พ่อแม่เกลียดแฟนแต่แรกเห็น ทำยังไงก็ไม่เห็นความดีแฟนสักที คบจน 9 ปี ห้ามแต่งงาน แต่งกันเมื่อใดตัดขาดครอบครัวไปเลย

กระทู้คำถาม
เราสงสัยความคิดของพ่อแม่มาตลอด ถามก็ไม่เคยได้คำตอบสักที รู้แค่ว่า เกลียด++  แฟนช่วยเหลือเราทุกอย่าง ทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลัง ข้อเสียของแฟนเรามี 2 ข้อหลักๆเลย คือ
1. เป็นคนพูดตรงไปตรงมา จนบางทีก็ขวนผ่าซากเกินไป
2. อารมณ์ร้อน 
แต่ด้วย 2 ข้อนี้ เราสามารถควบคุมเขาให้มีสติ ให้พูดก่อนคิดได้ เบรคอารมณ์เขาได้ เราก็ถือว่า เป็นข้อเสียที่เรารับได้   
ส่วนข้อเสียของเรา ก็เหมือนแฟนเด๊ะ เพิ่มเติมคือ ชอบเป็นใหญ่ ชอบเอาชนะ แพ้ไม่เป็น
ซึ่งข้อเสียเรา แฟนเราสามารถ จัดการได้เช่นกัน จนเราคบหากันเรื่อยๆ เราคุยกันเหมือนเพื่อนเลย 

ย้อนเวลากลับไป เมื่อช่วงครบรอบ 3 ปี อยากแต่งงานกัน แฟนไปบอกทางครอบครัวเรา แต่พ่อแม่เราปฎิเสธ แถมด่าทอแฟนเราจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ แต่ละบ้านมองหน้ากันไม่ติด แต่เราก็ฝ่าวิกฤตนั่นมา แล้วคบกันต่อ จนครบ 7 ปี แฟนขอแต่งงานอีกครั้ง พ่อแม่เราเอ่ยว่า ถ้ายังอยากแต่ง ไม่ต้องมาเรียกพ่อกับแม่ 

เรายอม ถอย 1 ก้าว เลิกพูดเรื่องการแต่งงานไป พยายามหาเหตุผลมาหลายปี จนครบปีที่ 9 

แฟนขอเราแต่งงานอีกครั้ง ที่หน้าบ้านแฟน เป็นวันเกิดเรา เราร้องไห้โห่เลย มันอัดอั้นตันใจมาตลอด เพราะว่าเราผ่านอะไรมาด้วยกันเยอะมาก ทั้งดีใจ ทั้งเสียใจ มันปนกันไปหมด   

เรากับแฟนวางแผนชีวิตกันเรียบร้อยละ เพื่อที่จะได้ไม่มาทะเลาะกัน เรื่องเล็กๆน้อยๆหลังแต่งงาน ที่สำคัญ เรามีลูกให้แฟนเราไม่ได้ เพราะเรามีโรคประจำตัว เคยพาแฟนไปหาหมอด้วยกัน หมอพูดกับแฟนเราว่า ถ้าน้องผู้หญิงท้อง โอกาสครรภ์เป็นพิษจะสูงมาก ถ้าเสี่ยง บางทีหมอต้องถามตรงๆว่า จะเลือกลูกหรือเลือกแฟน  (แฟนเราตอบชัดเจนว่า เลือกแฟนผม เพราะเธอจะต้องอยู่กับผมจนแก่ครับหมอ ) เราฟังแค่นี้ก็ดีใจมาก

ปีนี้ ปี 2562  เราต้องเลือกละ  ระหว่างแฟน กับพ่อแม่ ซึ่งมันลำบากใจมากเลย   แต่อยู่กับพ่อแม่ก็ไม่สบายใจนะ อึดอัด เขาจะรักน้องชายมากกว่าเรา มีอะไรเราจะโดนด่า โดนบ่นก่อนตลอด บางทีก็ไล่ไปนอนนอกบ้านก็มี (เราเองก็มีปัญหาครอบครัวแหละ คนอื่นมองว่าเรารักครอบครัว แต่ครอบครัวไม่เห็นจะรักเราเลย)

หลายคนบอกให้เราแต่งงาน ชีวิตคู่กว่าจะเจอคู่แบบนี้หายากมาก  คบกันมานาน แถมไม่ได้มีเรื่องอะไรให้กังวล แฟนเราก็มั่นคงกับเรามาก เราโคตรโชคดีที่มีเขานะ แล้วเราก็ไม่อยากปล่อยเขาหลุดมือไปให้ผู้หญิงคนไหน 

พ่อแม่เราก็วางแผนให้เราล่วงหน้าเลยว่า ถ้าเราไม่มีแฟน เขาจะให้นู้นให้นี่เรา แต่เราไม่มีความสุขเวลาอยู่บ้านเลย เราทำงานไม่ใช่งานที่เรารัก แต่เป็นงานที่พ่อแม่เลือกให้ว่าดีแล้ว มันเหนื่อยทั้งใจและกาย ส่วนงานที่ตัวเองรัก ดันไปทำกับแฟน มันมีความสุข ได้เงินมาก็พากันเก็บเงินซื้อบ้าน  (พ่อแม่ก็ไม่รู้เรื่องนี้เลยว่าเราทำไรกันอยู่ เพราะเขาแอนตี้เรากับแฟนทุกเรื่อง )

สงสารแฟนมาก พอพ่อแม่เป็นอุปสรรค จากที่เคยเจอกันทุกวัน  ตอนนี้ แค่กินข้าวเย็นด้วยกัน มันยังยากเลยอ่ะ  ทำไงดีละเนี๊ยะ!!!!!!!!!!!!!!!!!
แก้ไขข้อความเมื่อ
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 1
บางครั้ง เราต้องเห็นแก่ตัวครับ คู่อยู่กับเราจนแก่
ตอบแทนเท่าที่ควร การเป็นลูกชั่ง มันลำบากครับ เข้าใจ ผมก็เป็นอยู่ครับ

ส่วนตัวผม มองว่าถ้าพร้อมที่จะสร้างตัวกันทั้งคู่ แบบวางแผนดี มีทุนสำรองแล้ว ลองก้าวดูครับ ชีวิตคู่ถ้าใจเรามั่นใจว่าดี เราต้องเลือกเองครับ
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 25
เคยผ่านมาแล้วค่ะ
ดิฉันเลือกแต่งงานนะคะ แต่ง..ทั้งๆที่คนของเราเกลียดเขาเลยค่ะ แต่เราต้องมั่นใจก่อนว่า เรากับแฟนอยู่ด้วยกันได้จริงๆ แต่งเสร็จ ขอแยกบ้านอยู่ ใกล้ๆกับบ้านแม่นี่แหละค่ะ ถึงแม้ว่าท่านจะบอกว่า ตัดขาดแม่ลูก นั่นคือเขาตัดเรา ก็ช่างเขาค่ะ แต่เราไม่ได้ตัดเขาจากความเป็นแม่นี่คะ การดูแลก็ยังคงทำตามปกติ ทำไปโดนด่าไปก็ยังคงทำค่ะ นี่โดนด่า โดนสาปแช่งสารพัดค่ะ แต่ถือว่าถ้าไม่ใช่การให้พร ก็ไม่ขอรับไว้ค่ะ จะด่าก็เรื่องของท่าน ฟัง..แต่ไม่จำเป็นต้องเอามาเป็นสาระค่ะ ดิฉันยังคงส่งกับข้าว ส่งน้ำ ดูแลบ้าน และจ่ายค่าใช้จ่ายในบ้านตามปกติ จากโดนด่าทุกวัน ก็ค่อยๆลดลง  แม่เป็นคนเลี้ยงดูเรา มีบุญคุณกับเรา แต่การใช้ชีวิต ควรให้เราตัดสินใจเองค่ะ เราไม่ได้ทอดทิ้งเขา เราก็ทำหน้าที่ตอบแทนให้ดีที่สุด จะรับหรือไม่รับก็เรื่องของท่าน  ส่วนเรื่องคำพูดใดๆที่ท่านทำให้คุณไม่สบายใจ ขอให้คุณปล่อยวาง และใช้ชีวิตไปตามที่คุณเลือก โดยไม่ต้องสนใจคำพูดเหล่านั้น แม่คือคนในครอบครัวเรา แต่สามีก็คืออีกครอบครัวของเราเช่นกันค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
ความคิดเห็นที่ 16
ของเรา 14 ปีถึงได้แต่ง พ่อแม่แฟนไม่ชอบที่เราจนกว่าเขาและเราไม่ใช่คนภาคเดียวกัน ส่วนแม่เราไม่ชอบแฟนเพราะ กินเหล้าเก่งบวกกับหวงลูกสาวมาก  ล้มเลิกงานแต่ง 3 แต่ง ฝ่ายชายมาขอกำหนดทุกอย่างเรียบร้อยแล้วแต่อยู่ๆพ่อแม่ก็ไม่มาตามนัด ครั้งที่ 2 พอจะแต่งจริงแม่เราแกล้งป่วยหนักเพื่อล้มงาน ครั้งที่ 3 ญาติผู้ใหญ่ฝ่ายชายเสียก่อนวันงาน 1 เดือนเลยยกเลิกไป  ส่วนญาติฝ่ายชายหาผู้หญิงมาให้เรื่อยๆนัดดูตัวเรื่อยๆ ส่วนฝ่ายเราแม่เราจับแยกกันให้กลับมาทำงานที่บ้านอยู่คนละภาคละจังหวัด จะเจอต้องแอบนัดเจอกันที่ กทม เราต้องไปเรียน ปโท เพื่อจะได้เจอแฟน เคยคุยกันหลายหลังว่าจะเลิกเพราะทั้งสองฝั่งกดดันให้เราเลิกกันแบบหนักมาก แฟนเราบอกว่าถ้าเราจะเลิกกีนจะมีสาเหตุเดียวคือ เราไม่รักกันแล้ว แต่ถ้าเลิกกันเพราะคนอื่นกดดันจะไม่มีวัน  เราทั้งคู่อดทนจน 14 ปีที่พ่อแม่ทั้งสองฝ่ายยอมรับ และบังคับให้แต่งกันเลยทีเดียวบอกว่ายอมใจไอ้สองคนนี้  สู้ๆนะสิ่งที่เราเล่ามาเราอยากเอาเรื่องของเราเป็นกำลังใจให้คุณสู้ต่อ ถ้าคุณสองคนรักกันจริงๆและพร้อมที่จะจับมือกันข้ามอุปสรรคไปได้
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่