บทความเรื่อง “ทน....เมื่อพลันลง..”

 “ตระหน่ายหนี”
“ตรีตึง..จมปรัก..”
“ไร้การวิวัฒน์อันนิรันดร์?”
 “ย้อนขึ้น..หรือสวนลง..”
“การกระทำ” ย่อมตีขนาน กับ “ความล้มเหลว” เป็นสมมาตร เป็นสิ่งยาก ที่จะเบนหลีก จากความจริง อันช่วงเวลาที่ “ทรมาน” ซึ่งก่อความคุกรุ่น “ณ” เสมอ แต่กระนั้น “ความอดทน” ที่แฝงแทรก ช่วงสมมาตร ของเวลานั้น เป็นเสียงกริ่ง อันทรงพลัง เป็นความเข้มแข็ง ที่แทรกรวม กับด้านหนึ่ง ของ “ความอ่อนโยน” บางที การแทรกนี้ อาจเป็นได้ ทั้งการ “ฉุดลง” และการ “แข็งกระด้าง จากเนื้อใน” สุดแต่เส้นขนาน จะคิดกระทำ การบิดเกลียว ดีดตึง หรือ หย่อนยาน ย่อมสมดุลจากผิวนอก แต่เมื่อการ “การฉีกขาด” เริ่มมาถึง จงระวัง เพราะความจริงในปัจจุที่ว่า “ความสมดุล”นั้น ย่อมไร้การ “อยู่จริง” มันแค่แกว่งไปมา เหมือนคลื่น ที่กระทบ ไร้สุดสิ้น แต่ทุกสิ่งอย่าง ย่อมมี “ความละเอียดอ่อน” จนพลันพลาด และสัมผัสได้ แค่ “ความเบาบาง”และ “เปราะบาง”  บางอย่าง บางที่ บางสถานการณ์ อาจทำให้ เส้นขนานนี้ ถึงจุด “ฉีกขาด” และอาจถึงจุดที่ว่า เพราะความ “ล้มเหลว” จึงทำเหตุนี้ เป็นการส่งเสริม การ “อ้าง” อย่างดี ต่อการพลันลง แน่ทีเดียว ว่าการเป็นเช่นนั้น จะถูกลาก ติตรึง เหมือนโซ่ตรวน ที่ทำให้การย่ำ ณ กาลเดิม ส่งผลต่อการเหนื่อยล้า อย่างเอือนอาน ท้ายสุดแล้ว การปิดมืดบนทาง ที่ไม่สามารถรู้ จะหลอกหลอน จน “ความจำนน” กลืนกลายจนจางหาย และพลันลง ด้วยโซ่ตรวนที่ตรึงไว้ ม่านตาจะริบหรี่ ลมหายใจจะหลบหลีบ เพราะ “ความเอียดอ่อนหรือความอ่อนโยน” ได้รั้นไว้ แต่อย่างลืมว่า ทุกอย่าง ย่อมมี “ความแข็งกระด้าง” อยู่ภายใน มันเป็นความทรมาน ซึ่งเป็นที่ ของ “ความอดทน” ที่สุดลึกจากภายใน มันคือสิ่งย้ำว่า “ถ้าพลันลง จงอย่ายอม เพื่อย้อนขึ้น” มันเป็นแรงอันทรงพลัง ที่ส่วนเสียว จะรับรู้ จงใช้มัน ถึงแม้ว่า จะอยู่ ณ กาลเดิม แต่บางที การ “ประสบ” ย่อมเป็นผล อันชัดเจน ถึงเหตุ ที่ได้รับ ยิ้มและส่งลา เมื่อกาลคลื่นสงบลง
แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  ปรัชญา ความเรียง บทกวี บทความ ปรัชญาชีวิต
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่