รีวิวการสอบ Toeic Computer-Based Test ครั้งแรก พร้อมแชร์ทริคการฝึก/ทำข้อสอบด้วยตัวเอง

สวัสดีค่า วันนี้เราจะมา รีวิว/แชร์ทริค/วิธีการเรียน/การสอบ toeic คร่าวๆ สำหรับคนที่วางแผนจะสอบเผื่อว่าจะมีประโยชน์กับทุกคนค่ะ เพี้ยนสวัสดี

เราต้องไปสอบเพราะรีบใช้คะแนน แต่ไม่มีเวลาอ่านหนังสือเตรียมตัวเพราะต้องทำงาน ทำข้อสอบจริง 2 ชุดแล้วไปสอบเลย กับการสอบแบบคอมพิวเตอร์ครั้งแรก และสอบ toeic อีกครั้งในรอบเกือบ 10 ปี แบบ งบ 0 บาท (หรือจะ 29 บาทก็ได้)

ต้องเกริ่นก่อนว่าการสอบครั้งนี้เนื่องจากเราไม่ได้เตรียมตัวอะไรไปมาก เลยจะไม่ได้มาเจาะเนื้อหาข้อสอบเพราะอย่างที่เราบอกว่าเราไม่ได้อ่านอะไรไปเลย และลืมแกรมม่าสมัยเรียนไปเกือบหมดแล้วด้วย แต่จะมาแบ่งปันวิธีการฝึกภาษาอังกฤษและทริคการสอบที่เราใช้เผื่อเป็นแนวทางให้คนอื่นได้ไม่มากก็น้อยค่ะ

ต้องเริ่มจากพื้นฐานความรู้ของเราก่อน เราเรียนภาษาอังกฤษในโรงเรียนหลักสูตรปกติมาตลอดค่ะ ด้วยความที่รร.เราจะให้ท่องศัพท์ทุกวันมาตั้งแต่เด็กเลยจะทำให้มีพื้นฐานภาษาอังกฤษมาบ้าง ชีวิตประจำวันปกติเราจะดูหนัง/ซีรี่ย์เสียงอิ๊ง ซับไทยเสมอ แล้วก็ชอบฟังเพลงสากลค่ะ ที่เราบอกรายละเอียดตรงนี้เพราะเราคิดว่าการฝึกภาษาอังกฤษมันสามารถสั่งสมมาจากการใช้ชีวิตประจำวันทั่วไปของเราได้ โดยสิ่งนี้ทำให้เราค่อยๆซึมซับภาษาอังกฤษไปทีละเล็กน้อยโดยที่ไม่รู้สึกว่ากดดันหรือรู้สึกว่าเป็นการ force ตัวเองสำหรับการเรียนหรือสอบ (สมัยเรียนก่อนสอบฟังเราก็ชอบที่จะดูซีรี่ย์หรือหนังของภาษานั้นๆ เป็นการฝึกหูแต่ไม่อยากเครียดเกินไปก็จะใช้วิธีนี้ค่ะ)

Part 1—การเตรียมตัวสอบ📝

เมื่อสมัยก่อนที่ค่าสอบ 1,500 บาท ตอนเราเตรียมตัวเราก็จะโหลดแอพฝึกทำข้อสอบฟรีมาฝึกทำ (สายประหยัด) ซึ่งรอบนี้เราก็ใช้แอพเดิมกับตอนนั้นมาฝึกค่ะ แต่ตัวแอพเค้าจะมีการอัพเดทข้อสอบให้เป็นปัจจุบันอยู่เหมือนกันค่ะ



ในรูปนี้จะเป็นแอพทั้งหมดที่เราเคยใช้ แต่รอบนี้อย่างที่บอกเราทำข้อสอบเต็มแค่ 2 ชุด โดยทำใน CM Toeic 1 ชุด และ TIWA Toeic อีก 1 ชุด และมีลองทำข้อสอบจำลอง 60 ข้อ อีกชุดในแอพ TOEIC * แอพ TIWA Toeic เป็นแอพที่เราเพิ่งจะลองโหลดมาใช้ครั้งแรกเนื่องจากเห็นคนทำแอพเค้าพูดถึงแอพนี้ในทวิต วันก่อนสอบเลยไปโหลดมา ในราคา 29 บาทค่ะ ตัวแอพอื่นๆ โหลดฟรีหมดเลยแต่จะมีส่วนที่เสียเงินซื้อเพื่อปลดล็อกข้อสอบหรือพาร์ทอื่นๆเพิ่มเติมแล้วแต่เราค่ะ แต่เราไม่ได้ซื้ออะไรเพิ่มเลยไม่สามารถรีวิวตรงส่วนที่เสียเงินเพิ่มในแอพได้


[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

สำหรับคนที่จะสอบแบบ computer-based test เราแนะนำฝึกกับ CM Toeic เลยค่ะ ดีมากๆ เพราะการทำข้อสอบจะคล้ายกับเวลาเราไปสอบเลย อย่างพาร์ทฟัง ก็จะเป็นฟังไปเรื่อยๆ และไปข้อถัดไปอัตโนมัติเลยเหมือนกัน พอจบข้อสอบก็จะบอกคะแนนแต่ละพาร์ทที่เราได้


[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

สำหรับแอพทุกตัวจะมีฝึกเป็นพาร์ทๆ มีฝึกคำศัพท์ และอื่นๆ เราว่ามีประโยชน์มากๆค่ะ ทุกคนลองไปเล่นดูได้ ตัว CM แบบฟรีจะมีข้อสอบจริงเต็มชุด 200 ข้อให้ทำแค่ชุดเดียว ถ้าจ่ายเงินเพิ่มจะได้เพิ่มอีกค่ะ ดังนั้นเราเลยไปโหลด TIWA Toeic มาฝึกทำอีกชุดค่ะ

TIWA Toeic จะเป็นแอพของคนไทย เหมาะสำหรับคนที่ต้องการคำอธิบายแบบละเอียดเป็นภาษาไทย ในตัวแอพจะมีข้อสอบหลายชุดเลยค่ะ แต่พาร์ทฟังจะเป็นแบบในเรากดข้ามเอง อาจจะไม่เป๊ะกับสถานการณ์จริงเท่าไหร่ แต่ก็เวิร์คอยู่ค่ะ แต่จริงๆที่เราจะบอกคือ *คำศัพท์ที่แอพนี้มีให้ออกในข้อสอบจำนวนหนึ่งเลยค่ะ* ตัวแอพอาจจะมีจุดติดขัดอยู่บ้าง อย่างตอนเราทำข้อสอบพาร์ทอ่านข้อหลังๆ รูปโหลดไม่ขึ้นทำให้ทำข้อสอบไม่ได้ ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะเน็ตเรารึป่าว แล้วก็ศัพท์บางคำ ไม่มีแปลมาให้ กับอาจจะมีพิมพ์ผิดอยู่นิดๆ แต่ภาพรวมก็โอเคใช้ได้ค่ะ * สำหรับคนที่มีเวลา แนะนำให้จดศัพท์ออกมา หาหน้าที่ของคำและความหมายเองอีกที การจำความหมายและชนิด/หน้าที่ของคำศัพท์ได้จะเป็นประโยชน์ในการทำข้อสอบมากๆ เลยค่ะ

Part 2—การทำข้อสอบ💻

🔉สำหรับพาร์ทฟัง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การคอยดึงสติให้โฟกัสกับปัจจุบัน ค่ะ การสอบแบบคอม เราจะไม่สามารถเห็นข้อถัดไปได้ และจะย้อนกลับไปทำข้อที่ผ่านมาไม่ได้ ดังนั้น เราจึงควรที่จะตั้งสติให้ดี ฟัง เอาเมาส์ไปจ่อคำตอบทีละข้อ ข้อไหนที่คิดว่า อันนี้คือคำตอบรึป่าว กดไปก่อน พอถ้าข้อถัดไปใช่ที่สุดก็ค่อยย้ายมากด เพราะเวลาเราไม่มั่นใจ มัวแต่คิด แต่ไม่ได้ตอบอะไรไปเลย พอมันไปข้อถัดไปจะกลายเป็นไม่มีคำตอบแล้ว บางทีอาจจะจำไม่ได้ด้วยว่า a b c d คืออะไร ทีนี้พอจบข้อก่อนจะไปข้อถัดไป ทิ้งข้อนั้นไปเลยค่ะ ไม่ต้องไปย้อนคิดถึงแล้ว เพราะถ้ามัวแต่เอามาทดในใจก็จะไม่มีสมาธิฟังข้อถัดๆไป และคิดไปก็ไม่ได้อะไรเพราะกลับไปแก้ไม่ได้อยู่ดี ดังนั้น โฟกัสแค่ปัจจุบันพอ

❔สำหรับพาร์ทฟังบทสนทนา Wh questions ก็เน้นฟังคำแรก เพศผู้สนทนา keywords ในบทสนทนา คำตอบส่วนมากจะไม่ตรงตัว แต่สโคปคือจะมีความหมายในการใช้ตอบคำถามนั้น เช่นอาจทริคหลอกว่า she แล้วก็ตอบรับคล้ายๆ Wh questions ข้อนั้น แต่จริงๆ คนที่พูดเป็นผช. ถ้าไปตอบข้อนั้นก็จะผิดไป

🗣️พาร์ทถัดไปฟังประโยคสนทนาทั่วไป ตอบ 3 ข้อ ช่วงที่จะขึ้นข้อถัดไป เวลาที่โจทย์อ่าน Questions numbers xx to xx … สั้นๆ ตรงนี้ เราจะใช้เวลา skim โจทย์ค่ะ ส่วนมากจะดู คำแรกของคำถามพวก Wh questions, keyword ของคำถาม และ อ่านช้อยส์ข้อแรกคร่าวๆ ไว้เร็วๆ ค่ะ เพราะเวลาแค่นั้นเราอ่านทุกข้อไม่ทัน แต่การพอได้เห็นช้อยส์ข้อแรกจะทำให้เราตอบข้อแรกได้เร็วแล้วใช้เวลาที่โจทย์อ่านคำถามข้อแรก ไปทำข้อ 2 และ 3 ค่ะ หลังจาก skim โจทย์และช้อยส์เสร็จ เราก็จะไปตั้งใจฟังค่ะ พยายามไม่กวาดตาไปที่คำถามและช้อยส์เพราะเราจะสติหลุดมัวแต่หาคำตอบบางทีจะทำให้หลุดโฟกัสที่ฟังไปช่วงนึงค่ะ แต่ถ้าแวบๆ ว่าเห็นผ่านตาตอนอ่านโจทย์ว่าข้อนี้คำตอบชัดเจนแบบกดตอบได้เลย ก็จะกดคำตอบไว้ก่อนค่ะ และตั้งใจฟังและจับใจความให้จบ ค่อยไปตอบทีละข้ออีกทีค่ะ

📇พาร์ทสุดท้ายของฟังจะมีรูปให้ พาร์ทนี้เราก็จะดูรูปก่อนคร่าวๆให้รู้ว่าเป็นรูปเกี่ยวกับอะไร แล้วก็ไป skim โจทย์กับช้อยส์เหมือนเดิมค่ะ

📖ถัดไปเป็นพาร์ทการอ่านตรงแกรมม่าเราน่าจะผิดตรงนี้เยอะเพราะเราไม่ได้ทวนไปเลย แต่ถ้าหากมีเวลาเตรียมตัวเราคิดว่าสิ่งที่มีประโยชน์ที่สุดคือการท่องศัพท์เหมือนที่บอกไว้ด้านบนค่ะ ทำความเข้าใจแกรมม่าไปบ้างพวก ชนิดของคำ adv./adj./n./v., tense, gerund อะไรพวกนี้ แต่จริงๆ ถ้าเรารู้ความหมายคำศัพท์แต่เราไม่ได้แม่นแกรมม่าก็จะสามารถเอาตัวรอดได้แน่ๆ ค่ะ เพราะบางข้อช้อยส์จะเป็นศัพท์คนละคำ ถ้าเรารู้ความหมาย/ชนิดคำก็ตอบได้เลย หรือบางข้อคำเดียวกันหมดแต่มาในรูปแบบ n. Ving adv. adj. ถ้าเรารู้ว่าคำไหนแปลว่าอะไรมีหน้าที่อะไร ตำแหน่งที่เว้นไว้ต้องใช้คำชนิดไหน ก็สามารถเดาได้ว่าต้องตอบอะไรค่ะ พาร์ทนี้เน้นเร็วค่ะ พยายามตอบให้เร็ว ไม่มั่นใจ mark ไว้ แล้วถ้าเวลาเหลือค่อยกลับมาทวนอีกทีค่ะ

สำหรับพาร์ทเติมประโยคในช่องว่าง เน้นอ่านประโยคก่อนหน้าและด้านหลังและเลือกตอบประโยคที่ไปด้วยกันได้ค่ะ เช่น ข้อความบอกว่า ทิมจะลาออกแล้วแต่ที่ใหม่เขาก็จะได้ทำโปรเจคใหม่ๆที่ใหญ่ขี้น. __________. คิดว่าคงจะดีกับเขาทั้งเรื่องการงานและชีวิตส่วนตัว
ในช่องว่างก็ต้องเลือกตอบปย.ที่จะไปได้กับสองประโยคหน้า-หลัง ข้อนี้จะมีช้อยส์ที่ว่า “และเขาก็จะได้อยู่ใกล้กับครอบครัวด้วย” ที่ตอบข้อนี้เพราะปย.หลังระบุว่า การลาออกของทิมส่งผลดีทั้งด้านการงานและชีวิตส่วนตัว

สำหรับพาร์ทอ่านอีเมล์/คำประกาศ ต่างๆ ขั้นแรกเราทำเหมือนพาร์ทฟังเลยค่ะ skim โจทย์และช้อยส์ก่อน แล้วไปอ่านอีเมล์/ประกาศแบบคร่าวๆ ว่า ส่วนไหนพูดถึงอะไร แล้วก็ไปดูโจทย์อีกที แล้วก็กลับไปหาคำตอบในส่วนที่โจทย์ถามค่ะ ทีนี้เราก็จะรู้ว่าถามเรื่องนี้ต้องไปหาคำตอบตรงไหน ส่วนเริ่ม กลาง หรือท้าย

คร่าวๆ ทริคการทำข้อสอบของเราก็ประมาณนี้ค่ะ บางคนอาจจะสมาธิดีกว่าเรา หรือใครที่มีแนวโน้มจะสติหลุดง่ายแบบเราก็สามารถนำไปปรับใช้ให้เข้ากับการทำข้อสอบของตัวเองได้เลยค่ะ

Part 3—แชร์วิธีการท่องจำคำศัพท์📚

📑เราเรียนภาษาที่สามสมัยมหาวิทยาลัยมาค่ะ ช่วงที่เตรียมตัวสอบเราต้องท่องศัพท์เยอะมาก เราเลยอยากแชร์วิธีที่เราใช้สำหรับจำคำศัพท์จำนวนมาก เวลาท่องศัพท์ เราจะเตรียม กระดาษสำหรับจดศัพท์ 2 ใบ ค่ะ ใบแรกเราจะจดภาษาที่เราเรียน เรียงกันไปจนหมด ส่วน ใบที่สองเราจะจดคำแปลภาษาไทย ของแต่ละคำเรียงกันไปตามลำดับเช่นเดียวกันค่ะ ทีนี้เวลาจำ เราจะเอาใบภาษาที่เรียนมาแบ่งจำเป็นพาร์ทๆ ค่ะ โดยเราจะพับกระดาษเป็นสามส่วน แล้วจำ 1/3 ก่อน พอจำได้ก็เพิ่มเป็น 2/3 แล้วก็จำทั้งหมด ใบภาษาที่เรียน เราเอามาท่องคำแปลค่ะ อ่านภาษานั้นพร้อมพูดคำแปลภาษาไทยทีละคำเรียงๆกันไป ท่องไปเรื่อยๆจนกว่าจะจำได้ทุกคำเลยค่ะ ส่วนใบคำแปลภาษาไทย เราจะเอามาคัดเป็นภาษาที่เรียนค่ะ โดยเราจะเอาใบภาษาไทยมาวางไว้เป็นเหมือนโจทย์ แบ่งทีละส่วนเหมือนกัน แล้วเอาสมุดหรือกระดาษมาเขียนคำของอีกภาษาลงไปตามลำดับ คัดๆไปจนกว่าจะเขียนถูกทุกคำเช่นเดียวกันค่ะ เราใช้วิธีนี้แล้วรู้สึกว่าเวิร์คมากพกกระดาษใบเดียวไปท่อง/ฝึกคัดได้ทุกที่ เหตุผลที่ใช้กระดาษเพราะเวลาเราจดด้วยมือในกระดาษทำให้เราจำได้มากกว่าหาคำศัพท์ผ่านแอพในโทรศัพท์ หรือแค่อ่านด้วยตาเปล่า

📍สำหรับการสอบแบบกระดาษกับคอม ถ้าคิดว่าแบบไหนเหมาะกับใคร เราว่าแบบกระดาษอาจจะเหมาะกับคนที่พาร์ทฟังไม่ค่อยแข็งแรงเพราะข้อดีที่ได้เห็นโจทย์ข้อถัดไปก่อนล่วงหน้า แต่ส่วนตัวเราชอบแบบคอมมากกว่า เพราะ:
1. มีหูฟังส่วนตัว
2. เวลาเป็นกระดาษแล้วเห็นทุกข้อเราจะมัวแต่พะวงกับข้อที่ไม่มั่นใจ
3. กระดาษใช้เวลาในการฝนคำตอบ
4. ห้องสอบคอมเป็นล็อคๆ โต๊ะใครโต๊ะมัน รู้สึกมีสมาธิดีกว่าค่ะ ให้ฟีลเหมือนตอนเราฝึกทำข้อสอบอยู่ที่บ้าน ไม่กดดันขนาดนั้น แต่ก็ต้องคอยดึงสติตัวเองเพราะจะหลับบ่อยครั้ง 😂
5. Mark ข้อที่ไม่มั่นใจกลับมาทวนได้แค่คลิก
6. ซูมได้

อันนี้คะแนนที่เราได้มาค่ะ

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

ทั้งหมดก็ประมาณนี้ค่ะ หวังว่าโพสต์นี้จะมีประโยชน์สำหรับคนที่เตรียมตัวหรือมีแพลนที่จะสอบ toeic กันนะคะ😊
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่