[CR] เที่ยวสเปนและโปรตุเกส กว่า 1 เดือน สไตล์ backpacker ตัวจริง Ep.7 Porto

มาถึงในตอนที่ 7 ซึ่งเป็นตอนเริ่มต้นของประเทศโปรตุเกส ที่เมือง Porto หรือ โปร์ตู โดยผมเดินทางจากเมืองบิลเบาประเทศสเปนมายังโปร์ตูด้วยรถบัสนอนของ Flixbus ซึ่งระยะเวลาในการเดินทางนั้นประมาณ 8-9 ชั่วโมง โดยอย่างลืมปรับเวลานะครับ เพราะโปรตุเกสเวลาช้ากว่าสเปน (ใช้ time zone เดียวกับประเทศอังกฤษ) เอาเป็นว่าเรามาดูกันดีกว่าว่าเมืองที่ดีที่สุดของโปรตุเกสเมืองนี้ มีอะไร
สามารถย้อนไปติดตามตอนที่ 1 Barcelona ได้ที่ https://pantip.com/topic/39007532
ตอนที่ 2 Valencia https://pantip.com/topic/39011781
ตอนที่ 3 Madrid https://pantip.com/topic/39016215
ตอนที่ 4 Toledo https://pantip.com/topic/39020467
ตอนที่ 5 Bilbao+Dragonstone https://pantip.com/topic/39026426
ตอนที่ 6 San Sebastian https://pantip.com/topic/39029368
ติดตามฉบับละเอียดยิบแบบเต็มๆ ได้ที่ https://www.facebook.com/I.am.a.SoloTraveller/
หรือจะติดตามผมได้ที่ instagram https://www.instagram.com/i.ce_u/
ต้องบอกว่าเป็นเมืองที่ดีที่สุดของประเทศโปรตุเกสเลยก็ว่าได้ โปร์ตูเป็นเมืองท่าติดทะเล มีลักษณะคล้ายแหลม โดยตั้งอยู่ค่อนไปทางเหนือของประเทศ ตัวเมืองไม่ได้ใหญ่มากเมื่อเทียบกับเมืองหลวงอย่างลิสบอน แต่ความมีเสน่ห์นั้นมีมากกว่า

Porto มีชื่อเสียงที่ไวน์และสะพานสูง ถนนแคบๆที่เป็นเนินบ้าง ราบเรียบบ้าง รวมไปถึงสถาปัตยกรรมสไตล์บารอกที่มีความโดดเด่น สวยงาม

สิ่งที่ทำให้ผมหลงรักเมืองนี้ ก็คงจะหนีไม่พ้นการมาดูพระอาทิตย์ตกที่ต้องยอมรับว่าที่นี้เป็นหนึ่งในจุดพระอาทิตย์ตกที่โรแมนติกที่สุดสำหรับผม
บริเวณ Porto Cathedral
จากนั้นผมเดินลงเนินไปที่ใจกลางเมือง ซึ่งจะเห็น Igreja de Santo António dos Congregados ตั้งตระหง่าอยู่กลาง 3 แยกด้านข้างโบสถ์ก็จะเป็น Porto São Bento สถานีรถไฟเก่าแก่สำคัญของเมืองที่มีการตกแต่งภายในอย่างสวยงาม เดินต่อมาอีกนิดก็จะมาถึงถนน Aliados ที่จะมีรูปปั้น Monumento a D. Pedro IV รวมไปถึงน้ำพุด้านหน้า Town hall หรือ Câmara Municipal do Porto
จากนั้นผมเดินขึ้นเนินจากถนน Aviados ไปที่โบสถ์สำคัญเป็นหนึ่งในไฮไลท์ของเมือง Clérigos Churchระหว่างทางผ่านร้านขนมที่คนเยอะมากๆ โดยประเทศโปรตุเกสขึ้นชื่อในด้านขนมหวานอยู่แล้ว และเมนูที่ทุกคนรู้จักดีเลยก็คือ ทาร์ตไข่ หรือ Pasteis de Nata นั้นเอง
ภายใน Clérigos Church
ถัดมาจาก Clérigos Church ก็จะเจอกับร้านขายปลากระป๋อง ใช่แล้วครับ โดยจะเห็นได้ทั่วๆไป ทุกๆเมือง เพราะประเทศโปรตุเกสมีชื่อเสียงด้านการนำทั้งปลา Sardine, Bacalao มาทำการปรุงอาหารครับถัดมาไม่ไกลก็จะพบกับ Igreja do Carmo เป็นโบสถ์ชื่อดังที่สวยงามมากอีกที่นึงครับ
หลังจากนั่งพัก กินลมชมวิว ก็ได้เวลาไปกันต่อ โดยสถานที่ที่เห็นอยู่นี้คือ Jardins do Palácio de Cristal ซึ่งเป็นสวนที่สามารถมานั่งพัก ชมวิวเมืองโปร์ตู ซึ่งตัวสวนเองมีหลายส่วนๆมาก และมีที่ให้นั่งพักเยอะมากๆ บวกกับตัววิวนั้น เรียกได้ว่าพลาดไม่ได้เลยครับ โดยรูปโต๊ะนั้นเป็นภาพจากพิพิธภัณฑ์ Museu Romântico da Quinta da Macieirinha โดยจะอยู่บริเวณขอบทางออกจากสวน (เข้าฟรีนะครับ)
ด้วยอากาศที่ร้อนมากๆ บวกกับใกล้เย็นแล้ว ผมเลยตัดสินใจเดินกลับมาทางเลียบแม่น้ำ และนี้คือวิวที่ได้ครับบริเวณถนนหลักที่มีร้านอาหาร บาร์ คาเฟ่ต่างๆ ราคาก็แรงบ้าง ไม่แรงบ้าง Cais da Ribera แถมให้สำหรับคนหาห้องน้ำ!! Mercado Ferreira Borges ปัจจุบันกลายเป็นร้านอาหารกับคาเฟ่ไปซะแล้ว โดยในอดีตเคยเป็นตลาด ภายในเหมาะสำหรับการถ่ายรูปฮิปสเตอร์จริงๆครับถนนที่นำไปสู่บริเวณสถานีรถไฟก่อนลากันด้วยวันแรก Church of Saint Ildefonso เป็นอีกหนึ่งโบสถ์ของเมืองปิดท้ายวันแรกด้วยภาพ Bolsa Palace ตอนกลางคืนครับ
เริ่มวันใหม่ด้วยบริเวณ Bolhao ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากกลางเมืองเท่าไหร่นัก โดยที่เห็นในภาพคือตลาดชั่วคราว Mercado do Bolhão ผมตัดสินใจจะเดินไปดูชายหาดซึ่งระยะทางค่อนข้างจะไกลพอสมควร ระหว่างทางก็จะมีแลนด์มาร์คอยู่ 2-3 แห่ง ซึ่งนี้คือ Praça de Mouzinho de Albuquerque
ตามมาด้วยฮอลล์คอนเสิร์ต Casa da Música ที่ภายในมีร้านอาหาร เดินต่อมาเรื่อยๆก็จะเจอกับ Jardim Botânico do Portoเดินเลียบมายังชายหาด อดใจไม่ได้ต้องเก็บภาพน้องเป็ดมาหน่อยครับทางเดินเลียบแม่น้ำไปยังชายหาด Felgueiras Lighthouse ต้องบอกว่าลมแรงมากๆ และน้ำทะเลกระเด็นใส่ตลอดเวลา แต่ให้ความรู้สึกแปลกใหม่ดีครับ อันนี้บังเอิญผ่านมาเจอ สันนิษฐานว่าเจ้า Pergola of Foz คงเอาไว้จัดงานแต่งงานหรือเปล่าชายหาด Matosinhos Beach
หลังจากรับประทานอาหาร ดื่มดำกับความเย็นของลมบริเวณชายหาดแล้ว ก็ได้เวลากลับเข้าเมือง โดยผมอาศัยรถรางนั่งมายังสุดสายที่สนามฟุตบอลประจำเมือง

โดยสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Metro ได้ที่https://www.metrodoporto.pt/ โดยหลักการคิดราคาจะแบ่งเป็นโซนๆไป โดยสามารถซื้อตั๋วได้ที่ตู้อัตโนมัติตามทุกสถานีครับ
Estádio do Dragão
หลังจากนั้นผมก็เดินทางด้วยเมโทรกลับมาบริเวณในเมืองเพื่อเตรียมตัวถ่ายรูปพระอาทิตย์ตก โดยในภาพคือสะพาน Ponte Luís I ภาพพระอาทิตย์ตกสุดโรแมนติก โดยสถานที่ถ่ายคือ บริเวณด้านบนของ Mosteiro da Serra do Pilar ซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดที่สามารถเห็นวิวทั้งเมืองแบบนี้ขอลาคืนที่ 2 ด้วยรูปถ่ายตาม postcard บริเวณ Calem
Igreja da Santíssima Trindade ร้านหนังสือในตำนาน Livraria Lello Calem บริเวณที่มีการทำและเก็บไวน์ รวมไปถึงมีตลาดริมน้ำข้างๆ
ลากันไปด้วยรูปสะพาน Ponte Luis I ซึ่งกว่าจะขึ้นมาได้ก็เหนื่อยทีเดียวครับ

ก็จบลงไปแล้วสำหรับเมืองโปร์ตูแห่งนี้ ต้องยอมรับว่าทั้งหมดที่ได้ไปมา ต้องยกให้ที่นี้เป็น 1 ในเมืองที่ต้องมาพลาดไม่ได้ของโปรตุเกสจริงๆครับ
สำหรับในตอนหน้า ผมจะเดินไปที่เมือง Coimbra ซึ่งอยู่ทางตอนกลางของประเทศซึ่งเป็นทางผ่านระหว่าง Porto และ Lisbon รอติดตามกันเร็วๆนี้ครับ
ชื่อสินค้า:   ตอนที่ 7 Porto ที่สุดแห่งความโรแมนติก
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่