*** ยังไม่รู้จะตั้งชื่อว่าอะไร เพิ่งสมัครพันทิปสดๆเลยครับถ้าผิดบล็อกต้องขออภัยไว้ที่นี้ครับหากผิดพลาดก็ขอคำแนะนำด้วยครับ ย้ำเพื่อความบันเทิงอาจไม่ตรงความจริงอย่าคิดมากนะหรือไม่บันเทิงหว่า×******×************************************คืนหนึ่งของเดือนเมษายน ในคืนที่เดือนดับ ท้องนภาแต่งแต้มด้วยกลุ่มดาวสุกสกาว เสียงฝีเท้าทั้งหกคู่ก้าวสวบสาบไปในป่าละเมาะเตี้ยๆตามแนวป่า. ฉับพลันปรากฏเสียงฝีเท้าที่ก้าวลงพื้นอย่างหนักหน่วงดังมาจากชายป่า เสียงทีพุ่งมาด้วยความเร็วทำเอาคณะทั้งหมดหยุดชะงัก จิตสังหารที่คืบคลานเข้ามาดุจพญามัจจุราชสะกดทั้งป่าให้เสียบสนิทจนได้ยินเสียงหัวใจระส่ำด้วยความยำเกรง ต่อสิ่งที่กำลังจะเข้ามา ในเวลาเดียวกันเสียงกระชากลูกเลื่อนจากใครคนใดคนหนึ่งมิทราบได้ดังขึ้น เป็นการเรียกสติสัมปชัญญะให้ตื่นจากภวังค์ เสียงปืนนัดแรกระเบิดขึ้นในความเงียบราวฟ้ากับถล่ม. หลังจากเงาดำของเจ้ามัจจุราชโผล่พ้นชายป่า. ตามด้วยความชุลมุนของทั้งคณะกลิ่นดินปืนเคล้ากลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งทั่วทั้งบริเวณ ตามด้วยเสียงตะโกนก้อง"ไอเขาแดงหนีเร็ว..........." พร้อมกับสติที่ดับวูบ
สุรีย์สลึมสลือตื่นขึ้นจากภวังค์ อาการเบลอทำให้ทหารพรานยศร้อยเอกมองเห็นภาพไม่ชัดเจน "ไอ้รีย์มันจะเป็นอะไรมั้ยหนาน" เสียงใครคนใดคนหนึ่งพูดขึ้น สุรีย์พอจะจำได้คร่าวๆจากสรีระที่กำยำบวกกับหนวดเขี้ยวโง้งที่ริมฝีปาก ถึงจะครองจักษุไม่ชัดเจน. แต่ลักษณะแบนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน ถวัล เพื่อนรักทหารพรานยศร้อยโทของสุรีย์นั่นเอง "เอ้า....แกเป็นไงมั่งวะไอ้เกลอ" ร้อยโทถวัลกล่าวถามกับเพื่อนรัก "เกิดอะไรขึ้น.....ฉันจำได้ว่า...."สุรียกล่าวด้วยน้ำเสียงที่มึนงงพลางหยุดคิดหลังจากหลับไปหนึ่งวันเต็มๆ ถวัลทำสีหน้าหม่นแต่ก็ไม่ตอบอะไร "ไอ้เขาแดงกระทิงผี"เสียงดังมาจากหน้าประตู พร้อมกับร่างชายคนหนึ่งปรากฏขึ้น สุรีย์มองตามที่มาของเสียง. แสงแดดที่สาดย้อนเข้ามาทำให้ร้อยเอกสุรีย์มองเห็นไม่ชัด ชายปริศนาค่อยๆเดินเข้ามาภาพค่อยๆปรากฏแจ่มชัด "อ้าวหนานอินถา" สุรีย์กล่าวขึ้นพลางดันตัวลุกแต่อาการเจ็บแปลบที่ซี่โครงทำให้สุรีย์หยุดชะงัก "นอนพักก่อนเถอะพ่อหนุ่ม "พรานชราวางหม้อที่ถือไว้ข้างตัวพลางเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ "โดนมาขนาดนี้ไม่ยักกะแหลก กระดูกแข็งจริงๆนะเอ็ง" พรานชราพูดพลางดันตัวร้อยเอกให้นอนลง. "เกิดอะไรขึ้น...ไอ้เขาแดงอะไรกันหนาน". สุรีย์กล่าวขึ้น"ก็ไอตัวเมื่อคืนก่อนที่เล่นงานเราตรงชายป่าไง เอ็งโดนมันงัดลอยเข้าพุ่มไม้สลบ ข้าให้ชาวบ้านหากันแทบตาย ส่วนคนอื่นๆน่ะ....." พรานชรากล่าวเสียงเรียบพร้อมทิ้งท้ายไว้ ร้อยเอกนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์คืนนั้น อาการเจ็บแปลบที่ชายโครงเป็นการตอกย้ำว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ฝัน พร้อมกับทำสีหน้าสลดพลางหันไปทางถวัลซึ่งนั่งเงียบอยู่ "แล้วคนอื่นๆเป็นไงบ้าง หรือว่าตายกันหมดแล้ว ฉันสังหรณ์ใจไม่ดีตั้งแต่ตื่นมาเห็นแค่แกกับหนาน" สุรีย์พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ. "พวกที่เหลือกระจัดกระจายหายไปไหนข้าก็ไม่รู้ได้พบเพียงกองเลือด ข้ายังคิดอยู่ว่าจะเป็นของพวกเพื่อนเอ็งหรือของไอ้กระทิงผี ภาวนาขอให้มันเป็นของไอ้ผีห่าตัวนั้นเถอะ" พรานชราพูดแทรกขึ้นพลางขบเขี้ยว. ถวัลมองหน้าสุรีย์น้ำตาที่คลอเบ้าค่อยๆพร่างพรายออกมา. "ไม่รู้พวกนั้นจะเป็นตายร้ายดียังไง" ร้อยโททหารพรานพูดทั้งน้ำตา สุรีย์นิ่งเงียบโดยไม่เอ่ยปากตอบ
บรรยากาศภายในห้องหนักอึ้ง ไม่มีเสียงโต้ตอบใดๆสักครู่ใหญ่.มีเพียงเสียงลมที่พัดใบไม้แกรกกรากดังมาจากนอกบ้าน "ผมจะออกไปตามเอง" สุรีย์พูดด้วยน้ำเสียงเดือดดาล พร้อมกับดันตัวลุกขึ้นจากแคร่ "โอ้ย" ทหารพรานหนุ่มร้องครางออกมาด้วยความเจ็บปวด "เอ็งนอนพักอยู่นี่แหละพ่อหนุ่ม การที่เอ็งจะออกไป ข้าว่าจะเป็นภาระปล่าวๆ" พรานชราพูดขึ้นหลังจากเงียบอยู่นาน. "ไม่ได้หรอกหนานคนพวกนั้นเป็นเพื่อนของฉัน" ทหารพรานหนุ่มยันเสียงแข็ง
"เอาเถอะข้าให้พวกชาวบ้านออกไปตามแล้วเอ็งวางใจเถอะ" พรานชราพูดจบก็ยื่นแก้วน้ำให้สุรีย์ดื่ม. "เอ็งดื่มนี่ซะ" ทหารพรานหนุ่มทำหน้าฉงนแต่หยิบมาพิจรณาพร้อมกับมองไปในหม้อดิน. ภายในหม้อมีพืชชนิดใดบ้างก็ไม่อาจรู้ได้ แต่ความคิดของสุรีย์นี่คงเป็นยาสมุนไพรของพรานชราเป็นแน่. แล้วจึงละสายตามาที่แก้วในมือ ภายในแก้วแสตนเลสบรรจุของเหลวสีเขียวขุ่น. ร้อยเอกทหารพรานยกขึ้นมาดม "อะไรหนะหนาน" กลิ่นเขียวขื่นทำให้สุรีย์สงสัยสิ่งที่อยู่ภายใน "จะให้ข้าบอกให้หมดก็คงจะยาว เอาเป็นว่ามันจะช่วยบรรเทาอาการปวดสักระยะ กินให้หมดนี่แหละจะได้หายไวๆ" พรานชราพูดพลางยิ้มอ่อน สุรีย์กลั้นใจกระดกยาของพ่อหมอพรานอินถา แล้วนิ่งไปสักระยะภายในใจคิดแค่ว่ารสชาติมันสุดจะยรรยายออกมาเป็นคำคำ. "ฉันต้องกินหมดนี่เลยรึหนาน"สุรีย์พูดขึ้นด้วยสีหน้าเจื่อนๆ
"เอ้อ"ไม่มีคำพูดอะไรมากมายจากพรานชรา สุรีย์หันไปมองหน้าเพื่อนรัก "แกไม่กินรึถวัล" ถวัลส่ายหน้าเป็นเชิงว่าไม่
ในขณะที่ทั้งสามกำลังคุยกันนั่นเองเสียงเอะอะกลางหมู่บ้านดึงความสนใจ สุรีย์ ถวัล และพรานชราให้เกิดความสงสัย. "เสียงใครเอะอะกลางหมู่บ้านอะหนาน" สุรีย์ขยับตัวจะลุกขึ้น แต่ด้วยอาการเจ็บแปลบจึงเรียกถวัลมาประ "ฉันสังหรณ์ใจไม่ดีเลยหวะรีย์" ถวัลพูดขึ้นพร้อมพยุงตัวเพื่อนรักขึ้นมา. ถวัลประคองสุรีย์ก้าวเดินไปที่ต้นตอของเสียงโดยมีหนานอินถาเดินตามมาห่างๆ ทั้งสามเดินแหวกเข้าไปในฝูงชน. กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งทำให้ทหารพรานสองเพื่อนรักถึงกับขนลุกซู่ วินาทีที่เดินเข้ามาถึงกลางวงก็ปรากฏร่างชายทั้งสามคน ทั้งสองทรุดลงกับพื้นการเห็นเพื่อนทั้งสามของสองทหารเพื่อนรักกลายเป็นร่างไร้วิญญาณทำให้ทหารพรานทั้งสองแทบสิ้นสติ ยิ่งไปกว่านั้นสภาพศพที่สยดสยองจนแทบจะจำหน้าค่าตาไม่ได้ ร่างที่แหลกเหลวประหนึ่งไม่มีกระดูกนั้น ทำให้สุรีย์และถวัลหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความสังเวชใจ "ไม่ว่ามันจะเป็นผีห่าซาตานมาจากขุมนรกขุมอเวจีไหนกูก็จะเอาชีวิตมาเซ่นวิญญาณคนเหล่านี้ให้ได้" สุรีย์ตะโกนขึ้นด้วยความโกรธเกรี้ยว ทหารพรานวิ่งไปที่บ้านพรานชราพร้อมกับคว้า วินเชสเตอร์.375 ที่วางพิงอยู่ปลายแคร่ออกมาพร้อมกับกระชากลูกเลื่อน ความเดือดดาลทำให้สุรีย์ลืมความเจ็ปวดจนหมดสิ้น แต่แทนที่จะได้วิ่งปราดออกไปใครคนหนึ่งมาจับไหล่ของทหารพรานหนุ่มไว้ "ไอ้หนุ่มนี่เอ็งคิดจะไปตายอย่างงั้นรึ " หนานอินถากล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ "ปล่อยฉันหนาน ฉันจะไปฆ่ามัน" ตอนนี้สติของสรีย์ขาดสะบั้น ความบ้าคลั้งทำให้เขาแทบจะไม่สนใครทั้งสิ้น
"ถ้าแกตายไปตอนนี้แล้วใครจะฆ่า" คำพูดสั้นๆของเพื่อนคนสนิท ทำให้ทหารพรานหนุ่มคิดได้ ด้วยสภาพร่างกายที่ไม่เต็มร้อย ขืนออกไปเสียตอนนี้คงเป็นการเอาชีวิตไปสังเวยต่อมัจจุราชตนนั้นเป็นแน่ "ขอบใจแกมากนะถวัล หลังจากจัดพิธีศพและบาดแผลในครั้งนี้หายดีเราจะกลับมาพร้อมอาวุธยุทโธปกรณ์เพื่อปลิดชีวิตไอ้เขาแดง!!" สิ้นวาจาถวัลพยุงร่างที่บาดเจ็บของสุรีย์กลับมายังบ้านของหนานอินถา พร้อมกับติดต่อเฮลิคอปเตอร์ มาเพื่อรับคนเจ็บและร่างไร้วิญาณของเพื่อนรักทั้งสาม การลำเลียงศพเป็นไปอย่างทุลักทุเลเนื่องจากไม่สามารถลงจอดยังพื้นราบได้ หลังจากทุกคนขึ้นเครื่องครบ เฮลิคอปเตอร์ก็ค่อยๆบินหายไปจากสายตาของพรานชรา "เอ็งชะตาขาดแล้วหละไอ้เขาแดง" พรานชราพูดกับตัวเองพลางยิ้มที่มุมปาก
อ่านเพื่อความบันเทิงครับ แต่งเรื่องแรกในชีวิต ผิดพลาดต้องขอคำแนะนำและขออภัยด้วยครับ อาจจะเกินจริงอย่าซีเรียสนะครับ
สุรีย์สลึมสลือตื่นขึ้นจากภวังค์ อาการเบลอทำให้ทหารพรานยศร้อยเอกมองเห็นภาพไม่ชัดเจน "ไอ้รีย์มันจะเป็นอะไรมั้ยหนาน" เสียงใครคนใดคนหนึ่งพูดขึ้น สุรีย์พอจะจำได้คร่าวๆจากสรีระที่กำยำบวกกับหนวดเขี้ยวโง้งที่ริมฝีปาก ถึงจะครองจักษุไม่ชัดเจน. แต่ลักษณะแบนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน ถวัล เพื่อนรักทหารพรานยศร้อยโทของสุรีย์นั่นเอง "เอ้า....แกเป็นไงมั่งวะไอ้เกลอ" ร้อยโทถวัลกล่าวถามกับเพื่อนรัก "เกิดอะไรขึ้น.....ฉันจำได้ว่า...."สุรียกล่าวด้วยน้ำเสียงที่มึนงงพลางหยุดคิดหลังจากหลับไปหนึ่งวันเต็มๆ ถวัลทำสีหน้าหม่นแต่ก็ไม่ตอบอะไร "ไอ้เขาแดงกระทิงผี"เสียงดังมาจากหน้าประตู พร้อมกับร่างชายคนหนึ่งปรากฏขึ้น สุรีย์มองตามที่มาของเสียง. แสงแดดที่สาดย้อนเข้ามาทำให้ร้อยเอกสุรีย์มองเห็นไม่ชัด ชายปริศนาค่อยๆเดินเข้ามาภาพค่อยๆปรากฏแจ่มชัด "อ้าวหนานอินถา" สุรีย์กล่าวขึ้นพลางดันตัวลุกแต่อาการเจ็บแปลบที่ซี่โครงทำให้สุรีย์หยุดชะงัก "นอนพักก่อนเถอะพ่อหนุ่ม "พรานชราวางหม้อที่ถือไว้ข้างตัวพลางเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ "โดนมาขนาดนี้ไม่ยักกะแหลก กระดูกแข็งจริงๆนะเอ็ง" พรานชราพูดพลางดันตัวร้อยเอกให้นอนลง. "เกิดอะไรขึ้น...ไอ้เขาแดงอะไรกันหนาน". สุรีย์กล่าวขึ้น"ก็ไอตัวเมื่อคืนก่อนที่เล่นงานเราตรงชายป่าไง เอ็งโดนมันงัดลอยเข้าพุ่มไม้สลบ ข้าให้ชาวบ้านหากันแทบตาย ส่วนคนอื่นๆน่ะ....." พรานชรากล่าวเสียงเรียบพร้อมทิ้งท้ายไว้ ร้อยเอกนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์คืนนั้น อาการเจ็บแปลบที่ชายโครงเป็นการตอกย้ำว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ฝัน พร้อมกับทำสีหน้าสลดพลางหันไปทางถวัลซึ่งนั่งเงียบอยู่ "แล้วคนอื่นๆเป็นไงบ้าง หรือว่าตายกันหมดแล้ว ฉันสังหรณ์ใจไม่ดีตั้งแต่ตื่นมาเห็นแค่แกกับหนาน" สุรีย์พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ. "พวกที่เหลือกระจัดกระจายหายไปไหนข้าก็ไม่รู้ได้พบเพียงกองเลือด ข้ายังคิดอยู่ว่าจะเป็นของพวกเพื่อนเอ็งหรือของไอ้กระทิงผี ภาวนาขอให้มันเป็นของไอ้ผีห่าตัวนั้นเถอะ" พรานชราพูดแทรกขึ้นพลางขบเขี้ยว. ถวัลมองหน้าสุรีย์น้ำตาที่คลอเบ้าค่อยๆพร่างพรายออกมา. "ไม่รู้พวกนั้นจะเป็นตายร้ายดียังไง" ร้อยโททหารพรานพูดทั้งน้ำตา สุรีย์นิ่งเงียบโดยไม่เอ่ยปากตอบ
บรรยากาศภายในห้องหนักอึ้ง ไม่มีเสียงโต้ตอบใดๆสักครู่ใหญ่.มีเพียงเสียงลมที่พัดใบไม้แกรกกรากดังมาจากนอกบ้าน "ผมจะออกไปตามเอง" สุรีย์พูดด้วยน้ำเสียงเดือดดาล พร้อมกับดันตัวลุกขึ้นจากแคร่ "โอ้ย" ทหารพรานหนุ่มร้องครางออกมาด้วยความเจ็บปวด "เอ็งนอนพักอยู่นี่แหละพ่อหนุ่ม การที่เอ็งจะออกไป ข้าว่าจะเป็นภาระปล่าวๆ" พรานชราพูดขึ้นหลังจากเงียบอยู่นาน. "ไม่ได้หรอกหนานคนพวกนั้นเป็นเพื่อนของฉัน" ทหารพรานหนุ่มยันเสียงแข็ง
"เอาเถอะข้าให้พวกชาวบ้านออกไปตามแล้วเอ็งวางใจเถอะ" พรานชราพูดจบก็ยื่นแก้วน้ำให้สุรีย์ดื่ม. "เอ็งดื่มนี่ซะ" ทหารพรานหนุ่มทำหน้าฉงนแต่หยิบมาพิจรณาพร้อมกับมองไปในหม้อดิน. ภายในหม้อมีพืชชนิดใดบ้างก็ไม่อาจรู้ได้ แต่ความคิดของสุรีย์นี่คงเป็นยาสมุนไพรของพรานชราเป็นแน่. แล้วจึงละสายตามาที่แก้วในมือ ภายในแก้วแสตนเลสบรรจุของเหลวสีเขียวขุ่น. ร้อยเอกทหารพรานยกขึ้นมาดม "อะไรหนะหนาน" กลิ่นเขียวขื่นทำให้สุรีย์สงสัยสิ่งที่อยู่ภายใน "จะให้ข้าบอกให้หมดก็คงจะยาว เอาเป็นว่ามันจะช่วยบรรเทาอาการปวดสักระยะ กินให้หมดนี่แหละจะได้หายไวๆ" พรานชราพูดพลางยิ้มอ่อน สุรีย์กลั้นใจกระดกยาของพ่อหมอพรานอินถา แล้วนิ่งไปสักระยะภายในใจคิดแค่ว่ารสชาติมันสุดจะยรรยายออกมาเป็นคำคำ. "ฉันต้องกินหมดนี่เลยรึหนาน"สุรีย์พูดขึ้นด้วยสีหน้าเจื่อนๆ
"เอ้อ"ไม่มีคำพูดอะไรมากมายจากพรานชรา สุรีย์หันไปมองหน้าเพื่อนรัก "แกไม่กินรึถวัล" ถวัลส่ายหน้าเป็นเชิงว่าไม่
ในขณะที่ทั้งสามกำลังคุยกันนั่นเองเสียงเอะอะกลางหมู่บ้านดึงความสนใจ สุรีย์ ถวัล และพรานชราให้เกิดความสงสัย. "เสียงใครเอะอะกลางหมู่บ้านอะหนาน" สุรีย์ขยับตัวจะลุกขึ้น แต่ด้วยอาการเจ็บแปลบจึงเรียกถวัลมาประ "ฉันสังหรณ์ใจไม่ดีเลยหวะรีย์" ถวัลพูดขึ้นพร้อมพยุงตัวเพื่อนรักขึ้นมา. ถวัลประคองสุรีย์ก้าวเดินไปที่ต้นตอของเสียงโดยมีหนานอินถาเดินตามมาห่างๆ ทั้งสามเดินแหวกเข้าไปในฝูงชน. กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งทำให้ทหารพรานสองเพื่อนรักถึงกับขนลุกซู่ วินาทีที่เดินเข้ามาถึงกลางวงก็ปรากฏร่างชายทั้งสามคน ทั้งสองทรุดลงกับพื้นการเห็นเพื่อนทั้งสามของสองทหารเพื่อนรักกลายเป็นร่างไร้วิญญาณทำให้ทหารพรานทั้งสองแทบสิ้นสติ ยิ่งไปกว่านั้นสภาพศพที่สยดสยองจนแทบจะจำหน้าค่าตาไม่ได้ ร่างที่แหลกเหลวประหนึ่งไม่มีกระดูกนั้น ทำให้สุรีย์และถวัลหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความสังเวชใจ "ไม่ว่ามันจะเป็นผีห่าซาตานมาจากขุมนรกขุมอเวจีไหนกูก็จะเอาชีวิตมาเซ่นวิญญาณคนเหล่านี้ให้ได้" สุรีย์ตะโกนขึ้นด้วยความโกรธเกรี้ยว ทหารพรานวิ่งไปที่บ้านพรานชราพร้อมกับคว้า วินเชสเตอร์.375 ที่วางพิงอยู่ปลายแคร่ออกมาพร้อมกับกระชากลูกเลื่อน ความเดือดดาลทำให้สุรีย์ลืมความเจ็ปวดจนหมดสิ้น แต่แทนที่จะได้วิ่งปราดออกไปใครคนหนึ่งมาจับไหล่ของทหารพรานหนุ่มไว้ "ไอ้หนุ่มนี่เอ็งคิดจะไปตายอย่างงั้นรึ " หนานอินถากล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ "ปล่อยฉันหนาน ฉันจะไปฆ่ามัน" ตอนนี้สติของสรีย์ขาดสะบั้น ความบ้าคลั้งทำให้เขาแทบจะไม่สนใครทั้งสิ้น
"ถ้าแกตายไปตอนนี้แล้วใครจะฆ่า" คำพูดสั้นๆของเพื่อนคนสนิท ทำให้ทหารพรานหนุ่มคิดได้ ด้วยสภาพร่างกายที่ไม่เต็มร้อย ขืนออกไปเสียตอนนี้คงเป็นการเอาชีวิตไปสังเวยต่อมัจจุราชตนนั้นเป็นแน่ "ขอบใจแกมากนะถวัล หลังจากจัดพิธีศพและบาดแผลในครั้งนี้หายดีเราจะกลับมาพร้อมอาวุธยุทโธปกรณ์เพื่อปลิดชีวิตไอ้เขาแดง!!" สิ้นวาจาถวัลพยุงร่างที่บาดเจ็บของสุรีย์กลับมายังบ้านของหนานอินถา พร้อมกับติดต่อเฮลิคอปเตอร์ มาเพื่อรับคนเจ็บและร่างไร้วิญาณของเพื่อนรักทั้งสาม การลำเลียงศพเป็นไปอย่างทุลักทุเลเนื่องจากไม่สามารถลงจอดยังพื้นราบได้ หลังจากทุกคนขึ้นเครื่องครบ เฮลิคอปเตอร์ก็ค่อยๆบินหายไปจากสายตาของพรานชรา "เอ็งชะตาขาดแล้วหละไอ้เขาแดง" พรานชราพูดกับตัวเองพลางยิ้มที่มุมปาก