
TITLE: หลอนจนขนหัวลุก! The Haunting of Hill House (2018) ไม่ใช่แค่หนังสยองขวัญ แต่คือการสำรวจบาดแผลทางใจที่โคตรจริง
สวัสดีครับทุกคนชาว Pantip ที่รักการดูหนัง/ซีรีส์ทุกท่าน วันนี้ผมมีซีรีส์ที่ดูแล้วหลอนติดตาจนต้องเอามาเล่าสู่กันฟังครับ พูดถึง The Haunting of Hill House ซีซั่นแรก (ปี 2018) นะครับ บอกเลยว่าไม่ใช่แค่หนังสยองขวัญผีสิงธรรมดาทั่วไป แต่มันเจาะลึกเข้าไปในจิตใจของตัวละคร จนบางทีเราอาจจะเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในนั้นก็ได้
เรื่องราวเริ่มต้นด้วยการเล่าย้อนอดีตของครอบครัว Crain ที่ย้ายเข้าไปอยู่ในคฤหาสน์ Hill House อันใหญ่โตเพื่อปรับปรุงแล้วขาย แต่แล้วเรื่องราวสยองขวัญก็เริ่มคืบคลานเข้ามา ทำให้ครอบครัวต้องจบชีวิตลงอย่างน่าเศร้าในที่แห่งนั้น ก่อนที่จะพาเรากลับมาสู่ปัจจุบัน ที่ลูกๆ ทั้งห้าคน ซึ่งโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ต่างก็มีชีวิตที่แตกสลายและเต็มไปด้วยปมปัญหาที่เกิดจากประสบการณ์ในวัยเด็กที่ Hill House พวกเขากลับมารวมตัวกันอีกครั้งเมื่อน้องสาวคนสุดท้องเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ซึ่งนำไปสู่การเปิดเผยความลับดำมืดของอดีตที่พวกเขาพยายามจะลืม
สิ่งที่ทำให้ The Haunting of Hill House โดดเด่นจริงๆ คือวิธีการเล่าเรื่องครับ ผู้กำกับ Mike Flanagan ฉลาดมากในการผสมผสานระหว่างความหลอนแบบเหนือธรรมชาติกับความเจ็บปวดทางอารมณ์ของตัวละครแต่ละตัว ผีในเรื่องไม่ได้มาแค่ให้ตกใจ แต่ผีแต่ละตัวคือสัญลักษณ์ของความกลัว ความผิด ความเศร้า หรือความโกรธที่ตัวละครแบกรับไว้ มันเหมือนกับว่าบ้านหลังนี้มันดูดซับความทุกข์ทรมานของคนเข้าไป แล้วก็สะท้อนมันออกมาในรูปแบบที่น่าขนลุก
การแสดงของนักแสดงนี่สุดยอดไปเลยครับ โดยเฉพาะนักแสดงเด็กที่รับบทเป็นพี่น้อง Crain ในวัยเด็ก ผมนี่อึ้งไปเลยกับความสามารถของพวกเขา แล้วนักแสดงรุ่นใหญ่ที่เล่นเป็นตัวละครตอนโตก็ถ่ายทอดความเจ็บปวด ความสับสน และความเปราะบางออกมาได้ถึงแก่นจริงๆ เราจะเห็นเลยว่าแต่ละคนมีวิธีรับมือกับอดีตที่แตกต่างกัน บางคนพยายามจะหนี บางคนจมอยู่กับมัน บางคนก็พยายามจะเข้าใจมัน
ฉากที่ผมชอบมากๆ และรู้สึกว่ามันทรงพลังจริงๆ คือฉากที่ผู้ใหญ่แต่ละคนต้องกลับไปเผชิญหน้ากับ "ผี" หรือ "ความทรงจำ" ที่ตามหลอกหลอนพวกเขา มันไม่ใช่แค่การวิ่งหนีผี แต่เป็นการเผชิญหน้ากับปมในใจของตัวเองที่ถูกผีเหล่านั้นกระตุ้นให้ปะทุขึ้นมา ซึ่งมันสะท้อนให้เห็นถึงกลไกการป้องกันตัวเองของมนุษย์ได้อย่างน่าสนใจครับ
เรื่องการสร้างบรรยากาศนี่ต้องยกนิ้วให้เลยครับ ความมืด ความเงียบ ความวังเวงของคฤหาสน์ Hill House มันถูกสร้างออกมาได้อย่างดีเยี่ยม เสียงประกอบก็มีส่วนสำคัญมากๆ ทำให้เราลุ้น ระแวงไปกับตัวละครตลอดเวลา บางทีแค่เห็นเงารางๆ หรือได้ยินเสียงอะไรแว่วๆ ก็ทำเอาใจเต้นไม่เป็นจังหวะแล้วครับ
อีกอย่างที่ผมประทับใจคือวิธีการนำเสนอเรื่องราวที่ไม่เป็นเส้นตรง แต่สลับไปมาระหว่างอดีตกับปัจจุบัน ทำให้เราค่อยๆ ปะติดปะต่อเรื่องราวและเข้าใจที่มาที่ไปของปัญหาต่างๆ ได้อย่างลึกซึ้ง มันเหมือนกับการค่อยๆ แกะปมที่ผูกไว้แน่นๆ ออกทีละเส้น ซึ่งทำให้เราอินกับตัวละครมากขึ้นไปอีก
ถึงแม้ว่าจะเป็นซีรีส์แนวสยองขวัญ แต่ผมมองว่า The Haunting of Hill House เป็นมากกว่านั้น มันคือการสำรวจความสัมพันธ์ในครอบครัว การจัดการกับความเศร้าโศก การยอมรับความผิดพลาด และการเยียวยาจิตใจที่บอบช้ำ การดูเรื่องนี้อาจจะทำให้คุณรู้สึกอึดอัด หดหู่ หรือแม้กระทั่งน้ำตาไหลได้ เพราะมันสะท้อนถึงความเปราะบางของความเป็นมนุษย์ได้อย่างตรงไปตรงมา
ผมเข้าใจว่าบางคนอาจจะรู้สึกว่ามันเน้นดราม่ามากกว่าผีไปหน่อย หรืออาจจะรู้สึกว่าบางฉากมันค่อนข้างหดหู่ แต่สำหรับผมแล้ว มันคือส่วนผสมที่ลงตัวที่ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้มีความหมายและน่าจดจำ มันทำให้เราคิดตามเกี่ยวกับความหมายของบ้าน ครอบครัว และความทรงจำ
ถ้าใครกำลังมองหาซีรีส์ที่ไม่ได้มีแค่ผีให้ตกใจ แต่มีความลึกซึ้งทางอารมณ์และข้อคิดดีๆ ผมแนะนำ The Haunting of Hill House (2018) เลยครับ เตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อม เพราะคุณอาจจะนอนไม่หลับไปหลายคืนเลยก็ได้นะ! ใครดูแล้วเป็นยังไง มาแชร์กันได้นะครับ!
หลอนจนขนหัวลุก! The Haunting of Hill House (2018) ไม่ใช่แค่หนังสยองขวัญ แต่คือการสำรวจบาดแผลทางใจที่โคตรจริง
TITLE: หลอนจนขนหัวลุก! The Haunting of Hill House (2018) ไม่ใช่แค่หนังสยองขวัญ แต่คือการสำรวจบาดแผลทางใจที่โคตรจริง
สวัสดีครับทุกคนชาว Pantip ที่รักการดูหนัง/ซีรีส์ทุกท่าน วันนี้ผมมีซีรีส์ที่ดูแล้วหลอนติดตาจนต้องเอามาเล่าสู่กันฟังครับ พูดถึง The Haunting of Hill House ซีซั่นแรก (ปี 2018) นะครับ บอกเลยว่าไม่ใช่แค่หนังสยองขวัญผีสิงธรรมดาทั่วไป แต่มันเจาะลึกเข้าไปในจิตใจของตัวละคร จนบางทีเราอาจจะเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในนั้นก็ได้
เรื่องราวเริ่มต้นด้วยการเล่าย้อนอดีตของครอบครัว Crain ที่ย้ายเข้าไปอยู่ในคฤหาสน์ Hill House อันใหญ่โตเพื่อปรับปรุงแล้วขาย แต่แล้วเรื่องราวสยองขวัญก็เริ่มคืบคลานเข้ามา ทำให้ครอบครัวต้องจบชีวิตลงอย่างน่าเศร้าในที่แห่งนั้น ก่อนที่จะพาเรากลับมาสู่ปัจจุบัน ที่ลูกๆ ทั้งห้าคน ซึ่งโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ต่างก็มีชีวิตที่แตกสลายและเต็มไปด้วยปมปัญหาที่เกิดจากประสบการณ์ในวัยเด็กที่ Hill House พวกเขากลับมารวมตัวกันอีกครั้งเมื่อน้องสาวคนสุดท้องเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ซึ่งนำไปสู่การเปิดเผยความลับดำมืดของอดีตที่พวกเขาพยายามจะลืม
สิ่งที่ทำให้ The Haunting of Hill House โดดเด่นจริงๆ คือวิธีการเล่าเรื่องครับ ผู้กำกับ Mike Flanagan ฉลาดมากในการผสมผสานระหว่างความหลอนแบบเหนือธรรมชาติกับความเจ็บปวดทางอารมณ์ของตัวละครแต่ละตัว ผีในเรื่องไม่ได้มาแค่ให้ตกใจ แต่ผีแต่ละตัวคือสัญลักษณ์ของความกลัว ความผิด ความเศร้า หรือความโกรธที่ตัวละครแบกรับไว้ มันเหมือนกับว่าบ้านหลังนี้มันดูดซับความทุกข์ทรมานของคนเข้าไป แล้วก็สะท้อนมันออกมาในรูปแบบที่น่าขนลุก
การแสดงของนักแสดงนี่สุดยอดไปเลยครับ โดยเฉพาะนักแสดงเด็กที่รับบทเป็นพี่น้อง Crain ในวัยเด็ก ผมนี่อึ้งไปเลยกับความสามารถของพวกเขา แล้วนักแสดงรุ่นใหญ่ที่เล่นเป็นตัวละครตอนโตก็ถ่ายทอดความเจ็บปวด ความสับสน และความเปราะบางออกมาได้ถึงแก่นจริงๆ เราจะเห็นเลยว่าแต่ละคนมีวิธีรับมือกับอดีตที่แตกต่างกัน บางคนพยายามจะหนี บางคนจมอยู่กับมัน บางคนก็พยายามจะเข้าใจมัน
ฉากที่ผมชอบมากๆ และรู้สึกว่ามันทรงพลังจริงๆ คือฉากที่ผู้ใหญ่แต่ละคนต้องกลับไปเผชิญหน้ากับ "ผี" หรือ "ความทรงจำ" ที่ตามหลอกหลอนพวกเขา มันไม่ใช่แค่การวิ่งหนีผี แต่เป็นการเผชิญหน้ากับปมในใจของตัวเองที่ถูกผีเหล่านั้นกระตุ้นให้ปะทุขึ้นมา ซึ่งมันสะท้อนให้เห็นถึงกลไกการป้องกันตัวเองของมนุษย์ได้อย่างน่าสนใจครับ
เรื่องการสร้างบรรยากาศนี่ต้องยกนิ้วให้เลยครับ ความมืด ความเงียบ ความวังเวงของคฤหาสน์ Hill House มันถูกสร้างออกมาได้อย่างดีเยี่ยม เสียงประกอบก็มีส่วนสำคัญมากๆ ทำให้เราลุ้น ระแวงไปกับตัวละครตลอดเวลา บางทีแค่เห็นเงารางๆ หรือได้ยินเสียงอะไรแว่วๆ ก็ทำเอาใจเต้นไม่เป็นจังหวะแล้วครับ
อีกอย่างที่ผมประทับใจคือวิธีการนำเสนอเรื่องราวที่ไม่เป็นเส้นตรง แต่สลับไปมาระหว่างอดีตกับปัจจุบัน ทำให้เราค่อยๆ ปะติดปะต่อเรื่องราวและเข้าใจที่มาที่ไปของปัญหาต่างๆ ได้อย่างลึกซึ้ง มันเหมือนกับการค่อยๆ แกะปมที่ผูกไว้แน่นๆ ออกทีละเส้น ซึ่งทำให้เราอินกับตัวละครมากขึ้นไปอีก
ถึงแม้ว่าจะเป็นซีรีส์แนวสยองขวัญ แต่ผมมองว่า The Haunting of Hill House เป็นมากกว่านั้น มันคือการสำรวจความสัมพันธ์ในครอบครัว การจัดการกับความเศร้าโศก การยอมรับความผิดพลาด และการเยียวยาจิตใจที่บอบช้ำ การดูเรื่องนี้อาจจะทำให้คุณรู้สึกอึดอัด หดหู่ หรือแม้กระทั่งน้ำตาไหลได้ เพราะมันสะท้อนถึงความเปราะบางของความเป็นมนุษย์ได้อย่างตรงไปตรงมา
ผมเข้าใจว่าบางคนอาจจะรู้สึกว่ามันเน้นดราม่ามากกว่าผีไปหน่อย หรืออาจจะรู้สึกว่าบางฉากมันค่อนข้างหดหู่ แต่สำหรับผมแล้ว มันคือส่วนผสมที่ลงตัวที่ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้มีความหมายและน่าจดจำ มันทำให้เราคิดตามเกี่ยวกับความหมายของบ้าน ครอบครัว และความทรงจำ
ถ้าใครกำลังมองหาซีรีส์ที่ไม่ได้มีแค่ผีให้ตกใจ แต่มีความลึกซึ้งทางอารมณ์และข้อคิดดีๆ ผมแนะนำ The Haunting of Hill House (2018) เลยครับ เตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อม เพราะคุณอาจจะนอนไม่หลับไปหลายคืนเลยก็ได้นะ! ใครดูแล้วเป็นยังไง มาแชร์กันได้นะครับ!