สาเหตุหลักๆของความผิดพลาดทั้งหมดนี้มาจากการที่ภาครัฐจัดการประมูลที่คิดถึงแต่ผลประโยชน์เฉพาะหน้า คิดถึงแต่ว่าจะทำยังไงภาครัฐจะได้ผลประโยชน์มากที่สุด ที่เหลือก็ให้ประชาชนไปรับผลกันเอง
การประมูลก่อสร้างรถไฟ ก็เลือกที่บริษัทรับเหมาที่รัฐจ่ายค่าก่อสร้างน้อยที่สุด
การประมูลคลื่นความถี่ก็เลือกค่ายที่จ่ายเงินประมูลคลื่นให้รัฐได้มากที่สุด ไม่ได้คิดถึงประชาชนว่าจะได้รับผลอย่างไรในระยะยาวบ้าง
ผลลัพธ์ก็คือ การก่อสร้างที่ไม่ได้มาตราฐาน ประชาชนต้องมารับเคราะห์ เจ็บบ้าง ตายบ้าง หรือเจอเหตุการณ์ตึกถล่มอย่างสตง.บ้าง ส่วนมือถือก็กลายเป็นลักษณะของการแข่งขันลดลง เหมือนการผูกขาด ประชาชนต้องจ่ายค่าโทรศัพท์แพงขึ้น แต่ได้ใช้ของที่มีคุณภาพลดลง ทำให้ภาพรวมของเศรษฐกิจดูแย่ลง
จำได้ว่าเรื่องมือถือ สมัยแรกๆที่เปลี่ยนจากระบบสัมปทานมาเป็นการประมูล ก็ตอนประมูล 3G คลื่น 2100 แต่ละเจ้าได้คลื่นไปในราคาที่ถูกมากเพราะหารแบ่งคลื่นกันลงตัว คลื่นทั้งหมด 45 mhz แบ่งกันเจ้าละ 15 mhz ครบ 3 เจ้าพอดี ไม่ต้องแข่งขันกดดันราคาอะไรกันมาก ส่งผลให้กสทช.ถูกประชาชนจำนวนมากโจมตีว่าฮั้วประมูล
การประมูล 4G จึงต้องมาจัดการประมูลในรูปแบบใหม่ ให้ทั้งคลื่น 900 และ 1800 มีจำนวนน้อยกว่าบริษัทที่เข้าประมูล โดยแบ่งให้ประมูลทีละคลื่น แต่ละคลื่นแบ่งออกเป็น 2 ช่วง คลื่น 1800 กว้าง 30 mhz แบ่งออกประมูลเป็นช่วงละ 15 mhz ได้ 2 ช่วง ซึ่งมีทั้งหมด 4 บริษัท แย่งชิงคลื่น 2 ช่วง ตอนนั้น ais,true ได้คลื่น 1800 2 ช่วงไป ต่อมาประมูลคลื่น 900 กว้าง 10 mhz อีก 2 ช่วง ais,true ก็ชนะได้คลื่นไปอีก
เวลานั้น กสทช.ได้รับคำชมมากมายว่าสร้างผลประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย
แต่ภาพที่สวยงามจากการได้เงินก้อนโตก็อยู่ได้ไม่นาน พอถึงช่วงประมูลคลื่น 700 ก็มีกฎพิเศษว่า ถ้าใครเข้าประมูลคลื่น 700 จะได้รับสิทธิ์พิเศษ สามารถยืดการชำระจ่ายค่าคลื่น 900 ให้นานกว่ากรอบเวลาเดิมได้ เพราะค่ายมือถือพึ่งจะประมูลคลื่น 900/1800 มาได้ไม่นาน จะให้มาจ่ายเงินก้อนโตเพื่อประมูลคลื่น 700 ไปเปิดให้บริการก็ไม่น่าจะไหว
เวลานั้นกสทช.ควรจะทำให้ราคาคลื่น 700 เป็นไปตามความต้องการทางการตลาด ตั้งราคาคลื่นให้ต่ำพอที่ค่ายมือถือจ่ายไหว ไม่เป็นภาระมากเกินไป แต่กสทช.ก็ดันไปตั้งราคาสูงๆเพราะติดนิสัยเดิมๆ ต้องได้ยอดเงินเยอะมาโชว์ให้สังคมเห็น เป็นภาพลักษณ์ที่ดี
จริงๆเมื่อรู้ว่า ผู้เข้าประมูลอ่อนแรง ไม่สามารถจ่ายเงินก้อนโตได้เหมือนการประมูลครั้งก่อนๆ กสทช.ก็ควรคิดเริ่มปรับเปลี่ยนอะไรบางอย่างเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม อย่าให้จำนวนเงินที่ได้เป็นเพียงภาพลวงตา เพราะสุดท้ายค่ายมือถือก็ต้องมาเก็บเงินกับประชาชนผู้ใช้บริการอยู่ดี
แต่สุดท้ายกสทชก็ยังประมูลคลื่น 5G ที่เหลือต่อมาในระบบเดิมๆ ทำยังไงให้ได้เงินมากที่สุด ไม่ได้คิดถึงสถานะความอยู่รอดของผู้ประกอบการและผลที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนจริงๆ
วันนี้ ทุกอย่างก็แสดงให้เห็นแล้วว่า ผู้ประกอบการอยู่ไม่ได้ ต้องถอยออกจากไทย การแข่งขันลดลง ประชาชนรับเคราะห์ไป
เรื่องนี้ ถ้าให้โทษบุคคลที่ผิดหนักที่สุดก็ขอโทษกสทช.ผู้ควบคุมการแข่งขันนั้นแหละ ส่วนผู้ประกอบการอย่าง dtac กับ true เขาก็ต้องทำเพื่อธุรกิจเขา dtac เห็นว่าระยะยาวคงไม่รอด ก็ขายทำกำไรดีกว่า เพราะนโยบายของกสทช.ไม่ได้คิดถึงผู้ประกอบการ ไม่คิดว่าจะทำอย่างไรให้ผู้ประกอบการอยู่ได้จริง ส่วน true ก็ต้องหาทางเอาตัวรอด ทำกำไรเหมือนกัน
ตอนนี้มือถือก็เหลือแค่ 2 เจ้า ภาครัฐก็ได้ผลประโยชน์ลดลงกว่าแต่ก่อนด้วย มีคนมาประมูลคลื่นน้อยลง ไม่สามารถเก็บเงินประมูลคลื่นได้มากมายเหมือนแต่ก่อน ผลกระทบก็ตกอยู่กับภาครัฐเองด้วย เป็นบทเรียนใหญ่แก่ภาครัฐเอง
รอดูว่าระยะยาวจะแก้ไขยังไง รัฐจะทำให้เกิดเจ้าใหม่เพื่อเกิดการประมูลคลื่นเพิ่มเติมในอนาคตมั้ย
ต่อไปพูดถึงการก่อสร้างรถไฟหรือโครงการก่อสร้างอะไรใหญ่ๆ บางบริษัทก็จะมีการกดราคาประมูลที่ต่ำมากเพื่อชนะประมูลให้ได้ ต่ำจนไม่น่าเชื่อว่าจะสร้างในราคานี้ได้ ผู้ชนะประมูลขอให้ได้เงินมาหมุนเวียนในบริษัทก่อน พอได้โครงการก่อสร้างจากภาครัฐก็ค่อยมาตัดต้นทุนมั่นต้นทุนนี่ จ้างเอาส์ซอสที่ไม่มีมีคุณภาพมาทำงานบ้าง อุปกรณ์ก่อสร้างไม่ได้คุณภาพบ้าง วัสดุก่อสร้างไม่ได้คุณภาพบ้าง หรือเร่งงานจนเกินเหตุให้งานเสร็จเร็ว ตรงนี้ไม่แน่ใจว่าถ้างานเสร็จช้า จะเสียค่าปรับให้ภาครัฐหรือต้องจ่ายค่าแรงงานเพิ่มให้กับช่างที่ต้องทำงานยาวนานขึ้นมั้ย ประชาชนรับเคราะห์กรรมกันไป
ต่อไปไม่ว่าการประมูลงานภาครัฐจะจบที่ราคาเท่าไร ต้องมีองค์กรอิสระคอยสุ่มตรวจในระหว่างก่อสร้างว่า ใช้เหล็กที่มีคุณภาพมั้ย การควบคุมงานก่อสร้างได้มาตราฐานความปลอดภัยมั้ย หากตรวจเจอเหล็กไม่มีคุณภาพ การคุมงานไม่ปลอดภัย ต้องสามารถยกเลิกสัญญาได้ทันทีแล้วหาผู้ประมูลเจ้าใหม่มาทำงานแทน
โครงการที่จะสร้างรพ.รามาโดยอิตาเลียนไทย น่าจะมีการตั้งองคฺ์กรอิสระมาตรวจสอบคุณภาพการก่อสร้างในระหว่างการก่อสร้างว่าเป็นไง ถ้าพบความผิดปกติ ไม่ได้คุณภาพ ก็ฟ้องต่อศาลให้ยกเลิกการก่อสร้าง หรือให้รพ.รามายอมจ่ายเงินก้อนนึงกับอิตาเลียนไทยเพื่อขอยกเลิกสัญญาก่อสร้างตั้งแต่ยังไม่เริ่มสร้าง ไม่เริ่มตอกเสาเข็ม แล้วรพ.รามาก็เปิดประมูลใหม่เพื่อหาบริษัทใหม่มาก่อสร้างตึกตามแผนทึ่วางไว้
ตึกใหม่ที่รพ.รามาจะสร้างนี้ มีมูลค่า 9,999 ล้านบาท ถ้าเป็นไปได้รพ.รามาก็ขอเจรจา จ่ายซัก 500-1,000 ล้านให้อิตาเลียนไทย แล้วขอยุติสัญญาไปเลย หาเจ้าใหม่มาประมูลและรอกฎหมายควบคุมการก่อสร้างใหม่ดีกว่า ดีกว่าการต้องจ่ายเงินเต็มจำนวนแล้วต้องมาคอยผวาว่าตึกจะถล่มมั้ย ความหวาดระแวงโรคประสาทถามหาเอาเปล่าๆ
การที่ telenor ทิ้งธุรกิจสื่อสารในไทย และเครนหล่นมาทับรถไฟที่สีคิ้ว แสดงถึงการจัดสรรผลประโยชน์ของภาครัฐที่ล้มเหลว
การประมูลก่อสร้างรถไฟ ก็เลือกที่บริษัทรับเหมาที่รัฐจ่ายค่าก่อสร้างน้อยที่สุด
การประมูลคลื่นความถี่ก็เลือกค่ายที่จ่ายเงินประมูลคลื่นให้รัฐได้มากที่สุด ไม่ได้คิดถึงประชาชนว่าจะได้รับผลอย่างไรในระยะยาวบ้าง
ผลลัพธ์ก็คือ การก่อสร้างที่ไม่ได้มาตราฐาน ประชาชนต้องมารับเคราะห์ เจ็บบ้าง ตายบ้าง หรือเจอเหตุการณ์ตึกถล่มอย่างสตง.บ้าง ส่วนมือถือก็กลายเป็นลักษณะของการแข่งขันลดลง เหมือนการผูกขาด ประชาชนต้องจ่ายค่าโทรศัพท์แพงขึ้น แต่ได้ใช้ของที่มีคุณภาพลดลง ทำให้ภาพรวมของเศรษฐกิจดูแย่ลง
จำได้ว่าเรื่องมือถือ สมัยแรกๆที่เปลี่ยนจากระบบสัมปทานมาเป็นการประมูล ก็ตอนประมูล 3G คลื่น 2100 แต่ละเจ้าได้คลื่นไปในราคาที่ถูกมากเพราะหารแบ่งคลื่นกันลงตัว คลื่นทั้งหมด 45 mhz แบ่งกันเจ้าละ 15 mhz ครบ 3 เจ้าพอดี ไม่ต้องแข่งขันกดดันราคาอะไรกันมาก ส่งผลให้กสทช.ถูกประชาชนจำนวนมากโจมตีว่าฮั้วประมูล
การประมูล 4G จึงต้องมาจัดการประมูลในรูปแบบใหม่ ให้ทั้งคลื่น 900 และ 1800 มีจำนวนน้อยกว่าบริษัทที่เข้าประมูล โดยแบ่งให้ประมูลทีละคลื่น แต่ละคลื่นแบ่งออกเป็น 2 ช่วง คลื่น 1800 กว้าง 30 mhz แบ่งออกประมูลเป็นช่วงละ 15 mhz ได้ 2 ช่วง ซึ่งมีทั้งหมด 4 บริษัท แย่งชิงคลื่น 2 ช่วง ตอนนั้น ais,true ได้คลื่น 1800 2 ช่วงไป ต่อมาประมูลคลื่น 900 กว้าง 10 mhz อีก 2 ช่วง ais,true ก็ชนะได้คลื่นไปอีก
เวลานั้น กสทช.ได้รับคำชมมากมายว่าสร้างผลประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย
แต่ภาพที่สวยงามจากการได้เงินก้อนโตก็อยู่ได้ไม่นาน พอถึงช่วงประมูลคลื่น 700 ก็มีกฎพิเศษว่า ถ้าใครเข้าประมูลคลื่น 700 จะได้รับสิทธิ์พิเศษ สามารถยืดการชำระจ่ายค่าคลื่น 900 ให้นานกว่ากรอบเวลาเดิมได้ เพราะค่ายมือถือพึ่งจะประมูลคลื่น 900/1800 มาได้ไม่นาน จะให้มาจ่ายเงินก้อนโตเพื่อประมูลคลื่น 700 ไปเปิดให้บริการก็ไม่น่าจะไหว
เวลานั้นกสทช.ควรจะทำให้ราคาคลื่น 700 เป็นไปตามความต้องการทางการตลาด ตั้งราคาคลื่นให้ต่ำพอที่ค่ายมือถือจ่ายไหว ไม่เป็นภาระมากเกินไป แต่กสทช.ก็ดันไปตั้งราคาสูงๆเพราะติดนิสัยเดิมๆ ต้องได้ยอดเงินเยอะมาโชว์ให้สังคมเห็น เป็นภาพลักษณ์ที่ดี
จริงๆเมื่อรู้ว่า ผู้เข้าประมูลอ่อนแรง ไม่สามารถจ่ายเงินก้อนโตได้เหมือนการประมูลครั้งก่อนๆ กสทช.ก็ควรคิดเริ่มปรับเปลี่ยนอะไรบางอย่างเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม อย่าให้จำนวนเงินที่ได้เป็นเพียงภาพลวงตา เพราะสุดท้ายค่ายมือถือก็ต้องมาเก็บเงินกับประชาชนผู้ใช้บริการอยู่ดี
แต่สุดท้ายกสทชก็ยังประมูลคลื่น 5G ที่เหลือต่อมาในระบบเดิมๆ ทำยังไงให้ได้เงินมากที่สุด ไม่ได้คิดถึงสถานะความอยู่รอดของผู้ประกอบการและผลที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนจริงๆ
วันนี้ ทุกอย่างก็แสดงให้เห็นแล้วว่า ผู้ประกอบการอยู่ไม่ได้ ต้องถอยออกจากไทย การแข่งขันลดลง ประชาชนรับเคราะห์ไป
เรื่องนี้ ถ้าให้โทษบุคคลที่ผิดหนักที่สุดก็ขอโทษกสทช.ผู้ควบคุมการแข่งขันนั้นแหละ ส่วนผู้ประกอบการอย่าง dtac กับ true เขาก็ต้องทำเพื่อธุรกิจเขา dtac เห็นว่าระยะยาวคงไม่รอด ก็ขายทำกำไรดีกว่า เพราะนโยบายของกสทช.ไม่ได้คิดถึงผู้ประกอบการ ไม่คิดว่าจะทำอย่างไรให้ผู้ประกอบการอยู่ได้จริง ส่วน true ก็ต้องหาทางเอาตัวรอด ทำกำไรเหมือนกัน
ตอนนี้มือถือก็เหลือแค่ 2 เจ้า ภาครัฐก็ได้ผลประโยชน์ลดลงกว่าแต่ก่อนด้วย มีคนมาประมูลคลื่นน้อยลง ไม่สามารถเก็บเงินประมูลคลื่นได้มากมายเหมือนแต่ก่อน ผลกระทบก็ตกอยู่กับภาครัฐเองด้วย เป็นบทเรียนใหญ่แก่ภาครัฐเอง
รอดูว่าระยะยาวจะแก้ไขยังไง รัฐจะทำให้เกิดเจ้าใหม่เพื่อเกิดการประมูลคลื่นเพิ่มเติมในอนาคตมั้ย
ต่อไปพูดถึงการก่อสร้างรถไฟหรือโครงการก่อสร้างอะไรใหญ่ๆ บางบริษัทก็จะมีการกดราคาประมูลที่ต่ำมากเพื่อชนะประมูลให้ได้ ต่ำจนไม่น่าเชื่อว่าจะสร้างในราคานี้ได้ ผู้ชนะประมูลขอให้ได้เงินมาหมุนเวียนในบริษัทก่อน พอได้โครงการก่อสร้างจากภาครัฐก็ค่อยมาตัดต้นทุนมั่นต้นทุนนี่ จ้างเอาส์ซอสที่ไม่มีมีคุณภาพมาทำงานบ้าง อุปกรณ์ก่อสร้างไม่ได้คุณภาพบ้าง วัสดุก่อสร้างไม่ได้คุณภาพบ้าง หรือเร่งงานจนเกินเหตุให้งานเสร็จเร็ว ตรงนี้ไม่แน่ใจว่าถ้างานเสร็จช้า จะเสียค่าปรับให้ภาครัฐหรือต้องจ่ายค่าแรงงานเพิ่มให้กับช่างที่ต้องทำงานยาวนานขึ้นมั้ย ประชาชนรับเคราะห์กรรมกันไป
ต่อไปไม่ว่าการประมูลงานภาครัฐจะจบที่ราคาเท่าไร ต้องมีองค์กรอิสระคอยสุ่มตรวจในระหว่างก่อสร้างว่า ใช้เหล็กที่มีคุณภาพมั้ย การควบคุมงานก่อสร้างได้มาตราฐานความปลอดภัยมั้ย หากตรวจเจอเหล็กไม่มีคุณภาพ การคุมงานไม่ปลอดภัย ต้องสามารถยกเลิกสัญญาได้ทันทีแล้วหาผู้ประมูลเจ้าใหม่มาทำงานแทน
โครงการที่จะสร้างรพ.รามาโดยอิตาเลียนไทย น่าจะมีการตั้งองคฺ์กรอิสระมาตรวจสอบคุณภาพการก่อสร้างในระหว่างการก่อสร้างว่าเป็นไง ถ้าพบความผิดปกติ ไม่ได้คุณภาพ ก็ฟ้องต่อศาลให้ยกเลิกการก่อสร้าง หรือให้รพ.รามายอมจ่ายเงินก้อนนึงกับอิตาเลียนไทยเพื่อขอยกเลิกสัญญาก่อสร้างตั้งแต่ยังไม่เริ่มสร้าง ไม่เริ่มตอกเสาเข็ม แล้วรพ.รามาก็เปิดประมูลใหม่เพื่อหาบริษัทใหม่มาก่อสร้างตึกตามแผนทึ่วางไว้
ตึกใหม่ที่รพ.รามาจะสร้างนี้ มีมูลค่า 9,999 ล้านบาท ถ้าเป็นไปได้รพ.รามาก็ขอเจรจา จ่ายซัก 500-1,000 ล้านให้อิตาเลียนไทย แล้วขอยุติสัญญาไปเลย หาเจ้าใหม่มาประมูลและรอกฎหมายควบคุมการก่อสร้างใหม่ดีกว่า ดีกว่าการต้องจ่ายเงินเต็มจำนวนแล้วต้องมาคอยผวาว่าตึกจะถล่มมั้ย ความหวาดระแวงโรคประสาทถามหาเอาเปล่าๆ