จากที่เคยตั้งกระทู้ไว้เมื่อ 2 ปีกว่าๆที่แล้ว วันนี้มาอัพเดทความสำเร็จการลดน้ำหนักของผู้ชายคนหนึ่ง

จากกระทู้ http://pantip.com/topic/32436403    ที่เคยตั้งไว้เมื่อ 2 ปีที่แล้ว วันนี้เข้ามาอัพเดทความก้าวหน้าในการลดน้ำหนักของผู้ชายคนหนึ่ง ที่เคยหนักถึง 230 กิโลค่ะ

น้ำหนักก่อนลด 230 กิโลกรัม (ชั่งที่ยิม) ใช้เวลาในการลดน้ำหนักประมาณ 1 ปีกว่าๆ ตอนนี้เหลือประมาณ 120 กิโลกรัม ถามว่าวันนี้เขาพอใจกับน้ำหนักของเขาหรือยัง คำตอบคือยังค่ะ พอลดได้ก็ละโมบ อยากลดให้ได้อีกเยอะๆ (แต่โดนเราสกัดด้วยของอร่อยไว้เรียบร้อยแล้ว haha)

ช่วงแรกของการเริ่มลดน้ำหนัก เขาทานแค่วันละมื้อ เฉพาะวันที่ไปออกกำลังกาย ระหว่างนี้เรากับเขาก็คุยกันอยู่ตลอด แอบเป็นห่วงว่าจะไหวหรือเปล่า ปกติเขาชอบทานมากๆ มีเท่าไหร่กินได้หมด ไม่รู้จักอิ่ม แต่พอเริ่มมาจริงจังกับการลดน้ำหนักเขาก็ลดการกินเลย เขาบอกต้องหักดิบไม่งั้นก็ลดไม่ได้ซะที เราพยายามบอกเขาอยู่ตลอดว่าให้ทานบ้าง ที่คุณทำเป็นการลดน้ำหนักที่ไม่ถูกต้องมันจะโยโย่ในภายหลัง เขาก็เถียงค่ะ ถ้าไม่ทำแบบนี้มันจะลดช้า พอไม่เห็นผลหรือเห็นผลช้าเขากลัวว่าจะถอดใจซะก่อน เขารู้สึกดีทุกครั้งที่พอขึ้นตาชั่งแล้วเห็นน้ำหนักลดลง (เขาชั่งอาทิตย์ละครั้งค่ะ) เราเลยเลิกเถียงเขา แล้วหันมาศึกษาวิธีฟื้นฟูระบบเผาผลาญแทน

เขาทานแค่วันละมื้อและไปยิมทุกวันอยู่ประมาณ 6 เดือน น้ำหนักลดไปประมาณ 80 กิโลกรัม เหลือ 150  ไซส์เล็กลงอย่างเห็นได้ชัด ก่อนหน้าที่จะเริ่มลดเขาใส่เสื้อยืดไซส์ 8 XL  เสื้อเชิ๊ต 10XL ช่วงนี้เขาต้องเปลี่ยนไซส์เป็น 4 XL สำหรับเสื้อยืดแล้วค่ะ ส่วนเสื้อเชิ๊ต เขาไม่ได้ใส่แล้ว

สำหรับการออกกำลังกาย มีเรื่องขำๆ ที่เขาเล่าให้ฟังตอนแรกที่ไปยิมค่ะ เนื่องจากเขามีปัญหาด้านหัวเข่า เลยวิ่ง หรือออกกำลังหนักไม่ได้ ทำได้แค่ปั่นจักรยานนั่งแบบมีพนักพิงหลัง วันแรกที่เข้ายิมเขาปั่นได้ 3 นาที แล้วก็แบกเป้กลับบ้านค่ะ เขาบอกเขาเหนื่อย แต่เขาก็ไปยิมทุกวันนะคะ เพิ่มเวลาในการปั่นทีละน้อย เช่น วันแรก 3 นาที วันที่ 2 เพิ่มเป็น 5 นาที วันที่ 3 เพิ่มเป็น 10 นาที จากนั้นก็ค่อยๆพัฒนาค่ะ ตอนนี้เขาปั่นได้ 1 ชั่วโมง หรือมากกว่านั้นด้วยค่ะ ด้วยระดับความหนืดประมาณ 17 ของเราใช้ความหนืดระดับ 7 ก็แย่แล้ว (เราเล่าอาจไม่ขำเท่าเขาเล่านะคะ)

ช่วงน้ำหนักตัวประมาณ 180 โล เขามีการปรับการออกกำลังกาย คือเข้ายิมวันเว้นวัน เพิ่มเวทเทรนนิ่งเข้ามา และใช้เวลาในยิมแต่ละครั้งประมาณ 1.30 – 2 ชั่วโมง... ก็เหมือนเดิมค่ะ เขาเล่นได้แค่ อก ไหล่ แขน หลัง หน้าท้อง ส่วนขานี่ยังเล่นไม่ได้ค่ะ นอกจากปั่นจักยานแล้ว ช่วงนี้เขาใช้ อิลิปติคอล ได้ด้วยนะคะ ปรับไม่ให้เข่าต้องงอมากได้  เราถามเขาว่าเจ็บเข่าหรือเปล่าตอนที่ใช้ เขาบอกไม่ค่ะ ตอนนี้ก็ยังออกกำลังด้วยเครื่องนี้สลับกับจักรยานอยู่ ไม่มีอาการปวดเข่า เราก็โอเค

หลังจากเพิ่มเวทเทรนนิ่ง ถัดมาเขาก็ปรับวิธีการทานค่ะ มื้อหลักยังคง 1 มื้อเหมือนเดิม  แล้วเสริมด้วยเวย์โปรตีนอีก 1 มื้อ เพิ่มลูกเล่นมาเป็นโปรตีนคุ๊กกี้ โปรตีนแพนเค้ก แอปเปิ้ลเนยถั่ว อะไรประมาณนี้

เราเดินทางมาหาเขาเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ตอนนั้นน้ำหนักตัวเขาอยู่ที่ 130 กิโลกรัม และ 4 เดือนที่เราอยู่ที่นี่ น้ำหนักเขาลดลงประมาณ 7 - 10 กิโล อยู่ในช่วง 120 – 123 ประมาณนี้ ส่วนอาหาร ตอนนี้ทานมื้อหลักครบ 3 มื้อ เพิ่มมื้อย่อย อีก 2 มื้อ จากที่คำนวนในโปรแกรมเฉลี่ยต่อวัน ตกวันละประมาณ 3000 แคลลอรี่ เราไม่ได้ทำอาหารคลีนนะคะ เราทำอาหารปกติ เน้น ต้ม นึ่ง ย่าง อกไก่ ปลา ไก่งวง หมูไม่ติดมัน เนื้อ ผัดผักบ้างในบางมื้อ สลัด ผลไม้ มีชีทเดย์สัปดาห์ละวันคือวันอาทิตย์ อยากกินอะไรก็สั่งมา แล้วเราจะจัดให้ (ถ้าทำได้.... ทำไม่ได้ก็โทรสั่งค่ะ)

ตอนนี้เขาชอบอาหารไทยมากโดยเฉพาะปลา 3 รส กับกรอบเค็ม ทำทีไรแทบจะเลียกะทะ เราเลยมีดีลกันค่ะ ถ้าเขาคุมน้ำหนักให้ได้ 120 เป็นเวลา 1 สัปดาห์โดยไม่แกว่งได้ เราจะทำปลา 3 รสให้ทาน และถ้าคุมได้ถึง 2 อาทิตย์ เขาจะได้กรอบเค็มมาเพิ่มอีกเมนูด้วยค่ะ
ถามว่าทำไมถึงต้องทำดีลกัน ถ้าเขาทานเฉพาะที่เราทำให้ทาน เราว่าน้ำหนักเขาลงได้อีก (ถึงจะลงช้าหน่อยก็เถอะ) ไม่แกว่งขึ้น แกว่งลงขนาดนี้ ที่เป็นแบบนี้เพราะเขาแอบทานช็อคโกแลต เวลาไปทำงานด้วยค่ะ ซื้อทีไม่ใช่ห่อเล็กๆ แล้วก็ทานทีเดียวหมดด้วย (เราเคยแซว ช็อคโกแลตเก็บได้เป็นปีไม่ต้องรีบทานให้หมดขนาดนั้นก็ได้)

ตอนนี้เขาใส่เสื้อไซส์ XXL หรือ XL ส่วนกางเกงยังใช้ XXXL เขาซื้อไซส์ XXL มาแล้ว แต่ยังใส่ไม่ได้  ติดผิวหนังส่วนเกินเนื่องจากลดน้ำหนักเร็วเกินไป  1 ปี กว่าๆ น้ำหนักหายไป 110 กิโลกรัม ทำให้เขาย้วยค่ะ ต้นแขนต้นขา และพุง  ติดต่อแพทย์ไปแล้วเรื่องผ่าตัดผิวหนังส่วนเกิน คุณหมอบอกต้องให้น้ำหนักคงที่ 1 ปีก่อน แล้วถึงจะทำนัดให้เข้าผ่าตัดตอนนี้ก็เข้ายิม ทำเวทเทรนนิ่งเท่าที่จะเทรนได้

ที่สำคัญคือตอนนี้สุขภาพเขาดีขึ้นมากเลยค่ะ ไม่ต้องทานยาลดความดันแล้ว ไม่มีอาการบวมน้ำที่ขา เดินเหินสะดวก และมีความมั่นใจมากขึ้นแล้ว

แค่นี้เราก็ยินดีมากๆแล้วจริงๆค่ะ พาพันยิ้ม


กระทู้นี้ตั้งขึ้นมาเพื่ออัพเดทให้ท่านสมาชิกที่เคยให้คำแนะนำได้ทราบถึงความก้าวหน้าในการลดน้ำหนักค่ะ รวมถึงเป็นแรงบันดาลใจให้กับใครที่กำลังอยากลดน้ำหนักด้วยนะคะ …. เคสของแฟนเราเขาเริ่มต้นที่ใจค่ะ

ขอลงรูปเขาแค่นิดหน่อยเพื่อให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงนะคะ เพราะเขาไม่ค่อยอยากเป็นบุคคลสาธารณะสักเท่าไหร่

ขอสงวนสิทธิ์ในภาพนะคะ ห้ามทำสำเนาเพื่อการค้า หรือเผยแพร่ที่อื่น หากต้องการแชร์รบกวนแชร์จากลิงค์ของพันทิปนะคะ ขอบคุณมากๆค่ะ

Before&After ค่ะ




ไอดอลของเขาเอง


อาหารการกินต่างๆของเขา เขาทำเองค่ะ คลีนมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ที่เห็นนั่นไม่ได้เยาะอะไรเพิ่มเลยนะคะ  มีโรยชีสเพิ่มแต่เป็นชีสโลว์แฟทค่ะ เกลือ น้ำตาล ซอสอะไรไม่มีเลย




ของว่างค่ะ เป็นสีสรรช่วงที่กำลังลดน้ำหนักอยู่





ไม่ใช่กระทู้รีวิวเพราะเจ้าของกระทู้ไม่ได้เป็นผู้กระทำเอง เป็นกระทู้บอกเล่าเก้าสิบแล้วกันนะคะ หวังว่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลายๆคนได้ แฟนเจ้าของกระทู้เริ่มที่ใจ ตั้งใจแล้วเริ่มเลย อยากปรับเปลี่ยนแก้ไข เราปรับได้ในระหว่างทาง

จบแล้วค่ะ

ปล.เวลาที่ใช้ในการโพสต์ 3 ชั่วโมง 21 นาที ทั้งพิมพ์และย่อรูป ดังนั้นเจ้ากของกระทู้หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะไม่มีดราม่าเกิดขึ้นนะคะ
เพราะเราจะเสียดายเวลาที่ใช้ไปมาก

แก้ไขรูปและปรับประโยคให้กระชับขึ้นนิดหน่อยค่ะ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่