เรื่องเล่าจากที่ทำงาน ตอนที่ 3 อีเมล์ร่ำลา

***********
เรื่องเล่าจากที่ทำงาน เค้าโครงจากเรื่องจริง มีการเปลี่ยนแปลง ชื่อสถานที่, บุคคล, บริษัท และ/หรืออาจจะมีการดัดแปลงเนื้อหาเล็กน้อย
***********

โดยทั่วๆไป ขั้นตอนหลังจากที่เราผ่านการสัมภาษณ์งาน ตกลงเงินเดือน เซ็นสัญญาแล้ว
เราก็จะไปทำงานวันแรก ไปปุ๊ปก็จะพบกับการปฐมนิเทศโดยฝ่ายบุคคล บอกกฏเกณฑ์ของบริษัท และเรื่องทั่วๆไป เช่น การแต่งกาย วันและเวลาทำงาน การส่งใบทำงานล่วงเวลา หรือ ใบลาป่วย ลากิจ ฯลฯ

หลังจากนั้น ก็จะแยกย้ายไปตามแผนกของแต่ละคน ซึ่งทางหัวหน้าแผนกก็จะเตรียมคนที่มีประสบการณ์เอาไว้คอยสอนงานเรา
แต่บางที่ไม่มีนะ เรียกกันในวงการว่าถีบตกน้ำ เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังทีหลัง ถถถถ

ช่วงแรกๆของการทำงานนี้เอง มีเรื่องที่ผมต้องเรียนรู้อย่างเร่งด่วนอยู่ 2 เรื่อง นอกเหนือไปจากงานที่ได้รับมอบหมาย
-----------------------------

เรื่องแรก ทักษะในการใช้ Excel
คือผมว่าตอนเรียน ทำ Project จบ ผมใช้ Excel คล่องแล้วนะ มาเจอที่ทำงานเขาใช้กันนี่ เราดูอ่อนด๋อยไปเลย
ไม่น่าเชื่อว่ามันจะเอามาใช้งานได้แบบสุดยอดขนาดนี้ ถ้าใครเคยเห็นคนเทพๆใช้ Excel จะเข้าใจ

วันแรกๆของการทำงาน ยังไม่ต้องไปถึงทักษะหรอกครับ แค่เรื่องทัศนคติผมก็ยับแล้ว
มีพี่ท่านหนึ่ง ขอให้ผมทำข้อมูลให้
งานหมูๆ ผมก็ไปเก็บข้อมูล เสร็จแล้วพิมพ์ใส่ Excel แล้วส่งไฟล์ให้พี่ท่านนั้น
ไม่ถึง 15 นาที พี่ท่านนั้นเดินมาหาผมที่โต๊ะ

“เอ็งจบอะไรมา”
“เอ่อ มีอะไรเหรอครับพี่”
“งานที่เอ็งส่งมาเนี่ย เด็กจบ ป.6 ก็ทำได้ป่าววะ คราวหน้าจะส่งข้อมูลอะไร ทำตัวเลขทางสถิติ และใส่ความเห็นที่คิดว่าสำคัญมาด้วย ถ้าทำงานได้แค่นี้ เอ็งก็จะอยู่ตรงนี้ไปตลอดชีวิต”

เรียกว่าสอนแบบจำไปจนตายเลย หลังจากวันนั้น ผมจะสรุปข้อมูล และใส่ความคิดเห็นเสมอ

มีอยู่วันหนึ่ง ผมกำลังใช้ Excel สรุปข้อมูลการวัดขนาดชิ้นงาน ผมน่าจะใช้เวลานานเกินไป
พี่ที่ขอให้ผมทำงานชิ้นนี้ จึงเดินมาดูว่าทำไมช้าจัง

5 นาทีผ่าน พี่เขาว่า “เอ็งนี่อ่อนจริงๆ ส่งไฟล์มา เดี๋ยวกุจะทำให้ดู”
ครับ ผมไปยืนดูพี่เขาทำ แล้วก็เทพอย่างว่า ผมเอ่ยปากอุทานไปว่า
“โห พี่ เจ๋งหวะ”
“กุไม่ได้เจ๋ง แต่เอ็งอ่อนต่างหาก จำไว้นะ ถ้าวันไหนเอ็งคิดว่าตัวเองเจ๋ง วันนั้นแหละ เอ็งจะเริ่มห่วย”

สองเหตุการณ์นั้น ผมยอมรับว่าผมหงุดหงิด
แต่ 10 กว่าปีผ่าน
สิ่งที่พี่หลายๆท่านสอนนั้น ผมพิสูจน์แล้วว่าเป็นความจริงอย่างยิ่ง ผมรู้สึกว่าตัวเองโชคดีทุกครั้ง ที่มีโอกาสได้ทำงานร่วมกับคนเก่งๆที่นั่น
-----------------------------

เรื่องต่อมา อีเมล์
ผมสงสัยว่า ก็นั่งกันอยู่ออฟฟิศเดียวกันเนี่ย ทำไมต้องส่งเมล์
(ตอบ) เอาไว้เป็นหลักฐาน หรือแจ้งข่าวสาร ความเป็นไปในการทำงาน ให้ทุกคนทราบโดยทั่วกันอย่างเป็นทางการ
ถ้ามีการส่งเมล์แจ้งแล้ว จะมาบอกว่าไม่รู้นั้น ไม่ได้

เช่น ผมส่งเมล์แจ้งว่า เครื่องเบอร์ 2 พัง ใช้เวลาซ่อม 5 วัน ถ้าแผนกที่ดูแลเกี่ยวกับการผลิต ไม่ว่าอะไร ผมก็ซ่อมไปตามนั้น 5 วันสบายๆ
แต่ถ้า ผ่านไป 3 วัน มีคนมาถามผมว่า ทำไมปริมาณงานออกมาน้อยกว่าปกติ ผมสามารถบอกให้เขากลับไปอ่านอีเมล์นั้นได้ โดยที่ผมไม่ผิด
แต่มีข้อแม้ว่า ต้องส่งให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องให้ครบๆนะ

ทำงานผ่านไปไม่กี่เดือน ผมก็พบว่า มีการใช้อีเมล์ นอกเหนือไปจากเรื่องงานด้วยแฮะ (นอกจากส่งรูปโป๊ เรื่องเล่าติดเรต และ ฟอเวิร์ดเมล์ทั้งหลายนะครับ อันนี้ถือเป็นการใช้งานปกติ ไม่นับ 555)

นั่นคือ อีเมล์ “ร่ำลา” ของคนที่ลาออกไปแล้ว และวันนี้มาทำงานเป็นวันสุดท้าย
ซึ่งมักจะตั้งชื่ออีเมล์กันประมาณ วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ผมทำงานที่นี่

โดยทั่วไปก็จะขอบคุณคนที่เขา (คนที่ลาออก) เคารพนับถือ รักพี่ออยมาก ขอบคุณพี่แมวที่ให้โอกาส ผมจะไม่ลืมพี่หนึ่งที่คอยช่วยเหลือผมเสมอมา และ ฯลฯ
ซึ่งอีเมล์แบบนี้ ไม่มันส์ครับ

ถ้าคนที่ลาออกเป็นประเภทที่แรงๆหน่อย รออ่านได้เลยครับ สนุกแน่ๆ 5555
คือเขาจะพิมพ์อีเมล์ทิ้งไว้ครับ ยังไม่ส่ง
พอถึงเวลาเลิกงานค่อยกดส่ง แล้วกลับบ้านไปเลย ลาก่อนๆๆๆๆๆ
เรียกว่าทิ้งระเบิดไว้ รอให้คนอ่านกันวันรุ่งขึ้น

อีกวันช่วงเช้านี่แทบไม่ต้องทำงานกันละ จับกลุ่มเม้ามอยกัน
โห พี่คนนั้นเป็นแบบนั้น พี่คนนี้เคยทำแบบนี้ ตู้วหูว

ที่แรงๆจำได้แม่นเลยคือ มีประโยคประมาณนี้

“ผมเข้าใจว่าไดโนเสาร์สูญพันธ์ไปแล้วเสียอีก จนกระทั่งได้ทำงานร่วมกับนาย…ตรู๊ดๆๆ....”

“การคอรัปชั่นเป็นสิ่งเลวร้าย แต่ถ้าคุณจะทำ ก็ควรทำให้แนบเนียน ไม่ใช่ว่า ตึกใหม่ยังไม่ทันเสร็จ ก็ถอยรถหรู ราคาแพง”
อันนี้ไม่บอกชื่อ แต่คนทั้งโรงงานก็รู้ว่าพูดถึงใคร ถถถถ

“นาย...ตรู๊ดๆๆๆ... นอกจากจะกั๊กความรู้แล้ว ยังชอบอู้งาน ใช้น้องให้ทำงานแทน แบบนี้รับคนใหม่กี่คนก็ออกหมด”

ยังมีที่เด็ดกว่านี้ อาทิเช่น แฉเรื่องชู้สาวในโรงงาน หรือเฉลยปริศนาที่บางคนได้รับสิทธิพิเศษบางประการ มีแม้กระทั่ง คนนี้ได้เงินเดือนเท่านั้นเท่านี้

ซึ่งหลายๆเรื่องรู้แล้วโคตรช็อค

ยังสงสัยอยู่ว่า ถ้าไปเจอกันข้างนอก หรือ มีโอกาสได้ทำงานที่เดียวกันอีก พวกเขาจะทำหน้ากันยังไง

ทำเป็นมองไม่เห็น
ยิ้มแห้งๆ
หรือกระโจนเข้าใส่กันเลย วินนิ่งมั๊ยสาสสสสสส
-----------------------------

ขออนุญาตแท็ควิศวกรรมนะครับผม เรื่องทั้งหมดนี้เกิดที่โรงงานอุตสาหกรรม

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่