ใครเคยทำผิดพลาดร้ายแรงช่วงทดลองงาน แล้วยังผ่านการทดลองงานมาแชร์ ปสก กันนะครับ
***********
เรื่องเล่าจากที่ทำงาน เค้าโครงจากเรื่องจริง มีการเปลี่ยนแปลง ชื่อสถานที่, บุคคล, บริษัท และ/หรืออาจจะมีการดัดแปลงเนื้อหาเล็กน้อย
***********
หลังจากที่เราเข้าไปทำงาน ไม่ว่าจะเป็นที่แรก หรือที่ใหม่ พอทำไปสักพัก
คิดว่าทุกคน น่าจะมีคำถามในใจคล้ายๆกัน
นั่นคือ เราจะผ่านการทดลองงานหรือเปล่า
ผ่านการทดลองงาน เรียกกันในวงการว่า จะผ่านโปรฯ
โปรฯ ย่อมาจาก Probation แปลตรงตัวเลยว่า ช่วงเวลาทดลองงาน
ย้อนไปตอนที่ผมทำงานบริษัทแรก นอกจากผมแล้ว ก็มีเด็กจบใหม่รุ่นเดียวกันเข้าไปทำงานพร้อมกันหลายคน
พวกเราก็มักจะถามพี่ๆในแผนกด้วยความกังวลและสงสัย
จะผ่านโปรฯมั๊ย เคยมีคนไม่ผ่านบ้างหรือเปล่า คนที่ไม่ผ่านทำอะไรผิดถึงไม่ผ่าน และฯลฯ
ช่วงแรกๆ ได้รับคำตอบแบบติดตลก เช่น ขนาดนาย..ตรู๊ดๆๆ...(พี่คนนี้ เป็นคนที่ไม่ค่อยทำอะไร เป็นชิ้นเป็นอัน และมักจะทำงานผิดบ่อยๆเป็นที่เอือมระอา) ยังผ่าน พวกเอ็งไม่ต้องกลัว
เข้าใจว่า บางคนอาจจะยังไม่ค่อยหายกังวลในคำตอบ
เลยมีการถามอีก และเป็นการถามคนละทีสองที โดยไม่ได้นัดหมาย
แต่คนที่โดนถามมีไม่กี่คน พอโดนถามซ้ำๆ ก็รำคาญ
จนกระทั่ง มีพี่ท่านหนึ่งน่าจะโดนถามหลายรอบ แกว่า
เดี๋ยวเที่ยงนี้กินข้าวเสร็จจะเล่าให้ฟัง เรื่องนี้ฟังแล้ว “จบ” แน่นอน
-----------------------------
เรื่องที่ว่านั้น เกิดขึ้นที่นิคมอุตสาหกรรมเล็กๆแห่งหนึ่ง
ด้วยความเล็ก พอมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นที ก็รู้ไปทั่วแทบทุกโรงงาน
แบบว่า รู้แล้วเหยียบไว้นะ 555
เรื่องนี้ก็เช่นกัน
มีวิศวกรจบใหม่ท่านหนึ่ง (ปัจจุบันน่าจะเป็นใหญ่เป็นโตไปแล้ว)
เริ่มงานวันแรก ในตำแหน่งวิศวกรฝ่ายอาคารสถานที่
ช่วงเช้าปฐมนิเทศน์กับฝ่ายบุคคล พอช่วงบ่ายก็มีรุ่นพี่ในแผนกพาเดินดูงานที่ต้องรับผิดชอบ
หลังจากเดินไปดูส่วนสำคัญๆของระบบ น้ำ ไฟ เครื่องปรับอากาศ ตามอาคารแล้ว
ทั้งคู่ก็มาหยุดอยู่ที่อาคารเล็กๆแห่งหนึ่ง
“ทำไมตึกนี้ถึงปิดไว้ครับพี่”
“เมื่อก่อนเราใช้เป็นโรงกลึง เดี๋ยวเราจะทุบทิ้ง แล้วจะสร้างตึกใหญ่แทน”
“ขนของออกไปหมดแล้วเหรอครับ”
“น่าจะนะ ลองเข้าไปดูก็ได้”
โดยปกติ อาคารโรงงานมักจะออกแบบให้ต้องเปิดไฟเพื่อให้แสงสว่าง แม้แต่ในเวลากลางวัน
อาคารนี้ก็เช่นกัน พอเปิดประตูเข้ามา ทั้งคู่ก็พบกับความมืดสลัว
ท่ามกลางความสลัว ก็เป็นตึกเปล่าๆ
“น้ำ ไฟ ก็ตัดหมดแล้ว รอทุบอย่างเดียว”
รุ่นพี่บอก เมื่อเห็นรุ่นน้อง เอื้อมมือทำท่าจะเปิดสวิทช์ไฟ
แชะ เสียงเปิดสวิทช์ไฟดังขึ้น ทว่าความมืดยังอยู่
“ตัดไฟแล้วจริงๆด้วย” วิศวกรหน้าใหม่ พึมพำกับตัวเอง
ไม่ห่างจากสวิทช์ไฟ มีสวิทช์สัญญาณเตือนไฟไหม้
คนเล่าไม่ได้บอกรายละเอียดว่าเกิดอะไรขึ้น ณ ตอนนั้น ทำไม อย่างไร อะไร
รู้เพียงแต่ว่า วิศวกรที่เพิ่งมาทำงานวันนั้นวันแรก ลองกดสวิทช์สัญญาณไฟไหม้ดู
ด้วยเข้าใจว่าตึกนี้ตัดไฟไปแล้ว
สิ่งที่ตามมาคือความผิดคาด และ เสียงกริ่งดังสนั่นโรงงาน
กริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
พนักงานทั้งหมด ทั้งฝ่ายออฟฟิศที่แต่งชุดยูนิฟอร์ม
และฝ่ายผลิตที่ใส่ชุดคลุม ก็พากันวิ่งหนีไฟออกมาจากโรงงานตามที่ได้ซักซ้อมไว้
ตรงนี้ขออธิบายนิดนึง ในโรงงานที่ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์นั้น ความสะอาดเป็นสิ่งสำคัญมาก
ชิ้นส่วนจะถูกผลิตในห้องปลอดฝุ่น (Clean room)
และทุกคนที่จะเข้าห้องปลอดฝุ่น ก็ต้องสวมเสื้อคลุม ที่คลุมตั้งแต่หัวจรดเท้า
ครับ สิ่งที่อยู่ต่อหน้าวิศวกรทั้ง 2 ท่านคือพนักงานทั้งหมดของโรงงาน ออกมายืนกันที่สนามหน้าโรงงาน และหัวหน้าทีมในแต่ละทีมก็ทำการตรวจนับคนในสังกัด ตามหลักปฏิบัติ
ส่วนฝ่ายอาคารสถานที่นั่นเล่า ต่างพากันวิ่ง ขวักไขว่เพื่อหาสาเหตุ
ไม่นานเกินรอ ทุกคนก็ทราบสาเหตุ
-----------------------------
ความเสียหายที่เกิดขึ้น
มหาศาล มากมายเกินกว่าที่วิศวกรตัวเล็กๆ จะรับผิดชอบ
เวลาทำงานที่เสียไป
งานที่ถูกทิ้งไว้ในเครื่อง อาจจะต้องทิ้งทั้งหมด
ชุดคลุมทั้งหมดที่ใส่ออกมาภายนอกห้องปลอดฝุ่น ต้องเปลี่ยนทั้งหมด
(เอาของเก่าไปซักนะครับ ไม่ได้เอาไปทิ้ง)
และ อีกมากมายเปลืองไปยาล
-----------------------------
“แล้วพี่คนนั้นผ่านโปรฯ หรือเปล่าครับ” หนึ่งในพวกเราถามขึ้นมา
“ผ่าน”
“เฮ้ย”
“กุก็ไม่รู้ว่ายังไง เขาอาจจะทำงานดีมากหลังจากนั้นก็ได้ เอาเป็นว่า ต่อไปนี้ ตั้งใจทำงานให้ดีก็พอ ไม่ต้องกังวล”
ตอนแรก ส่วนตัวผมคิดว่าเป็นเรื่องโกหก
แต่หลังจากนั้นหลายปี ผมบังเอิญได้พบกับคนที่อยู่ในเหตุการณ์ และเขายืนยันว่า นั่นเป็นเรื่องจริง
เช็ดโด้วววว
-----------------------------
ถ้าเรื่องนี้เกิดกับผม ต่อให้ผู้ใหญ่ไม่ว่าอะไร อีกวันผมคงไม่อยากไปทำงาน
การกล้าที่จะไปทำงานต่อ และเอาชนะความกลัว ความมั่นใจที่หายไป หลังจากเรื่องนี้
คนที่มีหัวใจขนาดเล็ก คงไม่สามารถทำได้
เขียนถึงตรงนี้ ขออนุญาตกราบหัวใจครับ
------------------------------
ขออนุญาตแท็ควิศวกรรมนะครับผม เรื่องทั้งหมดนี้เกิดที่โรงงานอุตสาหกรรม
ว่าจะเขียนเรื่องแนวๆนี้มาเรื่อยๆนะครับ สนใจติดตามได้ที่เพจนะครับ
https://www.facebook.com/Yabokkrai
------------------------------
เรื่องเล่าจากที่ทำงาน ตอนที่ 4 จะผ่านโปรฯหรือเปล่า
***********
เรื่องเล่าจากที่ทำงาน เค้าโครงจากเรื่องจริง มีการเปลี่ยนแปลง ชื่อสถานที่, บุคคล, บริษัท และ/หรืออาจจะมีการดัดแปลงเนื้อหาเล็กน้อย
***********
หลังจากที่เราเข้าไปทำงาน ไม่ว่าจะเป็นที่แรก หรือที่ใหม่ พอทำไปสักพัก
คิดว่าทุกคน น่าจะมีคำถามในใจคล้ายๆกัน
นั่นคือ เราจะผ่านการทดลองงานหรือเปล่า
ผ่านการทดลองงาน เรียกกันในวงการว่า จะผ่านโปรฯ
โปรฯ ย่อมาจาก Probation แปลตรงตัวเลยว่า ช่วงเวลาทดลองงาน
ย้อนไปตอนที่ผมทำงานบริษัทแรก นอกจากผมแล้ว ก็มีเด็กจบใหม่รุ่นเดียวกันเข้าไปทำงานพร้อมกันหลายคน
พวกเราก็มักจะถามพี่ๆในแผนกด้วยความกังวลและสงสัย
จะผ่านโปรฯมั๊ย เคยมีคนไม่ผ่านบ้างหรือเปล่า คนที่ไม่ผ่านทำอะไรผิดถึงไม่ผ่าน และฯลฯ
ช่วงแรกๆ ได้รับคำตอบแบบติดตลก เช่น ขนาดนาย..ตรู๊ดๆๆ...(พี่คนนี้ เป็นคนที่ไม่ค่อยทำอะไร เป็นชิ้นเป็นอัน และมักจะทำงานผิดบ่อยๆเป็นที่เอือมระอา) ยังผ่าน พวกเอ็งไม่ต้องกลัว
เข้าใจว่า บางคนอาจจะยังไม่ค่อยหายกังวลในคำตอบ
เลยมีการถามอีก และเป็นการถามคนละทีสองที โดยไม่ได้นัดหมาย
แต่คนที่โดนถามมีไม่กี่คน พอโดนถามซ้ำๆ ก็รำคาญ
จนกระทั่ง มีพี่ท่านหนึ่งน่าจะโดนถามหลายรอบ แกว่า
เดี๋ยวเที่ยงนี้กินข้าวเสร็จจะเล่าให้ฟัง เรื่องนี้ฟังแล้ว “จบ” แน่นอน
-----------------------------
เรื่องที่ว่านั้น เกิดขึ้นที่นิคมอุตสาหกรรมเล็กๆแห่งหนึ่ง
ด้วยความเล็ก พอมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นที ก็รู้ไปทั่วแทบทุกโรงงาน
แบบว่า รู้แล้วเหยียบไว้นะ 555
เรื่องนี้ก็เช่นกัน
มีวิศวกรจบใหม่ท่านหนึ่ง (ปัจจุบันน่าจะเป็นใหญ่เป็นโตไปแล้ว)
เริ่มงานวันแรก ในตำแหน่งวิศวกรฝ่ายอาคารสถานที่
ช่วงเช้าปฐมนิเทศน์กับฝ่ายบุคคล พอช่วงบ่ายก็มีรุ่นพี่ในแผนกพาเดินดูงานที่ต้องรับผิดชอบ
หลังจากเดินไปดูส่วนสำคัญๆของระบบ น้ำ ไฟ เครื่องปรับอากาศ ตามอาคารแล้ว
ทั้งคู่ก็มาหยุดอยู่ที่อาคารเล็กๆแห่งหนึ่ง
“ทำไมตึกนี้ถึงปิดไว้ครับพี่”
“เมื่อก่อนเราใช้เป็นโรงกลึง เดี๋ยวเราจะทุบทิ้ง แล้วจะสร้างตึกใหญ่แทน”
“ขนของออกไปหมดแล้วเหรอครับ”
“น่าจะนะ ลองเข้าไปดูก็ได้”
โดยปกติ อาคารโรงงานมักจะออกแบบให้ต้องเปิดไฟเพื่อให้แสงสว่าง แม้แต่ในเวลากลางวัน
อาคารนี้ก็เช่นกัน พอเปิดประตูเข้ามา ทั้งคู่ก็พบกับความมืดสลัว
ท่ามกลางความสลัว ก็เป็นตึกเปล่าๆ
“น้ำ ไฟ ก็ตัดหมดแล้ว รอทุบอย่างเดียว”
รุ่นพี่บอก เมื่อเห็นรุ่นน้อง เอื้อมมือทำท่าจะเปิดสวิทช์ไฟ
แชะ เสียงเปิดสวิทช์ไฟดังขึ้น ทว่าความมืดยังอยู่
“ตัดไฟแล้วจริงๆด้วย” วิศวกรหน้าใหม่ พึมพำกับตัวเอง
ไม่ห่างจากสวิทช์ไฟ มีสวิทช์สัญญาณเตือนไฟไหม้
คนเล่าไม่ได้บอกรายละเอียดว่าเกิดอะไรขึ้น ณ ตอนนั้น ทำไม อย่างไร อะไร
รู้เพียงแต่ว่า วิศวกรที่เพิ่งมาทำงานวันนั้นวันแรก ลองกดสวิทช์สัญญาณไฟไหม้ดู
ด้วยเข้าใจว่าตึกนี้ตัดไฟไปแล้ว
สิ่งที่ตามมาคือความผิดคาด และ เสียงกริ่งดังสนั่นโรงงาน
กริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
พนักงานทั้งหมด ทั้งฝ่ายออฟฟิศที่แต่งชุดยูนิฟอร์ม
และฝ่ายผลิตที่ใส่ชุดคลุม ก็พากันวิ่งหนีไฟออกมาจากโรงงานตามที่ได้ซักซ้อมไว้
ตรงนี้ขออธิบายนิดนึง ในโรงงานที่ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์นั้น ความสะอาดเป็นสิ่งสำคัญมาก
ชิ้นส่วนจะถูกผลิตในห้องปลอดฝุ่น (Clean room)
และทุกคนที่จะเข้าห้องปลอดฝุ่น ก็ต้องสวมเสื้อคลุม ที่คลุมตั้งแต่หัวจรดเท้า
ครับ สิ่งที่อยู่ต่อหน้าวิศวกรทั้ง 2 ท่านคือพนักงานทั้งหมดของโรงงาน ออกมายืนกันที่สนามหน้าโรงงาน และหัวหน้าทีมในแต่ละทีมก็ทำการตรวจนับคนในสังกัด ตามหลักปฏิบัติ
ส่วนฝ่ายอาคารสถานที่นั่นเล่า ต่างพากันวิ่ง ขวักไขว่เพื่อหาสาเหตุ
ไม่นานเกินรอ ทุกคนก็ทราบสาเหตุ
-----------------------------
ความเสียหายที่เกิดขึ้น
มหาศาล มากมายเกินกว่าที่วิศวกรตัวเล็กๆ จะรับผิดชอบ
เวลาทำงานที่เสียไป
งานที่ถูกทิ้งไว้ในเครื่อง อาจจะต้องทิ้งทั้งหมด
ชุดคลุมทั้งหมดที่ใส่ออกมาภายนอกห้องปลอดฝุ่น ต้องเปลี่ยนทั้งหมด
(เอาของเก่าไปซักนะครับ ไม่ได้เอาไปทิ้ง)
และ อีกมากมายเปลืองไปยาล
-----------------------------
“แล้วพี่คนนั้นผ่านโปรฯ หรือเปล่าครับ” หนึ่งในพวกเราถามขึ้นมา
“ผ่าน”
“เฮ้ย”
“กุก็ไม่รู้ว่ายังไง เขาอาจจะทำงานดีมากหลังจากนั้นก็ได้ เอาเป็นว่า ต่อไปนี้ ตั้งใจทำงานให้ดีก็พอ ไม่ต้องกังวล”
ตอนแรก ส่วนตัวผมคิดว่าเป็นเรื่องโกหก
แต่หลังจากนั้นหลายปี ผมบังเอิญได้พบกับคนที่อยู่ในเหตุการณ์ และเขายืนยันว่า นั่นเป็นเรื่องจริง
เช็ดโด้วววว
-----------------------------
ถ้าเรื่องนี้เกิดกับผม ต่อให้ผู้ใหญ่ไม่ว่าอะไร อีกวันผมคงไม่อยากไปทำงาน
การกล้าที่จะไปทำงานต่อ และเอาชนะความกลัว ความมั่นใจที่หายไป หลังจากเรื่องนี้
คนที่มีหัวใจขนาดเล็ก คงไม่สามารถทำได้
เขียนถึงตรงนี้ ขออนุญาตกราบหัวใจครับ
------------------------------
ขออนุญาตแท็ควิศวกรรมนะครับผม เรื่องทั้งหมดนี้เกิดที่โรงงานอุตสาหกรรม
ว่าจะเขียนเรื่องแนวๆนี้มาเรื่อยๆนะครับ สนใจติดตามได้ที่เพจนะครับ
https://www.facebook.com/Yabokkrai
------------------------------