แตกประเด็นเรื่อง สิทธิ คือ เสรีภาพ คุยกับสลิ่มอีกสักหน่อยครับ เพราะดูเหมือน "ความคับแคบ" จะสนุกกันใหญ่ ต้องรั้งสักนิด

กระทู้คำถาม
แตกประเด็นจากทู้  https://pantip.com/topic/36717511

ที่ผมไม่เข้าไปในทู้นั้น  เพราะขี้เกียจครับ  เบื่อ  
เล่นดนตรีไทยมาสี่ห้าวัน  ก็เบื่อ   รู้สึกเหมือนคุยกับเด็กชั้นประถม  ที่พกหนังสือเล่มเดียวเที่ยวชี้ผิดชี้ถูก

อีกอย่าง  ก็เพราะกระทู้นั้น  ก็ได้แตกประเด็นจากกระทู้ผม  คือกระทู้นี้  https://pantip.com/topic/36716930  
ซึ่งผมคิดว่า  ในกระทู้ของผมที่โดนแตกประเด็นมา  ผมได้อธิบายไปพอสมควรแล้ว ทั้งในเนื้อทู้ และในเม้นท์
คนที่มีสติปัญญาปกติน่าจะพิจารณาได้  หากแค่คลิกอ่านบ้าง   แต่ดูเหมือนไม่มีใครคลิก  ตะบันสนุกกันแต่กับวิธีคิดระดับประถมต้น

เลยต้องแตกประเด็นมาเล่นดนตรีไทยในทู้นี้อีกสักครั้ง



ก่อนอื่น   ขออัพเดทข่าวเรื่อง "สิทธิ" สักนิดนะครับ

นั่นคือ  ฮอนโนลูลูกำลังจะออกกฎหมายใหม่มากำกับ "สิทธิ" ของประชาชนในเดือนตุลาคมนี้
ห้ามใช้มือถือระหว่างเดินข้ามถนน  ฝ่าฝืนมีโทษปรับ  เพื่อลดอุบัติเหตุ

จากข่าวนี้   หากมีสติปัญญาปกติ   ก็จะ "มองเห็น" ครับ  ว่าอะไรเป็นอะไร
ยกเว้น  พวกที่มีสายตาแบบ "ม้าลำปาง"



ทีนี้  เข้าเรื่อง

ทำไมผมถึงบอกว่า  สิทธิ  คือ  เสรีภาพ ?
นั่นก็เพราะ  เสรีภาพ  คือ  ต้นกำเนิดของสิทธิ   ไม่มีเสรีภาพ  ไม่มีสิทธิ      ไม่มีสิทธิ เมื่อไม่มีเสรีภาพ

ผมว่า  คำว่า  สิทธิ คือ เสรีภาพ  นี่      เป็นถ้อยคำที่ให้ "ภาพ" นะครับ
ยกเว้น "ม้าลำปาง"  ที่เอาแต่เปิดตำราชั้นประถม  ที่ "รัฐ" แยกคำว่าสิทธิ และ เสรีภาพ  ออกจากกัน

รัฐแยก รัฐกำหนด  ก็เพื่อความสะดวกของ "รัฐ" เอง  ในการปกครองประชาชน

หรือนักคุด (ตรงกันข้ามกับ "นักคิด")   ที่คว้าตำราของนักกฎหมายมาอ้าง
ซึ่งนักกฎหมายก็จะแยก สิทธิ กับ เสรีภาพ ออกจากกันแบบเด็ดขาด  ตามแนวคิดของนักกฎหมาย
เพราะในทางข้อกฎหมายแล้ว  สิทธิ กับ เสรีภาพ  ต้องคนละส่วน   เพื่อสะดวกในการทำมาหากิน
หากไม่แยกเด็ดขาด   เวลาเกิดคดีความ   นักกฎหมายจะปวดหัวครับ  หากินยาก
การแยกอย่างเด็ดขาด  เป็นวิธีการด้านกฎหมายที่ต้อง "ตีความ" อย่างเคร่งครัด  เพื่อการพิจารณาทางคดีความ

ไม่เชื่อไปดูแนวคิด  ไปศึกษาตำราของนักปรัชญา  นักอื่น ๆ ดูสิครับ
ความหมายของ สิทธิ และ เสรีภาพ  จะลุ่มลึก (ม้าลำปางจะบอกว่า คลุมเครือ)  กว่าการแยกของนักกฎหมาย



เสรีภาพ นั้น    เป็นบ่อเกิดของสิทธิ

เสรีภาพ  คือ  คนเราสามารถจะทำอะไรก็ได้  ไม่ทำอะไรก็ได้  ไม่ต้องอยู่ภายใต้การกำกับของใคร  ไม่ต้องให้ใครมอบให้
ทำได้โดยไม่ต้องสนใจกฎหมาย   ทำได้โดยไม่ต้องสนใจว่าจะไปละเมิดคนอื่นหรือไม่  เป็น absolute power ของคนเรา

นี่คือ "บ่อเกิด" ของสิทธิ

คนเรา  จะสู้คดี หรือ หนีคดี   เป็นเสรีภาพในการตัดสินใจเลือก
(สลิมมั่วว่า คือกระบวนการทางความคิดไปโน่นเลย คงเพราะไม่รู้จัก เสรีภาพ)

เมื่อตัดสินใจแล้ว  เขาก็มี "สิทธิ" ของเขาในการที่จะกระทำ   แม้สิทธินั้น  กฎหมายจะไม่ได้รับรองคุ้มครอง

นี่คือ "สิทธิ" อันมีอยู่ตามธรรมชาติของคนเรา  เป็นสิทธิแท้จริงของคนเรา
(คนเรา  โดนรัฐสร้าง สิทธิปลอม ให้มากมายครับ   แหม๊ อยากยกตัวอย่าง  แต่เสี่ยงเกินไป ไม่ดีกว่า)



คนเรา  เมื่อมีเสรีภาพที่จะทำอะไรก็ได้นั้น   เริ่มจาก "ตัวตน" หรือชีวิต ร่างกายของตัวเอง
แต่คนเราไม่ได้อยู่คนเดียว   หากอยู่ร่วมกับคนอื่น ๆ   จากกลุ่มกลายเป็นเผ่า   จนกลายเป็น "รัฐ"

เกิดกระบวนการพัฒนาด้านการเมืองการปกครอง  เกิดสังคมและเศรษฐกิจซับซ้อนมากขึ้น
ตรงนี้แหละ  ที่ "รัฐ" ต้องสร้างกติกาในการอยู่ร่วมกันขึ้นมา   กติกาที่ลดเสรีภาพ และกำกับสิทธิ



กติกาที่รัฐสร้างขึ้น   รัฐยืนยันว่า   คนเรามีเสรีภาพเหมือนเดิมทุกประการ
แต่เพื่อความสงบสุข (หรือเพื่อความสะดวกของรัฐในการปกครอง) รัฐก็สร้างกติกาลดเสรีภาพ

กติกาที่ว่านี้  ก็คือการมอบคำว่า "สิทธิตามกฎหมาย" ให้แก่ประชาชน
สร้างบรรทัดฐานทางสิทธิขึ้นในสังคมแห่งรัฐขึ้น  ว่าอะไรทำได้  อะไรทำไม่ได้

ซึ่งรัฐก็ใช้คำสวยหรูว่า "อำนาจ และ ประโยชน์"  ตามด้วยคำว่า "อันชอบธรรม" (คือทำตามที่รัฐกำหนด หรือตามขนบของรัฐนั้น ๆ)

อย่างเรื่องการุณยฆาต  ที่บางรัฐไม่ให้สิทธิ  แต่บางรัฐให้สิทธิ
เรื่อง transgender  ที่บางรัฐให้สิทธิ  บางรัฐไม่ให้สิทธิ

บางเรื่อง หรือหลายเรื่อง   แม้จะชอบธรรม และเป็นประโยชน์ของประชาชน
รัฐก็ไม่ให้สิทธิ  (ตรงนี้  เป็นสิ่งที่สลิ่มควรเกิดสำนึกรู้ได้นะครับ  ว่าสิทธิคืออำนาจอันชอบธรรม น่ะ จริงไหม ?)

ในบางรัฐ   กติกานี้  ต้องได้รับ "ฉันทามติ" จากประชาชน
แต่บางรัฐ  ประชาชนก็โดนคุกคามเสรีภาพ  โดนละเมิดสิทธิ  จากกติกาที่รัฐสร้างขึ้น



จึงจะเห็นได้ว่า   หากไม่มีเสรีภาพ  จะไม่มีสิทธิ
สิทธิที่จะทำนั่นทำนี่ (แม้ตามที่รัฐกำหนด  ที่รัฐรับรองคุ้มครอง)  ก็คือ เสรีภาพ

คนติดคุกไปช้อปปิ้งไม่ได้ครับ  ไม่มีสิทธิ   เพราะเขาไม่มีเสรีภาพ




สลิ่มครับ   หากจะยกตำรา  หนังสือ   ที่แยกความหมายของคำว่า สิทธิ และ เสรีภาพ
ว่าเป็นคนละอย่างมาอ้างนั้น

ขอให้สลิ่มอ่านกระทู้นี้ให้จบก่อนนะครับ    อ่านเกิน 3 บรรทัด ไม่ชักหรอกครับ

และให้สลิ่มคิดสักนิด  นิดเดียวครับ
ว่า สิทธิ และ เสรีภาพ  ที่ตำรา  หนังสือ  กำหนดไว้นั้น   มีแนวคิด มีหลักคิด มีต้นคิด มีสาเหตุ   มาจากไหน และ ทำไม  เพื่ออะไร

อย่าเพียงแค่ตำราบอก  หนังสือว่า   แล้วสลิ่มก็นั่งยันนอนยันว่าต้องตามนั้น  ต้องแค่นั้นเท่านั้น



หากไม่มีเสรีภาพ   สิทธิ ไม่มี
สิทธิ  จึงคือ  เสรีภาพ

คน เสรีภาพ สิทธิ  เกิดก่อนกฎหมาย
กฎหมายมามีหลังคน

ง่าย ๆ เท่านี้แหละครับ   หากแค่วาง "แอก"  ทางความคิด  เลิกเป็นม้าลำปาง
OK




เมื่อย  
ก็ขอเล่นดนตรีไทยเท่านี้แหละครับ

ห๊าววว....  เมาเพิ่งสร่าง  หลับเพิ่งตื่น
นัดสาวไว้ที่หน้า central    ต้องรีบไปตามนัดล่ะครับ    ไม่ได้นั่งเถียงสลิ่มอย่างเคย  

เชื่อว่า  สลิ่มคงแขวะผมอย่างเคยว่า  หนี
555


ก็แหมนะ  สลิ่มนี่   เป็นพันธุ์พิเศษจริง ๆ
ผมตั้งทู้เรียกสลิ่ม  สลิ่มหาว่าผมตั้งทู้เรียกไปให้เพื่อนรุม

แต่พอไม่มีใครเข้าไปในทู้ผม  มีแต่สลิ่มเต็มทู้  
สลิ่มเขาไม่เรียกว่ารุม  เขากลับแขวะผมซะอีกว่า  ขนาดเพื่อนยังไม่เข้าไปช่วย

ก็น่ารักดี   สลิ่มเขามีวิธีคิดที่น่ารักดี
อมยิ้ม36




ต้องรีบไปล่ะครับ
เพี้ยนฝันดี




[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
แก้ไขข้อความเมื่อ
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 8
แตกประเด็น ตั้งกระทู้ใหม่ ทำไมนักหนา
พฤติกรรมแบบนี้ของ จขกท. จากที่ผ่านมาคือ "พลาด"
โดนไปเจ็บๆ ในกระทู้ก่อนหน้า หวังแก้มือใหม่ ก็ตั้งกระทู้ใหม่อีกรอบ
ถ้าวันนี้โดนอีก พรุ่งนี้ก็ตั้งใหม่ วนไปเรื่อยๆ
ไม่ได้คิดจะโปรดใครสอนใครหรอกแค่แก้ตัวเฉยๆ^^

เห็น จขกท. บอกคุณไอเดนว่า
หนังสือเล่มเดียวใช้อ้างให้คนอื่นเชื่อเลยไม่ได้หรอก
(ประโยคนี้ดูดีนะผมชอบ)
คุณไอเดนมีหนังสืออ้างอิง จขกท. มีอะไรอ้างอิงละ???
แล้วทำไมคนอื่นต้องเชื่อ???
เชื่อเพราะเป็นคนเสื้อแดง??? เชื่อเพราะเป็นตระกองขวัญ???
.
.
.
เอาที่สบายใจนะครับ
สิ่งที่คุณจะสื่อผมเข้าใจ เข้าใจตั้งแต่แรกเลยละ
แค่คุณใช้คำที่ผิด และ คุณกำลังพยายามทำให้คำที่ผิดนั้นถูกต้อง
สู้ สู้ นะครับ อย่างที่บอกเรื่องมันใหญ่พออยู่แล้ว เหลือแค่ความถี่
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่