆ
บางครั้ง บนพื้นผิวด้านบนของก้อนเมฆ
เราจะเห็นแสงเป็นรูปวงรีคล้ายไฟส่องแสง
เมื่อแสงกระทบกับก้อนเมฆแล้วถูกกักไว้บนพื้นก้อนเมฆ
ดูคล้ายกับการละเล่นแสงสีบนทุ่งฝ้ายสีขาวนับ 1,000 เอคอร์บนท้องฟ้า "
เรือเหาะสายลับขนาดจิ๋ว
มีการดัดแปลงมาใช้ในภายหลังโดยกองทัพเรือสหรัฐฯ
และนำมาใช้กับเรือบิน USS Akron โดยบรรจุแก๊สฮีเลียมด้านใน
แต่การใช้งานครั้งแรกไม่เสถียรภาพมีอาการแกว่งไปมาอย่างรุนแรง
จนทำให้เรือเหาะทั้งลำตกอยู่ในภยันตรายได้
ปีกเรือเหาะเพื่อเพิ่มเสถียรภาพในแนวตั้ง
จึงถูกติดตั้งเพิ่มเข้ามาเพื่อลดอาการแกว่งอย่างรุนแรง
แต่แล้วกองทัพเรือสหรัฐตัดสินใจว่าตะกร้านั้นอันตรายเกินไปที่จะใช้
ส่วนที่ Imperial War Museum ในลอนดอน
จะมีเรือเหาะสายลับขนาดจิ่ว Zeppelin ของจริง
ที่ตกลงมาใกล้กับ Colchester หลังจากการโจมตีทางอากาศ
เรือเหาะสายลับลำนี้ตกลงมาในเดือนกันยายน 1916
เชื่อกันว่าเครื่องกว้านสายเคเบิลที่ติดตั้งในเรือเหาะ
เกิดหยุดชะงักไม่ทำงานชั่วคราวเพราะอุปกรณ์ชำรุด
ทำให้เรือเหาะสายลับขนาดจิ๋วโหม่งกระแทกพื้น
พร้อมกับสายเคเบิลยาวราว 1,500 เมตร
แต่ในช่วงเวลานั้น เยอรมันยังไม่มีการตั้งชื่อ
หรือระบุหมายเลขประจำตัวของเรือเหาะสายลับขนาดจิ๋ว
เรียบเรียง/ที่มา
http://bit.ly/2pCOh19
http://bit.ly/37tW2HN
http://bit.ly/2O6f9QK
http://bit.ly/2OypGDi
รัสเซียเดิมเป็นชาติที่ยากจนด้อยพัฒนามาก
เพราะตกอยู่ภายใต้การปกครองของมองโกลร่วม 200 ปี
ทำให้ยีนของคนมองโกลปะปนกับชนเผ่าสลาฟ/รัสเซียจำนวนมาก
เลยมีนิยามใจดีเหมือนชาวสลาฟ เหี้ยมโหดเหมือนคนมองโกล เจ้าเล่ห์เหมือนชนเผ่าเร่ร่อน
รัสเซียในยุค อีวานมหาราช (ไม่ใช่อีวานผู้เหี้ยมโหด)
พระองค์ได้รับหนังสือจากอาณาจักรไบเซนไทด์จำนวนมากที่นำมาฝากไว้
ก่อนที่อาณาจักรแห่งนี้ล่มสลายด้วยฝีมือกองทัพมุสลิม
พระองค์เป็นนักรบที่เหี้ยมโหดในการรบ จนเป็นที่มาของวลี โหดสัตว์รัสเซีย
แต่เพราะระบบการปกครองและมัวแต่รบขยายดินแดนกว้างถึง 3 เท่า
ทำให้การศึกษาและวิทยาการด้อยพัฒนามาก
สมัย พระเจ้าปีเตอร์มหาราช
จึงเริ่มต้นนำเข้าความรู้ต่าง ๆ จาก ดัชต์ เยอรมัน อังกฤษ
เพราะตอนเยาว์วัยได้เดินทางไปดูงานที่ยุโรป
และเคยปลอมตัวเป็นกรรมกรเพื่อจะได้รู้ถึงปัญหาคนรัสเซียอพยพ
จะได้จูงใจให้คนเหล่านั้นกลับมาพัฒนาชาติ
พระนางแคเทอรีนมหาราชินี มาจากปรัสเซีย
จึงชื่นชอบ/นิยมเยอรมันอย่างแรง
ทำให้นำเข้าครู/ช่างจากเยอรมันจำนวนมาก
ชนชาติเยอรมันเป็นพวกแปร๊ะ(เข้มงวด)มากในเรื่องงาน/การศึกษา
จึงวางรากฐานวิทยาศาสตร์/วิศวกรรมให้รัสเซียมาจนถึงทุกวันนี้
ในอดีตคนรัสเซียกลัวคนเยอรมันมาก เพราะหวาด(กลัว)มาตั้งแต่เดิม
โดยเฉพาะพวกชนชั้นนำที่เคยเรียนกับครูเยอรมัน
ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
รัสเซียได้ยีดครองเยอรมันนีตะวันออก
ก็ยังยอบรับฝีมือสายลับเยอรมันมาก
มีใน 3 หน่วยสืบราชการลับสุดโหดระดับโลก
รัสเซียเหยียดฝรั่งเศสว่า ชาติขี้แพ้
ชาติที่ดีแต่รบคนในชาติ ตั้งแต่การปฏิวัติฝรั่งเศส และ
Vendée War สงครามอัปยศภายในชาติที่ฝรั่งเศสยังไม่ยอมรับจนทุกวันนี้
นโปลีอองมหาราชก็รบแพ้รัสเซีย