สวัสดีปีใหม่ครับ
ขอแสดงภาพ พนักงานขับรถไฟถือห่วงทางสดวก รถไฟสายน้ำตกไทรโยค
ณ สถานีรถไฟกาญจนบุรี ธ.ค.2558
จากกล้อง Nicca Type-5L Jupiter-8 50 f2 ilford HP-5 400
#ห่วงทางสะดวก
ในการเดินรถไฟ จะไม่มีการปล่อยขบวนรถเข้าไปในช่วงระหว่างสถานีเกิน 1 ขบวน จึงต้องมีกระบวนการในการตรวจสอบทางสะดวกก่อนจะปล่อยขบวนรถออกจากสถานี เพื่อมิให้เกิดการชนกันของขบวนรถ หรือเหตุใดๆ ที่ทำให้การเดินรถติดขัด กระบวนการนั้นเรียกว่า "การขอทางสะดวก" และ "การให้ทางสะดวก"
ยกตัวอย่างเหตุการณ์เช่น
สมมติว่า ณ ตอนนี้ ท่านผู้อ่านกำลังยืนอยู่ที่ "สถานีรถไฟเมืองพล"
สถานีก่อนหน้าคือ "สถานีหนองมะเขือ"
สถานีถัดไปคือ "สถานีบ้านหัน"
ขณะนี้มีขบวนรถด่วนที่ 75 มาจากทางสถานีหนองมะเขือ ทางสถานีเมืองพลต้องทำการ "ขอทางสะดวก" ไปยังสถานีบ้านหันเพื่อตรวจสอบว่า ทางรถไฟระหว่าง เมืองพล - บ้านหัน สะดวกหรือไม่ มีขบวนรถค้างอยู่ หรือมีขบวนรถสวนขึ้นมาหรือเปล่า
การขอทางสะดวกนั้นจะใช้เครื่องมือที่เรียกว่า "เครื่องขอทางสะดวก" เป็นกล่องเหล็กสีเขียวขี้ม้า ข้างในบรรจุ "ลูกตราทางสะดวก" เอาไว้ และมีกลไกซับซ้อนภายใน
สถานีเมืองพล จะเคาะสัญญาณทางสะดวกไปยังสถานีบ้านหัน เป็นรหัสในการเดินรถ ซึง่จะส่งเสียงออกมาในรูปของเสียงกระดิ่งดัง "กิ๊ง กิ๊ง กิ๊ง" ซึ่งกลไกนั้นจะทำงานร่วมกับสายสัญญาณที่โยงขึงไปกับเสาโทรเลข สู่สถานีบ้านหัน
เมื่อสถานีบ้านหันได้ยินเสียงขอทางมาแล้ว ก็จะทำการตอบกลับไปด้วยการเคาะรหัสเช่นกัน ว่า "ทางสะดวก" หรือ "ทางไม่สะดวก"
หากทางสะดวก ก็จะเคาะรหัสกลับไป และให้สถานีเมืองพลเตรียมบิดลูกบิดเพื่อ "ปลดล็อกลูกตราทางสะดวกที่อยู่ภายใน" ซึ่งกระบวนการนี้เราเรียกว่า "การให้ทางสะดวก"
เมื่อลูกตราทางสะดวกถูกปลดล็อก ก็จะไหลลงมาสู่ถาดรับด้านล่าง นายสถานีก็จะนำลูกตราดังกล่าว ซึ่งมีตัวย่อสถานี อล.-าห. อันเป็นตัวย่อของสถานีเมืองพล และ บ้านหัน โดยลูกตราดังกล่าวจะเป็นหลักฐานต่อพนักงานขับรถว่า "ทางระหว่างเมืองพล-บ้านหัน เป็นทางสะดวกแล้ว"
จากนั้น นายสถานีจะนำลูกตราใส่ลงไปในถุงหนังที่ปลายห่วงทางสะดวก ก่อนจะนำไปแขวนไว้ที่ "เสาคล้องห่วงทางสะดวก" ที่เป็นเสาสูง มีที่คล้องห่วง ติดตั้งอยู่บริเวณชานชาลา สูงในระดับเดียวกับห้องขับรถไฟ
เมื่อขบวนรถไฟมาถึง พนักงานขับรถ ก็จะนำห่วงที่ได้รับมาจากสถานีหนองมะเขือ คล้องไปที่เสาต้นแรก และรับห่วงของสถานีเมืองพลจากเสาต้นที่ 2 จากนั้นเมื่อขบวนรถวิ่งไปถึงสถานีบ้านหัน ก็จะนำห่วงที่รับจากเมืองพลส่งคืน และรับห่วงอันต่อไปเรื่อยๆจนถึงปลายทาง
การใช้ห่วงทางสะดวกนั้น เป็นระบบอาณัติสัญญาณรุ่นแรกๆ มีชื่อเรียกในภาษาอังกฤษว่า Block System ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากประเทศอังกฤษ โดยในหลายๆ ประเทศก็ยังคงใช้ระบบนี้อยู่ ซึ่งระบบการรับส่งห่วงนี้จะใช้ในเส้นทางที่ขบวนรถไม่หนาแน่น
แต่ในปัจจุบันนั้น พื้นที่ทางคู่ และพื้นที่ที่ใช้ระบบอาณัติสัญญาณชนิดไฟสี จะใช้การขอทางและให้ทางด้วยระบบไฟฟ้ารีเลย์ และระบบคอมพิวเตอร์
---------------------------
ช่วงสถานีที่มีการรับส่งห่วงทางสะดวก
สายเหนือ
เริ่มตั้งแต่ สถานีศิลาอาสน์ - เชียงใหม่ และ สายแยกสวรรคโลก
สายตะวันออกเฉียงเหนือ
เริ่มตั้งแต่ สถานีชุมทางถนนจิระ - อุบลราชธานี และ หนองคาย
สายใต้
เริ่มตั้งแต่ สถานีชุมพร - สุไหงโกลก และรวมถึ่งทางแยกสายสุพรรณบุรี สายกาญจนบุรี สายคีรีรัฐนิคม สายกันตัง สายนครศรีธรรมราช และสายปาดังเบซาร์
สายตะวันออก
เริ่มตั้งแต่ สถานีชุมทางคลองสิบเก้า - อรัญประเทศ
============================================
ข้อมูลจากที่นี่ครับ
https://www.facebook.com/pr.railway/posts/1024321470916057:0?hc_location=ufi
ห่วงทางสดวก
ขอแสดงภาพ พนักงานขับรถไฟถือห่วงทางสดวก รถไฟสายน้ำตกไทรโยค
ณ สถานีรถไฟกาญจนบุรี ธ.ค.2558
จากกล้อง Nicca Type-5L Jupiter-8 50 f2 ilford HP-5 400
#ห่วงทางสะดวก
ในการเดินรถไฟ จะไม่มีการปล่อยขบวนรถเข้าไปในช่วงระหว่างสถานีเกิน 1 ขบวน จึงต้องมีกระบวนการในการตรวจสอบทางสะดวกก่อนจะปล่อยขบวนรถออกจากสถานี เพื่อมิให้เกิดการชนกันของขบวนรถ หรือเหตุใดๆ ที่ทำให้การเดินรถติดขัด กระบวนการนั้นเรียกว่า "การขอทางสะดวก" และ "การให้ทางสะดวก"
ยกตัวอย่างเหตุการณ์เช่น
สมมติว่า ณ ตอนนี้ ท่านผู้อ่านกำลังยืนอยู่ที่ "สถานีรถไฟเมืองพล"
สถานีก่อนหน้าคือ "สถานีหนองมะเขือ"
สถานีถัดไปคือ "สถานีบ้านหัน"
ขณะนี้มีขบวนรถด่วนที่ 75 มาจากทางสถานีหนองมะเขือ ทางสถานีเมืองพลต้องทำการ "ขอทางสะดวก" ไปยังสถานีบ้านหันเพื่อตรวจสอบว่า ทางรถไฟระหว่าง เมืองพล - บ้านหัน สะดวกหรือไม่ มีขบวนรถค้างอยู่ หรือมีขบวนรถสวนขึ้นมาหรือเปล่า
การขอทางสะดวกนั้นจะใช้เครื่องมือที่เรียกว่า "เครื่องขอทางสะดวก" เป็นกล่องเหล็กสีเขียวขี้ม้า ข้างในบรรจุ "ลูกตราทางสะดวก" เอาไว้ และมีกลไกซับซ้อนภายใน
สถานีเมืองพล จะเคาะสัญญาณทางสะดวกไปยังสถานีบ้านหัน เป็นรหัสในการเดินรถ ซึง่จะส่งเสียงออกมาในรูปของเสียงกระดิ่งดัง "กิ๊ง กิ๊ง กิ๊ง" ซึ่งกลไกนั้นจะทำงานร่วมกับสายสัญญาณที่โยงขึงไปกับเสาโทรเลข สู่สถานีบ้านหัน
เมื่อสถานีบ้านหันได้ยินเสียงขอทางมาแล้ว ก็จะทำการตอบกลับไปด้วยการเคาะรหัสเช่นกัน ว่า "ทางสะดวก" หรือ "ทางไม่สะดวก"
หากทางสะดวก ก็จะเคาะรหัสกลับไป และให้สถานีเมืองพลเตรียมบิดลูกบิดเพื่อ "ปลดล็อกลูกตราทางสะดวกที่อยู่ภายใน" ซึ่งกระบวนการนี้เราเรียกว่า "การให้ทางสะดวก"
เมื่อลูกตราทางสะดวกถูกปลดล็อก ก็จะไหลลงมาสู่ถาดรับด้านล่าง นายสถานีก็จะนำลูกตราดังกล่าว ซึ่งมีตัวย่อสถานี อล.-าห. อันเป็นตัวย่อของสถานีเมืองพล และ บ้านหัน โดยลูกตราดังกล่าวจะเป็นหลักฐานต่อพนักงานขับรถว่า "ทางระหว่างเมืองพล-บ้านหัน เป็นทางสะดวกแล้ว"
จากนั้น นายสถานีจะนำลูกตราใส่ลงไปในถุงหนังที่ปลายห่วงทางสะดวก ก่อนจะนำไปแขวนไว้ที่ "เสาคล้องห่วงทางสะดวก" ที่เป็นเสาสูง มีที่คล้องห่วง ติดตั้งอยู่บริเวณชานชาลา สูงในระดับเดียวกับห้องขับรถไฟ
เมื่อขบวนรถไฟมาถึง พนักงานขับรถ ก็จะนำห่วงที่ได้รับมาจากสถานีหนองมะเขือ คล้องไปที่เสาต้นแรก และรับห่วงของสถานีเมืองพลจากเสาต้นที่ 2 จากนั้นเมื่อขบวนรถวิ่งไปถึงสถานีบ้านหัน ก็จะนำห่วงที่รับจากเมืองพลส่งคืน และรับห่วงอันต่อไปเรื่อยๆจนถึงปลายทาง
การใช้ห่วงทางสะดวกนั้น เป็นระบบอาณัติสัญญาณรุ่นแรกๆ มีชื่อเรียกในภาษาอังกฤษว่า Block System ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากประเทศอังกฤษ โดยในหลายๆ ประเทศก็ยังคงใช้ระบบนี้อยู่ ซึ่งระบบการรับส่งห่วงนี้จะใช้ในเส้นทางที่ขบวนรถไม่หนาแน่น
แต่ในปัจจุบันนั้น พื้นที่ทางคู่ และพื้นที่ที่ใช้ระบบอาณัติสัญญาณชนิดไฟสี จะใช้การขอทางและให้ทางด้วยระบบไฟฟ้ารีเลย์ และระบบคอมพิวเตอร์
---------------------------
ช่วงสถานีที่มีการรับส่งห่วงทางสะดวก
สายเหนือ
เริ่มตั้งแต่ สถานีศิลาอาสน์ - เชียงใหม่ และ สายแยกสวรรคโลก
สายตะวันออกเฉียงเหนือ
เริ่มตั้งแต่ สถานีชุมทางถนนจิระ - อุบลราชธานี และ หนองคาย
สายใต้
เริ่มตั้งแต่ สถานีชุมพร - สุไหงโกลก และรวมถึ่งทางแยกสายสุพรรณบุรี สายกาญจนบุรี สายคีรีรัฐนิคม สายกันตัง สายนครศรีธรรมราช และสายปาดังเบซาร์
สายตะวันออก
เริ่มตั้งแต่ สถานีชุมทางคลองสิบเก้า - อรัญประเทศ
============================================
ข้อมูลจากที่นี่ครับ
https://www.facebook.com/pr.railway/posts/1024321470916057:0?hc_location=ufi