ไฮสปีดอีอีซี ปาหี่รถไฟสายที่ไม่มีใครอยากทำ

ใครที่ติดตามละครไฮสปีดสายตะวันออกมาตลอด ช่วงนี้น่าจะรู้สึกสนุกขึ้นเป็นพิเศษ เพราะมีตัวประกอบชูรสเพิ่มขึ้นมาอีกสองตัว ที่เป็นระดับเสนาบดีคุมกระทรวงราง (ซึ่งทั้งคู่มีสายสัมพันธ์ลึกซึ้ง เพราะมาจากรากฐานพรรคการเมืองเดียวกัน และหนึ่งในนั้นยังมีกิจการส่วนตัวที่เกี่ยวข้องกับการประมูลไฮสปีดเจ้าปัญหานี่อีกด้วย) ซึ่งจู่ ๆ ก็โผล่มาทำทีท่าฟาดงวงฟาดงา ทุบดังปังบนโต๊ะที่เขากำลังเจรจาอย่างคืบหน้า เพื่อให้ได้ข้อยุติที่สวยงามสำหรับทั้งสองฝ่ายกันอยู่ กลายเป็นปาหี่มุขดุดันของฝั่งการเมืองที่ต้องการแสดงอำนาจสร้างผลงาน แต่ยิ่งทำให้คนทำงานเสียเวลาต้องมานั่งอธิบายให้เข้าใจข้อมูลเชิงลึกกันอีก แทนที่คณะทำงานทั้งสองฝ่ายจะได้รีบ ๆ โฟกัสกับการเจรจาให้จบ ๆ ตามกำหนดเวลาที่วางกันไว้



แต่นักวิเคราะห์กระซิบมาดัง ๆ ไม่แพ้เสียงทุบโต๊ะว่า เหตุที่เสนาบดีเจ้าของกิจการก่อสร้างต้องออกโรงมาบีบคอซีพีให้รีบลงนามในวันที่ 15 ต.ค. (โดยเสแสร้งแกล้งยกแม่น้ำทั้งห้า ที่ไม่มีข้อมูลรายละเอียดถูกต้องเลยสักอย่างเดียว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องให้ก่อสร้างไปส่งมอบพื้นที่ไป หรือให้กลุ่มซีพีจ่ายค่าส่วนต่างจากวงเงินอุดหนุน ตามระเบียบพัสดุการจัดซื้อจัดจ้าง หากต้องเรียกกลุ่มบีเอสอาร์มาเจรจา ฯลฯ ที่ว่าไม่ถูกต้อง ก็เพราะโดยข้อกฎหมายและอำนาจหน้าที่ รัฐมนตรีหรือใครก็ไม่มีสิทธิ์สั่งการแบบนี้ เนื่องจากเป็นสาระของการร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชน ไม่ใช่งานสัมปทาน อำนาจหน้าที่จึงอยู่ที่กพอ.และนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานกพอ.) ก็เพราะว่าต้องการให้กระดูกชิ้นโตนี้มีเจ้าของเสียที เพราะเกิดพันธมิตรซีพีถอดใจขึ้นมา ยอมเสีย 2 พันล้านดีกว่าต้องทนแบกภาระขาดทุนและดอกเบี้ยระยะยาวไปอีก 50 ปี คนที่ซวยต้องรับกระดูกนี้ไปแขวนคอแทนก็คือฝ่ายเสนาบดีที่เข้าร่วมประมูลโครงการนี้ด้วยนั่นเอง ซึ่งข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับปัญหาต่าง ๆ ที่ซีพีพยายามต่อรองกับคณะกรรมการฯ มาตลอดนี้ ทางเสนาบดีก็มองออกมาก่อนหน้านี้แล้ว จึงไม่อยากให้ทีมรับไปทำ จึงต้องรีบ ๆ มาแสดงแสนยานุภาพ ทำยังไงก็ได้ให้ซีพีรีบรับไปเร็ว ๆ จะได้รอดจากปัญหาอย่างสมบูรณ์ซะที แม้ต้องเล่นบทให้รัฐยอมจ่ายค่ารื้อย้ายสาธารณูปโภคอย่างที่ควรจะเป็นตั้งแต่แรกก็ตาม  

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

จริง ๆ แล้วยังมีตัวประกอบอีกหนึ่งตัวที่เข้ามาทำให้ละครไฮสปีดสายตะวันออกนี้มีอะไรให้คิดต่ออีก ก็คือสื่อรายหนึ่งที่มักจะเป็นรายเดียวที่ได้ข้อมูลจากห้องเจรจาออกมาเปิดเผยได้ตลอดเวลา โดยไม่แคร์ว่าการนำข้อมูลในขณะที่การเจรจายังไม่จบ มาเปิดเผยเป็นการผิดข้อตกลงและเสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้องได้ เพราะได้ไฟเขียวจากคนในโต๊ะเจรจาที่แอบลักลอกนำข้อมูลมาให้แฉ เพราะหวังไว้ในเบื้องต้นว่าจะจับผิดฝ่ายเอกชนว่าจะตุกติกอะไร แต่ยิ่งเปิดเผยยิ่งกลายเป็นว่า เอกชนไม่มีอะไรในกอไผ่ เพียงแค่ต้องการให้ทุกอย่าง ทุกรายละเอียด ทุกขั้นตอนเป็นไปด้วยความโปร่งใส จะได้ไม่ให้มีปัญหาการฟ้องร้องหรือเสียหายในภายหลัง จะได้ไปโฟกัสที่การบริหารจัดการโครงการอย่างเต็มที่ แถมข้อมูลบางอย่างที่นำมาเปิดเผยยังถูกพบว่า ฝ่ายที่เล่นแง่วางกับดักไว้ ไม่ใช่ฝ่ายเอกชนอีกต่างหาก

การกระทำของตัวละครนี้แม้จะไม่ถูกต้องและค่อนข้างสกปรกอยู่สักหน่อย แต่อย่างน้อยก็ทำให้ประชาชน คนวงนอกโต๊ะเจรจาได้รับรู้ข้อมูลในห้องลับว่าที่แท้ใครกันแน่ที่ถืออาวุธไว้ข้างหลัง

ละครยังไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพตัวประกอบ ^_^

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่