ทำงานเข้าปีที่ 3แล้ว รู้สึกไม่เหมือนเดิม ไปต่อ หรือพอแค่นี้🤷🏻‍♀️

หนูเริ่มทำงานตั้งแต่อายุ 14 เพราะครอบครัวมีปัญหา พ่อติดคุก ไม่มีทางเลือก ต้องโตเร็ว ต้องหาเงินเอง จากเด็กคนหนึ่งที่ควรได้ใช้ชีวิต กลายเป็นคนที่ต้องรับผิดชอบทุกอย่าง ทำงานหนักทั้งเรียนทั้งควบสองร้าน ตั้งแต่เช้าถึงตีสามตีสี่
พอเหลือร้านอาหารอีสาน-ไทยร้านเดียว ร้านนี้เคยเป็นมากกว่าที่ทำงาน
หัวหน้าไม่ได้เป็นแค่หัวหน้า
แต่เหมือนพี่ เหมือนน้า เหมือนอา เหมือนคนในครอบครัวที่สนิทกันมากๆ
เวลามีเรื่องอะไร หนูคุยกับเขาตลอด ทั้งเรื่องเรียน เรื่องพ่อ เรื่องแฟน เรื่องอนาคต เขาเคยช่วยค่าเทอม ช่วยเงินตอนพ่อมีปัญหา พาไปเที่ยวทุกปี เลี้ยงข้าว ซื้อของให้ ให้คำปรึกษา ทำให้รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้อยู่คนเดียว
สวัสดิการร้านถือว่าดีสำหรับร้านเล็กๆ
ค่าแรงวันละ 300 บาท ไม่รวมทิป
ทิปบางวันได้หลักร้อย ถ้ามีงานจัดเลี้ยงได้ถึงพันสองพัน
หยุดงานค่อนข้างยืดหยุ่น ขอแค่บอกล่วงหน้า 1-2 วัน
เบิกเงินล่วงหน้าได้
อาหารทำกินเองได้ในร้าน
ไม่มีโอที แต่การอยู่ดึกเป็นเรื่องน้ำใจและความเกรงใจมากกว่า
ช่วงแรกหนูทำงานแบบเต็มร้อย มาถึงก่อนเวลา 1-2 ชั่วโมง ทำได้ทุกอย่าง เสิร์ฟ รับออเดอร์ ทำความสะอาด เข้าครัว เป็นผู้ช่วยเชฟ แบกอิฐแบกปูนตอนปรับปรุงร้าน อยู่ปิดร้านดึกๆ เที่ยงคืน ตีหนึ่งเกือบสองปีโดยไม่ได้คิดอะไร เพราะเป็นเรื่องของน้ำใจและความเกรงใจมากกว่า
ตอนนั้นร้านครึกครื้นมาก ลูกค้าเยอะ เสียงหัวเราะเต็มร้าน บรรยากาศมันมีชีวิตชีวา
แต่พอเวลา ผ่านไป ทุกอย่างเริ่มเปลี่ยน พี่พนักงานชุดเก่าก็ออกกันหมด
ลูกค้าน้อยลง บรรยากาศเงียบลง  ความเครียดของหัวหน้าเพิ่มขึ้น เขาต้องวิ่งหาเงินมาจ่ายลูกน้องทุกวัน ต้องแบกรับภาระร้าน ครอบครัว ลูก ความกดดันมันหนักมาก ซึ่งหนูก็พยายามเข้าใจ
แต่คำพูดบางคำมันก็ยังเจ็บ
โดยเฉพาะตอนที่หนูถูกวินิจฉัยว่าเป็นซึมเศร้า ได้ยามากิน แต่กลับถูกล้อว่าเป็นบ้า ไม่สนับสนุนให้รักษา เปรียบเทียบชีวิต และไม่รับฟัง สุดท้ายหนูเผายาทิ้ง เลิกยาเองหนูรู้ว่ามันไร้สาระมันผิด แต่เพราะคำพูดเขามันดังในหัวทุกวัน
เรื่องเรียนก็เคยถูกดูถูกว่าเข้าโรงเรียนดีๆไม่ได้ โดยอ้างว่า "ขนาดฉันยังเข้าไม่ได้เลย" ทุกคำพูดของเขาเหมือนการพูดติดตลกคิดว่าหนูไม่ได้เก็บเอาไปจริงจัง
เพื่อนร่วมงานเอง ทุกคนมีข้อดีหมด ทุกคนเป็นคนดี อัธยาศัยดี ทำงานเก่งในแบบของตัวเอง แต่ในบางมุม หนูก็ต้องมาทนกับการโดนวีน แขวะ นินทา หรือความลำเอียงเล็กๆ ที่เขาก็อาจจะไม่ได้ตั้งใจทำหรือไม่รู้ตัวว่าทำ
มันไม่ใช่ที่ที่แย่ทั้งหมด
แต่มันก็ไม่ใช่ที่ที่อบอุ่นเหมือนเดิม
ที่หนักที่สุดตอนนี้ คือความสับสนในตัวเอง
หนูเริ่มถามตัวเองว่า
จริงๆแล้วที่อยากออก เพราะที่นี่แย่ลง
หรือเพราะหนูเองขี้เกียจ ไม่ตั้งใจทำงานเหมือนเดิม?
ช่วงแรกหนูมีไฟมาก ทำทุกอย่างเต็มที่ ใส่ใจลูกค้าเต็มร้อย
แต่ตอนนี้เหมือนแค่ทำไปวันๆ
รู้หน้าที่ว่าต้องพูดอะไร ต้องทำอะไร ต้องยิ้ม ยิ้มก็แบบฝืนๆแข็งๆ ปากยิ้มแต่สายตาไม่ได้ยิ้มเลย
ในใจมันไม่ได้รู้สึกอยากบริการเหมือนเดิม
มันเหมือนหมดไฟ
หรือมันแค่เบื่อ?
หรือหนูโตขึ้นแล้วเลยไม่ตื่นเต้นเหมือนเดิม?
บางทีก็โทษตัวเองว่าเป็นเพราะตัวเองเปลี่ยน
บางทีก็รู้สึกว่าสภาพแวดล้อมมันบั่นทอนจริงๆ
เหตุผลที่อยากออก
เหนื่อยกับคำพูดที่บั่นทอน
เหนื่อยกับบรรยากาศที่ไม่เหมือนเดิม
เหนื่อยกับการที่ต้องฝืนยิ้ม
และรู้สึกว่าตัวเองไม่เติบโตแล้ว
เหตุผลที่ยังไม่ออก
ความผูกพันและบุญคุณ
สวัสดิการที่ยืดหยุ่น
รายได้รวมทิปที่ค่อนข้างดี
ความคุ้นเคย 3 ปีเต็ม
ภาระผ่อนรถ
และความกลัวว่าจะเจอที่ที่แย่กว่า
มันเลยกลายเป็นความรู้สึกติดอยู่ตรงกลาง
อยู่ต่อก็ไม่สุด
จะไปก็ไม่กล้า
ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังหมดไฟจริงๆ
หรือแค่กำลังหลงทางอยู่เฉยๆ
และไม่รู้ว่าควรอดทนต่อเพราะบุญคุณ
หรือควรเลือกตัวเอง ก่อนที่ใจจะเหนื่อยไปมากกว่านี้ 🥲
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่