เป็นคุณแม่ลูกสองค่ะ อายุอานามก็เกือบ 40 แล้ว อุปนิสัย มีโลกส่วนตัว ติดบ้าน ติดลูก ขี้บ่นบ้างบางเรื่อง เลี้ยงลูกแบบแนวเปิด แต่ไม่อิสระมาก ที่ต้องบอกอุปนิสัยเราเนี่ย เพราะจะได้เป็นแนววินิจฉัยถึงนิสัยลูกเราได้ ว่าเราเป็นแม่ประเภทไหน บางครั้งก็คิดว่าเราเป็นแม่ที่ไม่ดีเลย ลูกเราเป็นผู้ชายทั้ง 2 คน คนโตอายุย่างเข้า 17 ปีนี้ พื้นฐานนิสัยส่วนใหญ่ จะคล้าย ๆ เรา ชอบเก็บตัว ไม่วุ่นวายกับใคร เพื่อนน้อย เหมือนเป็นคนไม่สนโลก แต่ลึก ๆ เค้าเป็นคนจิตใจดี ขี้สงสาร นิสัยเสียที่สุดเลยคือเรื่องความขี้เกียจ ซึ่งเด็กส่วนใหญ่คงจะเป็นกัน คนเล็กเราไม่ค่อยห่วงเท่าไหร่ เพราะเค้าจะเข้าสังคมได้เก่งกว่าพี่ชาย พูดง่าย ๆ ดูว่าเค้าเอาตัวรอดได้ดีกว่า แต่เราก็ใส่ใจลูกทั้ง 2 คนเท่า ๆ กันนะคะ เราเลี้ยงลูกแบบคุยกับเค้าแทบทุกเรื่อง แต่ไม่เคยยุ่งเรื่องส่วนตัวมาก จะสังเกตุการณ์อยู่ห่าง ๆ อย่างห่วง ๆ เราเป็นคนขี้ห่วงมาก เรารู้ตัว เราจะใช้เหตุผลเสมอในการสอนเค้า เค้าเป็นเด็กติดเกมค่ะ นอนดึกทุกคืน เช้ามากว่าจะตื่นเราก็หมดพลังจิตไปเยอะ พูดดีไม่เคยได้ผล ต้องให้บ่น แต่เราจะบ่นได้ต้องมีจุดแบบมีอารมณ์โมโหนิดนึง เรียกว่าความดันขึ้น หน้ามืดกันเลยทีเดียว กว่าเค้าจะไปโรงเรียนได้เราต้องหน้ามืดทุกวัน วันหยุดนี่ไม่ต้องพูดถึง นอนยาว เราก็พยายามปลุกเค้าแล้วนะ แต่เหมือนเค้ารู้ไงว่าวันนี้วันหยุด เราจะเหนื่อยแล้วก็หยุดเรียกเค้าไปเอง ส่วนเราก็เบื่อ แล้วก็เหนื่อยใจด้วย เพราะเราต้องเอาพลังงานมาทำงานอีก อ้อ เราทำงานเป็นฟรีแรนซ์ รับทำบัญชีอยู่บ้านค่ะ ทำงานตลอดเวลา ไม่มีวันหยุด คือตั้งแต่ตื่นนอนยันนอน เราจะทำงานตลอดเวลา ไม่เคยได้หยุด นอกจากไม่ไหวจริง ๆ ก็งีบบ้าง ครึ่งถึงหนึ่งชม. ทำงานบ้านด้วย ทำงานบัญชีด้วย คืองานในบ้านนี่ของเราทุกอย่าง บางทีเราก็แอบคิดนะว่า ใครเป็นคนกำหนด บัญญัติไว้ว่าผู้หญิงต้องเป็นคนทำงานบ้าน 555 แต่ก็นะ ให้ผู้ชายทำ เราก็ต้องมาตามเก็บทำอยู่ดี (ไม่ได้ว่าผู้ชายทุกคนนะคะ ) เข้าเรื่องลูกต่อ บางทีเราเหมือนไม่เข้าใจเค้าเลยค่ะ หรือบางที เราพูด เราสอนอะไรเค้า ก็เหมือนเค้าาจะเข้าใจนะ แต่เอาจริง ๆ ดูจากการกระทำแล้วว เค้าน่าจะไม่เข้าใจอะค่ะ เราก็เคยผ่านวัยนั้นมาก่อนนะ แล้วเราก็ค่อนข้างไวต่อความรู้สึกแล้ว เรายังรู้สึกเหมือนเรากับเค้าอยู่คนละโลกเลยอะในบางเรื่อง เราก็เครียดง่ายด้วย อยากปล่อยวางนะ แต่มันไม่ได้อะ เหมือนมันเป็นหน้าที่เรา เรามีหน้าที่ต้องสอนเค้า บอกเค้าให้เค้ารู้ว่าอะไรดี ไม่ดี ถูก ไม่ถูก เราไม่อยากพูดกับลูกรุนแรง เรื่องตีนี่ เราไม่ใช้วิธีนี้เลย แต่พ่อเค้าจะตีแล้วก็ด่าเก่ง แต่เราจะไม่ให้เค้าด่าลูก บอกให้สอนลูกดีดี จนบางทีเค้ารำคาญแม่ ก็เลยปล่อยไม่ยุ่ง (เหมือนความผิดเรานะนี่) แต่เราไม่เคยว่าพ่อเค้าต่อหน้าลูกนะคะ เราจะมาคุยกับเค้าตอนลูกไม่อยู่ ทีนี้ เราเป็นประเภทเซนเซอร์ทีฟไง เลยไม่เคยใช้ความรุนแรงกับลูก ไม่ด่า ไม่พูดคำหยาบ ใช้แต่การพูดมันก็เหมือนบ่นหละค่ะ แต่ไม่เวิ่นเว้อนะคะ ไม่รู้เป็นสาเหตุให้ลูกไม่กลัวหรือเปล่า แต่เค้าก็ไม่ใช่เด็กก้าวร้าวอะไร จะมีใจร้อน หัวร้อนง่ายบ้างแต่ไม่เคยใช้ความรุนแรง หรือแสดงออกในทางที่รุนแรง เราก็พยายามคุยกับลูกบ่อย ๆ นะคะเพื่ออยากเข้าใจเค้ามากขึ้น เคยมีพูดเรื่องตายด้วยนะคะ แบบประมาณเหมือนไม่อยากจะอยู่ ถามว่าทำใม เค้าก็ตอบไม่ได้ แค่รู้สึกเบื่อ ไม่อยากทำอะไร ไม่มีจุดหมายในชีวิต เหมือนอยู่ไปวัน วัน เราก็เครียดซิ ถามว่ารู้สึกยังไง ทำใม พ่อแม่ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน ทำใมถึงคิดแบบนี้ เค้าก็บอกไม่รู้ เราก็พยายามถามว่า หนูอยากทำอะไร อยากเล่นกีต้าร์มั๊ย แม่จะซื้อให้ เค้าก็ไม่เอา บอกให้ออกไปข้างนอกบ้าง ไปดูหนังกับเพื่อนไรงี้ เค้าก็บอกไม่ไป ขี้เกียจ เวลาเราไปตลาดไปหาของกิน ชวนดูโน่นนี่ ก็ไม่อยากไป น้อยครั้งมากที่จะไปด้วย เราก็อ้างว่าไปเป็นเพื่อนแม่หน่อย แม่อยากมีเพื่อน เค้าก็ไปนะคะ แต่ไม่ทุกครั้ง รู้สึกช่วงนี้เค้าจะป่วยบ่อย เราก็บอกเค้าให้ออกกำลังกายบ้าง ออกไปโน่นนี่นั่นบ้าง ก็ไม่ไป เราก็หมดปัญญาจะบังคับ เราก็ว่าเราเลี้ยงเค้าดีที่สุดแล้วนะ ในความคิดของเรา บางทีก็คิดว่ามันเป็นความผิดของเรา เราเลี้ยงเค้ามาเป็นแบบนี้หรือเปล่า เราไม่รู้จริง ๆ นะคะว่าจะสอนเค้าแบบไหน ลึก ๆ ก็กลัวเค้าเป็นโรคซึมเศร้าอะค่ะ เอาจริง ๆ นะ สภาพแวดล้อมก็ไม่น่าเก็บกดนะ ตอนเราเป็นเด็ก พ่อแม่เราเลี้ยงเราเก็บกดกว่านี้เยอะ เรามีลูกเลยไม่อยากเลี้ยงแบบที่เราเคยมา แต่ไหงกลับเป็นแบบนี้อีก เราล่ะเพลียใจจริง ๆ ใครเคยมีประสบการณ์เลี้ยงลูกตอนวัยรุ่นยังไงกันบ้างคะ แล้วเราเลี้ยงลูกแบบนี้ผิดมั๊ย ช่วยแชร์กันหน่อยนะคะ แต่จะให้เราบังคับ ตีหรือด่าลูก บอกเลยว่าเราใจไม่แข็งพออะค่ะ

หรือจะเป็นเด็กอายุรุ่นราวคราวเดียวกันจะมาบอกคุณแม่ก็ได้นะคะ ว่าเด็กวัยนี้ที่นิสัยแบบนี้เค้าคิดอะไรกันบ้าง
เลี้ยงลูกในวัยรุ่นอย่างไรไม่ให้เราเครียดและเค้าเครียด