
วันที่ 19 กันยายน นายวิชิต ปลั่งศรีสกุล อดีตผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย เขต 1 จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในฐานะรองประธานคณะอนุกรรมาธิการเพื่อพิจารณาศึกษาปัญหาเรื่องมะพร้าวและสับปะรด สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า
หลังจากทำหนังสือร้องเรียนถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อขอให้ตรวจสอบการใช้งบประมาณเร่งด่วนของ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) จัดสรรให้จังหวัดละ 200 ล้านบาท เนื่องจากบางโครงการ มีการเสนอแผนและอนุมัติโครงการให้กับบางพื้นที่ไม่เหมาะสมกับความเดือดร้อนที่แท้จริงของประชาชน บางโครงการไม่มีความจำเป็น หรือซ้ำซ้อนกับภารกิจเดิมขององค์กรปกครองท้องถิ่น( อปท.) และทราบว่า มีการวิ่งเต้นของกลุ่มผู้รับเหมาบางกลุ่มในลักษณะตกลงราคาประมูลงานล่วงหน้า
“ได้รับรายงานว่าในการออกหน่วยจังหวัดเคลื่อนที่ในพื้นที่ ต.ห้วยทราย อ.เมืองฯ มีข้าราชการระดับสูงทั้งระดับจังหวัด นายอำเภอที่ใกล้จะเกษียณอายุราชการ เรียกกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เข้าห้องประชุม จากนั้นมีการตำหนิผู้ใหญ่บ้าน 3 คนอย่างรุนแรง เนื่องจากข้าราชการเหล่านั้นเข้าใจว่า แอบให้ข้อมูลกับพรรคเพื่อไทย ทำให้จังหวัดได้รับความเสียหาย จากการจัดสรรงบช่วยเหลือภัยแล้ง ซึ่งการให้ข้อมูลในลักษณะนี้
หากไม่มีการทุจริตข้าราชการก็ไม่ควรแสดงอาการหวาดวิตก และขณะนี้ได้รับการยืนยันจากประธานคณะกรรมาธิการการศึกษาจัดทำ และติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎรจะลงพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อตรวจสอบและศึกษาการใช้งบประมาณแผ่นดินของหน่วยงานต่างๆให้เป็น “ประจวบโมเดล” เป็นต้นแบบตรวจสอบการใช้งบประมาณของทุกจังหวัดทั่วประเทศ”
JJNY : อดีตผู้สมัครส.พท.ข้องใจบิ๊กขรก.เรียก 3 ผู้ใหญ่บ้านจวกหลังร้องเรียนฯ/ศรีสุวรรณบุกสตง.ตรวจสอบเงินบริจาคหน่วยงานรัฐฯ
https://www.matichon.co.th/politics/news_1676632
หลังจากทำหนังสือร้องเรียนถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อขอให้ตรวจสอบการใช้งบประมาณเร่งด่วนของ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) จัดสรรให้จังหวัดละ 200 ล้านบาท เนื่องจากบางโครงการ มีการเสนอแผนและอนุมัติโครงการให้กับบางพื้นที่ไม่เหมาะสมกับความเดือดร้อนที่แท้จริงของประชาชน บางโครงการไม่มีความจำเป็น หรือซ้ำซ้อนกับภารกิจเดิมขององค์กรปกครองท้องถิ่น( อปท.) และทราบว่า มีการวิ่งเต้นของกลุ่มผู้รับเหมาบางกลุ่มในลักษณะตกลงราคาประมูลงานล่วงหน้า
“ได้รับรายงานว่าในการออกหน่วยจังหวัดเคลื่อนที่ในพื้นที่ ต.ห้วยทราย อ.เมืองฯ มีข้าราชการระดับสูงทั้งระดับจังหวัด นายอำเภอที่ใกล้จะเกษียณอายุราชการ เรียกกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เข้าห้องประชุม จากนั้นมีการตำหนิผู้ใหญ่บ้าน 3 คนอย่างรุนแรง เนื่องจากข้าราชการเหล่านั้นเข้าใจว่า แอบให้ข้อมูลกับพรรคเพื่อไทย ทำให้จังหวัดได้รับความเสียหาย จากการจัดสรรงบช่วยเหลือภัยแล้ง ซึ่งการให้ข้อมูลในลักษณะนี้