ปัญหาวัยiวัยรุ่น...
พ่อแม่ที่มีลูกอยู่ในช่วงวัยรุ่น หลายๆคนอาจเจอปัญหาคือ ลูกติดเพื่อน กลับบ้านเย็น/ค่ำ หรือแย่ที่สุดคือไม่กลับบ้าน
ในฐานะครูอยากบอกว่าธรรมชาติของมนุษย์มักชอบจะอยู่ในที่ๆเค้าคิดว่าปลอดภัยที่สุด
เล่าเรื่องราวต่างๆ กับคนที่เค้าคิดว่าไว้ใจที่สุด ซึ่งแน่นอนว่ามันควรเป็นบ้านและครอบครัว
แต่ทำไมเด็กหลายๆคนถึงเลือกที่จะอยู่นอกบ้านมากกว่าในบ้าน
เลือกที่จะเล่าเรื่องราวต่างๆให้เพื่อนฟังมากกว่าจะเล่าให้พ่อ แม่ หรือคนในครอบครัวฟัง ลองคิดดู??!!
จากการอ่านบทความน้อยๆที่ให้นักเรียนที่เราเป็นที่ปรึกษาเขียนในช่วงระยะเวลา 2 ปี
ทำให้พบว่าเด็กทุกๆคนเค้ายังคงรักและให้ความสำคัญกับพ่อ แม่และคนในครอบครัว
แต่สิ่งที่เค้าได้รับคือความกดดัน ความไม่ไว้ใจจากครอบครัว เช่น หวาดระแวงว่าลูกจะมีแฟน
จึงเช็คโทรศัพท์ เช็คข้อความ ซักถามด้วยคำถามเชิงจับผิด
ซึ่งแน่นอนในมุมมองของพ่อ แม่ คือความห่วงใย แต่สำหรับเด็กที่สะท้อนออกมาคือ พ่อ แม่ ไม่ไว้ใจเค้า คอยจับผิดเค้า
และนั่นตามมาด้วยการที่เค้าต้องหันไปพึงคนที่เค้าคิดว่าเค้าไว้ใจซึ่งก็คือเพื่อนหรือไม่ก็แฟน
และในเมื่ออยู่ในบ้านแล้วเค้าไม่มีความสุขสถานที่ที่ทำให้เค้าไม่ต้องคิดอะไรอยู่แล้วสบายใจก็คือนอกบ้าน
อยากให้พ่อ แม่ ลองเปิดใจ เข้าใจธรรมชาติของเด็ก(ยุคใหม่) อย่าสร้างความคาดหวังที่สูงเกินกว่าที่ลูกคุณจะทำได้
เพราะมันคือการสร้างแรงกดดันให้กับเค้า อย่าให้ลูกสนใจแต่เรื่องเรียนเพื่อให้ได้เกรดสูงๆ ได้เรียนในสถาบันที่พ่อแม่ต้องการ
ได้ประกอบอาชีพที่พ่อแม่อยากให้เป็น แต่ควรสอนให้ลูกมีทักษะในการใช้ชีวิต อยู่ร่วมกับสังคมได้อย่างมีความสุข
สามารถดำเนินชีวิตที่ถูกต้องได้โดยไม่เป็นภาระของสังคม เพราะคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตต้องเป็น"คนเก่งและคนดี"
ปล. นี่คือมุมมองของครูคนหนึ่ง ซึ่งไม่ได้บอกว่ามุมมองของตัวเองถูกต้อง
แต่อยากสะท้อนให้ผู้ปกครองเห็นในมุมมองของเด็กๆที่เค้าอยากบอกพ่อ แม่ของพวกเค้า


เสียงสะท้อนจากลูกๆ
พ่อแม่ที่มีลูกอยู่ในช่วงวัยรุ่น หลายๆคนอาจเจอปัญหาคือ ลูกติดเพื่อน กลับบ้านเย็น/ค่ำ หรือแย่ที่สุดคือไม่กลับบ้าน
ในฐานะครูอยากบอกว่าธรรมชาติของมนุษย์มักชอบจะอยู่ในที่ๆเค้าคิดว่าปลอดภัยที่สุด
เล่าเรื่องราวต่างๆ กับคนที่เค้าคิดว่าไว้ใจที่สุด ซึ่งแน่นอนว่ามันควรเป็นบ้านและครอบครัว
แต่ทำไมเด็กหลายๆคนถึงเลือกที่จะอยู่นอกบ้านมากกว่าในบ้าน
เลือกที่จะเล่าเรื่องราวต่างๆให้เพื่อนฟังมากกว่าจะเล่าให้พ่อ แม่ หรือคนในครอบครัวฟัง ลองคิดดู??!!
จากการอ่านบทความน้อยๆที่ให้นักเรียนที่เราเป็นที่ปรึกษาเขียนในช่วงระยะเวลา 2 ปี
ทำให้พบว่าเด็กทุกๆคนเค้ายังคงรักและให้ความสำคัญกับพ่อ แม่และคนในครอบครัว
แต่สิ่งที่เค้าได้รับคือความกดดัน ความไม่ไว้ใจจากครอบครัว เช่น หวาดระแวงว่าลูกจะมีแฟน
จึงเช็คโทรศัพท์ เช็คข้อความ ซักถามด้วยคำถามเชิงจับผิด
ซึ่งแน่นอนในมุมมองของพ่อ แม่ คือความห่วงใย แต่สำหรับเด็กที่สะท้อนออกมาคือ พ่อ แม่ ไม่ไว้ใจเค้า คอยจับผิดเค้า
และนั่นตามมาด้วยการที่เค้าต้องหันไปพึงคนที่เค้าคิดว่าเค้าไว้ใจซึ่งก็คือเพื่อนหรือไม่ก็แฟน
และในเมื่ออยู่ในบ้านแล้วเค้าไม่มีความสุขสถานที่ที่ทำให้เค้าไม่ต้องคิดอะไรอยู่แล้วสบายใจก็คือนอกบ้าน
อยากให้พ่อ แม่ ลองเปิดใจ เข้าใจธรรมชาติของเด็ก(ยุคใหม่) อย่าสร้างความคาดหวังที่สูงเกินกว่าที่ลูกคุณจะทำได้
เพราะมันคือการสร้างแรงกดดันให้กับเค้า อย่าให้ลูกสนใจแต่เรื่องเรียนเพื่อให้ได้เกรดสูงๆ ได้เรียนในสถาบันที่พ่อแม่ต้องการ
ได้ประกอบอาชีพที่พ่อแม่อยากให้เป็น แต่ควรสอนให้ลูกมีทักษะในการใช้ชีวิต อยู่ร่วมกับสังคมได้อย่างมีความสุข
สามารถดำเนินชีวิตที่ถูกต้องได้โดยไม่เป็นภาระของสังคม เพราะคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตต้องเป็น"คนเก่งและคนดี"
ปล. นี่คือมุมมองของครูคนหนึ่ง ซึ่งไม่ได้บอกว่ามุมมองของตัวเองถูกต้อง
แต่อยากสะท้อนให้ผู้ปกครองเห็นในมุมมองของเด็กๆที่เค้าอยากบอกพ่อ แม่ของพวกเค้า