จะทำอย่างไรเมื่อพ่อแม่แฟน Toxic กับเรา

สวัสดีครับเพื่อนๆ ตามหัวข้อกระทู้ วันนี้เราอยากมาละบายเรื่องราวที่เรากับแฟนประสบพบเจอกันมาตลอดระยะเวลา 2 ปีกว่าๆที่เราคบกันมา เราทั้งคู่เจอมรสุมชีวิตหนักมากจากพ่อแม่แฟนของเราคอยกีดกันขัดขวางไม่ให้เราทั้งคู่คบกัน เราจะเล่าเรื่องราวตั้งแต่ต้นให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะนึกออก อาจจะยาวหน่อยนะ
           เรื่องเริ่มเมื่อเราสองคนเจอกัน ตอนนั้นแฟนเรายังเรียนอยู่ ม.ปลาย แต่เราอยู่ในวัยทำงานแล้ว เราบังเอิญได้รู้จักกันและได้คุยกัน คือตอนแรกเราก็แอบชอบเขาอยู่แล้วแต่เราไม่กล้าจีบเพราะด้วยเรื่องของวัย และปัจจัยอื่นๆ แต่แฟนเราทักมาหาเราในตอนนั้นที่ยังไม่ได้คุยกัน ทำให้ต่อมความกล้าเราเริ่มทำงาน เราเลยลองเดินหน้าจีบเพราะไม่อยากเสียโอกาสไป เราเริ่มคุยกันเรื่อย ๆ พยายามเปิดใจเขา เป็นความสัมพันธ์ที่ไม่รีบร้อน ไปเรื่อย ๆ จนแฟนเราเปิดใจให้ เวลาผ่านไปสักระยะเราเริ่มเห็นมุมมองของกันและกัน ความชอบ ทัศนะคติ หลายๆอย่างที่เราเข้ากันได้ มันคลิกกัน ความสนิทสนมเพิ่มมากขึ้น ความสัมพันธ์เริ่มพัฒนาจบเราตกลงคบกันในที่สุด เราใช้เวลาคุย 8 เดือนกว่าจะได้เป็นแฟนจริงๆจังๆ จนกระทั่งเรามาเจอมรสุมของความรัก ก็คือพ่อแม่ของแฟนเรา เขาจับได้ว่าลูกสาวกำลังมีแฟนและเขาก็เริ่มกีดกัน ซึ่งไม่ใช่แค่เราที่เจอ ระยะเวลาจนถึงตอนนี้เราคบกันมาท่ามกลางแรงกดดันให้เลิกมาตลอด เราได้รับรู้เรื่องราวของทางบ้านแฟนเรามาพอสมควรจากแฟนที่มาระบายกับเราบ่อยๆ คือก่อนที่เราจะเจอกันแฟนเรา แฟนเราก็เคยมีคนคุยมาก่อน 2 คน คนนึงตอน ม.ต้น เจอกันในเกม กับอีกคนก่อนมาเจอเรา 1 ปี เป็นพี่ในโรงเรียน ก็โดนจับได้และบอกให้เลิกเหมือนกัน จนมาเจอเราก็โดนอีก ที่แรกเขาให้เหตุผลว่าอยู่ในวัยเรียนยังไม่ถึงเวลา กลัวเราไปหลอกลูกเขากลัวทำเสียการเรียน ซึ่งเราเข้าใจในเหตุผลข้อนี้ แต่เราไม่อยากเลิกกัน เราคิดว่าถ้าเราคบกันและพิสูจน์ให้ดูว่ามันจะไม่เป็นอย่างที่เขากลัวสักวันเขาจะยอมรับ แต่เราทั้งคู่ไม่ยอมเลิก เพราะเราคุยกันกับแฟน เรารู้จักแฟนเรา แฟนเราเป็นคนรู้หน้าที่ มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ เขาเป็นคนเรียนเก่งและให้ความสำคัญกับการเรียนก่อน ซึ่งเราก็สนับสนุนและให้กำลังใจ ต่างคนต่างทำหน้าที่ มีเวลาก็มาคุยกัน ซึ่งเราก็ไม่ได้ไปทำอะไรให้กระทบกับการเรียนของแฟนเรา เพราะเราก็โตแล้ว ทำงานแล้ว เราก็รู้หน้าที่ของเรา ไม่ใช่กระเรกระราดที่ไหน เราเป็นคนไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่ติดเพื่อน ไม่เที่ยวเตร่ ส่วนใหญ่เราใช้เวลาไปกับงานและก็แฟนเรา เราไม่ค่อยไปไหน เลิกงานเราจะอยู่ห้องรอคุยกับแฟน เราจะให้ความสำคัญกับแฟนเราก่อนตลอด ถ้าเราจะไปไหนเราก็ขอเขาก่อน น่าเสียดายที่ความใส่ใจที่เรามีให้แฟนเรา พ่อแม่แฟนเราเขาไม่ได้รับรู้ด้วย เพราะเราแอบคุยกัน เราคบกับแฟนเราผ่านแค่โทรศัพท์มือถือ เรามาให้กำลังใจกัน เราจะพูดย้ำกับแฟนเราเสมอว่าเรารอ ไม่ต้องกังวลหรือคิดมากเราจะเป็นกำลังใจอยู่ตรงนี้จะไม่หายไปไหน เธอก็ทำหน้าที่ของเธอไปให้เต็มที่ เรียนให้จบอนาคตเราจะได้อยู่ด้วยกัน เราวาดฝันอนาคตของเราเอาไว้เพื่อให้เขาสบายใจที่สุด เขาจะได้ไม่เครียด เพราะแฟนเราเป็นคนที่ละเอียดอ่อนกับความรู้สึก ถ้ามีอะไรมากระทบนิดหน่อยก็จะคิดมากและเครียด ซึ่งเราก็เป็นกำลังเพียงที่เดียวที่แฟนเราได้รับ เพราะแฟนเราไม่เคยได้รับมันจากที่บ้านเลย
           ชีวิตความเป็นอยู่ของแฟนเราตอนอยู่ที่บ้านกับครอบครัว แฟนเราถูกเลี้ยงด้วยระบบปิด เหมือนเลี้ยงแมวระบบปิด ถูกลิดรอนอิสรภาพโดยสิ้นเชิง แฟนเราดำเนินชีวิตตามความต้องการของพ่อแม่ ไม่มีอิสระในการคิดหรือตัดสินใจอะไร มีเพื่อนแค่เฉพาะตอนที่อยู่โรงเรียน พ่อแม่ไปรับไปส่งในเวลาเรียนและเลิกเรียนตรงเวลา และกลับบ้านอ่านหนังสือเรียน ชีวิตวนลูบอยู่แค่นี้ ไม่เคยได้ออกไปใช้ชีวิตอิสระ ไปไหนกับเพื่อน โทรตามเช็คตลอดเวลา ออกแนวจับผิด ไม่รับสายก็โดน เวลาจะไปทำงานกลุ่มนอกโรงเรียนกับเพื่อนพ่อแม่จะไปส่งและนั่งเฝ้าจนเสร็จงานและกลับบ้านเลย ไม่เคยได้ไปเที่ยวเล่นหาไรกินกับเพื่อนเลย ไม่เคยได้โบยบินด้วยปีกของตัวเองเราก็คิดว่าถ้าเป็นเรา เราจะทนไหวมั้ยเพราะเราก็ไม่เคยเจออะไรแบบนี้ มันอึดอัดมาก ไม่ได้อยู่ตรงนั้นยังรู้สึกได้เลย เราคิดว่าแฟนเราเก่งมากที่อยู่ตรงนั้นได้ แต่ก็ไม่เชิงว่าได้ซะทีเดียว แฟนเราก็เครียดและอยากออกจากตรงนั้นมาก และเขาก็มีเราเป็นที่พึ่งทางใจที่เดียวที่เขามี เราแสดงความชัดเจนกับแฟนเราว่าเรารักเขาและจะอยู่เคียงข้างเสมอ เราตั้งมั่นว่านี่คือผู้หญิงที่เรารัก เราเลือกแล้วและเราจะมีเขาคนเดียว เขาถึงอยู่ตรงนั้นได้เพราะมีเราอยู่ ที่บ้านชอบใช้ความรุนแรงกับแฟนเราเวลาโมโห โดยเฉพาะพ่อ พ่อเป็นคนที่โมโหง่ายไม่ฟังใคร เขาเอาความคิดของตัวเองเป็นใหญ่ ตัวเองต้องถูกตลอด บางครั้งแฟนเราก็ชอบติดนิสัยนี้ใส่เราเหมือนกัน ฮ่าฮ่า แต่เราก็ใจเย็นและคอยสอนให้เขารู้จักใช้เหตุผล แฟนเราก็เริ่มติดนิสัยของเรามากขึ้น คือแฟนเราเมื่ออยู่บ้าน เขาไม่มีสิทธิ์มีเสียงอะไร พอพูดก็หาว่าเถียง ทั้งๆที่มันถูกต้อง บริบทในการพูดคุยกับลูกของบ้านนี้ทั้งพ่อและแม่เขาจะใช้คำว่ากูกับลูก ไม่มีคำหวานหรือคำปลอบโยนใดๆ มีแต่คำถากถางและซ้ำเติม เขาจะสรรหาคำด่าที่แรงที่สุดเท่าที่จะแรงได้มาด่าลูกซึ่งมันเป็นคำที่ไม่สมควรจะใช้กับลูก เช่น เขาเคยด่าแฟนเราว่าส่งไปเรียนแต่ไปหาผัว และว่าแฟนเราทำตัวเป็นยิ้ม ซึ่งมันเสียสุขภาพจิต แต่เราก็ไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะไปพูดอะไรได้ เวลาพ่อโมโหแฟนเราเขาจะชอบลงไม้ลงมือกับแฟนเราด้วยความรุนแรง ทุบ ตี เตะ ต่อย กับลูกสาวแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ แต่ต่อให้จะเป็นลูกสาวหรือว่าลูกชายก็ไม่ควรจะทำแบบนี้กับลูกอยู่ดี ส่วนแม่ก็ชอบด่าและใช้อารมณ์เหมือนพ่อ และไม่เคยปกป้องลูกจากพ่อหรือเข้าข้างลูกเลย ทุกครั้งแม่จะเข้าข้างและปกป้องพ่อมากกว่าลูก และหันมาซ้ำเติมและสมน้ำหน้าลูกแทนว่าสมควรโดนแล้ว ในชีวิตนี้เขาไม่เคยยอมรับผิด ไม่เคยมีคำว่าขอโทษหรือขอบคุณออกมาจากปาก เพื่อนๆคิดว่าพ่อแม่ทำกับลูกแบบนี้มันเหมาะสมมั้ย และกฎระเบียบของบ้านก็น่าอึดอัด แฟนเราต้องอ่านหนังสือเรียน ช่วยงานที่บ้าน ห้ามขึ้นไปอยู่บนห้องนอน ต้องอยู่ข้างล้างกับพ่อแม่ตลอด และห้ามใช้มือถือ มือถือต้องวางไว้ที่โต๊ะ เวลาเดียวที่จะขึ้นห้องนอนคือตอนกลางคืน และห้ามนอนห้องตัวเอง ต้องนอนห้องเดียวกับพ่อแม่ ห้ามเอามือถือติดตัวเข้าไปในห้องน้ำเวลาไปทำธุระในห้องน้ำ แฟนเราโดนจ้องจับผิดตลอดเวลา เพื่อนๆคิดว่าถ้าเพื่อนๆตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้จะเครียดขนาดไหน คำพูดของพ่อแม่แต่ละอย่างที่สัมผัสมามันมีอะไรที่ย้อนแย้งหลายอย่าง และไม่เคยรักษาคำพูดที่ตัวเองเคยพูดเอาไว้ โทษนั่นโทษนี่โทษคนอื่นก่อนเสมอว่าเป็นต้นเหตุ แต่ไม่เคยย้อนมองดูหรือโทษตัวเองว่าที่ทำกับลูกมันถูกมั้ย มันเกินไปมั้ย เพื่อนๆ คิดว่ายังไง
           เราก็ยังแอบคบกันมาเรื่อยๆ เพราะไม่ว่าเราจะเจอเรื่องหนักหนายังไงมันกลับทำให้เราทั้งคู่รู้สึกรักกันมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะเราสู้และฝ่าฟันกันมาเกินกว่าจะมายอมแพ้ตอนนี้ เราไม่อยากปล่อยมือแฟนเราให้เผชิญเรื่องแบบนี้คนเดียว เราคิดว่าถ้าเราปล่อยมือแฟนเรา แฟนเราคงดิ่งสุดๆ เราอยากจะเป็นที่พึ่งพิงทางใจให้แฟนเราไปตลอด เพราะเราตัดสินใจแล้ว เรารักไปแล้ว เราไม่อยากทิ้งแฟนเราไป คือพ่อแม่แฟนเราไม่ได้ Toxic กับเราคนเดียว เขา Toxic กับลูกเขาด้วย เราก็สงสัยว่าเขารักลูกเขาจริงมั้ย หรือแค่อยากควบคุมให้เป็นไปตามความต้องการของตัวเองเฉยๆ เขาเป็นห่วงอนาคตของลูกจริงหรอ หรือแค่เพราะไม่ได้ดั่งใจ เรายอมรับว่าเรากับแฟนก็ดื้อนะที่ดึงดันคบกัน แต่ความรู้สึกมันก็เป็นอะไรที่ห้ามกันไม่ได้ เคยมีหลายคนพูดคำนี้กับพ่อแม่แฟนเราแล้วแต่ก็ไม่มีผล และถ้าครอบครัวเขาแฮปปี้กันดีพ่อแม่ดีกับแฟนเรา เราอาจจะรู้สึกผิดที่เราเป็นต้นเหตุ แต่จากเรื่องราวที่เราเล่ามามันบ่งบอกว่าไม่ใช่ ครอบครัวนี้ไม่ได้อบอุ่นเลย เหมือนโดนขังมากกว่า เราถึงอยากให้แฟนเราหลุดพ้นมาจากตรงนั้น และตัวแฟนเราเองก็ไม่ได้อยากอยู่ตรงนั้นเหมือนกัน เขาก็รู้สึกอึดอัด และไม่ชอบสิ่งที่ครอบครัวทำกับเขา แต่ตอนนี้มันจำเป็น แฟนเรายังไม่ได้ทำงาน เขาจบ ม.ปลายแล้วนะและกำลังจะจบมหาลัยเพราะแฟนเราเรียนควบมหาลัยพร้อม ม.ปลายไปด้วย ไม่กี่ตัวก็จบแล้ว นั่นเป็นเหตุให้ต้องขยันอ่านหนังสือ และแฟนเราก็เรียนไม่ได้แย่ลงเลย กลับกันเขากลับมีกำลังใจในการเรียนมากขึ้นด้วยซ้ำ เราคิดว่าเป็นเพราะเรามากกว่าที่บ้านที่ทำให้แฟนเราตั้งใจเรียน เพราะแฟนเราบอกเราเองว่ามีเราแล้วทำให้เขามีแรงในการเรียนมากขึ้น แฟนเราได้ A แทบทุกวิชา อาจมีบ้างบางวิชาที่ตกเพราะทางบ้านมากดดันเรื่องของเราทำให้แฟนเราเครียด แต่พ่อแม่แฟนเราก็มาหาเรื่องโทษเราว่าทำแฟนเราเสียการเรียน ไปโทษแฟนเราว่าไม่ตั้งใจเรียนเพราะมีเรา จริงๆมันไม่ใช่เลย เราว่าทางบ้านต่างหากที่เป็นต้นเหตุ แต่เราพูดไม่ได้ แฟนเราก็พูดไม่ได้ เขาไม่เคยรับฟังอะไรเราหรือแฟนเราเลย เอาแต่โทษตลอด เราโดนดูถูกจากพ่อแม่แฟนมาตลอดเลย หาว่าเราไม่ดีจะหลอกลูกเขา ไปเป่าหูแฟนเราว่าเราเป็นคนไม่ดี จะมาหลอก แรกๆเขาก็อ้างเหตุผลว่ายังไม่ถึงเวลา ยังอยู่วัยเรียนไว้มีงานทำค่อยมีแฟน แต่เขากลับไปสนับสนุนลูกว่าถ้าจะมีแฟนก็ให้ไปมีแฟนเป็นผู้หญิงแทน ในโรงเรียนก็ได้ เพื่อนๆคิดว่ามันย้อนแย้งมั้ย เราไม่ได้จะว่าเพศทางเลือกนะ แต่พ่อแม่ที่ไหนสนับสนุนให้ลูกผิดเพศทั้งๆที่ลูกไม่ใช่ แล้วไหนว่ามีแฟนในวัยเรียนจะทำให้เสียการเรียนไง พอเขายุยงให้เราเลิกกันไม่ได้ ก็คอยเป่าหูแฟนเราว่าเราไม่ดี เงินเดือนน้อยไม่เหมาะสมกัน เราทำงานราชการยอมรับว่ามันก็ยังน้อยอยู่ แต่มันก็อยู่ได้ มันมีเวลาสามารถทำงานเสริมหารายได้ทางอื่นได้และยังเติบโตก้าวหน้าอีกไกล สวัสดิการก็มีพร้อม เราไม่เข้าใจคนเราวัดคุณค่ากันที่เงินหรอ อยู่กันเป็นคู่ก็ช่วยกันทำมาหากินสร้างครอบครัวสิ เราวางแผนอนาคตกันไว้แล้ว แต่พอเวลาแฟนเรามีคนต่างชาติเคยทักมาจีบมาเสนอเปย์ของให้กลับสนับสนุนให้แฟนเราคุยและปอกลอกเงินเขา เพื่อนๆคิดว่าเป็นคนแบบไหน แต่แฟนเราหนักแน่นไม่คุย แฟนเรากลับโดนพ่อด่าว่าทำไมไม่คุย มันย้อนแย้งมั้ย เราเคยมีแฟนมาก่อนจะมาเจอแฟนเรา เขาก็ว่าเราไม่ดีถ้าดีทำไมเลิกกับแฟนเก่า และก็เคยผ่านผู้หญิงคนอื่นมาแล้วจะมาเอาลูกเขาที่ไม่เคยผ่านใครเขาไม่ยอมเขาว่าเราสกปรก เราไม่เข้าใจตรรกะความคิดของพ่อแม่แฟนเราทำไมถึงคิดอะไรแบบนี้ ใช่ว่าเราเลิกกับแฟนเก่าหมายความว่าเราไม่ดี มันมีปัจจัยอีกตั้งมากมายให้คนสองคนร่วมทางกันไม่ได้ การที่พ่อแม่แฟนไม่ยอมรับนี่ก็เป็นอีกปัจจัยนึงที่เรากำลังเจอ แต่เราทั้งคู่ไม่ยอมปล่อยมือกัน จะว่าต่อต้านก็ไม่เชิง เราพยายามจะเข้าหาและพิสูจน์มากกว่าว่าเขาคิดผิด
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่