ทุกวันนี้ หากถามว่านิพพานเป็นอะไร เป็นอัตตาหรืออนัตตา จะมีคำตอบอยู่ 3 อย่าง คือ นิพพานเป็นอนัตตา นิพพานเป็นอัตตา และ นิพพานไม่เป็นทั้งอัตตาและอนัตตา
กรณีนิพพานเป็นอัตตา ผมจะไม่พูดถึงที่กระทู้นี้ แต่สำหรับในพระไตรปิฏก พระอรรถกถาจารย์ได้วินิจฉัยไว้ว่า นิพพานเป็นอนัตตา
อย่างไรก็ตาม มีครูบาอาจารย์บางท่าน ผมขออนุญาตไม่เอ่ยนามนะครับ (แต่มีท่านหนึ่งที่ทุกคนทราบกันดีนั่นคือหลวงตามหาบัว แต่เนื่องจากผมไม่เคยอ่านหรือฟังเหตุผลของท่าน จึงไม่เกี่ยวกับตัวอย่างที่ผมจะพูดถึง) ผมได้มีโอกาสฟังครูบาอาจารย์ท่านหนึ่งเทศน์ ท่านบอกว่า นิพพานไม่ใช่ทั้งอนัตตาและไม่ใช่อัตตา
ผมไม่มีเจตนาปรามาสหรือแย้งครูบาอาจารย์ว่าท่านผิดนะครับ และไม่จำเป็นว่าครูบาอาจารย์ แม้จะบรรลุธรรมแล้ว จะต้องเข้าใจสมมุติบัญญัติถูกต้องเสมอไป
ผมเข้าใจว่า ที่ท่านบอกว่า นิพพานไม่เป็นอัตตาและไม่เป็นอนัตตา เพราะท่านให้ความหมายของคำว่า อนัตตา ในลักษณะของคำนาม และเป็นสิ่งตรงกันข้ามกับคำว่าอัตตา คือ แปลว่า ไม่มีตัวตน ไม่เป็นตัวตน ไม่ได้ให้ความหมายคำว่าอนัตตาแบบคำวิเศษณ์ (ที่หมายถึง ไม่มีลักษณะเป็นตัวเป็นตน ควบคุมบังคับบัญช่ไม่ได้ ประมาณนั้น)
ไว้มีโอกาสอาจจะพูดถึงเรื่องนี้ แต่ขอเวลาศึกษาให้แน่ใจก่อนนะครับ (ว่าผมเข้าใจถูกต้องหรือไม่ว่าครูบาอาจารย์ท่านเข้าใจอย่างนั้น)
กลับมาที่คึกฤทธิ์นะครับ กรณีคึกฤทธิ์แตกต่างกับที่ผมยกตัวอย่างข้างต้น เหตุผลของคึกฤทธิ์ก็ง่ายๆ ครับ นั่นคือ ไม่มีประโยค "ดูกรภิกษุทั้งหลาย นิพพานเป็นอนัตตา" ก็เลยสรุปว่า นิพพานไม่เป็นอะไรเลย ไม่เป็นอัตตา และไม่เป็นอนัตตา
(เช่นเดียวกับชื่อเจ้าชายสิทธัตถะ ที่ไม่มีประโยค "ดูกรภืกษุทั้งหลาย ตถาคตเคยมีชื่อเดิมว่าสิทธัตถะ" ดังนั้น ตอนนี้คึกฤทธิ์ไม่ยอมรับว่าพระพุทธเจ้าเคยมีชื่อว่าสิทธัตถะ)
เมื่อไปสรุปแบบนี้ ผลกระทบที่ตามมาเป็นลูกโซ่คืออะไร? คึกฤทธิ์บอกว่า "สัพเพ ธัมมา อนัตตา" (ธรรมทั้งหลายทั้งปวงเป็นอนัตตา) คำว่า ธัมมา หรือ ธรรม จึงหมายถึง สังขตธรรม (หรือสังขารธรรม) เท่านั้น ไม่รวม อสังขตธรรม (หรือวิสังขารธรรม)
เท่ากับว่า อสังขตธรรม ไม่ใช่ธรรมไปซะแล้ว ไม่รู้ว่าเป็นอะไร และคำว่า ธรรม กับ สังขาร เป็นคำเดียวกัน
นี่เป็นตัวอย่างส่วนหนึ่งของการทำให้ธรรมะผิดเพี้ยนไป
ความเห็นผม ที่จริงคึกฤทธิ์สามารถบอกว่า นิพพานเป็นอนัตตาแบบเดียวกับที่พระอรรถกถาจารย์ท่านวินิจฉัยก็ได้ แต่คงเป็นเพราะมีอุดมการณ์ที่แน่วแน่ ยอมหักไม่ยอมงอ จึงต้องสรุปไปว่าไม่เป็นอะไรเลยแทน ไม่อย่างนั้น เมื่อไปยอมรับคำวินิจฉัยของอรรถกถาจารย์เรื่องหนึ่ง กลัวว่าจะมีเรื่องอื่นตามมาอีก
ก็ฝากถึงลูกศิษย์ลองพิจารณาดูนะครับ
(ที่จริงมีคลิปที่คึกฤทธิ์พูดเรื่องนี้ แต่ผมไม่สะดวกค้นนะครับ หาดูเองน่าจะเจอ แต่ถ้าผมเจอจะเอามาโพสต์ภายหลัง และที่ผมเรียกคึกฤทธิ์เฉยๆ เพราะผมรับไม่ได้ที่ท่านเป็นพระแต่ไปจับมือผู้หญิงนะครับ ผมขอไม่ให้เกียรติโดยเรียกชื่อเฉยๆ แบบเดัยวกับที่เรียกธัมมชโย)
คึกฤทธิ์บอกว่านิพพานไม่เป็นอะไรเลย โดยให้เหตุผลว่าเพราะไม่มีคำตรัสของพระพุทธเจ้า ซึ่งผลที่ตามมาก็คือ...
กรณีนิพพานเป็นอัตตา ผมจะไม่พูดถึงที่กระทู้นี้ แต่สำหรับในพระไตรปิฏก พระอรรถกถาจารย์ได้วินิจฉัยไว้ว่า นิพพานเป็นอนัตตา
อย่างไรก็ตาม มีครูบาอาจารย์บางท่าน ผมขออนุญาตไม่เอ่ยนามนะครับ (แต่มีท่านหนึ่งที่ทุกคนทราบกันดีนั่นคือหลวงตามหาบัว แต่เนื่องจากผมไม่เคยอ่านหรือฟังเหตุผลของท่าน จึงไม่เกี่ยวกับตัวอย่างที่ผมจะพูดถึง) ผมได้มีโอกาสฟังครูบาอาจารย์ท่านหนึ่งเทศน์ ท่านบอกว่า นิพพานไม่ใช่ทั้งอนัตตาและไม่ใช่อัตตา
ผมไม่มีเจตนาปรามาสหรือแย้งครูบาอาจารย์ว่าท่านผิดนะครับ และไม่จำเป็นว่าครูบาอาจารย์ แม้จะบรรลุธรรมแล้ว จะต้องเข้าใจสมมุติบัญญัติถูกต้องเสมอไป
ผมเข้าใจว่า ที่ท่านบอกว่า นิพพานไม่เป็นอัตตาและไม่เป็นอนัตตา เพราะท่านให้ความหมายของคำว่า อนัตตา ในลักษณะของคำนาม และเป็นสิ่งตรงกันข้ามกับคำว่าอัตตา คือ แปลว่า ไม่มีตัวตน ไม่เป็นตัวตน ไม่ได้ให้ความหมายคำว่าอนัตตาแบบคำวิเศษณ์ (ที่หมายถึง ไม่มีลักษณะเป็นตัวเป็นตน ควบคุมบังคับบัญช่ไม่ได้ ประมาณนั้น)
ไว้มีโอกาสอาจจะพูดถึงเรื่องนี้ แต่ขอเวลาศึกษาให้แน่ใจก่อนนะครับ (ว่าผมเข้าใจถูกต้องหรือไม่ว่าครูบาอาจารย์ท่านเข้าใจอย่างนั้น)
กลับมาที่คึกฤทธิ์นะครับ กรณีคึกฤทธิ์แตกต่างกับที่ผมยกตัวอย่างข้างต้น เหตุผลของคึกฤทธิ์ก็ง่ายๆ ครับ นั่นคือ ไม่มีประโยค "ดูกรภิกษุทั้งหลาย นิพพานเป็นอนัตตา" ก็เลยสรุปว่า นิพพานไม่เป็นอะไรเลย ไม่เป็นอัตตา และไม่เป็นอนัตตา
(เช่นเดียวกับชื่อเจ้าชายสิทธัตถะ ที่ไม่มีประโยค "ดูกรภืกษุทั้งหลาย ตถาคตเคยมีชื่อเดิมว่าสิทธัตถะ" ดังนั้น ตอนนี้คึกฤทธิ์ไม่ยอมรับว่าพระพุทธเจ้าเคยมีชื่อว่าสิทธัตถะ)
เมื่อไปสรุปแบบนี้ ผลกระทบที่ตามมาเป็นลูกโซ่คืออะไร? คึกฤทธิ์บอกว่า "สัพเพ ธัมมา อนัตตา" (ธรรมทั้งหลายทั้งปวงเป็นอนัตตา) คำว่า ธัมมา หรือ ธรรม จึงหมายถึง สังขตธรรม (หรือสังขารธรรม) เท่านั้น ไม่รวม อสังขตธรรม (หรือวิสังขารธรรม)
เท่ากับว่า อสังขตธรรม ไม่ใช่ธรรมไปซะแล้ว ไม่รู้ว่าเป็นอะไร และคำว่า ธรรม กับ สังขาร เป็นคำเดียวกัน
นี่เป็นตัวอย่างส่วนหนึ่งของการทำให้ธรรมะผิดเพี้ยนไป
ความเห็นผม ที่จริงคึกฤทธิ์สามารถบอกว่า นิพพานเป็นอนัตตาแบบเดียวกับที่พระอรรถกถาจารย์ท่านวินิจฉัยก็ได้ แต่คงเป็นเพราะมีอุดมการณ์ที่แน่วแน่ ยอมหักไม่ยอมงอ จึงต้องสรุปไปว่าไม่เป็นอะไรเลยแทน ไม่อย่างนั้น เมื่อไปยอมรับคำวินิจฉัยของอรรถกถาจารย์เรื่องหนึ่ง กลัวว่าจะมีเรื่องอื่นตามมาอีก
ก็ฝากถึงลูกศิษย์ลองพิจารณาดูนะครับ
(ที่จริงมีคลิปที่คึกฤทธิ์พูดเรื่องนี้ แต่ผมไม่สะดวกค้นนะครับ หาดูเองน่าจะเจอ แต่ถ้าผมเจอจะเอามาโพสต์ภายหลัง และที่ผมเรียกคึกฤทธิ์เฉยๆ เพราะผมรับไม่ได้ที่ท่านเป็นพระแต่ไปจับมือผู้หญิงนะครับ ผมขอไม่ให้เกียรติโดยเรียกชื่อเฉยๆ แบบเดัยวกับที่เรียกธัมมชโย)