[CR] เที่ยวสเปนและโปรตุเกส กว่า 1 เดือน สไตล์ backpacker ตัวจริง Ep.3

สำหรับในตอนที่ 3 ถ้ามาถึงสเปนแล้วไม่ได้มาเมืองนี้ก็ยังไงๆอยู่ ใช่ครับ กรุงมาดริด เมืองหลวงของประเทศสเปน
ติดตามตอนที่ 1 ได้ที่ https://pantip.com/topic/39007532
ติดตามตอนที่ 2 ได้ที่ https://pantip.com/topic/39011781
หรือติดตามฉบับละเอียดยิบแบบเต็มๆ ได้ที่ https://www.facebook.com/I.am.a.SoloTraveller/
หรือจะติดตามผมได้ที่ instagram https://www.instagram.com/i.ce_u/
สำหรับการเดินทางมายังกรุงมาดริดนั้นถือว่าสะดวกสบายที่สุดแล้ว เพราะว่าตัวเมืองตั้งอยู๋กลางประเทศ เป็น hub ของการขนส่งสาธารณะทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นรถไฟ รถบัส หรือเครื่องบิน โดยผมนั่งรถไฟรอบเช้าตรู่จากวาเลนเซียมายังมาดริด ใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 7 ชั่วโมง! ที่ระยะเวลานานเพราะว่าผมเลือกราคาที่ถูกที่สุด ซึ่งคิดว่าเป็นเพราะ regional train นี้วิ่งแบบหวานเย็น ผ่านเกือบทุกๆเมือง

สำหรับผม จุดเด่นของมาดริดคือมีความอลังการในตัวเอง ในที่นี้หมายถึงตัวสถาปัตยกรรมต่างๆ จัตุรัส สวนสาธารณะ รวมไปถึงพิพิธภัณฑ์จะยิ่งใหญ่อลังการเป็นพิเศษ ส่วนเรื่องการช้อปปิ้งก็อาจจะต้องบอกว่าถูกใจขาช้อปแน่นอนเพราะมีถนนหลายสายที่มีไว้สำหรับช้อปปิ้งโดยเฉพาะ ไม่รวมไปถึงคาเฟ่เก่าแก่มีอายุเป็นร้อยๆปีที่ยังเปิดบริการแทรกตัวอยู่ในบริเวณย่านนักท่องเที่ยว ทำให้มาดริดเป็นหนึ่งในเมืองที่มีเสน์ห์ทีเดียวครับ

เอาเป็นว่าเรามาดูกันเลยดีกว่า ว่ากรุงมาดริด เมืองหลวงของประเทศสเปนแดนกระทิงดุนั้นมีอะไรน่าสนใจบ้าง
บรรยากาศถนนช้อปปิ้งที่มุ่งสู่ใจกลางเมือง จัตุรัสที่เห็นในภาพก็เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คสำคัญสำหรับการมามาดริดครับ ซึ่ง Puerta del Sol เป็นจัตุรัสใจกลางเมืองที่มีถนนช้อปปิ้งอยู่รอบๆ รวมไปถึง มีสัญลักษณ์น้องหมีและสัญลักษณ์ 0 km

ผมพักที่โฮสเทล Madrid Motion ซึ่งอยู่บริเวณถนน Gran Via ใกล้ๆกับบริเวณนี้เป็นถนนช้อปปิ้งทั้งหมดซึ่งทำเลดีมากๆ สามารถตรงไปยังสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญได้ภายใน 10-15 นาที

บริเวณนี้เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของมาดริด ซึ่งประกอบไปด้วย พระราชวัง Royal Palace, Sabatini Gardens และ Catedral de Santa María la Real de la Almudena ครับ สำหรับตัวพระราชวังนั้นจะต้องเสียค่าเข้า แต่สวนและโบสถ์ Santa Maria นั้นเข้าฟรีครับ

ระหว่างทางเดินมายัง Plaza Mayor ก็จะผ่านตลาด Mercado De San Miguel ที่เป็นตลาดสำหรับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ เพราะเป็นตลาดที่รวมของ traditional ของสเปนแทบจะทุกๆอย่างในที่นี้ ไม่ว่าจะเป็น Jamon, Tapas/Pintxo, Seafood ทั้งหลาย รวมไปถึงเครื่องดื่มอย่าง Vermouth และ Sangria

ปิดท้ายวันแรกกันด้วยภาพพระราชวังยามค่ำคืน
สำหรับในเช้าวันที่ 2 ผมจะไปยังแลนด์มาร์คอีกหนึ่งที่ นั้นก็คือ สวน Retiro โดยระหว่างทางก็จะเห็นตึก Telofonica, Metropolis ที่ถือเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์ค รวมไปถึงตึก CentroCentro Cultural Center ที่ตั้งสง่าอยู่ตรงจัตุรัส
สวน El Retiro มีพื้นที่กว้างขวางและแบ่งเป็นหลายโซนมาก โดยจุดเด่นคงจะหนีไม่พ้น Palacio de Cristal และ Monument to Alfonso XII ที่เป็นอนุสรณ์ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ สวยงามจริงๆครับ โดยตัว Palacio de Cristal เข้าฟรีไม่เสียค่าจ่ายใดๆ แต่อาจจะต้องรอต่อคิวบ้างเพราะเข้าจำกัดนักท่องเที่ยวด้านในครับ ส่วนหากอยากจะพายเรือก็สามารถเช่าได้เช่นกัน มีอีกหนึ่งโซนที่จัดไว้เป็นสวนกุหลาบโดยเฉพาะ สาวๆคนไหนชอบดอกกุหลาบก็คงจะชอบสวนนี้แบบไม่ต้องแปลกใจเลยครับ ปล. ในสวน El Retiro มีพิพิธภัณฑ์ Palacio de Velázquez สามารถเข้าฟรีครับ โดยจะเปลี่ยนการจัดแสดงงานศิลปะเรื่อยๆ ถือเป็นการเดินคลายร้อนด้านในที่ดีทีเดียวครับ
หนึ่งไฮไลท์สำคัญสำหรับสายศิลปะ Museo del Prado สำหรับผมที่เป็นนักเรียน เข้าฟรีนะครับ โดยผมใช้เวลาไปอย้างน้อย 2 ชั่วโมงถึงจะเดินทั่วแบบไม่ละเอียด ซึ่งหากใครเป็นสายพิพิธภัณฑ์ สายศิลปะ แนะนำว่าอยู่ในนี้ทั้งวันก็ยังได้ครับ เพราะมันใหญ่จริงๆ โดยด้านในจะเก็บภาพวาดของศิลปินชื่อดังหลายๆท่าน โดย Museo del Prado ถือเป็น Gallery ที่เก็บภาพไว้มากกว่า 1500 ภาพซึ่งถือว่าใหญ่ที่สุดในยุโรปเลยก็ว่าได้
ยังมีอีกสองพิพิธภัณฑ์ที่ถือว่าสำคัญไม่แพ้ Museo del Prado นั้นก็คือ พิพิธภัณฑ์ Thyssen-Bornemisza Museum ที่จะให้เข้าชมฟรีหลังเวลา 16 นาฬิกา โดยจะอยู่อีกฝากถนนกับ Museo del Prado และ Museo Nacional Centro de Arte Reina Sofía ที่อยู่ตรงข้ามกับสถานีรถไฟ Atocha (สำหรับนักเรียนเข้าฟรีอีกแล้วครับ แต่หากอยากเข้าฟรีก็สามารถเข้าได้หลังเวลา่ 1 ทุ่มเป็นต้นไป แต่แนะนำให้มาก่อนเวลานะครับ เพราะแถวจะยาวมาก)
สำหรับวันสุดท้ายในมาดริด ผมจะพลาดการมาเยี่ยมชมสนามฟุตบอลของทีมที่ดีที่สุดในโลกได้อย่างไรครับ ใช่ครับ Real Madrid หนึ่งในสโมสรที่ดีและประสบความสำเร็จที่สุดในโลกฟุตบอล เป็นอีกหนึ่งที่ที่หากใครชอบหรือไม่ชอบฟุตบอลควรจะมาอย่างยิ่งเลยครับ
ทิ้งท้ายก่อนจากกันไปด้วยรูปยามค่ำคืนโดยสถานที่ที่เหมาะแก่การดูพระอาทิตย์ตกนั้นคือที่ Temple of Debod ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากพระราชวัง และสำหรับวิวยามค่ำคืนก็สามารถขึ้นไปบน Rooftop แถวถนน Gran Via ก็ได้ครับ สำหรับในที่นี้คือ La azotea roof top terrace ซึ่งจะอยู่ตึกเดียวกับ Círculo de Bellas Artes จะต้องเสียค่าขึ้นไปด้านบน 4 ยูโร

จบลงไปแล้วสำหรับเมืองหลวงแดนกระทิงดุ สำหรับสถานีต่อไปของผมก็คือ one-day trip จากมาดริดไป Toledo เมืองที่ได้รับการยกย่องจาก UNESCO รอติดตามกันเร็วๆนี้ ขอบคุณครับ

ตอนที่ 4 Toledo https://pantip.com/topic/39020467
ตอนที่ 5 Bilbao+Dragonstone https://pantip.com/topic/39026426
ตอนที่ 6 San Sebastian https://pantip.com/topic/39029368
ตอนที่ 7 Porto https://pantip.com/topic/39034001
ชื่อสินค้า:   ตอนที่ 3 กรุงมาดริด เมืองหลวงแดนกระทิงดุ
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่