ทำไมถึงตั้งชื่อเรื่องว่า "หมายเหตุ" คงเป็นเเพราะมันเป็นเครื่องเตือนชีวิตของตัวเองว่าทำอะไรก็แล้วแต่อย่าลืมว่า...
มันอาจจะมีข้อความที่เราอยากเน้นเอาไว้เตือนใจหรือบอกให้ระวัง ... เพราะชีวิตของตัวเองที่เค้าสู่ความเป็นผู้ใหญ่ในโลกปัจจุบันนี้
พอได้เติบโตขึ้นมาจริง .... ก็รู้สึกว่าตัวเองอยากกลับไปเป็นเด็กที่ไม่ต้องสนใจหรือใส่ใจกับคำว่า "อนาคต" มากมาย
มีชีวิตแค่การวิ่งเล่นไปมาและสนุกสนานกับทุกเวลาของช่วงชีวิต เล่น กิน นอน ไปโรงเรียน ได้ของขวัญ เพื่อน ... ฯลฯ
คำต่างๆ เหล่านี้มันผุดขึ้นมาในหัวสมอง ว่าฉันอยากมีเพื่อนเป็นโดราเอมอนและจะย้อนเวลาไปในอดีต เพื่อเป็นเด็กอีกสักครั้ง
พอโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ .. มันมีแต่ความเครียดและการดำรงชีวิตให้คงอยู่ในสภาพแวดล้อมและสังคมในปัจจุบันนี้
เพราะฉะนั้นเลยคิดว่า "หมายเหตุ" ข้อต่างๆ ต่อไปนี้จะเป็นหลักที่ดีในการดำเนินชีวิตจากเด็กเพื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ โดยใช้ชีวิตให้เต็มที่แล้วจริงๆ
ก่อนที่จะต้องมาเผชิญโลกภายนอกและเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว .....
ข้อแรก "หมายเหตุ: ใช้ชีวิตกับคนในครอบครัวให้คุ้มค่าและเต็มที่ทุกนาที"
ทำไมนะหรอ ... เราถึงมองเรื่องของครอบครัวเป็นข้อแรก เพราะมันอาจจะไม่มีวันพรุ่งนี้สำหรับใครบางคน ถ้าคนที่เป็นลูก พ่อ หรือแม่
ก็ตามอยากให้ใช้ชีวิตกับคนในครอบครัวของคุณให้มากที่สุด เพราะเมื่อเวลาที่ดีมันเลยผ่านพ้นไปแล้ว คุณอาจจะไม่มีวันข้างหน้ากับคนในครอบครัว
ของคุณอีกเลยก็ได้ การที่ได้กอด แสดงออกถึงความรู้สึกต่างๆ รวมทั้งการบอกว่าคุณรักเค้ามากแค่ไหน มันเป็นอะไรที่อบอุ่นและรู้สึกดีมากๆ
พ่อแม่บางคนอาจจะเคี่ยวเข็ญและเข้มงวดกับลูกจนเกินไป เพราะเค้าอาจมองว่าตัวเค้าเองลำบากมาก่อน และอยากให้ลูกขยันเพื่อจะได้มีอนาคตที่ดี
และมั่นคง แต่ถ้าถามฉันนะ...ฉันคิดว่าอยากให้คนที่เป็นพ่อเป็นแม่คิดซะใหม่ ... และจงใช้ชีวิตที่มีอยู่กับลูกและสอนให้เค้าเป็นคนดี มีจิตใจที่ดี
และรู้จักแก้ไขปัญหาต่างๆ ด้วยเหตุและผลที่ถูกต้องดีกว่า ใช้เวลาอยู่กับลูกให้นานๆ เพราะเวลาที่เค้าโตขึ้นแล้วนั้น เค้าจะไม่มีเวลาให้กับคุณอีกต่อไป เพราะชีวิตของเค้าจะขึ้นอยู่กับเพื่อนและสังคม เพราะฉะนั้นถ้าเรารู้จักที่จะปลูกฝังสิ่งดีๆ และความคิดที่ดี มันจะทำให้ลูกเข้มแข็งและอดทน
เมื่อโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่... และอย่าโกรธเมื่อลูกหรือคนในครอบครัวทำผิด แต่ควรบอกให้เค้ารู้ว่า เรามีความคิดเห็นอย่างไรต่อสิ่งที่เค้าทำ...
เพราะมุมมองของแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันออกไป ... เนื่องด้วยเจตนาที่ต่างกันออกไปด้วย สอนให้เค้ารู้และเข้าใจว่ามันทำให้เรารู้สึกเสียใจ
และเป็นห่วงเค้ามากแค่ไหน ดีกว่าใช้อารมณ์และความโกรธมาระบายหรือแสดงพฤติกรรมที่ไม่ดีออกมา
ข้อสอง "หมายเหตุ: ชีวิตในวัยเด็ก วัยเรียนและวัยทำงาน"
บางครอบครัวอาจจะเคี่ยวเข็ญและกวดขันให้ลูกเอาแต่เรียนๆ และก็เรียน แต่เค้าอาจลืมไปว่า การเรียนอาจจะไม่ใช้ทั้งหมดของชีวิต
ทำไมฉันถึงพูดแบบนี้อะหรอ เพราะทุกวันนี้ที่ฉันเห็นอยู่คือน้องบางคนที่เรียนจบมาก็ไม่ได้ทำงานในสายที่ตัวเองเรียนหรือไม่ก็ไม่รู้ว่าตัวเองอยากทำอะไร
เราควรปล่อยวางและดูว่าลูกเรานั้นมีทักษะทางด้านไหน และเค้ามีความสนใจอะไรมากกว่า ... และให้เค้าได้เรียนรู้ในสิ่งที่เค้าชอบตั้งแต่เด็กดีกว่าที่จะ
พยายามป้อนสิ่งต่างๆ ที่คนเป็นพ่อเป็นแม่คิดว่าดี และก็ดีเพียงอย่างเดียว ... ฉันเข้าใจนะ ว่าคุณคงอยากให้อะไรที่ดีที่สุดและสักวันนึงลูกจะต้องขอบใจ
ในสิ่งที่คุณเลือกให้ ... แต่ถ้าคุณไปลองอ่านชีวประวัติของบุคคลสำคัญต่างๆ คุณจะรู้ว่าเค้าได้เรียนรู้และทดลองทำในสิ่งที่เค้าชอบมากกว่า
และมันทำให้เค้าประสบความสำเร็จในชีวิต ถึงแม้การทดลองบางอย่างระหว่างทางของชีวิตเค้าจะล้มลุกคลุกคลานไปบ้าง แต่คุณเชื่อมั้ย...
ว่าบุคคลเหล่านั้น กลับมีความสุขในชีวิตที่ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรักและเค้าก็ทำได้ดีด้วยเช่นกัน .... และต่อให้คุณกำลังเป็นนักเรียนอยู่นั้น
ถ้าฉันจะแนะนำได้คงอยากให้คุณใช้ชีวิตในวัยเรียนให้เต็มที่ (ยกเว้นเรื่องความรักนะคะ) เพราะคุณรู้หรือไม่ ว่าถ้าคุณได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ
ที่นอกเหนือจากความรักให้เต็มที่แล้วนั้น ชีวิตของคุณจะไม่สับสนเลยว่า คุณอยากโตขึ้นมาทำอาชีพอะไร เพราะคุณจะตั้งใจและทดลอง
ที่จะไปทำในอาชีพนั้นๆ เพราะมันเป็นสิ่งที่คุณอยากทำและต่อให้คุณเรียนจนจบไปแล้ว แต่คุณก็อาจจะไม่ได้ทำอาชีพนั้นก็ได้
มันก็ไม่เป็นไรหรอกนะ เพราะอย่างน้อยคุณได้ทำในสิ่งที่คุณอยากทำ... ต่อให้ตอนคุณมาทำงานคุณได้ทำอีกอย่าง ...
แต่อย่างน้อยก็จงเชื่อเถิดว่า คุณได้ทำมันแล้วดีกว่าที่จะต้องมานั่งเสียใจตอนหลัง ว่าคุณยังไม่เคยได้ทำ ....
จงใช้ชีวิตเลือกในสิ่งที่คุณอยากทำ .... และตั้งใจทำมันให้ดี เพราะสุดท้ายผลมันจะเป็นอย่างไร อย่างน้อยในชีวิตหนึ่งของคุณก็เคยได้ทำ
และทำมันอย่างเต็มที่ .... จงเป็นวัยรุ่นที่กล้าคิดและทำในสิ่งที่ดี พยายามทำให้เต็มที่ เพราะโลกใบนี้มันกว้างและพร้อมที่จะให้คุณได้เรียนรู้
นอกเหนือจากจุดที่คุณยืนอยู่ .....
ข้อสาม "หมายเหตุ: ชีวิตการทำงาน"
จงอย่าคาดหวังว่างานที่คุณทำอยู่จะใช่งานที่คุณชอบ ข้อนี้อาจถูกใจใครหลายๆ คน เพราะบางคนอาจจะกำลังทำงานก้มหน้าก้มตา
ทำไปเพื่อเอาเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิต แต่งานที่ทำอยู่นั้น อาจจะไม่ใช่งานที่คุณรักหรือชอบเลยก็ได้ ... ถ้าเป็นคุณ? คุณจะเลือกทำงาน
ที่คุณรักหรืองานอะไรก็ได้ทำวนไปค่ะ 5555 ถ้าใครที่ยังเพิ่งเริ่มต้นทำงานนั้น อยากให้ลองตั้งใจและถามตัวคุณเองว่า คุณอยากทำอะไรกันแน่
และเริ่มต้นทำงานในสายงานนั้นนะคะ อย่ารีรอหรือไม่กล้าที่จะเสี่ยง ลองดูค่ะ ลองทำตั้งแต่ที่คุณยังเริ่มต้น อย่าปล่อยให้มันผ่านพ้นไป
เพราะสุดท้ายคุณก็จะเข้าสู่โหมดที่ไม่กล้าเปลี่ยน ถึงแม้ตอนเรียนปริญญาตรีคุณจะเรียนในคณะที่ออกมาหางานทำยากมาก หรือคุณคิดว่า
สมัครไปก็คงไม่ได้ เพราะไม่มีประสบการณ์ ... คุณคิดผิดค่ะ ก็เพราะคุณไม่มีประสบการณ์ไงค่ะ ถึงจะต้องออกไปหาประสบการณ์นั้นมา
ลองถามดูนะคะ อย่าปล่อยให้ถึงเวลาแล้วมานั่งเสียดาย ... เพราะถ้าคุณค้นหางานหรืออาชีพที่คุณชอบได้เร็วนั้นการที่จะประสบความสำเร็จ
มันก็จะยิ่งเร็วค่ะ เพราะสมัยนี้บางคนอายุยังน้อยแต่ได้เป็นเจ้านายคนที่อายุเยะมากกว่ามากมาย ..เพราะอะไร?? ก็เพราะคนเหล่านั้น
เค้าค้นหาตัวเองได้เร็วและตั้งใจทำมันให้ดี รวมถึงอย่าลืมต่อยอดความรู้ของตัวเองนะคะ เพราะคนที่จะประสบความสำเร็จได้นั้น
ต้องสะสมความรู้และประสบการณ์ให้ได้มากที่สุดค่ะ อย่าเก่งแต่ในคลังความรู้ที่คุณเคยเรียนมา แต่จงค้นหาความรู้นอกห้องเรียน
หรือตำราด้วยค่ะ
ข้อสี่ "หมายเหตุ: จงใช้สติ"
ชีวิตคือชีวิต .... ตลอดชีวิตก็จะมีเรื่องต่างๆ เข้ามามากมายไม่ว่าจะเป็นความสุขหรือความทุกข์ แต่สิ่งที่ควรตั้งมั่น คือ สติ
เพราะถ้าคุณใช้ชีวิตด้วยสติ ชีวิตของคุณก็พร้อมที่จะยอมรับสิ่งต่างๆ ที่เข้ามา เพราะไม่ว่ามันจะดีหรือร้าย คุณก็จะไม่เครียดหรือกังวล
คุณเพียงแต่เชื่อว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้น มันมีเหตุและผล เพียงแค่เมื่อมันเกิดขึ้นมาคุณอาจจะรู้สึกดีใจ ผิดหวัง หรือเสียใจ ....
แต่มันก็จะทำให้คุณสามารถควบคุมและใช้ชีวิตได้เป็นอย่างดี ... จงอย่าลืม ตั้งสติ เมื่อคุณต้องเผชิญสิ่งต่างๆ บนโลกใบนี้
และจงมีความสุขกับชีวิตให้คุ้มค่าทุกนาที ... ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เดี๋ยวมันก็ผ่านไป อย่าท้อถอยค่ะ #สู้สู้
หมายเหตุ : ของชีวิตผู้ใหญ่ ที่อยากกลายเป็นเด็ก
มันอาจจะมีข้อความที่เราอยากเน้นเอาไว้เตือนใจหรือบอกให้ระวัง ... เพราะชีวิตของตัวเองที่เค้าสู่ความเป็นผู้ใหญ่ในโลกปัจจุบันนี้
พอได้เติบโตขึ้นมาจริง .... ก็รู้สึกว่าตัวเองอยากกลับไปเป็นเด็กที่ไม่ต้องสนใจหรือใส่ใจกับคำว่า "อนาคต" มากมาย
มีชีวิตแค่การวิ่งเล่นไปมาและสนุกสนานกับทุกเวลาของช่วงชีวิต เล่น กิน นอน ไปโรงเรียน ได้ของขวัญ เพื่อน ... ฯลฯ
คำต่างๆ เหล่านี้มันผุดขึ้นมาในหัวสมอง ว่าฉันอยากมีเพื่อนเป็นโดราเอมอนและจะย้อนเวลาไปในอดีต เพื่อเป็นเด็กอีกสักครั้ง
พอโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ .. มันมีแต่ความเครียดและการดำรงชีวิตให้คงอยู่ในสภาพแวดล้อมและสังคมในปัจจุบันนี้
เพราะฉะนั้นเลยคิดว่า "หมายเหตุ" ข้อต่างๆ ต่อไปนี้จะเป็นหลักที่ดีในการดำเนินชีวิตจากเด็กเพื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ โดยใช้ชีวิตให้เต็มที่แล้วจริงๆ
ก่อนที่จะต้องมาเผชิญโลกภายนอกและเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว .....
ข้อแรก "หมายเหตุ: ใช้ชีวิตกับคนในครอบครัวให้คุ้มค่าและเต็มที่ทุกนาที"
ทำไมนะหรอ ... เราถึงมองเรื่องของครอบครัวเป็นข้อแรก เพราะมันอาจจะไม่มีวันพรุ่งนี้สำหรับใครบางคน ถ้าคนที่เป็นลูก พ่อ หรือแม่
ก็ตามอยากให้ใช้ชีวิตกับคนในครอบครัวของคุณให้มากที่สุด เพราะเมื่อเวลาที่ดีมันเลยผ่านพ้นไปแล้ว คุณอาจจะไม่มีวันข้างหน้ากับคนในครอบครัว
ของคุณอีกเลยก็ได้ การที่ได้กอด แสดงออกถึงความรู้สึกต่างๆ รวมทั้งการบอกว่าคุณรักเค้ามากแค่ไหน มันเป็นอะไรที่อบอุ่นและรู้สึกดีมากๆ
พ่อแม่บางคนอาจจะเคี่ยวเข็ญและเข้มงวดกับลูกจนเกินไป เพราะเค้าอาจมองว่าตัวเค้าเองลำบากมาก่อน และอยากให้ลูกขยันเพื่อจะได้มีอนาคตที่ดี
และมั่นคง แต่ถ้าถามฉันนะ...ฉันคิดว่าอยากให้คนที่เป็นพ่อเป็นแม่คิดซะใหม่ ... และจงใช้ชีวิตที่มีอยู่กับลูกและสอนให้เค้าเป็นคนดี มีจิตใจที่ดี
และรู้จักแก้ไขปัญหาต่างๆ ด้วยเหตุและผลที่ถูกต้องดีกว่า ใช้เวลาอยู่กับลูกให้นานๆ เพราะเวลาที่เค้าโตขึ้นแล้วนั้น เค้าจะไม่มีเวลาให้กับคุณอีกต่อไป เพราะชีวิตของเค้าจะขึ้นอยู่กับเพื่อนและสังคม เพราะฉะนั้นถ้าเรารู้จักที่จะปลูกฝังสิ่งดีๆ และความคิดที่ดี มันจะทำให้ลูกเข้มแข็งและอดทน
เมื่อโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่... และอย่าโกรธเมื่อลูกหรือคนในครอบครัวทำผิด แต่ควรบอกให้เค้ารู้ว่า เรามีความคิดเห็นอย่างไรต่อสิ่งที่เค้าทำ...
เพราะมุมมองของแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันออกไป ... เนื่องด้วยเจตนาที่ต่างกันออกไปด้วย สอนให้เค้ารู้และเข้าใจว่ามันทำให้เรารู้สึกเสียใจ
และเป็นห่วงเค้ามากแค่ไหน ดีกว่าใช้อารมณ์และความโกรธมาระบายหรือแสดงพฤติกรรมที่ไม่ดีออกมา
ข้อสอง "หมายเหตุ: ชีวิตในวัยเด็ก วัยเรียนและวัยทำงาน"
บางครอบครัวอาจจะเคี่ยวเข็ญและกวดขันให้ลูกเอาแต่เรียนๆ และก็เรียน แต่เค้าอาจลืมไปว่า การเรียนอาจจะไม่ใช้ทั้งหมดของชีวิต
ทำไมฉันถึงพูดแบบนี้อะหรอ เพราะทุกวันนี้ที่ฉันเห็นอยู่คือน้องบางคนที่เรียนจบมาก็ไม่ได้ทำงานในสายที่ตัวเองเรียนหรือไม่ก็ไม่รู้ว่าตัวเองอยากทำอะไร
เราควรปล่อยวางและดูว่าลูกเรานั้นมีทักษะทางด้านไหน และเค้ามีความสนใจอะไรมากกว่า ... และให้เค้าได้เรียนรู้ในสิ่งที่เค้าชอบตั้งแต่เด็กดีกว่าที่จะ
พยายามป้อนสิ่งต่างๆ ที่คนเป็นพ่อเป็นแม่คิดว่าดี และก็ดีเพียงอย่างเดียว ... ฉันเข้าใจนะ ว่าคุณคงอยากให้อะไรที่ดีที่สุดและสักวันนึงลูกจะต้องขอบใจ
ในสิ่งที่คุณเลือกให้ ... แต่ถ้าคุณไปลองอ่านชีวประวัติของบุคคลสำคัญต่างๆ คุณจะรู้ว่าเค้าได้เรียนรู้และทดลองทำในสิ่งที่เค้าชอบมากกว่า
และมันทำให้เค้าประสบความสำเร็จในชีวิต ถึงแม้การทดลองบางอย่างระหว่างทางของชีวิตเค้าจะล้มลุกคลุกคลานไปบ้าง แต่คุณเชื่อมั้ย...
ว่าบุคคลเหล่านั้น กลับมีความสุขในชีวิตที่ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรักและเค้าก็ทำได้ดีด้วยเช่นกัน .... และต่อให้คุณกำลังเป็นนักเรียนอยู่นั้น
ถ้าฉันจะแนะนำได้คงอยากให้คุณใช้ชีวิตในวัยเรียนให้เต็มที่ (ยกเว้นเรื่องความรักนะคะ) เพราะคุณรู้หรือไม่ ว่าถ้าคุณได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ
ที่นอกเหนือจากความรักให้เต็มที่แล้วนั้น ชีวิตของคุณจะไม่สับสนเลยว่า คุณอยากโตขึ้นมาทำอาชีพอะไร เพราะคุณจะตั้งใจและทดลอง
ที่จะไปทำในอาชีพนั้นๆ เพราะมันเป็นสิ่งที่คุณอยากทำและต่อให้คุณเรียนจนจบไปแล้ว แต่คุณก็อาจจะไม่ได้ทำอาชีพนั้นก็ได้
มันก็ไม่เป็นไรหรอกนะ เพราะอย่างน้อยคุณได้ทำในสิ่งที่คุณอยากทำ... ต่อให้ตอนคุณมาทำงานคุณได้ทำอีกอย่าง ...
แต่อย่างน้อยก็จงเชื่อเถิดว่า คุณได้ทำมันแล้วดีกว่าที่จะต้องมานั่งเสียใจตอนหลัง ว่าคุณยังไม่เคยได้ทำ ....
จงใช้ชีวิตเลือกในสิ่งที่คุณอยากทำ .... และตั้งใจทำมันให้ดี เพราะสุดท้ายผลมันจะเป็นอย่างไร อย่างน้อยในชีวิตหนึ่งของคุณก็เคยได้ทำ
และทำมันอย่างเต็มที่ .... จงเป็นวัยรุ่นที่กล้าคิดและทำในสิ่งที่ดี พยายามทำให้เต็มที่ เพราะโลกใบนี้มันกว้างและพร้อมที่จะให้คุณได้เรียนรู้
นอกเหนือจากจุดที่คุณยืนอยู่ .....
ข้อสาม "หมายเหตุ: ชีวิตการทำงาน"
จงอย่าคาดหวังว่างานที่คุณทำอยู่จะใช่งานที่คุณชอบ ข้อนี้อาจถูกใจใครหลายๆ คน เพราะบางคนอาจจะกำลังทำงานก้มหน้าก้มตา
ทำไปเพื่อเอาเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิต แต่งานที่ทำอยู่นั้น อาจจะไม่ใช่งานที่คุณรักหรือชอบเลยก็ได้ ... ถ้าเป็นคุณ? คุณจะเลือกทำงาน
ที่คุณรักหรืองานอะไรก็ได้ทำวนไปค่ะ 5555 ถ้าใครที่ยังเพิ่งเริ่มต้นทำงานนั้น อยากให้ลองตั้งใจและถามตัวคุณเองว่า คุณอยากทำอะไรกันแน่
และเริ่มต้นทำงานในสายงานนั้นนะคะ อย่ารีรอหรือไม่กล้าที่จะเสี่ยง ลองดูค่ะ ลองทำตั้งแต่ที่คุณยังเริ่มต้น อย่าปล่อยให้มันผ่านพ้นไป
เพราะสุดท้ายคุณก็จะเข้าสู่โหมดที่ไม่กล้าเปลี่ยน ถึงแม้ตอนเรียนปริญญาตรีคุณจะเรียนในคณะที่ออกมาหางานทำยากมาก หรือคุณคิดว่า
สมัครไปก็คงไม่ได้ เพราะไม่มีประสบการณ์ ... คุณคิดผิดค่ะ ก็เพราะคุณไม่มีประสบการณ์ไงค่ะ ถึงจะต้องออกไปหาประสบการณ์นั้นมา
ลองถามดูนะคะ อย่าปล่อยให้ถึงเวลาแล้วมานั่งเสียดาย ... เพราะถ้าคุณค้นหางานหรืออาชีพที่คุณชอบได้เร็วนั้นการที่จะประสบความสำเร็จ
มันก็จะยิ่งเร็วค่ะ เพราะสมัยนี้บางคนอายุยังน้อยแต่ได้เป็นเจ้านายคนที่อายุเยะมากกว่ามากมาย ..เพราะอะไร?? ก็เพราะคนเหล่านั้น
เค้าค้นหาตัวเองได้เร็วและตั้งใจทำมันให้ดี รวมถึงอย่าลืมต่อยอดความรู้ของตัวเองนะคะ เพราะคนที่จะประสบความสำเร็จได้นั้น
ต้องสะสมความรู้และประสบการณ์ให้ได้มากที่สุดค่ะ อย่าเก่งแต่ในคลังความรู้ที่คุณเคยเรียนมา แต่จงค้นหาความรู้นอกห้องเรียน
หรือตำราด้วยค่ะ
ข้อสี่ "หมายเหตุ: จงใช้สติ"
ชีวิตคือชีวิต .... ตลอดชีวิตก็จะมีเรื่องต่างๆ เข้ามามากมายไม่ว่าจะเป็นความสุขหรือความทุกข์ แต่สิ่งที่ควรตั้งมั่น คือ สติ
เพราะถ้าคุณใช้ชีวิตด้วยสติ ชีวิตของคุณก็พร้อมที่จะยอมรับสิ่งต่างๆ ที่เข้ามา เพราะไม่ว่ามันจะดีหรือร้าย คุณก็จะไม่เครียดหรือกังวล
คุณเพียงแต่เชื่อว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้น มันมีเหตุและผล เพียงแค่เมื่อมันเกิดขึ้นมาคุณอาจจะรู้สึกดีใจ ผิดหวัง หรือเสียใจ ....
แต่มันก็จะทำให้คุณสามารถควบคุมและใช้ชีวิตได้เป็นอย่างดี ... จงอย่าลืม ตั้งสติ เมื่อคุณต้องเผชิญสิ่งต่างๆ บนโลกใบนี้
และจงมีความสุขกับชีวิตให้คุ้มค่าทุกนาที ... ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เดี๋ยวมันก็ผ่านไป อย่าท้อถอยค่ะ #สู้สู้