เริ่มจากเห็นกระแสแรงมาก ๆ เลย สำหรับกลุ่มสื่อสาร เพิ่งจะเป็นกระทู้แรกเลยครับ ลองมั่ว ๆ แคะ ๆ ไป
1. Advanc บอกตามตรงตัวนี้ยังไงก็คงเป็นเบอร์ 1 ไปอีกระยะนึงอีก 5-10 ปี ปันผลน่าจะลดลงมา เหลือประมาณ
4-5 บาทต่อหุ้น ต่อปี ต้องบอกตามตรง ตอนนี้กองทุนเทมาเส็กคุ้มทุนไปได้ระยะนึงแล้วจากการปันผลร้อยละ 100 จากกำไรสุทธิ
มาตั้งแต่ปี 53 ซึ่ง เรียกว่าต่อไปจะลงทุนอะไร กู้อย่างเดียว เงินกำไรสุทธิไม่เยอะพอจะขยายใด ๆ ทั้งสิ้น
advanc ได้ผลประโยชน์เต็ม ๆ ตั้งแต่สัมปทานสมัยคุณทักษิณ แต่พอมาเริ่มประมูลรอบนี้
จึงต้องเข้าสู่ภาวะสมดุลกันจริง ๆ ไม่มีนอกในแล้ว เรื่องคลื่น 1800 ที่ได้มารวมกับ 2100 น่าจะพอไปอีกหลายปีคงไม่ประมูลเพิ่ม
ที่หยุดประมูลคลื่น 900 ไปก็คิดว่าคงไม่คุ้มลงทุนแล้ว คอยเจรจาเช่าคลื่นเพิ่มจาก TOT น่าจะคุ้มกว่า
2. Dtac ทุกคนจะห่วงว่า dtac จะทำยังไงดี ปี 2561 จะหมดทั้งคลื่น 850 และ 1800 เหลือแค่ 2100 สัญญาณจะครอบคลุมน้อยลง
ซึ่งก็คงน้อยลงจริง ๆ ถ้าไม่มีการเจรจาเช่าคลื่นเพิ่มหรือร่วมพันธมิตรกับใครเลย dtac ตอนนี้ telenor น่าจะแค่เกือบคุ้มทุนตั้งแต่ take over
ucom มา ราคา 58 บาท ปันผลมาคงยังไม่น่าคุ้มเท่าไหร่ (ร้อยละ 80 ของกำไรสุทธิ)ยกเว้นมีการขายหุ้นออกไปบ้างที่ราคาสูง ๆ จากที่ถือ เกือบ 90 เปอร์เซ็นต์ตอนนี้ถือ 75 เปอร์ อาจจะคุ้มทุนไปแล้ว อนาคต dtac ยังไงก็คงตกมาอันดับ 3 สูงมาก แต่กำไรถามว่าจะลดลงเยอะรึเปล่า ที่ประมูลคลื่นไม่ได้ คนกลัวว่าจะออกจากตลาด
รึเปล่า ถอดใจรึยัง ผมว่ายัง เพราะไม่งั้นคงไม่ร่วมประมูลถึง 70000 ล้าน เค้าเป็น telenor เค้าคล้ายกองทุนคล้ายเทมาเส็ก คิดจุดคุ้มทุนแล้วว่า มันหนักสาหัสเกินไป ถ้าจะยังอยากเดินหน้าต่อไป ส่วนเรื่องคลื่นผมจะมาสรุปให้อีกทีตอนท้ายครับ
3. True ทุก ๆ คนทราบอยู่แล้วว่า คลื่นในมือตอนนี้เยอะที่สุด ถึง 55 MHz เยอะกว่า dtac ตอนนี้ 50 MHz อนาคตไม่น่าห่วงสำหรับทรู แต่ต้องน่าจะหลัง
10 ปีแล้ว ทยอยเคลียร์หนี้ใบอนุญาต 120000 ล้านก่อนนะครับ ยังดีที่ china telecom หนุนหลังด้วย เจ้าสัว คงวางแผนสร้างอาณาจักรกินรวบในเมืองไทยแน่นอน คนที่จะลงทุน true ต้องยาวจริง ๆครับ ส่วนเรื่องเพิ่มทุน ยังไงก็น่าจะเพิ่ม อยู่ที่ว่า china telecom เค้ามั่นใจขนาดไหน อาจจะแค่ pp แต่ดูทรงแล้ว ได้เพิ่มทั่วถึงแน่นอน อยู่ที่ราคาเลี้ยงไว้ค่าเฉลี่ยจะอยู่ที่เท่าไหร่
4. Jas ผู้เล่นรายใหม่ ที่มาเขย่าวงการสื่อสาร มองแล้ว ที่ฟังคำสัมภาษณ์ ว่าจะไม่เพิ่มทุน เพราะให้บริษัทลูกจัดการ มองแล้ว คงเป็นไปได้ยาก ถ้าแม่ไม่ช่วยหนุน จะหาเงินไหนมาจ่ายค่าคลื่น ผมมองไม่เห็นจริง บอกอีก 3 ปีจะนำบริษัทลูกเข้าระดมทุน อาจจะเร็วไปนิดหรือยากมาก เพราะผลประกอบการ ไม่น่าจะกำไร 3 ปีต่อจากนี้ ลูกค้าในตอนนี้คือ 0 จะกู้ธนาคาร ผมว่ายังยาก ไหนจะต้องลงทุนเพิ่มอีก 20000 ล้าน ทั้งเสาส่ง การตลาด สรุปลงทุนพร้อมใบอนุญาตร่วม แสนล้าน เห็นแล้วเหนื่อย ต่อให้มีการเพิ่มทุน ผมยังไม่รู้เลยว่าผู้ถือหุ้นจะเพิ่มด้วยรึเปล่า ลองดูแนวคิดต่อไปว่าจะทำอย่างไร หรืออาจจะร่วมพันธมิตร ตามที่เป็นข่าว
มาสรุปกันนะครับ ประเด็นที่ กลุ่มสื่อสาร ร่วงเร็ว แรง หลังจากหล่อเลี้ยงกันมานาน เล่นข่าวตลบซ้าย ตลบขวา เริ่มจาก jas เป็นผู้เล่นรายใหม่มา ทำให้จากเค้กที่ส่วนแบ่งการตลาดดี ๆ มาต้องคำนวณใหม่ ว่าจะเป็นอย่างไร ผู้บริโภคได้รับผลประโยชน์เต็ม ๆ แน่นอนครับ แต่บริษัทกับผู้ถือหุ้นนี่ล่ะหนักแน่นอนเช่นเดียวกัน ก็ยินดีกับผู้บริโภคครับ คราวนี้มาเรื่องคลื่นความถี่ คลื่นความถี่ตอนนี้ส่วนมากอยู่เป็นของรัฐบาลเป็นส่วนมาก ๆ ข่าวแว่บ ๆ ปีหน้าหรือไม่น่าเกิน 2 ปี คลื่น 2300 และ 2600 จะถูกรัฐบาลดึงสัมปทานกลับบางส่วน จาก อสมท และ ช่อง 7 เพื่อมาประมูลเพิ่มอีก ส่วนคลื่น 1800 ของ dtac ก็คงจะประมูลอีกทีปี 2561 เช่นกัน ประเด็นคือถ้ามีการเปิดประมูลคลื่นใหม่เข้ามาจริง ทาง true คงยังไม่เพิ่มเพราะเกินความต้องการมากแล้ว และยังคงต้องก้มหน้าก้มตาใช้หนี้จ่ายคลื่นที่ประมูลได้มาอยู่ ที่จะเพิ่มคือทาง advanc เพราะอนาคต 30 MHz ที่มีอยู่คงไม่พอ ยังไงก็ต้องเพิ่มอีกซักคลื่น ส่วน dtac ที่คนกลัว ๆ กันว่าจะหายจากตลาด ยังไงทาง dtac ก็เตรียมเงินไว้สู้ครั้งหน้าและคาดว่าคงต้องเอาซักที สองค่ายนี้คงสู้กันต่ออีก หรืออาจจะมีผู้เข้าร่วมประมูลเพื่อทำราคาเชิงธุรกิจมากกว่า ให้ผู้ร่วมประมูลรายอื่น ๆ ได้ราคาสูง ๆ กัน แต่ที่ผมอยากจะบอกต่อไปคือ อาจจะมีผู้เล่นรายใหม่ที่อยากเข้ามาเอาคลื่นเพื่อมาร่วมวงไพบูลย์อีกก็เป็นได้ นี่ล่ะครับที่หนักมาก ถ้าตอนนี้มีแค่ 4 ราย ก็ดีไป แต่ถ้ามีถึง 5-6 รายเมื่อไหร่ บอกเลย กลุ่มสื่อสารจะไม่น่าสนใจอีกต่อไปเลย แต่จะดีกับผู้บริโภคแบบเราเต็ม ๆ ตัวที่จะรับผลประโยชน์เต็ม ๆอีก คือ dif (เปลี่ยนชื่อมาจาก trueif) เสานี่พร้อมให้เช่าตลอดเวลา เขียนมาเพลิน ๆ นึกอะไรไม่ค่อยออกแล้วครับ ไปทานข้าวก่อนนะครับ ท่านใดอยากเสริมส่วนไหน ก็เพิ่มได้นะครับ
ขอบคุณมากนะครับ
วิแคะมั่ว ๆ หุ้นกลุ่มสื่อสาร advanc dtac true jas
1. Advanc บอกตามตรงตัวนี้ยังไงก็คงเป็นเบอร์ 1 ไปอีกระยะนึงอีก 5-10 ปี ปันผลน่าจะลดลงมา เหลือประมาณ
4-5 บาทต่อหุ้น ต่อปี ต้องบอกตามตรง ตอนนี้กองทุนเทมาเส็กคุ้มทุนไปได้ระยะนึงแล้วจากการปันผลร้อยละ 100 จากกำไรสุทธิ
มาตั้งแต่ปี 53 ซึ่ง เรียกว่าต่อไปจะลงทุนอะไร กู้อย่างเดียว เงินกำไรสุทธิไม่เยอะพอจะขยายใด ๆ ทั้งสิ้น
advanc ได้ผลประโยชน์เต็ม ๆ ตั้งแต่สัมปทานสมัยคุณทักษิณ แต่พอมาเริ่มประมูลรอบนี้
จึงต้องเข้าสู่ภาวะสมดุลกันจริง ๆ ไม่มีนอกในแล้ว เรื่องคลื่น 1800 ที่ได้มารวมกับ 2100 น่าจะพอไปอีกหลายปีคงไม่ประมูลเพิ่ม
ที่หยุดประมูลคลื่น 900 ไปก็คิดว่าคงไม่คุ้มลงทุนแล้ว คอยเจรจาเช่าคลื่นเพิ่มจาก TOT น่าจะคุ้มกว่า
2. Dtac ทุกคนจะห่วงว่า dtac จะทำยังไงดี ปี 2561 จะหมดทั้งคลื่น 850 และ 1800 เหลือแค่ 2100 สัญญาณจะครอบคลุมน้อยลง
ซึ่งก็คงน้อยลงจริง ๆ ถ้าไม่มีการเจรจาเช่าคลื่นเพิ่มหรือร่วมพันธมิตรกับใครเลย dtac ตอนนี้ telenor น่าจะแค่เกือบคุ้มทุนตั้งแต่ take over
ucom มา ราคา 58 บาท ปันผลมาคงยังไม่น่าคุ้มเท่าไหร่ (ร้อยละ 80 ของกำไรสุทธิ)ยกเว้นมีการขายหุ้นออกไปบ้างที่ราคาสูง ๆ จากที่ถือ เกือบ 90 เปอร์เซ็นต์ตอนนี้ถือ 75 เปอร์ อาจจะคุ้มทุนไปแล้ว อนาคต dtac ยังไงก็คงตกมาอันดับ 3 สูงมาก แต่กำไรถามว่าจะลดลงเยอะรึเปล่า ที่ประมูลคลื่นไม่ได้ คนกลัวว่าจะออกจากตลาด
รึเปล่า ถอดใจรึยัง ผมว่ายัง เพราะไม่งั้นคงไม่ร่วมประมูลถึง 70000 ล้าน เค้าเป็น telenor เค้าคล้ายกองทุนคล้ายเทมาเส็ก คิดจุดคุ้มทุนแล้วว่า มันหนักสาหัสเกินไป ถ้าจะยังอยากเดินหน้าต่อไป ส่วนเรื่องคลื่นผมจะมาสรุปให้อีกทีตอนท้ายครับ
3. True ทุก ๆ คนทราบอยู่แล้วว่า คลื่นในมือตอนนี้เยอะที่สุด ถึง 55 MHz เยอะกว่า dtac ตอนนี้ 50 MHz อนาคตไม่น่าห่วงสำหรับทรู แต่ต้องน่าจะหลัง
10 ปีแล้ว ทยอยเคลียร์หนี้ใบอนุญาต 120000 ล้านก่อนนะครับ ยังดีที่ china telecom หนุนหลังด้วย เจ้าสัว คงวางแผนสร้างอาณาจักรกินรวบในเมืองไทยแน่นอน คนที่จะลงทุน true ต้องยาวจริง ๆครับ ส่วนเรื่องเพิ่มทุน ยังไงก็น่าจะเพิ่ม อยู่ที่ว่า china telecom เค้ามั่นใจขนาดไหน อาจจะแค่ pp แต่ดูทรงแล้ว ได้เพิ่มทั่วถึงแน่นอน อยู่ที่ราคาเลี้ยงไว้ค่าเฉลี่ยจะอยู่ที่เท่าไหร่
4. Jas ผู้เล่นรายใหม่ ที่มาเขย่าวงการสื่อสาร มองแล้ว ที่ฟังคำสัมภาษณ์ ว่าจะไม่เพิ่มทุน เพราะให้บริษัทลูกจัดการ มองแล้ว คงเป็นไปได้ยาก ถ้าแม่ไม่ช่วยหนุน จะหาเงินไหนมาจ่ายค่าคลื่น ผมมองไม่เห็นจริง บอกอีก 3 ปีจะนำบริษัทลูกเข้าระดมทุน อาจจะเร็วไปนิดหรือยากมาก เพราะผลประกอบการ ไม่น่าจะกำไร 3 ปีต่อจากนี้ ลูกค้าในตอนนี้คือ 0 จะกู้ธนาคาร ผมว่ายังยาก ไหนจะต้องลงทุนเพิ่มอีก 20000 ล้าน ทั้งเสาส่ง การตลาด สรุปลงทุนพร้อมใบอนุญาตร่วม แสนล้าน เห็นแล้วเหนื่อย ต่อให้มีการเพิ่มทุน ผมยังไม่รู้เลยว่าผู้ถือหุ้นจะเพิ่มด้วยรึเปล่า ลองดูแนวคิดต่อไปว่าจะทำอย่างไร หรืออาจจะร่วมพันธมิตร ตามที่เป็นข่าว
มาสรุปกันนะครับ ประเด็นที่ กลุ่มสื่อสาร ร่วงเร็ว แรง หลังจากหล่อเลี้ยงกันมานาน เล่นข่าวตลบซ้าย ตลบขวา เริ่มจาก jas เป็นผู้เล่นรายใหม่มา ทำให้จากเค้กที่ส่วนแบ่งการตลาดดี ๆ มาต้องคำนวณใหม่ ว่าจะเป็นอย่างไร ผู้บริโภคได้รับผลประโยชน์เต็ม ๆ แน่นอนครับ แต่บริษัทกับผู้ถือหุ้นนี่ล่ะหนักแน่นอนเช่นเดียวกัน ก็ยินดีกับผู้บริโภคครับ คราวนี้มาเรื่องคลื่นความถี่ คลื่นความถี่ตอนนี้ส่วนมากอยู่เป็นของรัฐบาลเป็นส่วนมาก ๆ ข่าวแว่บ ๆ ปีหน้าหรือไม่น่าเกิน 2 ปี คลื่น 2300 และ 2600 จะถูกรัฐบาลดึงสัมปทานกลับบางส่วน จาก อสมท และ ช่อง 7 เพื่อมาประมูลเพิ่มอีก ส่วนคลื่น 1800 ของ dtac ก็คงจะประมูลอีกทีปี 2561 เช่นกัน ประเด็นคือถ้ามีการเปิดประมูลคลื่นใหม่เข้ามาจริง ทาง true คงยังไม่เพิ่มเพราะเกินความต้องการมากแล้ว และยังคงต้องก้มหน้าก้มตาใช้หนี้จ่ายคลื่นที่ประมูลได้มาอยู่ ที่จะเพิ่มคือทาง advanc เพราะอนาคต 30 MHz ที่มีอยู่คงไม่พอ ยังไงก็ต้องเพิ่มอีกซักคลื่น ส่วน dtac ที่คนกลัว ๆ กันว่าจะหายจากตลาด ยังไงทาง dtac ก็เตรียมเงินไว้สู้ครั้งหน้าและคาดว่าคงต้องเอาซักที สองค่ายนี้คงสู้กันต่ออีก หรืออาจจะมีผู้เข้าร่วมประมูลเพื่อทำราคาเชิงธุรกิจมากกว่า ให้ผู้ร่วมประมูลรายอื่น ๆ ได้ราคาสูง ๆ กัน แต่ที่ผมอยากจะบอกต่อไปคือ อาจจะมีผู้เล่นรายใหม่ที่อยากเข้ามาเอาคลื่นเพื่อมาร่วมวงไพบูลย์อีกก็เป็นได้ นี่ล่ะครับที่หนักมาก ถ้าตอนนี้มีแค่ 4 ราย ก็ดีไป แต่ถ้ามีถึง 5-6 รายเมื่อไหร่ บอกเลย กลุ่มสื่อสารจะไม่น่าสนใจอีกต่อไปเลย แต่จะดีกับผู้บริโภคแบบเราเต็ม ๆ ตัวที่จะรับผลประโยชน์เต็ม ๆอีก คือ dif (เปลี่ยนชื่อมาจาก trueif) เสานี่พร้อมให้เช่าตลอดเวลา เขียนมาเพลิน ๆ นึกอะไรไม่ค่อยออกแล้วครับ ไปทานข้าวก่อนนะครับ ท่านใดอยากเสริมส่วนไหน ก็เพิ่มได้นะครับ
ขอบคุณมากนะครับ