รีวิวสอบตรง + สัมภาษณ์ (IT บางมด) #dek60

สวัสดีค่าาาา วันนี้เราจะมารีวิว แชร์ประสบการณ์ หรือจะแชร์แนวข้อสอบก็ได้ ของโครงการเรียนดี IT บางมด ที่เราเพิ่งจะผ่านมาหมาดๆ เลย #dek60

ทางมหาลัยเค้าจะแจ้งมาเฉพาะวิชาที่จะสอบ ส่วนเนื้อหาเราต้องไปค้นๆ กันเอง อันนี้มันแน่อยู่แล้ว
แต่ประเด็นอยู่ที่หายากมากกกกก เราก็เดาแนวไม่ถูก พอเสร็จจากประกาศผลแล้วเราเลยถือโอกาสนี้มารีวิวให้ฟัง
ตามประกาศบอกสอบข้อเขียน แต่จริงๆ ก็คือข้อฝนนั้นแหละ อย่าไปกลัวววว

เราสอบทั้งหมด 4 วิชา  150 ข้อ 3 ชม. (ข้อสอบเย็บรวมกันหมด)
1. Math  2. Eng  3. ความรู้ด้าน IT  4. Logic ด้าน IT
เอาละทีนี้เราจะมาแตกกันทีละวิชาเลยล่ะกัน

Math ไม่จำเป็นต้องอ่านทุกบท และไม่ต้องอ่านดะไปทั่วด้วย
ตอนที่เราสอบเราเจอแต่ เซต ตรรกศาสตร์ เกือบทั้งหมด ประมาณ 80-90%
ปัญหาคือ "ทำไม่ทัน" เพราะทุกข้อมันต้องใช้เวลาคิดหมด แต่ข้อง่ายๆ จะอยู่หลังๆ ให้พลิกมาทำก่อน

โจทย์มันต้องคิดช้อยส์เยอะแนะนำถ้าไม่ทันจริงๆ ให้ข้ามไปทำพาร์ทอื่นก่อนเลย

Eng ออกทุกพาร์ทเลย ทั้ง Vocab Conver Reading Grammer
เราเป็นคนไม่เก่งอิ้งนะ แต่ส่วนตัวเราคิดว่าออกไม่ยากมาก พอทำได้ข้อสอบที่ รร บางข้อยากกว่า 5555555555555

Vocab พาร์ทนี้ออกมาแจกคะแนน แต่.. เราทำไม่ได้ 5555555555

โจทย์จะให้ประโยคมาไม่ยาวมาก ยาวสุดที่เจอประมาณ 2 บรรทัด แล้วจะมี "ศัพท์" หนึ่งคำที่เค้าจะขีดเส้นใต้เอาไว้ถามว่า ความหมายเหมือนข้อไหนในช้อยส์นั่นแหละ เอาง่ายๆ ก็ถาม synonyms

Conversetion พาร์ทนี้เป็น 1 ใน 2 พาร์ทที่เราทำได้ 555555
ถามประโยคสนทนาทั่วไป แต่แอบมีประโยคแบบไม่ทางการตามบทเรียนหน่อย เราไม่แน่ใจว่าเรียกว่าอะไรภาษาพูดมั้ง อย่างพวก What's up?

Reading พาร์ทนี้เป็นอีกพาร์ทที่เราพอจะทำได้นั่นเอง 55555555
จะมีบทความมาให้หน้ากว่า ประมาณ 2-3 บทความถ้าเราจำไม่ผิด แล้วก็ให้ต้องคำถามพวก
- title ของเรื่องนั้นๆ
- ถามถึงตัวละคร ความเกี่ยวข้องของตัวละคร 2 คนนี้
- True / False

Grammer ปกติพาร์ทนี้เป็นพาร์ทที่เราไม่ถนัดอยู่แล้ว แต่เท่าที่ดูจากโจทย์เค้าไม่ได้ถามซับซ้อนมาก เพราคนออกข้อสอบบอกออก Basic 555555555
เนื้อหาโจทย์พาร์ทนี้เราจำไม่ค่อยได้ แต่ประโยคส่วนมากไม่ยาว เป็นประโยคสั้นๆ ถ้าใครแม่นๆ โครงสร้างพื้นฐานอยู่แล้วเราว่า วินวินเห็นๆ


ความรู้ด้าน IT พาร์ทนี้สำหรับเราเราว่าแอบโหดสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีความรู้ด้านนี้แบบเรา แต่สำหรับเด็กสายคอมอยู่แล้วเราว่าเค้าอาจจะแอบยิ้มตอนเห็นก็สอบก็ได้

ข้อแรกมาเจอเลย ข้อมูลและสารสนเทศหมายถึงข้อใดต่อไปนี้?
ช้อยส์จะไม่ใช่ความหมายตรงๆ แต่เป็นการยกตัวอย่างๆ ประเภทต่างๆ มาให้เราเลือก

มีโค้ดด้วยประมาณ 3-4 ข้อเห็นจะได้ ถามประมาณว่า
โค้ดที่ให้มาเป็นภาษาอะไร?
ถ้าอยากได้ข้อมูลแบบนี้ต้องรับโค้ดยังไง?

เราเปิดข้อสอบมาหน้านึงเจอ Apple เต็มๆ ทั้ง iPhone iPad Apple Watch CEO
ถามรุ่นบ้าง ชื่อบ้าง

เจอ Android ข้อนึงถามว่า Android 6.0.1 รุ่นล่าสุดมี code name ว่าอะไร?
แนะนำให้อ่านรุ่น ชื่อ  code name อ่านข่าว IT บ้างก็ดี


Logic ด้าน IT พาร์ทนี้เราว่าพีคมาก ตรรกศาสตร์มาเต็มๆ คิดวิเคราะห์ทุกข้อจริงๆ ไม่ได้โม้ ส่วนมากไม่ยาก แต่ดูดเวลาเยอะมาก

Ex. เท่าที่จำได้  
- นายเมฆเป็นคนเก่ง คนเก่งบางคนเป็นคนดี... ราวๆ นี้
แล้วช้อยส์จะเป็นแบบ ข้อไหนถูกต้องมากสุด มีข้อถูกกี่ข้อ ข้อใดผิด

- สุนัขจิ้งจอกวิ่งได้ 5 ก้าวได้ระยะทางเท่ากับสุนัขบ้าน 6 ก้าว และสุนัขจิ้งจอก 5 ก้าวใช้เวลาเท่ากับสุนัขบ้าน 6 ก้าว โดยที่ระยะก้าวและความเร็วคงที่ ถามว่าสุนัขตัวไหนวิ่งเร็วกว่ากัน
ช้อยส์จะประมาณว่า จิ้งจอกเร็วกว่า บ้านเร็วกว่า วิ่งเร็วเท่ากัน บอกไม่ได้ข้อมูลไม่พอ

- ร้านขายดินสอของสมชายซื้อ 10 แท่งแถม 1 แท่ง ร้านของสมศักดิ์ซื้อ 10 แท่งจ่ายค่าดินสอ 9 แท่ง ถามว่าซื้อดินสอจากร้านไหนคุ้มกว่ากัน?
ช้อยส์จะคล้ายๆ ข้อสุนัข และจะมีโจทย์ราวๆ นี้อีกเพียบบบบบ!!


สัมภาษณ์
ของเราสอบข้อเขียนถึงเที่ยง ตามใบบอกพักกินข้าวถึงบ่ายแล้วมาสัมที่ตึกคณะ แต่อาจารย์คุมสอบบอกให้มารอที่ตึกคณะตั้งแต่ เที่ยงครึ่งงง เพราะฉะนั้นจะกินข้าวช้าๆ ไม่ได้นะ เพราะเค้าจะแจกบัตรคิวคนที่มาถึงก่อน แบ่งเป็นกลุ่ม ซึ่งเราก็ไม่แน่ในว่ามีถึงกลุ่มที่เท่าไหร่ แต่เท่าที่เราอยู่ทันก่อนโดนเรียก คือ 9 กลุ่ม

แต่ก็นั่นแหละ มีบัตรคิวก็เหมือนไม่มี เพราะเค้าใช้การเรียกสัมแบบ แรนด้อม เดี๋ยวนะ 5555555555555555 ที่แจกเพื่อให้มีหมายเลขตอนเรียกเฉยๆ เสียงเรียกประกาศตื่นเต้นมาก แต่ก็ฮามากเหมือนกัน ฟิลแบบ "ต่อไปเป็นรางวัลเลขท้ายสามตัว..."

เราบอกเลยว่าเรากลัวตอนสัมสุดเพราะเรากลัวเราจะตื่นเต้นจนพูดไม่รู้เรื่อง ตอนนั่งรอนี่หัวใจจะวาย แต่พอเค้าเรียกเลขเราปุ๊บ ตอนเดินเข้าห้องไปนี่ ที่ตื่นเต้นเมื่อกี้หายไปหมดแล้ว อ้าววววว 555555555

สัมแบบ one by one  รุ่นพี่เราแอบกระซิบมาว่า
ก่อนเข้าห้องให้เคาะประตู แล้วบอกว่า "ขออนุญาติเข้าห้องค่ะ/ครับ"  ก่อนด้วย แล้วถ้าอาจารย์เค้ายังไม่เชิญให้เรานั่งเราต้องบอกว่า "ขออนุญาตินั่งค่ะ/ครับ" เพราะอาจารย์บางคนเค้าดูกันตั้งแต่มารยาท หลายคนอาจบอกว่าก็รู้อยู่แล้วไหม? ใช่ แต่บางทีตื่นเต้นก็ลืม จริงไหม?

ที่เราจะบอกอีกอย่างคือ อย่าตื่นเต้น แต่ถ้าตื่นเต้นก็อย่าให้อาจารย์เค้ารู้ว่าเราตื่นเต้น ว่าเรากลัว งงไหม 5555555555 เค้าถามอะไรมาก็ตอบ ยิ้มๆ เฮฮาเข้าไว้

คำถามแรกที่โดนยิงมาเลยคือ มีอะไรมาบ้าง?
พวก Portfolio(ควรมีเพราะอาจารย์จะถามเราจากในนี้) / ปพ. / สำเนาต่างๆ ตามในเว็บ

ทำไมคุณถึงคิดว่าผมต้องรับคุณเข้าเรียนที่นี่?
คำถามนี้เราให้ * 500 ดอกเลยนะ อาจารย์ถามย้ำ 2 รอบทั้งตอนเข้าห้องกับตอนกำลังจะออก
เราก็ตอบไปว่าเราเคยไปเข้าค่ายมาแล้วสนใจอะไรก็ว่าไป...

หลังจากนั้นอาจารย์เค้าก็อธิบายให้ฟังว่าที่เราเข้าใจมามันยังไม่ทั้งหมดนะ โซโล่ยาวเลย ให้เราตอบ ค่ะ ค่ะ อย่างเดียว 555555555555

อาจารย์เลยบอกว่า ที่ถามก็เพราะจะได้รู้ว่าเข้ามาแล้วจะเรียนไหวไหม ไม่ใช่เข้ามาแล้วปี 2 ปี 3 หนีไปไหนไม่รู้ 5555555555555555555
เราเลยบอกพื้นฐานเราอาจจะไม่แน่นเท่าคนอื่น เพราะโรงเรียนเราไม่ได้สอนมา แถมมีถอดวิชาคอมของเราออกอีก แล้วเราก็พูดต่อว่า ถ้าเราได้เรียนที่นี่จริงๆ เรามีเวลาอีกตั้งหลายเดือนกว่าจะเปิดเทอม เราสามารถเรียนเพิ่มได้

อาจารย์ถามว่า คิดว่าถ้าไม่ได้ที่นี่แล้วไปถึงรอบแอดมิดชั่นจะเลือกอะไร?
เราตอบว่า เรายังเลือก IT เหมือนเดิมแต่เราจะเลือกวิศวะสิ่งแวดล้อมเข้ามาใน 4 อันดับด้วย

อาจารย์เลยถามต่อว่า วิศวะสิ่งแวดล้อมนี่อยากได้ตั้งแต่แรก แบบเป็นความฝันเลยรึเปล่า?
เราเลยบอกว่า เปล่า แต่เราเคยทำงานแข่ง แล้วช่วนนั้นต้องศึกษาข้อมูลด้านนี้เยอะเราเลยสนใจ
**ที่ถามแบบนี้ประมาณว่า เอา IT ไว้เป็นตัวเลือกรึเปล่าอะไรแบบนี้**

ถามว่า เคยทำอะไรมาบ้าง? (หมายถึงทั้งผลงานและกิจกรรม)
เราก็ตอบไปตามความจริงเพราะอาจารย์เค้านั่งเปิดพอร์ตเราดูอยู่

ถามว่า วิชาคณิตศาสตร์เรื่องไหนที่ถนัดไม่ถนัด?
ตอนนั้นเราลืมชื่อบทหมดเลย แบบหมดเลยยย เราเลยตอบว่า ไม่ถนัดพหุนาม

อาจารย์เค้าเลยถามต่อ แล้วรู้มั้ยว่า พหุนาม ภาษาอังกฤษว่ายังไง?
อันนี้เรา blank มากจำไม่ได้จริงๆ เราเลยตอบว่า จำไม่ได้ อาจารย์เค้าเลยหัวเราะ 55555555555555
**อันไหนไม่รู้บอกไม่รู้ ไม่ทราบ จำไม่ได้ อย่าแถเตือนมารุ่นสู่รุ่น อาจารย์ไม่ได้ว่าไร**

แล้ววนมาถามว่า มีงานอดิเรกอะไรไหม?
เราบอกชอบอ่านหนังสือกับถ่ายภาพ

อาจารย์ถามต่ออีกว่า ถ่ายสวยเหรอ?
เราบอกเพิ่งหัดถ่าย ไม่สวยมาก

ถามต่อว่า ใช้อะไรถ่าย? (หมายถึงโทรศัพท์หรือกล้อง)
เราตอบกล้องถ่ายรูป

ถามต่ออีกว่า DSLR เหรอ?
เราตอบว่า Mirrorless

อาจารย์ถามต่อว่า ยี่ห้ออะไร?
เราบอก Olympus

และสุดท้ายอาจารย์แกถามว่า รุ่นอะไร? (จริงงง ถามงี้จริงๆ)
เราเลยตอบ OM-D EM-10
**คำถามนี้จะเห็นเลยว่า อาจารย์เค้าจะจี้จนจบ ว่าเรารู้จริงหรือมั่วนิ่ม**

มีถามว่ากีฬาสีเราทำอย่างอื่นไหม? หรือถ่ายรูปอย่างเดียว?
เราก็ตอบไปว่ารูปก็ถ่ายค่ะ แต่ก็ช่วยงานด้านนี้ๆๆ ก็บอกไป
**เหมือนจะดูว่าถ่ายรูปอย่างเดียว ไม่ช่วยงานเพื่อนเลยเหรอ**

สุดท้ายจริงๆ ล่ะอาจารย์ถามเราว่า เรามีอะไรจะถามไหม?
คำถามแรกเราถามว่า ตอนประกาศบนเว็บบอกเรียกสอบ 300 แต่วันประกาศรายชื่อมี 115 เอง เราถามอาจารย์เค้าว่า แล้วแบบนี้ผ่านสัมกี่คนคะ?
อาจารย์บอก ขอผมค้นดูแปป แล้วก็เปิดโทรศัพท์ดูให้ แล้วบอกเราว่าไม่น่าถึงครึ่ง

คำถามสุดท้ายเราถามอาจารย์ว่า ปกติเพื่อนบอกว่าเราพูดไม่รู้เรื่อง พูดเร็วเกินไป วันนี้อาจารย์ฟังหนูพูดรู้เรื่องไหมคะ?
อาจารย์บอก ก็รู้เรื่องนะ ลูกศิษย์ผมพูดเร็วกว่าคุณอีก ผมยังฟังรู้เรื่องเลย
จบการสนทนาเราเลยบอกขอบคุณอาจารย์แล้วออกมา

สุดท้ายที่ขอบคุณมากที่มีคนทนอ่านเรื่องของเราจนจบ อ่านๆ ผ่านๆ ช่วงที่ไม่สำคัญไปก็ได้นะ 5555555555555 เราเชื่อว่าทุกคนทำได้ สู้ๆ นะคะ
มีอะไรสงสัยถามเรามาได้เลยนะ เรายินดีตอบเท่าที่เรารู้
ปล. แล้วเคยเขียนรีวิวนี้ไปรอบนึงแล้วใน Dek-D เลยอยากจะมาเขียนในนี้ให้ได้อ่านกัน

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่