อดีตของคนเศร้า...ปัจจุบันของคนเจ็บ...

อดีตของคนเศร้า...ปัจจุบันของคนเจ็บ...

Beginning the special


“ฉันถามแกแต่แรกแล้ว  ว่าแกอยากเห็นจริงๆ เหรอ”  คำบอกกล่าวเจือความเป็นห่วงของส้มถูกเอ่ยขึ้นจากเบาะนั่งข้างคนขับ  ในขณะที่แม็คและผู้พูดมองภาพสาวลูกครึ่งในชุดนักศึกษากับเพื่อนชายอีกคน  คล้ายกำลังยืนล่ำลากันตรงหน้าทางขึ้นคอนโดมิเนียมหรูในเวลาสองทุ่มเศษ

“ชื่อแฟล็กงั้นเหรอ...”  น้ำเสียงเศร้าคล้ายรำพึงของชายหนุ่มแม้จะเบามาก  แต่ก็ทำให้ส้มที่ตั้งใจรอฟังอยู่แล้วจับความได้

“น้องคนที่สอบทุนได้ที่สองรองจากแกนั่นแหละ”  แม้คำถามของแม็คจะเหมือนต้องการคำตอบอื่น  แต่เพื่อนสาวคนสนิทก็รู้ว่าอีกฝ่ายอยากฟังอะไร

แม็คก้มหน้าซบกับพวงมาลัยรถ  หลับตาเพื่อลบภาพเบื้องหน้า  แม้จะรู้ดีว่ามันไม่ได้ทำให้ใจทุเลาอาการเจ็บลง  แต่...มันคงเป็นสิ่งที่ดีที่สุดซึ่งทำได้ในเวลานี้

“แกอยากจะกลับหรือยัง”  คำพูดที่ไม่ได้มีเนื้อหาปลอบใจเลยแม้แต่น้อย  แต่ก็รู้ได้ว่าส้มเป็นห่วงเพื่อนสนิทขนาดไหน

“...”

“แกจะกลับหรือยังแม็ค”  เมื่ออีกฝ่ายนิ่งเงียบไม่ตอบ  ส้มจึงย้ำคำถามเดิมอีกครั้ง

ผู้ถูกถามถอนหายใจยาวก่อนจะเงยหน้าขึ้น  “แกรีบไหม...ไปหาอะไรดื่มกะ...”  แม็คต้องชะงักคำพูด...เมื่อ หญิงสาวและชายหนุ่มที่สองเพื่อนสนิทจับตาดูอยู่เดินเข้าคอนโดมิเนียมไปด้วยกันอย่างไม่คาดคิด

“ส้ม!...นี่มันอะไรกัน”  แม็คหันมาถามอีกฝ่ายหน้าตาตื่น

“ฉะ...ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน”  ส้มเองก็รู้สึกตกใจกับภาพที่เห็น  เพราะแม้จะรู้ว่าวอลเลนซ์ซึ่งเป็นแฟนเก่าของแม็คคบกับผู้ชายคนอื่น  แต่ก็ไม่คิดว่ารุ่นน้องสาวจะกล้าพาผู้ชายขึ้นห้องแบบนี้

แม็คเปิดประตูหุนหันลงจากรถมุ่งตรงไปหน้าคอนโดมิเนียมด้วยอารมณ์พุ่งสุดขีด

“แม็ค!...แม็ค!...แกอย่าทำแบบนี้เลย”  สองแขนของส้มโอบเอวเพื่อนสนิทเพื่อรั้งไว้  “พอเถอะแม็ค  พอเถอะ  แกเป็นคนเลือกเอง  แกเลิกกับเขาเองนะแม็ค!”

น้ำตาของหญิงสาวหลั่งนองหน้าพร้อมน้ำเสียงสั่นเครือ  “แค่นี้แกยังเจ็บไม่พออีกเหรอ  แกเลือกแล้วแม็ค  แกเป็นคนเลือกให้น้องเขาไป...”

แม็คพยายามแกะสองแขนของหญิงสาวออกจากเอว  แม้ธรรมดาแล้วเรี่ยวแรงของชายหนุ่มอย่างเขาจะมากกว่าผู้หญิงบอบบางอย่างส้มมากก็ตามที  แต่ครั้งนี้เขาต้องพ่ายแพ้เพราะหัวใจที่เจ็บหนักปิดกั้นกำลังกายทั้งหมดที่มี

ชายหนุ่มทรุดตัวลงคุกเข่า  น้ำตาเอ่อท่วมใบหน้าพร้อมเสียงร่ำไห้ที่ไม่เคยมีใครได้เห็นมาก่อน

ส้มโอบกอดเพื่อนสนิทจากด้านหลัง  “มันไม่เหมือนเดิมแล้วแม็ค  แกต้องทำใจ  แกต้องทำใจให้ได้”

“ฉันทำไม่ได้  ฉันทำใจไม่ได้เลยส้ม  ฉันทำไม่ได้”

“ยังไงแกก็ต้องยอมรับนะแม็ค  ไม่งั้นแกจะเดินต่อไปข้างหน้าไม่ได้”  สำหรับส้มแล้ว...รู้ดีว่าคนผิดของเรื่องนี้คือแม็คเอง  แต่ก็คงไม่มีประโยชน์อะไรกับการจะต่อว่าเพื่อนที่กำลังได้รับผลของมันอย่างสาหัส

“ทำไมมันต้องเป็นแบบนี้  ทำไม!!!”  เหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านพ้นไปแม้ชายหนุ่มจะรู้ดีถึงที่มา  แต่ผลมันรุนแรงเกินคาดไว้  เพราะเขาเองคบกับวอลเลนซ์มากว่าสามปี  ยังไม่เคยแม้กระทั่งได้เห็นประตูห้องของแฟนสาวเลยสักครั้ง  แต่วันนี้...

...

“ขอทงคัตสึหมูดำคุโรบูตะสันในค่ะ”  ส้มเอ่ยกับเด็กเสิร์ฟก่อนจะละสายตาจากเมนู  เพื่อถามแม็คว่าจะเอาอะไรไหม  แต่ก็ต้องหยุดความคิดนั้นไว้  เพราะข้าวหน้าไข่หมูดำคุโรบูตะที่อยู่ตรงหน้าชายหนุ่ม  ดูเหมือนยังไม่พร่องไปแม้แต่คำเดียว  และจริงๆ แล้วเพื่อนชายเป็นฝ่ายมานั่งรอเธออยู่ที่ร้านอาหารญี่ปุ่น  ในสนามบินนี้ราวครึ่งชั่วโมงก่อนหน้า  ถ้าเขาอยากได้อะไรคงสั่งไปตั้งนานแล้ว
    
ส้มมองสีหน้าเศร้าสร้อยของเพื่อนสนิทที่กำลังเขี่ยอาหารในจานวนไปวนมา  ก็พาลไม่อยากกินอะไรจนต้องวางตะเกียบลง  “แกอยากถามอะไรฉันหรือเปล่า”
    
“...”
    
“แม็ค!...แกได้ยินที่ฉันพูดไหม”  เสียงเข้มของเพื่อนสาวทำให้ชายหนุ่มหลุดออกจากอาการเหม่อลอย  และเงยหน้าขึ้นจากจานอาหาร
    
“อ๋อ...ได้ยินสิ  แกว่าไงนะ”
    
“ฉันถามแกว่าแกมีอะไรอยากถามฉันไหม”  ส้มส่ายหัวด้วยสีหน้าเคืองๆ
    
“วอลเลนซ์...เป็นไงบ้าง”  คำถามที่ถูกแม็คเอ่ยออกมาด้วยท่าทางลำบากใจนั้น  เกิดจากความไม่แน่ใจในคำตอบว่า  อยากจะให้อีกฝ่ายตอบว่าสบายดีหรือตรงกันข้าม  มันจึงจะดีที่สุดกับหัวใจของเขาในเวลานี้
    
หญิงสาวถอนหายใจก่อนจะเอ่ย  “แกนี่นะ...ความจริงนี่มันก็ผ่านมาสามเดือนแล้ว  ฉันอยากให้แกตัดใจลืม  แต่แกยังเอาแต่คิดถึงเขาห่วงเขาอยู่แบบนี้  เมื่อไหร่แกถึงจะกลับมาเป็นตัวเองเสียที”
    
“...”
    
“สภาพแกตอนนี้มันอะไร  หนวดเครารุงรัง  ผมเผ้ายุ่งเหยิง  แล้วนี่...แกได้นอนบ้างหรือเปล่าแม็ค...”  หญิงสาวส่ายหน้าด้วยความระอา
    
“ตกลง...แกจะตอบฉันไหม”
    
ส้มมองเพื่อนสนิทด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์  “น้องไปแล้วล่ะ  ขึ้นเครื่องไปสักพักแล้ว”    
    
“ฉันหมายถึง...วอลเลนซ์ดูมีความสุขหรือเปล่า”  

แม็ครอคำตอบของอีกฝ่ายด้วยแววตาสั่นระริกคล้ายพร้อมจะปล่อยน้ำตาออกมาได้ทุกวินาที
    
ส้มถอนหายใจอีกครั้ง  “ก็ดูเศร้านิดหน่อยตอนบอกลาเพื่อนๆ  แต่รวมๆ น้องเขาก็ดูโอเคนะ  ได้ไปเรียนต่อเมืองนอกทั้งทีนี่”
    
“งั้นเหรอ  ก็...ดีแล้วล่ะ”  ชายหนุ่มเอนหลังพิงกับพนักเก้าอี้ก่อนจะเงยหน้าถอนหายใจยาว
    
“ขึ้นเครื่องพร้อมกับแฟนเขาเหรอ”  แม็คสบตากับเพื่อนสาวอีกครั้ง
    
ส้มพยักหน้าแทนคำตอบ
    
“งั้นฉันไปแล้วนะ”  แม็ควางธนบัตรหนึ่งใบลงบนโต๊ะอาหารก่อนจะลุกจากตรงนั้นไป
    
“เดี๋ยวแม็ค!”  ส้มลุกขึ้นคว้าท่อนแขนชายหนุ่มเอาไว้ก่อนเขาจะเดินจากไป
    
หญิงสาวล้วงบางอย่างออกจากกระเป๋าถือแล้ววางลงบนฝ่ามือของเพื่อนสนิท  “น้องอยากให้แกเก็บไว้  น้องบอกตอนให้แกมันมีแต่ความรู้สึกดีๆ อยากให้แกเก็บความรู้สึกดีๆ ของน้องเอาตลอดไป...ไม่อยากได้คืน”
    
แม็คมองดูสร้อยที่ร้อยไว้กับแหวนรุ่นของคนรักเก่าในมือเหมือนหัวใจมันไม่มีแรงเต้นไปชั่วขณะ  นัยน์ตาแดงก่ำที่พร้อมจะปล่อยหยดน้ำตาให้ไหลรินออกมา  ถูกปิดกั้นเอาไว้ด้วยเปลือกตาและเบือนหน้าหนี  ก่อนที่เขาจะใส่สิ่งที่ได้มาลงไปในกระเป๋ากางเกงยีนส์
    
“ขอบใจแกมากนะส้ม”  เมื่อพูดจบแม็คก็หันหลังและเดินจากเพื่อนสนิทไป
    
“แม็ค!”  หญิงสาวตะโกนเรียกเพื่อนชายอีกครั้ง  “แกสัญญากับฉันข้อหนึ่งได้ไหม”
    
แม็คหันกลับมามองเพื่อนสาวอีกครั้ง  “สัญญา...อะไร”  
    
“นี่ต้องไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่ฉันเจอแก”
    
ชายหนุ่มนิ่งเงียบกับประโยคของอีกฝ่ายไปครู่หนึ่ง
    
“ได้สิ...แกกับฉันต้องได้เจอกันอีก”  ...
    
“นั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่พี่เจอมัน...ก่อนจะมาเจอกันที่นี่”  แม้ในสวนสาธารณะหลังค่ายลี้ภัยจะมีผู้คนพลุกพล่านอยู่แทบทุกที่  ก็ไม่ทำให้วอลเลนซ์รู้สึกอายที่จะปล่อยน้ำตาออกมา  เมื่อฟังรุ่นพี่สาวซึ่งนั่งข้างๆ บนเก้าอี้ตัวยาวเล่าเรื่องในอดีตให้ฟังจนจบ
    
“แม็คมันรักวอลเลนซ์มาก  มากจนบางทีก็ดูเหมือนโง่...มันไม่ให้พี่บอกเรื่องนี้กับวอลเลนซ์จนกว่าวอลเลนซ์จะเรียนจบ  แต่ตอนนี้คงเล่าได้แล้ว...”  ส้มยังคงเล่าต่อไปแม้จะรู้ว่าผู้ฟังยังไม่หยุดร้องไห้จากเรื่องที่ได้ยิน
    
“พี่ไม่รู้ว่าตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้น  เรื่องแปลกประหลาดมากมายเกิดขึ้นบนโลกเรา  แม้กระทั่ง...ความทรงจำของเจ้าแม็ค  ทำไมมันจำพี่ได้...แต่จำวอลเลนซ์ไม่ได้เลย”  รุ่นพี่สาวโอบรุ่นน้องมาซบไว้ที่อกเป็นการปลอบ  เพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายกำลังเสียใจกับเรื่องที่ได้ฟังมากมายขนาดไหน
    
“ตกลงวอลเลนซ์จะเดินทางไปกับผู้ถูกเลือกจริงๆ ใช่ไหม  คิดดีแล้วใช่ไหม”  ส้มใช้นิ้วหัวแม่มือปาดน้ำตาบนใบหน้าเศร้าๆ ของรุ่นน้อง
    
“พี่อยากให้วอลเลนซ์เก็บนี่ไว้ติดตัว”  หญิงสาวทำหน้าแปลกใจทั้งน้ำตาเมื่อรุ่นพี่ส่งรูปใบหนึ่งให้
    
“นี่มัน...รูปของเราสามคน  วอลเลนซ์ยังผมสั้นอยู่เลย”  ส้มพยักหน้าแล้วยิ้มให้รุ่นน้องเมื่อฟังเธอพูดจบ
    
“ทำไมพี่ส้มไม่ไปด้วยกัน”  วอลเลนซ์เงยหน้าขึ้นมาถามรุ่นพี่
    
“พี่เป็นแค่คนธรรมดาจะให้ไปสู้รบปรบมือกับผู้ถูกเลือกก็คงตายเปล่า  แทนที่จะมีประโยชน์จะกลายเป็นตัวถ่วงคนอื่นให้ลำบากเพิ่มขึ้น  พี่จะรออยู่ที่นี่แหละ...รอวอลเลนซ์กับแม็คกลับมา”  ส้มรู้ดีว่าการจากกันครั้งนี้อาจจะไม่ได้เจอกันอีก  แม้ว่าจะเป็นห่วงเพื่อนสนิททั้งคู่ใจจะขาด  แต่ก็อย่างที่ได้บอกกับรุ่นน้องไป...ตัวเธอเองเป็นแค่คนธรรมดา  
    
วอลเลนซ์ได้ฟังดังนั้น  ทั้งที่ใจไม่อยากห่างจากรุ่นพี่แต่ก็ไม่มีเหตุผลใดๆ จะมาแย้ง  ได้แต่พยักหน้ารับรู้แววตาห่วงใยของอีกฝ่ายเท่านั้น
    
“พี่ส้ม...ก่อนไป  วอลเลนซ์ขอให้ช่วยอะไรอย่างได้ไหม...”  ...

...

    
“เห็นแล้วนึกถึงตอนเราสามคนเจอกันใหม่ๆ เลยนะ”  ส้มเอ่ยขึ้นหลังจากตัดผมให้รุ่นน้องจากผมยาวสลวยถึงกลางแผ่นหลังจนกลายเป็นผมบ๊อบเสมอต้นคอ
    
“ในเมื่อวอลเลนซ์กับพี่แม็คกลับเป็นเหมือนเดิมไม่ได้...วอลเลนซ์ก็ขอเริ่มต้นมันใหม่จากศูนย์...ก็แล้วกัน”  เมื่อได้ฟังดังนั้นน้ำตาของส้มก็พลันร่วงลงมาทีละหยดจนค่อยๆ กลายเป็นสาย  และไม่อาจจะทัดทานเอาไว้ภายในได้อีกต่อไป...


*************************
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่