การลดน้ำหนักครั้งที่ 2 ของคนเคยหนัก 97 กก

สวัสดีจ้าาา  ชื่อแป้งนะคะ ปัจจุบันอายุ 32 ปี (สะเทือนใจ 555+) เป็นสาวขอนแก่น ยังบ่เคยมีแฟนบ้านอยู่แดนอีสาน กระทู้นี้เป็นกระทู้แรก หากผิดพลาดประการใดต้องกราบขออภัยพี่จ๋าน้องจ๋ามา ณ ที่นี้ด้วยนะจ้ะ 

ขอเกริ่นก่อนนะคะว่า แป้งเป็นคนที่น้ำหนักเกินมาตรฐานมาตั้งแต่เด็กๆ เด็กทั่วๆไป อาจจะร้องไห้เพราะอยากได้ของเล่น แต่ดิชั้นไม่ค่ะ ดิชั้นร้องไห้เพราะอยากกินข้าวหมูแดง 2 จาน 5555+ สมัย ม.ต้นนี่ดิชั้นเปลี่ยนกระโปรงเนตรนารีใหม่ทุกเดือนเลยจ้าาาา (ใส่ไม่ได้เพราะผอมลงหรอ ป่าว!!! ใส่ไม่ได้เพราะอ้วนขึ้น!!!)

แป้งเป็นคน (อ้วน) สม่ำเสมอนะ 55+ จนเรียน ป.ตรี ก็ยังคงอ้วนอยู่ เวลาถามเพื่อนว่า เมิงๆ กรูอ้วนป่าว เพื่อนบอกไม่ เมิงสูง เมิงไม่อ้วน (แป้งสูง 174 cm.) แต่ฉายาที่เพื่อนเรียกดิชั้นคือ หมีคอมมานโด (เอ่าาา ทำไมเพื่อนย้อนแย้งวะ) 

 หลังจากเรียนจบ ดิชั้นก็สมัครงานเป็นเซลล์ ที่ บ. แห่งหนึ่งที่เพื่อนดิชั้นทำอยู่แล้ว เพื่อนชวนไปก็เลยไป เพื่อนว่าดีเราก็ว่าดี  แต่พอเราเข้าไปปุ๊บ เพื่อนลาออก เอ่าาา เพื่อนนน ไสว่าสิบ่ถิ่มกัน ตอนเข้าทำงาน เสื้อพนักงานที่ได้รับมาตอนนั้นก็คือไซส์ XL ชายจ่ะ

ดิชั้นเป็นคนที่แทบจะไม่ชั่งน้ำหนักเลย กลัวจะรับความจริงไม่ไหว 5555+ อยู่มาวันนึง เดินไปซื้อของกับพี่สาว นางก็เลยบอกว่า หมู ลองชั่งดูมั๊ย จะได้รู้ว่าหนักเท่าไหร่แล้ว ด้วยความลำไยนาง อ่ะๆ ชั่งก็ได้วะ แล้วตัวเลขที่ได้มางวดนั้นก็คือ 97 กก. (อีกนิดเดียวก็จะได้เป็นนายร้อยแล้วจ้าา) 
และนี่ก็คือจุดเริ่มต้นของการลดน้ำหนักครั้งที่ 1 ในปี 2553

สิ่งที่ดิชั้นทำในการลดน้ำหนักครั้งแรกเลย และเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ในยุคดิชั้นตอนนั้นทำก็คือ กินผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนัก ทั้งยาลดความอ้วนจากคลีนิก ทั้งผงบุกแคปซูล (ดิชั้นเคยส่งไปรีวิวให้เค้าด้วย ไม่แน่ใจว่าเค้ายังขายอยู่รึป่าวนะ ) ซึ่งนี่เป็นการลดน้ำหนักที่ผิดอย่างร้ายแรง ดูเป็นเยี่ยงแต่อย่าเอาอย่างนะเด็กๆ ช่วงแรกที่กิน น้ำหนักก็ลงไปเยอะนะ พอมันลงเร็วมันก็ทำให้ผิวหนังย้วยๆ แต่พอกินไปสักพัก น้ำหนักมันก็ไม่ลง ประกอบกับรู้สึกว่า ร่างกายมันเริ่มไม่โอเค ก็เลยหยุดไป แล้วดิชั้นก็เริ่มออกกำลังกาย โดยเลือกเล่นกีฬาที่ชอบอย่างแบดมินตัน พร้อมกับคุมอาหารบ้าง ทำแบบไปเรื่อยๆ ไม่จริงจัง ไม่มีเป้าหมายเลย จนกระทั่งหนัก 78 กก. ในปี 2557  

จากร่างด้านบนนี้ ดิชั้นก็กลับมาฮึดอีกรอบนึง (ความตั้งใจเต็มร้อย แต่ความขี้เกียจเป็นล้าน 5555+) เพราะว่าสมัยดิชั้นนั้นราคาเสื้อผ้าสาวเจ้าเนื้อราคาแรง แซงแบรนด์เนมบางยี่ห้ออีกจ้า ซื้อไม่ไหวแล้วจ้ะพี่จ๋า แพงเหลือเกินค่ะคุณผู้ชม ดิชั้นเลยงดกินของทอด ของมัน กินข้าวเย็นแค่ 1 ทัพพี เต้น T25 ตีแบดอาทิตย์ละ 3-4 ครั้ง ผลที่ได้คือ สัดส่วนลดลงและน้ำหนักก็ลงไปอยู่ที่ 74 กก. เมื่อช่วงเดือนเมษา 2558

เริ่มมองเห็นแสงรำไรที่จะผอม เมื่อเพื่อนที่ทำงานชวนไปออกกำลังกายด้วยการต่อยมวย หลังเลิกงานคือไปแทบทุกวัน ซึ่งมันจะไม่มีเวลาให้กินอะไรก่อนไปต่อยมวยเลย ก็เลยได้แค่พวกนม หรือน้ำผลไม้ก่อนไปต่อย กลายเป็นว่า เรากินน้อย แต่เราออกกำลังกายหนัก หลังจากต่อยมวยได้ 3-4 เดือน นน ก็ลงไปอยู่ที่ 67 กก. แล้วเราก็เปลี่ยนไปเล่นฟิตเนสแทน ชอบเต้นซุมบ้ามากเว่ออออ แล้วก็มีเทรนเนอร์ส่วนตัว จนในที่สุดดิชั้นก็แตะ 65 กก ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 58  


สรุปการลดน้ำหนักครั้งที่ 1 ลดตั้งแต่ปี 53 จนถึงปี 58 ลงไป 32 กก. แต่สัดส่วนไม่กระชับเลย กล้ามเนื้อไม่เยอะ จับตัวเองแล้วจะเป็นตัวนิ่มๆ ย้วยๆ พุงก็เป็นห้อยๆเพราะเราไปเน้นที่กินน้อย คาร์ดิโอหนัก และเวทน้อยมาก 

จากร่าง 65 กก. ดิชั้นก็ชะล่าใจ เริ่มไปออกกำลังกายน้อยลง กินดึก กินเยอะขึ้น ชอบทำขนม ชอบกินเค้ก ร้านไหนที่ว่าดี เราจะต้องได้ไปกิน ตามรีวิวไปทุกที่ 5555+ และแน่นอนนนนน ว่า เมื่อ cal in ไม่เท่ากับ cal out เหมือนที่รักเรามันไม่เท่ากัน ผอมอยู่ได้ไม่กี่ปี ร่าง 65 กก.นั้นก็สลายไป เหมือนโดน
ธานอสดีดนิ้ว อ่ะ ไปดูรูปด้านล่างเลยละกัน  มี.ค. 61 

come back ด้วยน้ำหนัก 80 กก. .... // ยืนสงบนิ่งให้ตัวเองสัก 2 นาทีอมยิ้ม08
ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของการลดน้ำหนักครั้งที่ 2 
ดิชั้นตั้งใจกับการลดน้ำหนักมากในรอบนี้ คุมอาหารจริงจังเลย เริ่มด้วยการกินแบบ low carb และออกกำลังกายด้วยตัวเองทั้งเวทและคาร์ดิโอควบคู่กันไป  เน้นการสร้างกล้ามเนื้อให้มากขึ้น ดิชั้นใช้เวลาไป 4 เดือน ลดไป 9 กก. ในที่สุดต้นเดือน ก.ค. 61 ก็เหลือ 71 กก.
หลังจากนั้นก็ไปเข้าฟิตเนส เพราะต้องการออกกำลังกายแบบจริงจัง แล้วก็อยากจะแก้ปัญหาเรื่องสัดส่วนที่มันไม่กระชับ ก็เลยสมัครฟิตเนสอีกรอบ (คนละที่กับครั้งแรกนะ) แล้วก็ใช้เทรนเนอร์ เทรนเนอร์ดิชั้นให้กำลังใจมาก นางบอกว่า พี่ครับ น้ำหนักพี่ต่อจากนี้มันอาจลงยากนะ พี่ต้องอดทนนะ เราสรา้งกล้ามเนื้อกันไปก่อน ดูสัดส่วนเอานะพี่ อย่าไปโฟกัสที่น้ำหนัก ช่วงนี้เป็นช่วงที่ดิชั้นกินคลีน ออกกำลังกายแบบเข้มข้น ไม่เข้มข้นเราไม่นอน ผ่านไป 1 เดือน น้ำหนักลงมาที่ 70 กก. 

จากนั้นน้ำหนักก็นิ่งยาวเลย จนถึงเดือน พ.ย. 61 กระแสคีโตมา ไม่อยากตกเทรนก็เลยเอาซะหน่อย แต่ดิชั้นพูดเลยว่า ดิชั้นไม่ใช่คีโตสายเคร่ง แบบที่เค้าว่า ต้องกินให้เป๊ะนะ สัดส่วนไขมัน โปรตีน คาร์บ ต้องเท่านี้ๆ นะ บลาๆๆๆ แต่ยังออกกำลังกายเข้มข้นเหมือนเดิม ตามโปรแกรมที่คุณเทรนเนอร์จัดมาให้ในแต่ละวัน 

ภาพอาหารและขนมคีโตทีทำเองบางส่วนจาก ig เราเอง เน้นไปทางขนม 5555+ 
 

และในที่สุด ก็แตะ 66 กก. ในเดือน ม.ค. ปี 62 เชิญรับชมภาพชุดยืนงงในดงป่า


ปัจจุบันนี้กินคีโต+ IF บ้างตามวาระ น้ำหนักอยู่ที่ 63 กก. ยังคงออกกำลังกายอยู่ เวท 3 ครั้งต่อสัปดาห์ และเดิน+วิ่งให้ได้เดือนละ 100 km (เริ่มทำมาตั้งแต่เดือน ม.ค.) 



สรุปการลดน้ำหนักครั้งที่ 2 (หวังว่าจะเป็นครั้งสุดท้าย 555+) ใช้เวลาไปปีกว่า ลดไป 17 กก. ไขมันลดลง มวลกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น 

จากประสบการณ์การลดน้ำหนักทั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมา ดิชั้นพูดเลยว่า การมีวินัยคือสิ่งที่สำคัญในการลดน้ำหนัก ต้องอดทน ต้องใจเย็นๆ ให้เวลากับตัวเอง ดิชั้นบอกกับตัวเองตลอดเลยว่า กว่าเราจะกินจนอ้วนขึ้นมาขนาดนี้ เราก็ใช้เวลาเหมือนกัน และสิ่งที่ยากกว่าการลดน้ำหนัก ก็คือการ maintain เด้ออออ จะบอกให้ ดูชั้นเป็นตัวอย่าง 5555+ 

ตอนนี้ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 62 กก. บอกตัวเองว่า ถ้าแตะ 62 กก. เมื่อไหร่ จะกินไอติม earthquake คนเดียว 5555+ (ยังคงสร้างแรงจูงใจให้ตัวเองด้วยของกิน)

การเดินทางอันแสนยาวนานจากปี 2553 จาก XL ชาย เป็น S หญิง แล้วววววว /// ปาดเหงื่อ

สุดท้ายนี้อยากใช้กระทู้นี้เป็นกำลังใจให้กับคนที่กำลังลดน้ำหนัก แป้งเคยอยู่จุดนั้นมา แป้งรู้ว่ามันยาก แต่มันจะง่ายขึ้น ถ้าเราเริ่มลงมือทำ 
ขอบคุณมากนะคะ ที่เข้ามาอ่านกัน 

ยิ้มให้หวานๆ ก่อนจากกัน หัวเราะ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่