มีความคิดด้านลบกับคำว่าเพื่อนมาตั้งแต่เด็ก

สวัสดีค่ะ นี่เป็นกระทู้แรกที่ตั้งในพันทิปนะคะ อาจจะพิมพ์ไม่เข้าใจก็ขออภัยด้วยนะคะ
เข้าเรื่องเลยนะคะ เป็นคนที่มีแต่ความคิดด้านลบกับคำว่าเพื่อนมาตลอด เพราะว่าตอนสมัยประถมโดนเพื่อนขู่ บังคับ ใช้ให้ทำนู่นนี่ก็ทำ เพราะตอนนั้นไม่มีเพื่อนเลยค่ะ มีแต่กลุ่มนี้ตอนสมัยประถมที่เราอยู่ด้วย เป็นที่ระบายอารมณ์ เป็นเหมือนคนรับใช้เลยค่ะ(555)โดนจิกหัวตบหน้าก็เจอมาสารพัดรูปแบบเลยค่ะ แต่นั่นเจ็บและเหนื่อยแค่ทางกายค่ะยังไม่สะเทือนถึงจิตใจ เราเลยทนมา2ปี(โดนมาตั้งแต่ป.5-ป.6ค่ะ)เพราะว่ากลุ่มนี้ก็จะย้ายไปอีกร.รแล้ว เราเลยแอบดีใจ เราจะได้เริ่มต้นใหม่มีเพื่อนใหม่ค่ะ เลยตัดสินใจไม่ย้ายร.รตาม ยังอยู่ที่ร.รเดิมค่ะ ขึ้นม.1มาเราเลยไปอยู่กับอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งก็เป็นกลุ่มเพื่อนเดิมจากชั้นประถมอยู่แล้วค่ะ เราเห็นว่าเขาไม่น่าจะทำร้ายเราเหมือนที่ผ่านมาเพราะเขาก็เคยเห็นว่าเราโดนกระทำมายังไง นั่นแหละค่ะ ด้วยความที่คิดบวก เลยได้มาอยู่กับกลุ่มนี้ แต่เราคิดผิดมากเลยค่ะ กลับกลายเป็นว่าเราโดนหนักกว่าเดิมอีกหลายเท่า โดนใช้งาน เป็นที่ระบายอารมณ์ โดนใส่ร้าย โดนขู่ เช่น งานกลุ่มจะมีบางครั้งที่เราต้องทำเอง แต่พอเราทำไม่ถูกใจก็จะโดนเอางานนั้นปาใส่หน้าค่ะ พร้อมกับการด่าทอ เราสอบหรือได้คะแนนเก็บมากกว่าไม่ได้ค่ะ จะโดนแขวะ พร้อมกับมาใส่อารมณ์กับเราอีก(ทำให้เราไม่กล้าส่งงานหรือตั้งใจเรียนเลยค่ะจนติด0กับรเยอะมาก)หรือไม่ก็โดนใส่ร้ายว่าเราทำเรื่องที่ผิด ทั้งๆที่เขาเป็นคนวอนขอให้เราไปทำให้เอง เขาเอาไปเล่าให้เพื่อนในกลุ่ม(ยกเว้นเรา)ฟัง คนในกลุ่มมีกัน5คนนะคะ ถ้ารวมเราไปด้วย แต่ก็ยังดีค่ะที่มีเพื่อนคนนึงในกลุ่มรับฟังเรา แล้วก็เข้าใจ แต่เขาก็ช่วยอะไรไม่ได้เพราะเขาก็กลัวคนที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มอยู่ดีค่ะ จนผ่านไป1ปี เราขึ้นม.2 เราเริ่มรู้สึกไม่โอเคกับสถานการณ์แบบนี้ เลยลองปรึกษาแม่เรื่องย้ายร.รค่ะ แม่เราไม่ให้ย้ายเพราะว่ายังไม่พร้อมค่ะ(แม่มีสามีใหม่เป็นคนต่างจังหวัดค่ะ) แต่เราไม่เคยเล่าเรื่องที่เราโดนเพื่อนกระทำมาตลอด4ปีให้ใครฟังเลย นอกจากเพื่อนในกลุ่มเพียงคนเดียวที่รับฟังเรา พอขึ้นม.2มันเริ่มหนักขึ้นกว่าเก่าค่ะ เราเริ่มโดนหนักขึ้นเรื่อยๆจนเขาห้ามให้คนทั้งมายุ่งกับเราเลยค่ะ.. บางคนก็มาคุยด้วยอยู่ แต่พอเขาเห็น เขาก็จะแขวะเราทันที จนเราต้องผลักคนที่มาคุยด้วยออกไปค่ะ จนมันทนไม่ไหวเลยค่ะ เราไม่กล้าไปกินข้าวเพราะกลัวจะเจอเขาแล้วเขาจะมาแขวะเราอีกค่ะ(ทั้งร.รมีแค่500กว่าคนค่ะ)โดนมองด้วยสายตาเหยียดหยามตลอด ด้วยความที่เราอ่อนแอและชอบอยู่กับตัวเองค่ะ ไม่เคยได้คุยกับแม่จริงๆจังๆซักครั้ง เพราะพึ่งมาอยู่ด้วยกันตอนป.5 ตั้งแต่เด็กๆอยู่กับยายกับปู่ค่ะ เราเลยไม่กล้าที่จะไปรบกวนแม่ซักเท่าไร.. เราเริ่มไม่อยากไปร.รค่ะเพราะกลัว เราเลยแกล้งไม่สบายเพื่อขอหยุดบ่อยๆ จนเริ่มหยุดบ่อยเกินไปแล้วค่ะ เลยจำใจต้องไป พอไปก็โดนหนักกว่าเดิมอีกค่ะ "ทำไมอีนั่นยังมาอยู่หรอ" "นึกว่าตายแล้วซะอีกเห็นหยุดบ่อย" พร้อมกับหัวเราะอย่างสนุกสนาน เราเริ่มโดนเพื่อนทุกคนในห้องมองด้วยสายตาเหยียดหยามเรื่อยๆแล้วค่ะ ไม่รู้ว่าเขาไปเล่าอะไรให้เพื่อนในห้องฟังบ้าง อยู่มาวันนึงเขาเริ่มลามมาถึงครอบครัวเราค่ะ.. "กูไม่ได้หลายผัวเหมือนแม่มันนะ" "พี่มันปัญญาอ่อนไม่ใช่หรอ มันก็คงเหมือนพี่นั่นแหละ น่ากลัวว่ะ" แล้วก็หัวเราะกันอีกเช่นเคย แต่ตอนนั้นเราโกรธมากค่ะ แต่ทำได้แค่เพียงเก็บไว้ในใจ เราร้องไห้ทุกวันค่ะ เราพยายามเข้มแข็งแต่สุดท้ายพังค่ะ อ่อนแอกว่าเดิม จนเริ่มคิดสั้นแล้วค่ะ ร.รกับบ้านเราจะอยู่ไกล้ เราก็เดินไปร.รทุกวัน เราก็คิดว่าอยากให้รถมาชนจะได้ตายๆไปซะ ตอนเดินลงบันไดก็อยากจะกระโดดลงไปอีกฟากนึงให้คอหักตายเลยค่ะ.. คิดอย่างนี้มา2วันค่ะ เย็นวันนั้นเรานั่งกินข้าวกับแม่อยู่ แชทกลุ่มก็แจ้งเตือนค่ะ เราเห็นเขาคุยกันว่าเขารังเกียจเรามากขนาดไหน พร้อมกับคำว่า "พรุ่งนี้ดักตบมันเลยดีกว่า หมั่นไส้มานานแล้ว" เราถึงขีดจำกัดแล้วค่ะในตอนนั้น เรารีบบอกแม่ว่าไม่สบาย ขอกินยาหน่อยนะ หยิบน้ำขึ้นไปหนึ่งแก้วกับยาพาราหนึ่งกระปุกค่ะ เราร้องไห้หนักมาก ร้องไห้เพราะกลัวค่ะ ความกลัวล้วนๆ ไปร.รทุกวันเหมือนไปนรกเลยค่ะ เราจัดการซัดยาเข้าปากไป20กว่าเม็ดค่ะ จนเราเริ่มรู้สึกได้ว่าหัวกับตัวเริ่มหนัก เริ่มมึน เหมือนจะหลับเลยค่ะ จนตอนนั้นเราอยู่ๆก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าเราทำอะไรอยู่ เลยลากสังขารตัวเองไปหาแม่พร้อมกับเล่าทุกอย่างให้แม่ฟังทั้งน้ำตาค่ะ สิ่งที่เรายังจำได้ทุกวันนี้ค่ะ คือแม่ร้องไห้แล้วรีบพาเราไปล้วงคอค่ะ อาการก็ดีขึ้น ตอนเช้าแม่ก็พาไปหาหมอ เราตัดสินใจเราทุกอย่างให้แม่ฟัง แม่เลยไปร.รในอีกวันนึงกับเราค่ะ ไปหาครูที่ปรึกษาของเราค่ะ แล้วก็เล่าให้ครูฟัง พอแม่กลับครูก็เรียกเราไปค่ะ แต่ที่เราช๊อคคือครูไม่เชื่อค่ะ ครูคิดว่าเราทำแบบนี้เพราะเรื่องผช.พร้อมกับขอรหัสเฟสบุ๊กไปค่ะ เพื่อที่จะควบคุมเราเรื่องผช.เราร้องไห้เลยค่ะตอนนั้นเพราะไม่คิดว่าครูจะไม่เชื่อ หลังจากนั้นเราเริ่มเข้มแข็งขึ้นเพราะกำลังใจจากแม่และยายล้วนๆเลยค่ะ เรายังโดนกระทำที่ร.รอยู่เหมือนเดิมค่ะ จนจบม.2แม่เลยทำเรื่องย้ายและรีบพาเราไปอยู่ที่จังหวัดอื่นค่ะ(ไกลมาค่ะ จากอีกภาคหนึ่งไปอีกภาคหนึ่งเลย)เลยมาเริ่มต้นม.3ใหม่ค่ะ ทุกอย่างไปได้สวยค่ะ เพื่อนดี คนรอบตัวดี แต่เรากลายเป็นคนคิดลบกับเพื่อนทุกคนไปเลยค่ะบวกกับระแวงด้วย พร้อมกับคิดว่าเพื่อนก็แค่นั้น จะไปผูกมัดทำไม แต่เรารู้สึกไม่ดีกับคำว่าเพื่อนมากๆเลยค่ะ เราเลยจะไม่ค่อยไปยุ่งกับเพื่อนซักเท่าไรจนจบม.3ค่ะ ปัจจุบันเราเรียนปวช.ค่ะ เราก็ยังคิดลบกับเพื่อนอยู่ดีแล้วอยู่ๆเราก็เริ่มคิดว่าเราจะถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวอีก เพราะเพื่อนจะไม่ค่อยสนใจเท่าไร เมินเฉยใส่ตลอดค่ะ เราเข้าหาก็เมินค่ะ แต่เราพยายามคิดว่าเราเข้มแข็งแต่สุดท้ายใจเราก็ยังอ่อนแอเหมือนเดิมค่ะ.. เราเป็นคนที่แคร์คนรอบข้างมากเกินไป แต่คิดลบกับคำว่าเพื่อนมากๆ (งงมั้ยคะ55) จนตอนนี้เราไกล้จะแยกออกมาอยู่คนเดียวแล้วค่ะ เพราะรู้สึกเพื่อนจะรู้สึกแปลกๆกับเราค่ะ หรือประมานว่าเข้ากับเราไม่ได้นั่นเอง เรามาตั้งกระทู้เพื่ออยากทราบว่าใครจะพอมีวิธีทำให้เรามองเพื่อนในแง่บวกบ้าง เราพยายามแล้วแต่สมองกับจิตใจก็ยังพาเข้าด้านลบอยู่ดีค่ะ ทั้งนี้จะสอนหรือว่าก็ได้เลยค่ะ พร้อมรับฟังทุกคนเลยค่ะ
ปล.กระทู้แรกอาจจะพูดออกนอกทะเลบ้างขอโทษด้วยนะคะ และที่เราไม่ไปปรึกษาแม่เรื่องนี้เพราะแม่จะบอกให้อยู่คนเดียวอย่างเดียวเลยค่ะ เราเลยลองมาปรึกษาพี่ๆในพันทิปดู เผื่อจะพอมีวิธีบ้าง
ขอบคุณที่อ่านมาจนจบนะคะ เพราะมันยาวมาก
*ไม่รู้จะแท็กไหนดี ขอแท็กไปตามความเข้าใจเราก่อนนะคะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่