คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 13
ขออนุญาตนะคะ อ่านแล้วมาสะดุดตรงคำว่า "อยากตาย" เลยทำให้ขอเขียนตอบกระทู้นี้
การที่มีประสบการณ์ที่เลวร้ายมาก่อนจนกลายเป็นแผลในใจนั้น อย่างแรกที่จะทำให้เราค่อยๆผ่านพ้นไปได้คือ
"การให้อภัย" นะคะ อย่างน้อยก็ให้อภัยตัวเองก่อนเป็นคนแรก มองกระจกทุกเช้าแล้วยิ้มให้ตัวเองก่อนดีไหมคะ
บอกตัวเองว่า กี่วันแล้วนะที่ฉันเข้มแข็งและผ่านพ้นเรื่องราวเหล่านั้นมาได้ มองเห็นคุณค่าในตัวเองก่อนนะคะว่าคุณมีสิ่งดีๆอะไรบ้าง
แล้วเช้าวันนั้นจะเป็นจุดเริ่มต้นความสดชื่นทั้งวัน
หากใจมันยังเผลอนึกถึงเรื่องราวเก่าๆอยู่ ขอให้ตั้งสติแล้วเอา"ตัวรู้"ข้างในตัวเอง มาทวนสภาวะตอนนั้น
เราจะเห็นและรู้จริงด้วยตัวเองว่า นั่นคืออดีตแล้ว มันเคยเจ็บ แต่ตอนนี้เรากำลังอยู่กับปัจจุบัน
เราผ่านสิ่งนั้นมาแล้วแม้จะไม่สวยงามเท่าไร แต่เรามีโอกาสและเวลาอีกเยอะที่จะสร้างความทรงจำดีๆระหว่างกันขึ้นมาใหม่ขึ้นได้
เราจะเสียเวลาและโอกาสดีๆเหล่านั้นเพียงเพราะเรื่องราวและฝันร้ายเก่าๆเดิมๆหรือ ?
หลายคนอาจจะมองว่า ตั้งสติพูดง่าย แต่ทำยาก ...มาลองทำแบบนี้ไหมคะ หาอุบายให้ใจฝึกสมาธิและสติ
ลองสวดมนต์ทุกวัน เอาใจไว้กับบทสวดมนต์ บอกตัวเองทุกครั้งว่าเราจะเป็นคนใหม่ที่มีแต่ความสุขเย็นๆจากข้างใน
ถ้าให้ดี ลองหาบทสวดมนต์ที่มีคำแปลไทยประกอบด้วย (ขอแนะนำบทสวดทำวัตรเช้า-เย็นค่ะ)
เพื่อให้ใจเรารู้ว่ากำลังสวดมนต์อะไรอยู่ กำลังภาวนาอะไรอยู่ ทำแบบนี้บ่อยๆจะช่วยโน้มใจให้มีสติกับอารมณ์ในปัจจุบัน
และยังช่วยโน้มให้ใจเราสว่าง เผื่อเวลาเวลาเราทุกข์ เราจะระลึกนึกถึงคำสอนในบทสวดมนต์ ใจมันจะเบาๆขึ้นบ้าง
หัวใจหนึ่งที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอนในบทสวดมนต์คือ "พวกเราทุกคนล้วนถูกความทุกข์หยั่งเอาแล้ว" ถ้ายอมรับแบบนี้แล้วเห็นว่า
เรายึดว่าเขา/เธอ/สิ่งนั้นเป็นของฉัน เราจึงหวังให้ทุกสิ่งอยู่เช่นนั้นอย่างที่เราหวัง เมื่อไม่ได้ดังหวังก็ทุกข์
แต่ถ้าสละใจว่า เขา/เธอ/สิ่งนั้น ไม่ใช่ตัวตนสักอย่าง (แม้แต่ตัวเรายังแก่ลงทุกวันเลย จะนับประสาอะไรกับคนอื่น ^^)
ลดการยึดลงบ้าง เราจะสุขได้มากและง่ายขึ้นค่ะ
ขอเป็นกำลังใจให้ผ่านความทุกข์ไปได้นะคะ ยิ้มไว้ค่ะ.. ^^
การที่มีประสบการณ์ที่เลวร้ายมาก่อนจนกลายเป็นแผลในใจนั้น อย่างแรกที่จะทำให้เราค่อยๆผ่านพ้นไปได้คือ
"การให้อภัย" นะคะ อย่างน้อยก็ให้อภัยตัวเองก่อนเป็นคนแรก มองกระจกทุกเช้าแล้วยิ้มให้ตัวเองก่อนดีไหมคะ
บอกตัวเองว่า กี่วันแล้วนะที่ฉันเข้มแข็งและผ่านพ้นเรื่องราวเหล่านั้นมาได้ มองเห็นคุณค่าในตัวเองก่อนนะคะว่าคุณมีสิ่งดีๆอะไรบ้าง
แล้วเช้าวันนั้นจะเป็นจุดเริ่มต้นความสดชื่นทั้งวัน
หากใจมันยังเผลอนึกถึงเรื่องราวเก่าๆอยู่ ขอให้ตั้งสติแล้วเอา"ตัวรู้"ข้างในตัวเอง มาทวนสภาวะตอนนั้น
เราจะเห็นและรู้จริงด้วยตัวเองว่า นั่นคืออดีตแล้ว มันเคยเจ็บ แต่ตอนนี้เรากำลังอยู่กับปัจจุบัน
เราผ่านสิ่งนั้นมาแล้วแม้จะไม่สวยงามเท่าไร แต่เรามีโอกาสและเวลาอีกเยอะที่จะสร้างความทรงจำดีๆระหว่างกันขึ้นมาใหม่ขึ้นได้
เราจะเสียเวลาและโอกาสดีๆเหล่านั้นเพียงเพราะเรื่องราวและฝันร้ายเก่าๆเดิมๆหรือ ?
หลายคนอาจจะมองว่า ตั้งสติพูดง่าย แต่ทำยาก ...มาลองทำแบบนี้ไหมคะ หาอุบายให้ใจฝึกสมาธิและสติ
ลองสวดมนต์ทุกวัน เอาใจไว้กับบทสวดมนต์ บอกตัวเองทุกครั้งว่าเราจะเป็นคนใหม่ที่มีแต่ความสุขเย็นๆจากข้างใน
ถ้าให้ดี ลองหาบทสวดมนต์ที่มีคำแปลไทยประกอบด้วย (ขอแนะนำบทสวดทำวัตรเช้า-เย็นค่ะ)
เพื่อให้ใจเรารู้ว่ากำลังสวดมนต์อะไรอยู่ กำลังภาวนาอะไรอยู่ ทำแบบนี้บ่อยๆจะช่วยโน้มใจให้มีสติกับอารมณ์ในปัจจุบัน
และยังช่วยโน้มให้ใจเราสว่าง เผื่อเวลาเวลาเราทุกข์ เราจะระลึกนึกถึงคำสอนในบทสวดมนต์ ใจมันจะเบาๆขึ้นบ้าง
หัวใจหนึ่งที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอนในบทสวดมนต์คือ "พวกเราทุกคนล้วนถูกความทุกข์หยั่งเอาแล้ว" ถ้ายอมรับแบบนี้แล้วเห็นว่า
เรายึดว่าเขา/เธอ/สิ่งนั้นเป็นของฉัน เราจึงหวังให้ทุกสิ่งอยู่เช่นนั้นอย่างที่เราหวัง เมื่อไม่ได้ดังหวังก็ทุกข์
แต่ถ้าสละใจว่า เขา/เธอ/สิ่งนั้น ไม่ใช่ตัวตนสักอย่าง (แม้แต่ตัวเรายังแก่ลงทุกวันเลย จะนับประสาอะไรกับคนอื่น ^^)
ลดการยึดลงบ้าง เราจะสุขได้มากและง่ายขึ้นค่ะ
ขอเป็นกำลังใจให้ผ่านความทุกข์ไปได้นะคะ ยิ้มไว้ค่ะ.. ^^
แสดงความคิดเห็น
มีวิธีให้ลืมความทุกข์ได้อย่างไรบ้าง จิตมันชอบคิดไปถึงเรื่องเดิมๆ แล้วก็ทำให้เศร้าหมอง