เหตุเกิดจากเรียนปริญญาโท "อายุน้อย 210"

สวัสดีค่ะทุกท่าน ขอแนะนำตัวก่อนนะคะ 
ชื่อนิ่มค่ะ ปัจจุบันโลดแล่นอยู่ในวงการทีวี 
ไม่ได้เป็นดาราค่ะ เป็น Co-Producer อยู่โทรทัศน์ช่องหนึ่ง 
เรื่องที่จะมาเล่าจุดเริ่มต้นเกิดจาก "จะต้องขึ้นทะเบียนนักศึกษาปริญญาโท"
ตลอดชีวิตนับได้ปีนี้คือปีที่ 27 นิ่มคือ เด็กอ้วน วัยรุ่นอ้วน วัยทำงานก็ยังอ้วน
น้ำหนักเบาสุด 3.9 กิโลกรัม(ตอนเกิด) สูงสุด 155 กิโลกรัม (ตอนนี้)
กินข้าวมื้อสุดท้ายตอน ตี 1 (นอนตี2)
ไม่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นนิสัย และไม่สูบบุหรี่เลย (แต่รู้จักบุหรี่ตั้งแต่ยังไม่เกิดเพราะพ่อสูบ)
เคยคิดลดน้ำหนักบ้าง แต่ก็ไม่มีความพยายามมากพอ (พอคิดว่าไม่ได้เป็นไร ใครบอกให้ลดนี่ฟาดงวงใส่จ่ะ)
ไม่มีแฟน (และไม่เคยมี ไม่เคยคิดจะมี การมีแฟนคือการไม่มีชีวิตที่ปกติสุข เคยอ่านหนังสือเจอก็เลยเชื่อบรรณาธิการ)
แต่มีความรัก รอบข้างเต็มไปด้วยคนดี ( ดี 80% เลยล่ะ ถ้าบอก 100 % เดี๋ยวหาว่า ทอแล)
ที่เล่ามาดูเหมือนจะเป็นคนไม่ทุกข์ไม่ร้อน ใช่ จริงๆก็เป็นแบบนั้น 
แต่บรรทัดต่อจากนี้ไป ไป ไปไป ไป จะดราม่าแล้วจ่ะ

เหตุเกิดจากเรียนปริญญาโท "อายุน้อย 210"
เราต้องไปขอใบรับรองแพทย์ เพื่อไปเรียนปริญญาโท ซึ่งในนั้นทางม.ให้หมอระบุด้วยว่า "สุขภาพดี ไม่เป็นอุปสรรคต่อการศึกษา" และต้องส่งก่อน ก.ค. 62 
เออก็ไม่อีกกี่วันนี้นี่แหละ 
(โอ๊ยยยยยยยยย ขอกดบันทึกไว้ก่อนเพื่อนมาตามการบ้าน TT)

20-06-62 11:00 น.
วันนี้เราท้องเสียก็เลยหยุดงาน เแพลนวันนี้คือ
1.เราจะไปขอใบรับรองแพทย์ (เพื่อส่งให้ม.)
2.เราจะไปกินหมูกระทะเพราะมันมีโปร
ประเด็นอยู่ตรงการไปขอใบรับรองแพทย์สำหรับเรามันไม่ง่ายเลยเว่ย (เพื่อนเราเคลมว่า 10 นาทีก็เสร็จ)
เราเสียเวลาไป 6 ชั่วโมง ที่แรก 1 ชั่วโมง 
ขั้นตอนการไปขอใบรับรองแพทย์ที่แรก
1.จนท.ให้เรากรอกประวัติ ถามโน่นนี่ทั่วไป อายุ น้ำหนัก (เกือบ 2 ปีไม่เคยชั่ง จัดไป 154 ) ส่วนสูง 
2.จนท.แจ้งราคาใบรับรองแพทย์ (ใจเราคิดในทางบวกว่ามันคือค่าปฏิบัติงานต่างๆ ไม่น่าจะเรียกว่าการซื้อ)
3.จนท.ให้ไปวัดความดัน รอบแรก 170 กว่า พัก 30 นาที รอบสอง 160 ปลายๆ รอบสาม 170 กว่า 
4.จนท.ให้พบแพทย์ (ตามขั้นตอนเราคิดว่าก็ใช่)
5.เข้าห้องก็บอกหมอว่า
ทางเรา : พอดีจะไปเรียนต่อแล้วจะมาขอใบรับรองแพทย์ ในใบรับรองแพทย์ หมอช่วยระบุว่า " สุขภาพแข็งแรงไม่เป็นอุปสรรคต่อการศึกษาด้วยนะคะ"
หมอ :"ความดันคุณสูงมาก และไม่ควรสูงขนาดนี้เพราะคุณเพิ่งอายุ 26 ปี ตอนนี้น้ำหนัก154 สูง 170 ค่า BMI คุณเกินมามาก (พอดีเราจำไม่ได้ว่าเท่าไหร่)
หมอขอแนะนำว่า โอกาสที่คุณจะเป็นความดันสูงมีมาก นอกจากนั้นยังมีโอกาสเป็นไขมันในเลือดสูง รวมทั้งเบาหวานด้วย หมอคงเขียนลงไปไม่ได้ว่าคุณแข็งแรง คุณเหนื่อยไหม
ทางเรา : ไม่เหนื่อยนะคะ (ก็เพิ่งตื่นก็มาเนี่ย ไม่ได้ทำอะไร ซึ่งชีวิตจริงๆเราไม่ได้เหนื่อยแบบหอบจะตายไม่เคย เราคิดว่าเราคล่องตัวมากๆเลยล่ะ)
            : แต่เมื่อคืนนอนน้อยมาก เกี่ยวกันไหมคะ (พยายามหาข้อมาแย้งหมอว่าเออ ตรูเนี่ยมีเหตุการณ์บางอย่างทำให้ความดันขึ้นเด้อ)
หมอ : เกี่ยวค่ะ แต่ไม่สูงขนาดนี้ หมอว่าคุณน้ำหนักเกิน เอาแบบนี้หมอขอให้คุณมาวัดความดันกับหมออีก 3 ครั้ง แล้วหมอจะเขียนให้ วันนี้หมอคงเขียนให้ไม่ได้เพราะความดันคุณสูง 
ทางเรา : ค่ะ (หน้าเจื่อน อีเชี้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย อะไรกันโว๊ย แค่ไปเรียนเอง นี่อุตส่าห์สอบติดลงเรียนไปแล้ว หมอเมิงงงงง นาทีนั้นคือ กลับไปเป็นเด็ก 3 ขวบ ใจไร้วุฒิภาวะ โมโห หงุดหงิด ซึ่งรู้แหละว่าหมอไม่ผิด มีแอบชื่นชมหมอเล็กน้อยในใจ)
หมอ : (เปิดลิ้นชัก) นี่คือคู่มือสำหรับคนเป็นความดันโลหิตสูง หมอว่าลองเอาไปศึกษาดู (ก่อนจากกันหมออธิบายละเอียดโคตร ลดเค็ม ลดบุหรี่ ลดบลาๆ และจบที่ลดน้ำหนัก) 
ทางเรา : ขอบคุณค่ะ (กัดฟันกอดๆๆๆๆ)
หมอ : เดี๋ยวถ้าครั้งหน้ามางดน้ำงดอาหารมาให้หมอหน่อยนะคะ หมอจะขอดูน้ำตาล ไม่มีค่าใช้จ่ายเป็นสิทธิคนไทยทุกคนที่จะรู้ว่าสุขภาพตัวเองเป็นยังไง
ทางเรา : ค่ะ (ไม่ให้ไม่ต้องมาคุยด้วย ไม่มาแล้วโว้ยยยย วุฒิภาวะตอน 3 ขวบจริงๆตอนนั้น)

โอเคไม่ให้ เราแวะพักอารมณ์ หงุดหงุด ฉุนเฉียว เกี้ยวกราด ที่อยู่ในจิตใจด้วยหมูกระทะ ตอนกินก็นึกว่า ได้ ไม่ให้ใช่ไหม มีแหล่งใหม่อยู่แล้ว เดี๋ยวใช้เงินซื้อ 
555555555555555555555555555555555555555555555555 
ความคิดเฬวๆแบบเข้าข้างตัวเอง บวกความไร้สามัญสำนึกพาให้กินหมูไปเกือบ 2 กก. บวกน้ำจิ้มเค็มมาก ไปหลายรอบ คำหมอเมื่อชั่วโมงที่แล้วทะลุ      มโนสำนึกไปเรียบร้อย 

กลิ่นหมูแผ่กระจายไปทั่วเรือนร่าง ผมเผ้า เงาปาก และซอกเล็บเต็มไปด้วยหมูกระทะ อิ่มแล้วนะ เราจะไปซื้อใบรับรองแพทย์กัน กัน กันนนนนนนนนน

คลินิกที่ 2 ขั้นตอนที่ 1 และ 2 ขอไม่เล่าซ้ำ กระโดดมา 3 เลย เพราะ... 
ความดันรอบแรก 190 กว่า พัก 30 นาที รอบสอง 190 ปลายๆ รอบสาม 170 กว่า
เชี้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
ทันตาเห็น กินเค็มมา ทันตาเห็น ทันตาเห็นเลยอินิ่มมมมม (พึมพำกับตัวเองในใจ)
4.จนท. : เอาใบรับรองแพทย์ไปทำอะไรคะ // ไปเรียนค่ะ // โอเค ความดันสูงจัง ครั้งที่แล้วมาน้ำหนัก 140 นี่ขึ้นมาก 15 กิโลเลยนะคะ (รู้ยังว่าทำไมคิดว่าที่นี่ได้แน่เพราะนี่สนิทกัน จนท.ไง คุยขิงข่ากันได้เพราะเราเป็นคนตลก อิอิ) เอางี้เดี๋ยวพบหมอก็บอกหมอไปนะคะ คิดว่าไม่น่ามีปัญหา (พบหมอในมโนคือ หมออายุ 70+ ยอมเก่งอ้อนหน่อยก็ได้)
จนท. : คุณ....(ชื่อจริงเราไม่ต้องรู้หรอกเนอะ เพราะเราว่าถ้าเพื่อนเราผ่านมาเจอกระทู้นี้มันจะจำเราไม่ได้ 5555555 เราหวังว่า)
หมอ : (อิเชี้ย คุณลุงหมอไปไหน ลุงหมอเมื่อปีที่แล้วไปไหน) ...
ทางเรา : สวัสดีค่ะ พอดีจะไปเรียนต่อแล้วจะมาขอใบรับรองแพทย์ ในใบรับรองแพทย์ หมอช่วยระบุว่า " สุขภาพแข็งแรงไม่เป็นอุปสรรคต่อการศึกษาด้วยนะคะ"
หมอ : ความดันสูงมากเลยนะคะ วัด 3 ครั้งสูงสามครั้ง หมอคงเขียนให้ไม่ได้ แต่หมอขอให้คุณไปที่โรงพยาบาลต้นสังกัดคุณตอนนี้เลย เพราะความดันคุณตอนนี้อันตรายมาก หมอขอให้คุณเชื่อหมอ คุณอ้วนมาก BMI ของคุณเกินมาตรฐาน (ฺBMIBMIBMIBMIBMIBMI หมอคนที่แล้วก็พูด หมอมาย้ำอีก ฮรืออ)
หมอคงเขียนแบบนั้นไม่ได้ คุณคงเข้าใจหมอ แต่หมอจะเขียนบันทึกข้อความไปให้ คุณกำลังเป็น Hypertension in the young  ให้ผู้เชี่ยวชาญได้ตรวจสุขภาพคุณจะได้ดีขึ้น โอ้มายยยยย
 เชี้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยอะไรว่ะเนี่ย!!!!!!

หลังจากนั้นนี่รับซองที่หมอยื่นมาให้ แล้วไม่มีทิศทางจะไปทางไหน ไลน์ไปหาหัวหน้าบ่นพึมพำให้แกฟัง ฟ้องว่าหมอว่างั้นงี้จบประโยคที่ว่า พี่เนี่ยหมอบอกว่าเป็นความดัน จริงๆแค่ท้องเสียอะ ก็เลยความดันขึ้น แถมบอกว่าอ้วนด้วยนะ ยิ้มไม่อยากจะเชื่อ 
หัวหน้า : นี่คุณน้องไม่เชื่อว่าอ้วนหรอ "อ้วน" .. แล้วเอาไงต่อ
ทางเรา : คิดว่าจะไปหาหมออ่ะ กลัวตายเหมือนกัน หมอยิ้มอินโทรมาน่ากลัวเชี้ย ไปโรงพยาบาลเลยแล้วกัน 

โรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่มีชาวต่างชาติมาร่วมใช้ประกันสังคมกับตรูนับร้อย
จุดเปลี่ยนในชีวิตตั้งแต่วันนั้นจนวันนี้เริ่มต้นที่นี่ 
(ต้องไปทำงานแล้วววววว เดี๋ยวแวะมาต่อ : อ่านมาถึงตรงนี้อย่าเพิ่งด่าว่านี่ทำไมเกี้ยวกราดใส่หมอ อิไม่มีสำนึก ก็เพราะหมอสองคนนี้แหละที่ทำให้ชีวิตนี่กำลังจะไปในทางที่ดีขึ้นก็เพราะหมอสองคนนี้แหละที่ทำให้ทุกคนรอบข้างคอยเตือนนี่เวลาจะเคี้ยวอะไรเข้าปาก อยากพิมพ์ต่อให้จบมากแต่เดี๋ยวจะไปทำงานสาย เมื่อวานนี่ไปตรวจร่างกายมา ผลคือ #ดิฉันเป็นหมูที่แข็งแรง แม้จะความดันสูงนะจ๊ะ อะเดี๋ยวมาเม้าต่อ)

ขอบคุณทุกคนที่มาให้กำลังใจนะคะ พอดีเสาร์-อาทิตย์เราเรียน และทำงานทุกวันต้องขอโทษด้วยค่าาา

ทำไมจุดเปลี่ยนในชีวิตตั้งแต่วันนั้นจนวันนี้เริ่มต้นที่นี่ งั้นหรอ เพราะหมอที่นี่เดือดกว่า 2 ที่แรกมากกกกกกกก (ก.ไก่ล้านตัว)
20-06-62 17:00 น.
เราขับรถมาถึงโรงพยาบาล
1.เราเข้าใจว่าที่ที่เรามายืนที่แรกเรียกว่าเวชระเบียน แต่คนที่นี่เรียกว่าประชาสัมพันธ์
2.หลังจากตรวจสอบสิทธิพี่แกก็ให้เราไปวัดความดัน (เครื่องวัดความดันแบบสอดแขน)
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
เธอ!!!! เราความดันขึ้นกว่าเดิมไปถึง 210 อิเชี้ยยยยยยย 
(เราเดินมาไกลมากไหมจากที่จอดรถ ใช่ 200 เมตร / เรานอนดึกไหม ใช่ เรานอนดึก / เรากำลังตื่นเต้น ใช่ เราตื่นเต้น : ใช่ทั้งหมดคือเหตุผลเข้าข้างตัวเอง เชื่อเสมอว่าตัวเองไม่ผิด)
3.ผู้ช่วยพยาบาลลากเราไปที่ห้อง ER ทันที หัวหน้าพยาบาลห้วัดซ้ำเพราะเครื่องมือวัดความดันแบบสอดแขนอาจจะผิดพลาดได้ (ทุกคนพยายามเข้าข้างเรา) ความดัน รอบ 2 วัดได้ 190 พยาบาลให้เรานั่งพัก ครั้งที่ 3 วัดได้ 192 หัวหน้าพยาบาลบอกว่าความดันสูงขนาดนี้ไม่ต้องรอแล้วส่งพบหมอได้เลย
ฮรือออออ เรางงประดุจ คนโดนเหย่าหัวหน้าซ้ายทีขวาทีตอนบทสนทนาพยาบาลแต่ละคนถกกัน
3.เรารอคิวพบหมอค่อนข้างนาน แต่เราเข้าใจได้ว่าเรามาเย็นมากและมีคนรอก่อนเราจำนวนมาก 
-------------1ชั่วโมง 45 นาทีผ่านไป------------
4.เราได้พบหมอ 
หมอ : หวัดดีจ่ะสาวน้อย อายุเท่าไหร่
เรา : 27 จะ 28 ค่ะ 
หมอ : ความดันสูงนะคะ อายุก็ยังน้อย หมอว่าสาวน้อยอาจจะเป็นโรคความดัน 
เรา :แปลว่าต้องใช้ยาลดความดันหรอคะ
หมอ : ปกตินอนกี่โมงตื่นกี่โมง
เรา :นอนตี 2 ตื่น ช้าที่สุด 11 โมง เร็วที่สุด 8 โมงค่ะ 
หมอ :แปลว่านอนดึก ทำงานอะไร
เรา :ทำงานทีวีค่ะ มันค่อนข้างเวลาผิดแปลกไปจากมนุษย์ทั่วไป
หมอ :เข้าใจๆ หมอก็บังคับตัวเองนอน 4 ทุ่มไม่ได้เหมือนกัน ก็เรามันวัยรุ่นอะเนอะ
เรา :ต้องถึงขั้นเปลี่ยนงานเลยไหมหมอ
หมอ :แนะนำว่าควร แต่หมอว่า เราเลือกงานไม่ได้ขนาดนั้นงั้นหมอถามเพิ่ม
เรา :ค่ะ
หมอ :กินมือแรกกี่โมง มือกลางวัน มื้อสุดท้าย
เรา :กินประมาณเวลาที่หิว น้อยสุดสามมื้อ มากสุดหกมื้อ
หมอ เศร้าหมอเงยหน้ามามอง)
เรา :มื้อแรกตอนตื่นมีข้าว 2 ทัพพีกับข้าว มือสองตอนถึงออฟฟิศ มื้อสามระหว่างวันจ๊อบแจ๊บไปเรื่อย ทำงาน แล้วก็กินมื้อเย็นประมาณ หกโมงครึ่ง แล้วก็เรา :กินมื้อสุดท้ายตอนตี1 มีร้านข้าวโปรดใกล้ปากซอยบ้าน
หมอ :น้ำอัดลมล่ะ
เรา :ไม่ค่อยได้กิน แต่ก็มีบ้าง
หมอ :ชานมไข่มุก
เรา :กินค่ะแต่ไม่บ่อย
หมอ :ปัสสวะบ่อยไหม
เรา :ไม่นะคะเพราะดื่มน้ำไม่เยอะ
หมอ :กลางคืนนอนหลับไหม
เรา :ไม่ค่อยค่ะ 2 ชั่วโมง 5 ชั่วโมงก็ตื่นมาพลิกตัว (คือรู้สึกว่าตัวเองตื่นแล้วต้องข่มตาหลับ)
หมอ :นอนกรนไหม
เรา :กรนค่ะ (แม่เคยบอกว่ากรนมาก)
หมอ :เดินเหนื่อยไหม
เรา :คิดว่าเหนื่อยบ้างแต่ไม่ขาดอากาศหายใจ
หมอ :ออกกำลังกายบ้างไหม 
เรา :ไม่ค่อยค่ะ เพราะไม่มีเวลา
หมอ :ชีวิตมีความสุขกับอะไรมากที่สุด 
กินค่ะ หาของกินไปเรื่อยๆ อยากเป็นนักรีวิวด้านนี้
หมอ :หมดคำถาม เริ่มยาเลยไหม
เรา : กินกี่สัปดาห์คะหมอ
หมอ :ตลอดชีวิต
-----
หมอถาม เริ่มยาเลยไหม เริ่มยาเลยไหม เริ่มยาเลยไหมหมอถาม  เริ่มยาเลยไหมเริ่มยาเลยไหม เริ่มยาเลยไหม (ตลอดชีวิตก้องหูทั้งสองข้าง)
-----
(ที่เขียนไม่พอ ต่อในคอมเมนท์ที่ 10 นะคะ)
อัพเดคคอมเมนท์ ที่12
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่