ติดอยู่ในถ้ำ90ชั่วโมง ร่างกายจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

เพจ หมอเวร ได้ออกมาโพสต์วิเคราะห์เกี่ยวกับสถานการณ์น้องๆติดอยู่ในถ้ำ

อันนี้หมอวิเคราะห์เองนะ น้องๆ ทีมหมูป่ามีเปอร์เซ็นต์ที่รอดค่อนข้างสูงมากเลยทีเดียว เพราะมนุษย์เรามีพลังแห่งความเอาตัวรอดสูงมากอยู่แล้วในยามคับขัน ขนาดอยู่ในซากตึกถล่ม 7 วันแบบไม่มีน้ำกินยังรอดกันมาได้เลย
.
⛰️ แต่นี่น้องๆ ของเรายังมีน้ำดื่มที่ยังไหลมาจากทั้งทางพื้น และทางช่องลมด้านบนของถ้ำ (ที่มาแบบเป็นหยดๆ) ตามฝนที่ตกตลอดทั้งวัน ฉะนั้นไม่น่าเป็นห่วงเรื่องการขาดน้ำเท่าไหร่ บอกเอาไว้ให้ใจชื้นกันก่อน

.
🍽️ ส่วนประเด็นเรื่องการขาดอาหารและต้องเผชิญกับความมืดนั้น หมอจะขอเล่าเป็นราย 12 ชั่วโมงไปแล้วกัน ยาวหน่อยแต่อยากให้อ่านกันนะ






12 ชม.
ใน 3-4 ชม.แรก ร่างกายจะดึงพลังงานจากอาหารมื้อล่าสุดที่กิน เพื่อเอามาใช้งานก่อน
หลังจากนั้นถ้าพลังงานตรงนี้หมด จะไปดึงพลังงานส่วนไกลโคเจนมาใช้แทน
(ให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือดึงพลังงานจากคาร์บที่อยู่ในกระแสเลือดมาใช้นี่แหละ)
ตอนนี้ถือว่ายังชิวๆ ยังสบายๆ อยู่












24 ช.ม
พอครบ 24 ชม. ร่างกายจะเริ่ม โหยๆ เพลียๆ นิดหน่อย ท้องจะเริ่มส่งเสียงร้องระงมว่าต้องการอาหาร
ระดับโซเดียมในเลือดสูงขึ้น ความดันเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
พอไกลโคเจนในเลือดหมดแล้ว
คิวต่อไปที่ร่างกายจะดึงพลังงานมาใช้ก็คือกลูโคสหรือน้ำตาลส่วนที่เล็กที่สุดในร่างกายนั่นเอง
หลักๆ จะดึงกลูโคสไปใช้งานกับสมองก่อน เพราะเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด















36 ชม.
ตอนนี้ระดับคลอเรสเตอรอลในเลือดลดลง
อันนี้ลดลงเป็นปกติ เพราะว่าไม่มีสารอาหารประเภทคาร์บหรือไขมันตกถึงท้องเลย
ถ้ากลูโคสหมด ร่างกายจะดึงโปรตีนมาใช้ต่อ
หรือถ้าไม่พอก็จะเริ่มดึงเริ่มดึงไขมันที่สะสมใต้ผิวหนังมาใช้เผาแทนแล้วล่ะ
ผิวหนังจะเริ่มซีดลง ลิ้นแห้งและอาจมีตุ่มเล็กๆ ขึ้นบริเวณลิ้น
เริ่มมีกลิ่นปากที่รุนแรงขึ้น เพราะของเสียจากการเผาไขมันจำพวกคีโตนทำให้มีกลิ่นที่รุนแรง











48 ชม.
ครบสองวัน ตรงนี้ตาจะเริ่มอ่อนแรง อาจมีอาการแทรกเช่นการปวดหัว
หรือรู้สึกว่าการขยับร่างกายไปมามันหนักมาก (ไม่มีแรงนั่นแหละ พูดง่ายๆ)
ร่างกายจะขุดไขมันสะสมมาใช้อย่างจริงจัง
ปกติไขมันสำรองของคนทั่วไป มักจะสามารถถูกเอามาเผาผลาญเป็นพลังงานต่อไปได้อีกอย่างน้อย 60-80 ชม.
ใครที่มีน้ำหนักตัวเยอะ หรือมีไขมันสะสมเยอะก็จะอยู่ได้นานขึ้น














60 ชม.
เข้าวันที่สาม ความหิวเราจะลดลงอย่างน่าแปลกใจ
ตอนนี้ร่างกายจะเริ่มดึงทั้งไขมันและดึงกล้ามเนื้อมาเผาผลาญพลังงานอย่างเต็มที่
เป็นจังหวะที่ร่างกายเราจะเริ่มปรับตัวได้แล้ว
ถ้ายังมีน้ำกินอยู่ ตอนนี้จะรู้สึกตัวเบาๆ หน่อย
และค่อนข้าง Active เป็นพิเศษได้อีกหลายวันหน่อย
มันเป็นกลไกธรรมชาติเหมือนสั่งให้เราห้ามตาย และพยายามลุกออกไปไปหาอาหารมาเติมลงกระเพาะให้ได้
















72 ชม.
อย่างที่บอกว่าร่างกายเราจะยังค่อนข้างตัวเบาๆ โหวงๆ อยู่ อาจจะมีวูบๆ บ้างเวลาลุกเร็วๆ
เพราะน้ำตาลในเลือดเราลดลงอย่างฮวบฮาบ รวมถึงดึงไขมันและกล้ามเนื้อมาเป็นพลังงานแทน


















90 ชม. ขึ้นไป
ตรงนี้เริ่มน่าเป็นห่วงเล็กน้อย เพราะปกติแล้วเราจะกินคาร์โบไฮเดรตจากอาหารต่างๆ
แต่พอเราขาดคาร์บจากการกิน
ร่างกายเราเลยไปทำปฎิกิริยากับโปรตีนและไขมันในเส้นเลือด
ทำให้เลือดในร่างกายเริ่มค่อยๆ เสียไปเรื่อยๆ ทีละน้อยๆ
ส่วนการดำรงชีพก็ยังคงดึงชั้นไขมันมาใช้ได้อยู่เหมือนเดิมอย่างที่บอก












สรุป
จุดวิกฤตคือประมาณ 7-10 วัน ตอนนี้แหละ
ร่างกายเคย Active หรือกระปี้กระเปร่า
ก็จะเริ่มหมดเรี่ยวแรงไม่สามารถขยับไปไหนได้แล้ว
อวัยวะภายในตับไตเริ่มพังทีละส่วน
เนื่องจากเลือดเป็นพิษอย่างที่บอก
ถ้าเลือดเป็นพิษถึงระดับ 30% ของเลือดในร่างกายทั้งหมดก็จะเป็นจุดที่อันตรายที่สุดแล้ว
เพราะทำให้มีสารพิษวิ่งเข้าสู่สมองได้ นับว่าเป็นช่วงเวลาแห่งความยากลำบากของจริง
.
แต่ช้าก่อน !!
อย่าเพิ่งวิตกกังวลขนาดนั้น
มาดูข้อดีของการที่น้องๆ ติดอยู่ในถ้ำที่มืดสุดๆ มืดแบบแทบจะไม่มีแสงส่องผ่านเลย
.
คืองี้ปกติเวลาที่คนติดอยู่ในที่มืดเป็นเวลานานเนี่ย
ร่างกายเราจะรู้สึกหลอนๆ และผวาตลอดเวลา
สาเหตุเพราะไม่รู้วันเวลาไม่มีแสงเพื่อบอกว่านี่เช้าแล้ว หรือนี่มืดแล้ว
ประสาทสัมผัสจะเริ่มแปรปรวน อาจทำให้เสียสติได้ง่าย
.
แต่การที่น้องๆ อยู่รวมกันเป็นกลุ่มใหญ่
อาการเหล่านี้แทบจะไม่เกิดขึ้นเลย
หรือหากเกิดขึ้นก็จะมีกำลังใจจากเพื่อนๆ รอบข้างคอยช่วยเหลือและปลอบใจกัน
ทำให้ความเครียดสะสมลดลง และสามารถผ่านพ้นอาการทางจิตไปได้แบบสบายๆ
แต่จะมากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับสติของแต่ละคนนะ
.
และหากร่างกายเราอยู่ในสภาวะนี้ไปซักระยะใหญ่
ร่างกายเราจะเริ่มปรับตัวคล้ายๆ สัตว์ที่จำศีล
และหากน้องๆ สามารถนอนหลับได้
การไม่รับรู้ถึงแสงสว่างภายนอกอาจจะทำให้วงจรการนอนหลับเปลี่ยนไป
น้องอาจนอนหลับแบบรวดเดียวสองวันสองคืนได้เลย
โดยไม่มีแสงมาเป็นตัวกระตุ้นบอกเวลาว่านี่เป็นวันใหม่แล้ว
ขอให้รู้ไว้เลยว่าแสงมีอิทธิพลกับสมองเราเยอะมาก
สังเกตได้จากเวลามีสุริยุปราคาแล้วสัตว์บินกลับรัง
มนุษย์เราก็เช่นกัน หากไร้นาฬิกาหรือเครื่องบอกเวลา
ยามอยู่ที่มืดนานๆ ร่างกายเราก็บอกให้ตัวเองเน้นพักผ่อนมากกว่าทำงาน
ฉะนั้นระดับการเผาผลาญพลังงานจะยิ่งลดลงกว่าเดิมเข้าไปอีก
มีพลังงานสำรองเหลือเฟือให้ใช้อีกหลายวัน
.
ขนาดตึกถล่มคนติดในนั้นซากตึกนานตั้งเป็นสัปดาห์ยังรอดมาได้เลย
ยิ่งน้องๆ เป็นนักกีฬาที่แข็งแรงและไม่ได้บาดเจ็บหรือเจ็บป่วยอะไรด้วยแล้ว
การมีน้ำสะอาดกินได้และยังเกาะกลุ่มกันอยู่
โอกาสรอดหมอว่าน่าจะมีสูงเกิน 80-90% เลยแหละเคสนี้
ยังไงน้องๆ ก็ต้องรอด หมอเชื่ออย่างนั้นนะ
.
.
#ไม่พบไม่ล้มเลิก


[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่