Nourish ชุดเซรามิกจากกระดูกคน 200 ชิ้น

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
Nourish Dinnerware Inspires New Perspectives on Death





เมื่อตอนที่ ผมเห็นคุณปู่ตายในบ้านของท่าน
มันได้สร้างความสะเทือนใจให้กับผมเป็นอย่างมาก
บ้านคือสถานที่ผมเคยคุ้นเคยและใช้ชีวิตส่วนใหญ่ร่วมกับท่าน
ท่านตายด้วยโรคชราภายในบ้านของท่าน
ความทรงจำและความคิดคำนึงมากมายเกี่ยวกับความตายของท่าน
ทำให้ผมอยากสร้างชิ้นงานศิลปะ
ที่ทำให้คนอื่น ๆ ที่มีประสบการณ์ร่วมกัน
ทำใจได้กับยอมรับเผชิญหน้ากับความตายในชีวิตประจำวัน

ผมเริ่มสะสมเศษกระดูกด้วยการสั่งซื้อทางอินเทอร์เน็ต
จากตัวแทนจำหน่ายกระดูกที่มักจะขายให้กับ
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญและนักสะสมที่ชอบเรื่องราว/ของที่แปลกประหลาด
ผมได้ซื้อเศษกระดูก 200 ชิ้นจากสถานที่แตกต่างกัน 200 แห่ง

ผมมีพื้นฐาน/ทักษะในเรื่องเซรามิก
ผมรู้ว่าเถ้ากระดูกเป็นส่วนผสม
ที่พบบ่อยมากในการเคลือบเซรามิก
ดังนั้นผมจึงพัฒนาสูตรพิเศษที่ใช้ในการเคลือบ
ส่วนผสมที่มี ดินเหนียว ซิลิกา เฟลด์สปาร์
และผงเถ้ากระดูกคนที่ตำกับครกอย่างละเอียด
ผมใช้เวลาถึง 4 เดือนในการออกแบบ
และผลิตชุดอาหารค่ำสำหรับคน 8 คน

เมื่อชิ้นงานชุดอาหารค่ำที่ผมออกแบบปั้นขึ้นรูปเสร็จสมบูรณ์แล้ว
ผมได้เคลือบชิ้นส่วนงานแต่ละชิ้นด้วยน้ำเถ้ากระดูกของคน
ผมได้เผาชิ้นงานในเตาเผาเซรามิกที่อุณหภูมิ
2,400 องศาฟาเรนไฮต์ (1,315.6 องศาเซนเซียส)
ชิ้นงานที่เคลือบแล้วจะมีสีฟ้าอ่อนมันวาว
ประกอบด้วย ถ้วย แก้ว จาน ชาม
ผมตั้งชื่อชุดอาหารเย็นนี้ว่า Nourish

เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จของชุดอาหารเย็น Nourish
ผมได้เชิญเพื่อน ๆ มารับประทานอาหารเย็นด้วยกัน
ผมให้บริการ เนื้อหมูสันใน หน่อไม้ฝรั่ง และสลัดคีนัว quinoa
ที่วางใส่ชุดอาหารเย็น Nourish ที่มี จาน ชาม แก้วน้ำ
ขณะที่เพื่อนร่วมโต๊ะอาหารเย็นต่างพูดคุยกัน
ถึงประสบการณ์มุมมองและทัศนคติเกี่ยวกับความตาย
การรับประทานอาหารค่ำคืนนั้นผมได้บันทึกวิดีโอไว้

ในตอนที่ ผมได้บอกเพื่อนผม
ที่มาของชุดอาหารเย็น Nourish ของผม
ผมกลับได้รับคำร้องที่ประหลาดใจจากเพื่อน
ด้วยการขอให้ผมนำเถ้ากระดูกคนรักมาทำเป็นเซรามิก
แทนการเฝ้ามองภาพถ่ายหรือจบลงแค่งานเผาศพ
พวกเขาต้องการที่จะได้สัมผัสรับรู้
ความทรงจำกับคนรักในชีวิตประจำวัน
ด้วยของเหล่านี้จะทำให้พวกเขาอยู่ด้วยกันอย่างใกล้ชิด

แนวความคิดนี้ทำให้ผมได้เปิดตัวธุรกิจ Chronicle Cremation Designs  https://goo.gl/rmdNIe
ในเดือนตุลาคม ปีนี้  ให้ลูกค้าแจ้งความประสงค์จะให้ทำของที่ระลึกในรูปแบบต่าง ๆ
เช่น แก้วกาแฟ  เครื่องประดับ โคมไฟ และอื่น ๆ ที่ขึ้นรูปจากเซรามิค

โครงการศิลปะที่มีแรงบันดาลใจจากโศกนาฏกรรม คือ ธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงวิธีคิดคนเราเกี่ยวกับความตายและความทรงจำ


ผมซื้อกระดูกคนจากที่ต่าง ๆ กันทางออนไลน์ 200 ชิ้นจากตัวแทนจำหน่าย



ผมรู้ว่าเถ้ากระดูกคือส่วนผสมพื้นฐานในการเคลือบเครื่องปั้นดินเผา
ผมจึงได้พัฒนาชุดอาหารเย็นและใช้เลี้ยงอาหารค่ำได้ถึง 8 คน



ครั้งแรก ผมต้องใช้ครกตำกระดูกให้เป็นผงละเอียด



แล้วผมปั้นดินเหนียวให้เป็นชุดอาหารค่ำ



ผมเคลือบชิ้นงานเครื่องปั้นจากน้ำเคลือบที่มีส่วนผสมเถ้ากระดูก
แล้วเผาพวกมันในเตาเผาที่อุณหภูมิ 2,400 องศาฟาเรนไฮห์ (1,315.6 องศาเซนเซียส)



ชุดแก้วน้ำ เหยือก จาน ชาม ที่ออกมามีสีฟ้าอ่อนมันวาว



เพื่อเฉลิมฉลองชุดอาหารค่ำ Nourish ผมได้จัดงานเลี้ยงอาหารค่ำ



หลังจากนั้นเริ่มมีคนขอร้องให้ผมทำเป็นสินค้าด้วยการใช้เถ้ากระดูกของคนรัก



แทนที่จะมองแค่ภาพถ่ายหรือจบลงเพียงแค่การเผาศพในเมรุ
พวกเขาต้องการสัมผัสความทรงจำกับคนรักในชีวิตประจำวัน



มันวิธีการที่ทำให้พวกเขาได้ใกล้ชิดกัน



ด้วยแนวคิดนี้ ผมได้สร้างเว็ปไซด์  https://goo.gl/rmdNIe
และเสนอชิ้นงานลูกค้าที่ผลิตได้ เช่น แก้วกาแฟ เครื่องประดับ และอื่น ๆ




เรียบเรียง/ที่มา

https://goo.gl/0DbjU4




เรื่องเดิม

http://pantip.com/topic/32713329  เถ้ากระดูกทำเป็นเพชรราคาไม่เกินแสนห้าหมื่นบาท

http://pantip.com/topic/32802430  เถ้ากระดูกตอนนี้ไปแปรรูปอะไรได้บ้าง ?





เรื่องเล่าไร้สาระ



เจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน) ในหน้าหนังสือพิมพ์ฝรั่งเศส กับการถวายสาส์นจากพระนารายณ์มหาราช


ไทยติดต่อกับฝรั่งเศสครั้งแรกในสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14
ออกพระวิสุทธสุนทร ราชทูต (เจ้าพระยาโกษาธิบดี)
ออกหลวงกัลยาราชไมตรี อุปทูต ออกขุนศรีวิสารวาจา ตรีทูต
และผู้ติดตามประมาณ 30 คน
โดยมี Guy Tachard บาทหลวงคณะเยซูอิต นิกายโรมันคาทอลิค
ที่มาสอนศาสนาคริสต์ในกรุงศรีอยุธยาทำหน้าที่เป็นล่าม
มีตำนานว่าท่านได้ภริยาพระราชทาน 1 คนเพราะอยู่ที่นั่นเกือบ 2 ปี
แต่ได้ทิ้งภริยาและบุตรไว้ที่ฝรั่งเศสตอนกลับสู่สยาม
และยังมีข้าราชการส่วนหนึ่งไม่ยอมกลับบ้านเกิดเมืองนอน
มีครอบครัวและลูกหลานตั้งรกรากอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศสตั้งแต่ยุคนั้น



Guy Tachard บาทหลวงคณะเยซูอิต  ที่เป็นล่าม



บันทึกรายวันของออกพระวิสุทธสุนธร (โกษาปาน) หน้า ๓๕  ด้านที่ ๑  ที่มา https://goo.gl/zTeJqL



ข้อมูลเพิ่มเติม

https://goo.gl/zTeJqL
https://goo.gl/ZwdTyX
https://goo.gl/AsoMgZ
https://goo.gl/pazQsE

เคยอ่านพบว่ามีคนไทยไปเที่ยวในย่านเมืองเก่า
ที่มีประวัติว่า เคยมีคนไทยสมัยพระนารายณ์ไปพำนักอยู่แถวนั้น
แล้วพบว่ามีหลายครอบครัวยังใช้ครกตำสมุนไพรแบบไทยอยู่
แต่บอกว่าจำไม่ได้ว่าวิธีการนี้มาจากไหน
รู้แต่ว่าเป็นของเก่าดั้งเดิมมีมานานและใช้งานมานานแล้ว
และไม่มั่นใจว่ามีบรรพบุรุษเป็นคนไทยหรือไม่
เพราะเนิ่นนานมาหลายร้อยปีแล้ว
และมียุคหนึ่งที่ฝรั่งเศสสับสนอลหม่านกับการฆ่าฟันกันด้วยกิโยติน
ทำให้เอกสารและความทรงจำหลายอย่างลืมเลือนหายไปกับผู้คน
พอ ๆ กับการต้องเผชิญหน้ากับสงครามหลายต่อหลายครั้ง

อนึ่ง ครกของไทยก็เริ่มมีการขายส่งต่างประเทศมากขึ้น
โดยเฉพาะของอ่างศิลาที่มีการออกแบบชิ้นงาน
และเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวต่างประเทศ
รวมทั้ง Ikea ก็มีการขายครกหินอ่อนด้วย https://goo.gl/kW3ydH

ความแตกต่างระหว่างครกไทย กับ ครกฝรั่ง ที่เรียกว่า โกร่งบดยา



โกร่งบดสาร (A mortar and pestle) เป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับบดสารให้ได้ขนาดที่เล็กลง
หรือบดให้ละเอียด หรือใช้ผสมสารเคมีที่เป็นของแข็งเข้าด้วยกัน
ส่วนที่ใช้บด (pestle) มีลักษณะคล้ายกับไม้เบสบอล
ส่วนตัวโกร่ง(mortar) มีลักษณะคล้ายชามหรือถ้วย
โดยปกติในห้องปฏิบัติการโกร่งบดสารจะทำจากเซรามิกสีขาว
หรือทำมาจากหินก็ได้ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งาน วิธีใช้งาน
เพียงแค่ใส่สารที่ต้องการจะบดหรือผสมลงไปในโกร่ง
และใช้ pestle กดหรือบดสาร จนกระทั่งสารละเอียด
เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน ไม่ใช้วิธีการตำเพราะจะทำให้โกร่งบดสารแตกได้
Credit  : https://goo.gl/uPGhEp


ข้อมูลเพิ่มเติม  

https://goo.gl/tzAfxm
https://goo.gl/d8mtsL
https://goo.gl/42uO9v








คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
สารคดีวิถีไทย ปราชญ์ชาวบ้าน ตอน ครกหินอ่างศิลา


แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่