JJNY : 5in1 ค้านกกต.ฟ้องปชช.│ครอบครัวพลฯ เพชรรัตน์แจ้งความ│ผวากัมพูชาอาจปะทะ│สหรัฐฯ ไม่ได้ถล่มรร.│อิหร่านยันปิดฮอร์มุซ

สมาคมสิทธิเสรีภาพฯ คัดค้าน กกต.ฟ้องประชาชน ชี้เข้าข่าย SLAPP บ่อนทำลายประชาธิปไตย
https://prachatai.com/journal/2026/03/116612
.

.
สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชนออกแถลงการณ์คัดค้าน กกต.ดำเนินคดีกลุ่มผู้สังเกตการณ์เลือกตั้ง เห็นว่าเป็นการฟ้องปิดปาก ละเมิดสิทธิการมีส่วนร่วมและเสรีภาพแสดงความเห็น ขัดรัฐธรรมนูญและพันธกรณี ICCPR พร้อมเรียกร้องยุติคดี เปิดเผยข้อมูล และตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายอย่างโปร่งใส
3 มีนาคม 2569 สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.) ออกแถลงการณ์ เรื่อง คัดค้านการฟ้องปิดปากและละเมิดสิทธิการมีส่วนร่วมสาธารณะโดย กกต.ในการดำเนินคดีต่อประชาชนผู้สังเกตการณ์และตรวจสอบการเลือกตั้ง ระบุว่าตามที่ปรากฏเป็นข่าวต่อสื่อมวลชนว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ยื่นเรื่องร้องทุกข์ แจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลเกี่ยวกับการ ถ่ายภาพและวิเคราะห์บัตรเลือกตั้ง (รวมทั้งบาร์โค้ด/คิวอาร์โค้ด) ในช่วงการลงคะแนนเลือกตั้งซ่อม เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยมีการระบุข้อกล่าวหาร้ายแรง หลายประการ ได้แก่ ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. พยายามเผยแพร่ข้อมูลเชื่อมโยงข้อมูลลงคะแนนกับตัวตนผู้มีสิทธิ “อั้งยี่” หรือมีส่วนร่วมในองค์กรลับ ยุยงหรือปลุกปั่นให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง และการกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยคอมพิวเตอร์และข้อมูลเท็จเป็นภัยต่อความมั่นคง
.
สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.) ขอแสดงความวิตกกังวลอย่างยิ่ง และขอคัดค้านต่อกรณีดังกล่าว ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ใช้กระบวนการทางกฎหมายเพื่อปิดปาก (Strategic Lawsuit Against Public Participation – SLAPP) อันถือเป็นการบั่นทอนและบ่อนทำลาย หลักการประชาธิปไตยขั้นพื้นฐานอย่างร้ายแรง หลายประการ ดังนี้
.
ประการที่แรก การละเมิดสิทธิการมีส่วนร่วมและการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐอันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน
.
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยรับรองสิทธิของประชาชนในการแสดงความคิดเห็น การมีส่วนร่วมทางการเมือง และการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐอย่างชัดแจ้ง การสังเกตการณ์การเลือกตั้งโดยภาคประชาชนเป็นกลไกสำคัญ ในการคุ้มครองความสุจริตและเที่ยงธรรมของการเลือกตั้ง อันเป็นหัวใจของระบอบประชาธิปไตย
.
การดำเนินคดีต่อประชาชนเพียงเพราะการตั้งคำถาม วิพากษ์วิจารณ์ หรือรายงานข้อบกพร่องในการจัดการเลือกตั้ง จึงเป็นการจำกัดสิทธิเกินสมควรแก่เหตุ ขัดต่อหลักความได้สัดส่วน (principle of proportionality) และขัดต่อหลักนิติรัฐ
.
ประการที่ 2. ขัดต่อพันธกรณีระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน
.
ประเทศไทยเป็นภาคีของ กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) เมื่อปี พ.ศ. 2539 (ค.ศ. 1996) ทำให้กติกาฉบับนี้มีผลผูกพันตามกฎหมายระหว่างประเทศต่อประเทศไทย ซึ่งรับรองสิทธิในเสรีภาพการแสดงความคิดเห็น (ข้อ 19) และสิทธิในการมีส่วนร่วมทางการเมือง (ข้อ 25) การใช้มาตรการทางกฎหมายเพื่อคุกคามหรือปิดกั้นการตรวจสอบการเลือกตั้งโดยภาคประชาชน ย่อมขัดต่อพันธกรณีระหว่างประเทศดังกล่าว อีกทั้งขัดต่อหลักการสากลว่าด้วยการเลือกตั้งเสรีและเป็นธรรม (free and fair elections) ซึ่งกำหนดให้รัฐต้องเปิดพื้นที่ให้สาธารณชนสามารถตรวจสอบได้โดยปราศจากความหวาดกลัว นอกจากนี้ประชาชนผู้มีส่วนร่วมในการตรวจสอบการเลือกตั้งและถูกดำเนินคดีฟ้องปิดปากย่อมถือว่าเป็นนักปกป้องสิทธิมนุษยชน (Human Rights Defender) ตามปฏิญญาว่าด้วยสิทธิและความรับผิดชอบของปัจเจกบุคคล กลุ่มบุคคล และองค์กรของสังคม ในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐานซึ่งเป็นที่ยอมรับอย่างสากล ที่รัฐต้องมีพันธกรณีในการแสวงหามาตรการเพื่อปกป้อง ป้องกันและทำให้สิทธิของนักปกป้องสิทธิมนุษยชนไม่ถูกละเมิด รวมทั้งศาลสามารถใช้ดุลพินิจเพื่อยุติกรณีการฟ้องร้องที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะหรือฟ้องเพื่อกลั่นแกล้งหรือเพื่อทำให้เกิดความยากลำบากกับนักปกป้องสิทธิมนุษยชน
.
ประการที่ 3. การฟ้องปิดปาก (SLAPP) เป็นภัยต่อประชาธิปไตย
.
การดำเนินคดีในลักษณะดังกล่าวเข้าข่ายเป็น SLAPP ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสร้างภาระและความหวาดกลัวแก่ผู้ใช้สิทธิพลเมือง มากกว่าจะมุ่งคุ้มครองสิทธิอันชอบธรรมของหน่วยงานรัฐ การกระทำเช่นนี้ไม่เพียงละเมิดสิทธิของบุคคลที่ถูกฟ้อง แต่ยังสร้างบรรยากาศแห่งความหวาดกลัวในสังคม และบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ องค์กรที่มีหน้าที่จัดการเลือกตั้งต้องยึดมั่นในหลักความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และพร้อมรับการวิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริต การตอบโต้ด้วยการฟ้องร้องประชาชนย่อมสะท้อนถึงความไม่ยอมรับกลไกตรวจสอบตามระบอบประชาธิปไตย
.
สสส. ขอยืนยันว่า การตรวจสอบการเลือกตั้งโดยประชาชนมิใช่อาชญากรรม หากแต่เป็นหน้าที่พลเมืองในระบอบประชาธิปไตย การคุ้มครองสิทธิในการมีส่วนร่วมและการแสดงความคิดเห็น คือหลักประกันสำคัญของสังคมเสรี การใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือปิดปากประชาชน ย่อมไม่อาจสร้างความชอบธรรมให้แก่กระบวนการเลือกตั้งได้ ตรงกันข้าม จะยิ่งบ่อนทำลายความเชื่อมั่นของสาธารณชน และส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศ โดยมีข้อเรียกร้อง ดังนี้
.
1. ให้ กกต. ยุติการดำเนินคดีต่อประชาชนผู้สังเกตการณ์และผู้ตรวจสอบการเลือกตั้งโดยทันที
.
2. ให้เปิดเผยข้อมูลและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องต่อสาธารณะอย่างโปร่งใส และเปิดพื้นที่รับฟังข้อเสนอจากภาคประชาชน
.
3. ให้มีการตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายและความเหมาะสมของการดำเนินคดีดังกล่าว
.
4. ให้ กกต.แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบทั้งความชอบด้วยกฎหมายและทางวินัย หากพบว่าการดำเนินการเลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้งใดเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบ ไม่สุจริต เที่ยงธรรม โปร่งใสหรือขัดต่อรัฐธรรมนูญและพันธกรณีระหว่างประเทศ
.

.
ครอบครัว พลฯ เพชรรัตน์ แจ้งความตำรวจ
..
ข่าวเย็นประเด็นร้อน - ครอบครัวพลทหาร เพชรรัตน์ ยังเชื่อว่าความยุติธรรมมีอยู่จริง ประสานขอภาพวงจรปิด มทบ.12 จนล่าสุดได้เข้าแจ้งความกับ ตำรวจ สภ.เมืองปราจีนบุรี ให้ช่วยสืบสวนคลี่คลายเรื่องนี้แล้ว
.
นายก้องภพ ปานพูน อาของ "พลทหาร เพชรรัตน์" ซึ่งเป็นผู้รับมอบอำนาจหลัก ในการติดตามหาข้อเท็จจริงให้กับหลานชายที่เสียชีวิตปริศนา หลังได้รับโทษกักขัง 15 วัน ในเรือนจำมณฑลทหารบกที่ 12 จังหวัดปราจีนบุรี ได้ยื่นหนังสือขอรับภาพวงจรปิดจากทางเรือนจำ เพื่อนำไปมอบให้ตำรวจ ใช้ประกอบการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง
.
ก่อนจะไปที่ สภ.เมืองปราจีนบุรี พร้อมกับญาติคนอื่น ๆ เพื่อแจ้งความกับตำรวจอย่างเป็นทางการ เพราะตั้งแต่ที่เกิดเรื่องเมื่อ 3 เดือนที่แล้ว จนถึงวันนี้ ตำรวจยังไม่ได้รับแจ้งความดำเนินคดี จนกระทั่งวันนี้ ที่ได้รับไฟเขียวจากกองทัพ เพราะนายทหารพระธรรมนูญ ได้ลงบันทึกประจำวันไว้ก่อนแล้ว
.
นายก้องภพ บอกว่า สิ่งที่ครอบครัวคาใจตอนนี้ คืออยากรู้ว่า ผลการชันสูตร ที่ระบุว่าเสียชีวิตจากอาการ "หัวใจโตผิดปกติ" ทำไมถึงไม่สอดคล้องกับภาพวงจรปิด ที่ได้เข้าไปเห็นในเรือนจำ
.
แม้จะไม่ได้เห็นภาพของการทำร้ายร่างกายชัด ๆ แต่ลักษณะการเดินไปทำอะไรบางอย่างใต้กล้องวงจรปิด และคำบอกเล่าของอดีตทหาร ซึ่งเป็น 1 ใน 12 คนที่อยู่ในเหตุการณ์ ทำให้เชื่อได้ว่า มีการทำโทษด้วยการเตะเข้าที่ลิ้นปี่ของ พลทหาร เพชรรัตน์ 2 ครั้ง โดยเฉพาะครั้งที่ 2 ที่ให้เกิดอาการบาดเจ็บรุนแรง จนหมดสติ
.
โดยตอนนี้กระบวนการดังกล่าว อยู่ระหว่างการสอบสวนของกองทัพ แต่ก็แยกออกจากด้านคดีความ ที่มาขอให้ตำรวจดำเนินการ และตอนนี้ก็ค่อนข้างเชื่อมั่นว่า คดีจะได้รับความเป็นธรรม
.
อย่างไรก็ตามสำหรับการแจ้งความวันนี้ ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพบก ที่พร้อมจะเปิดทาง และสนับสนุนการสืบสวนหาข้อเท็จจริงอย่างเต็มที่
.

.
คนบุรีรัมย์ แห่เติมน้ำมันเตรียมพร้อม ผวาชายแดนกัมพูชาอาจปะทะอีก-กลัวน้ำมันไม่พอ
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_10157857
.
คนบุรีรัมย์ แห่เติมน้ำมันเตรียมพร้อม ผวาชายแดนกัมพูชาอาจปะทะอีก-กลัวน้ำมันไม่พอ รวมถึงยังไม่รู้ว่าน้ำมันจะปรับราคาขึ้นเท่าไหร่
.
3 มี.ค. 69 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศตามปั๊มน้ำมันต่าง ๆ ตั้งแต่ อ.นางรอง ละหานทราย และบ้านกรวด มีประชาชนนำรถมาเติมน้ำมัน รวมถึงเอาถังน้ำมัน แกลลอนน้ำมัน มาเติมไปกักตุนกันเป็นจำนวนมาก หลังจากสงครามตะวันออกกลางมีแนวโน้มที่จะรุนแรงขึ้น เกรงว่าน้ำมันจะราคาขึ้น อีกทั้งยังหวั่นว่าแนวชายแดนไทย-กัมพูชา จะมีการปะทะเกิดขึ้นอีกหรือไม่
.
นายชูศักดิ์ อายุ 62 ปี เปิดเผยว่า ตอนนี้กังวลมาก เพราะไม่รู้ว่าน้ำมันหลังจากนี้จะขาดแคลนหรือไม่ ตนมีอาชีพรับถมดิน หากไม่มีน้ำมัน ธุรกิจเดินต่อไม่ได้แน่นอน รวมถึงยังไม่รู้ว่าน้ำมันจะปรับขึ้นราคาอีกเมื่อไหร่ จึงรีบมาซื้อกักตุนไว้เท่าที่จะทำได้
.
ด้าน นายสมพร อายุ 60 ปี กล่าวว่า หลังทราบข่าวสงครามตะวันออกกลาง ถึงแม้จะอยู่ห่างไกล แต่ก็ตกใจตอนทราบข่าวว่ามีโอกาสที่น้ำมันจะแพงขึ้นหรือขาดแคลน จึงนำรถมาเติมน้ำมันให้เต็มถังเอาไว้ก่อน เพราะเราเป็นคนชายแดน อยู่ติดกับแนวเขตการปะทะระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชา หากมีเหตุการณ์การปะทะก็จะหนีได้ทัน
.
ยอมรับว่าตอนนี้กังวลทั้งราคาน้ำมันแพง ไม่มีน้ำมัน และหากเกิดการปะทะแนวชายแดนอีกจะทำกันอย่างไร ได้แต่ภาวนาไม่ให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้น
.
สหรัฐฯ ปฏิเสธลั่น ไม่ได้เจตนาถล่ม รร.ประถมในอิหร่าน หลังสื่อท้องถิ่นเผยเด็กดับกว่า 160 ศพ
.
นายมาร์โก รูบิโอ รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ ยืนยันกองทัพไม่มีนโยบายพุ่งเป้าโจมตีสถานศึกษา หลังมีรายงานเหตุขีปนาวุธตกใส่โรงเรียนประถมหญิงล้วนในเมืองมีนาบของอิหร่าน ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 160 คน ระหว่างการเปิดฉากโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล 
.
สถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ทวีความรุนแรงขึ้นสู่จุดวิกฤต หลังจากสื่อรัฐบาลอิหร่านรายงานเหตุสลดเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (28 ก.พ.) โดยระบุว่าโรงเรียนประถมหญิงล้วนในเมืองมีนาบ ทางตอนใต้ของอิหร่าน ถูกโจมตีทางอากาศ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 160 ราย ถือเป็นเหตุการณ์ที่มีความสูญเสียมากที่สุดนับตั้งแต่เริ่มเปิดฉากสงคราม
.
เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างแรงกระเพื่อมไปทั่วโลก โดยองค์การยูเนสโก และมาลาลา ยูซัฟไซ เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ได้ออกมาประณามการโจมตีครั้งนี้อย่างรุนแรง เนื่องจากตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ การจงใจโจมตีสถานศึกษา โรงพยาบาล หรือโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน ถือเป็น "อาชญากรรมสงคราม"
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่