
เนื่องจากอยู่ในวัยที่ต้องเริ่มดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง และเพื่อนๆรอบตัวก็กำลังควบคุมน้ำหนักด้วย คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์หลายอย่างในคราวเดียว ปัญหาของยาย คือ ขี้เกียจ นั่งทำงานหน้าคอมยิ่งโดนสูบพลังงานไปกันใหญ่เลิกงานฝ่ารถติด 1-2 ชม กลับบ้าน ไม่ต้องพูดถึง ว่าจะเกิดความอยากไปเข้าฟิตเนส แล้วทำอย่าไรที่จะลุกมาวิ่งได้ ... อันนี้ เป็นปัญหาหรืออีกนัยหนึ่ง คือ "ข้ออ้าง" ของคนทำงานออฟฟิสเลยทีเดียว สำหรับทางออกของยายเอง คิดว่า มีหลายปัจจัยประกอบกัน อันดับแรก คือ เป้าหมาย ยายตัดสินใจลงสมัครวิ่งระยะทาง 5 กก. ปลายปีนี้ อันดับต่อมา ยายได้มีโอกาสดูรายการคนค้นคน ตอน ชัยชนะของผู้ชายที่ชื่อ แซม กระแทกใจสุด ๆ ลองไปดูกัน พี่เค้าเริ่มวิ่งได้แค่ 20 ม. แต่ปัจจุบันเค้าเป็นนักวิ่งมาราธอน 10 กม. นี้สบายจ้า อันดับสุดท้าย คือ ยายอ้วนแก้มยุ้ย จนรู้สึกอึดอัดตัวเอง ผลเลือดก็ไขมันสูงด้วย เมื่อนำมารวมกันแล้วก็เกิดแรงผลักดันในการไปวิ่งอย่างน้อยอาทิตย์ละ 2 วันขึ้นมา เริ่มแรก 250 ม. ก็หอบแฮ่ก ทำท่าจะหมอบกระแตให้ได้ ต่อมาก็ได้เคล็ดลับจากน้องชายตอนฝึกรด.มา เค้าว่า ให้เริ่มจากเดินก่อน แล้วก็ค่อย ๆ เพิ่มระดับไปทีละน้อย อย่าใจร้อน ยายก็คิดว่า เอาวะ เดินให้ได้ 5 กม. ก่อน อย่างเลวร้ายถึงวันที่ต้องวิ่ง ไม่ไหวยังไงก็เดินถึงเส้นชัยแน่ ๆ ตอนนี้เริ่มวิ่งอาทิตย์ละ 2-3 วันอย่างที่บอกมาเดือนกว่าแระ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมายายจับความรู้สึกบางอย่างได้ว่า เอ๊ะ วิ่งแบบนี้มันสบายดีแฮะ ไม่ต้องฝืนเหมือนที่ผ่านมา แล้วก็วิ่งได้ครั้งละ 800 ม./รอบ OMG ! ไม่เสียแรงที่เชื่อครูลูกกอลฟ์สอนให้สะกดจิตตัวเองว่า อันตัวเรา คือ ลาล่าครอฟลงประทับทรง 😄 (อันนี้ วิธีแบบขำๆ) แต่ยายว่าไอ้จังหวะที่เราลองวิ่งผิดๆถูกๆแล้วเจอว่า อันนี้มันสบายอะสำคัญ จำความรู้สึกนั้นไว้ สบายจนถึงขั้นวิ่งไม่หยุด วิ่งไปยิ้มไป สรุป ขาซ้ายเดี้ยงจ้า ตัวอย่างของความไม่พอดี 😅 จะสบายยังไงก็ประมาณตนเองนิดนึง ต่อมาแถมนิ เรื่องอาหารอันนี้ก็สำคัญแต่อายุปูนยายจะมานั่งลดแต่อาหารมันไม่ได้แล้ว แบบอดข้าวเย็น 1 เดือนน้ำหนักลด 3-4 กก เป็นไปไม่ได้ ประกอบกับนิสัย enjoy eating ที่มาอยู่ในสวรรค์ของ street food อย่าง กทม. แล้วไซร้ ยากเข้าไปอีก จึงต้องใช้วิธีออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย ลองไปดูที่ "page ชื่อ นั่งเฉยๆก็ผอมได้" ของคุณหมอ ท่านแนะนำไว้หลายอย่างเผื่อใครจะลองทำตามดู บอกไว้ก่อนหนา ตัวยายนั้น ออกกำลังกายและควบคุมอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี แบบเลี่ยงแป้งเลี่ยงมันเท่าที่จะทำได้ อยากมากๆ ก็กินบ้างนิดๆหน่อยๆ แต่ถ้าอยากจะผอม น้ำหนักลงด้วยจะต้องเคร่งครัดทั้งเรื่องการกินและออกกำลังมากกว่านี้ แต่ทั้งหมดทั้งมวลเราต้องหาวิธีที่เหมาะกับตัวเราถึงจะดีที่สุด บ้างก็ว่างดแป้ง งดมัน ก็พอ บ้างก็ออกกำลังกายทุกวันก็พอ อะไรๆยายก็ว่าดีทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์แะความเหมาะสมของแต่ละคนหนา ... ออเจ้า
วันนี้มาพูดเรื่องออกกำลังกายดีฝ่า
เนื่องจากอยู่ในวัยที่ต้องเริ่มดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง และเพื่อนๆรอบตัวก็กำลังควบคุมน้ำหนักด้วย คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์หลายอย่างในคราวเดียว ปัญหาของยาย คือ ขี้เกียจ นั่งทำงานหน้าคอมยิ่งโดนสูบพลังงานไปกันใหญ่เลิกงานฝ่ารถติด 1-2 ชม กลับบ้าน ไม่ต้องพูดถึง ว่าจะเกิดความอยากไปเข้าฟิตเนส แล้วทำอย่าไรที่จะลุกมาวิ่งได้ ... อันนี้ เป็นปัญหาหรืออีกนัยหนึ่ง คือ "ข้ออ้าง" ของคนทำงานออฟฟิสเลยทีเดียว สำหรับทางออกของยายเอง คิดว่า มีหลายปัจจัยประกอบกัน อันดับแรก คือ เป้าหมาย ยายตัดสินใจลงสมัครวิ่งระยะทาง 5 กก. ปลายปีนี้ อันดับต่อมา ยายได้มีโอกาสดูรายการคนค้นคน ตอน ชัยชนะของผู้ชายที่ชื่อ แซม กระแทกใจสุด ๆ ลองไปดูกัน พี่เค้าเริ่มวิ่งได้แค่ 20 ม. แต่ปัจจุบันเค้าเป็นนักวิ่งมาราธอน 10 กม. นี้สบายจ้า อันดับสุดท้าย คือ ยายอ้วนแก้มยุ้ย จนรู้สึกอึดอัดตัวเอง ผลเลือดก็ไขมันสูงด้วย เมื่อนำมารวมกันแล้วก็เกิดแรงผลักดันในการไปวิ่งอย่างน้อยอาทิตย์ละ 2 วันขึ้นมา เริ่มแรก 250 ม. ก็หอบแฮ่ก ทำท่าจะหมอบกระแตให้ได้ ต่อมาก็ได้เคล็ดลับจากน้องชายตอนฝึกรด.มา เค้าว่า ให้เริ่มจากเดินก่อน แล้วก็ค่อย ๆ เพิ่มระดับไปทีละน้อย อย่าใจร้อน ยายก็คิดว่า เอาวะ เดินให้ได้ 5 กม. ก่อน อย่างเลวร้ายถึงวันที่ต้องวิ่ง ไม่ไหวยังไงก็เดินถึงเส้นชัยแน่ ๆ ตอนนี้เริ่มวิ่งอาทิตย์ละ 2-3 วันอย่างที่บอกมาเดือนกว่าแระ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมายายจับความรู้สึกบางอย่างได้ว่า เอ๊ะ วิ่งแบบนี้มันสบายดีแฮะ ไม่ต้องฝืนเหมือนที่ผ่านมา แล้วก็วิ่งได้ครั้งละ 800 ม./รอบ OMG ! ไม่เสียแรงที่เชื่อครูลูกกอลฟ์สอนให้สะกดจิตตัวเองว่า อันตัวเรา คือ ลาล่าครอฟลงประทับทรง 😄 (อันนี้ วิธีแบบขำๆ) แต่ยายว่าไอ้จังหวะที่เราลองวิ่งผิดๆถูกๆแล้วเจอว่า อันนี้มันสบายอะสำคัญ จำความรู้สึกนั้นไว้ สบายจนถึงขั้นวิ่งไม่หยุด วิ่งไปยิ้มไป สรุป ขาซ้ายเดี้ยงจ้า ตัวอย่างของความไม่พอดี 😅 จะสบายยังไงก็ประมาณตนเองนิดนึง ต่อมาแถมนิ เรื่องอาหารอันนี้ก็สำคัญแต่อายุปูนยายจะมานั่งลดแต่อาหารมันไม่ได้แล้ว แบบอดข้าวเย็น 1 เดือนน้ำหนักลด 3-4 กก เป็นไปไม่ได้ ประกอบกับนิสัย enjoy eating ที่มาอยู่ในสวรรค์ของ street food อย่าง กทม. แล้วไซร้ ยากเข้าไปอีก จึงต้องใช้วิธีออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย ลองไปดูที่ "page ชื่อ นั่งเฉยๆก็ผอมได้" ของคุณหมอ ท่านแนะนำไว้หลายอย่างเผื่อใครจะลองทำตามดู บอกไว้ก่อนหนา ตัวยายนั้น ออกกำลังกายและควบคุมอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี แบบเลี่ยงแป้งเลี่ยงมันเท่าที่จะทำได้ อยากมากๆ ก็กินบ้างนิดๆหน่อยๆ แต่ถ้าอยากจะผอม น้ำหนักลงด้วยจะต้องเคร่งครัดทั้งเรื่องการกินและออกกำลังมากกว่านี้ แต่ทั้งหมดทั้งมวลเราต้องหาวิธีที่เหมาะกับตัวเราถึงจะดีที่สุด บ้างก็ว่างดแป้ง งดมัน ก็พอ บ้างก็ออกกำลังกายทุกวันก็พอ อะไรๆยายก็ว่าดีทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์แะความเหมาะสมของแต่ละคนหนา ... ออเจ้า