13 พ.ย. 58 ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายชูศักดิ์ ศิรินิล หัวหน้าคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย และนายปลอดประสพ สุรัสวดี รักษาการรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงถึงข้อเสนอของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่เสนอที่มาของนายกรัฐมนตรีแบบใหม่
นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ท่าทีของพรรคได้แสดงจุดยืนไปหลายครั้ง หลายหนแล้ว ตั้งแต่การร่างรัฐธรรมนูญ โดยคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ชุดนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ว่าพรรคเพื่อไทยยึดมั่นอยู่กลับระบอบประชาธิปไตย ซึ่งอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย เพราะฉะนั้นอะไรที่ผิดไปจากหลักการอำนาจอธิปไตยของประชาชน พรรคเพื่อไทยไม่เห็นด้วยทั้งสิ้น
เช่น ในเรื่องนายกฯ คนนอก ที่มีในการร่างรัฐธรรมนูญในอดีต หรือการเปลี่ยนแปลงระบบการเลือกตั้งให้ยุ่งยากกว่าที่เป็นอยู่ เราไม่เห็นด้วยกับแนวคิดเหล่านี้ รวมถึงข้อเสนอที่มานายกฯ ว่าจะให้ส่งรายชื่อนายกฯ ของแต่ละพรรค จำนวน 5 รายชื่อให้ประชาชนทราบนั้น ตนถามว่ามันต่างอะไรจากระบบเดิม ซึ่งปาร์ตี้ลิสต์อันดับ 1 คนที่เป็นหัวหน้าพรรคก็ต้องเป็นนายกฯ อยู่แล้ว
ด้านนายภูมิธรรม กล่าวว่า เอกสารที่พรรคเพื่อไทยเคยส่งให้ กรธ. ครบถ้วนทุกประเด็นแล้ว ตนคิดว่าขณะนี้ กรธ. อย่าประดิษฐ์วาทกรรม ต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เรียนรู้ ไม่ควรตัดสินใจในประเด็นต่างๆ โดยลำพัง วันนี้ประชาชนไม่ขัดข้องกับการเข้าคูหากาบัตรสองใบ ในบัญชีปาร์ตี้ลิสต์คือรายชื่อผู้ที่อาสาเข้ามาให้ประชาชนตัดสินใจเลือกอยู่แล้ว ไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องไปเอาคนนอก วิธีที่จะพยายามใช้เทคนิคทางกฎหมายเพื่อให้ได้สิ่งที่ตนเองปรารถนานั้นไม่สมควร ต้องยืนยันหลักการประชาธิปไตยที่สากลยอมรับและเป็นแบบไทย
ส่วนนายปลอดประสพ กล่าวว่า ปกติทุกพรรคการเมืองได้มีการเรียงปาร์ตี้ลิสต์ตามความสำคัญอยู่แล้ว ตนสงสัยที่มาของการลิสต์รายชื่อนายกฯ 5 รายชื่อว่ามีที่มาอย่างไร ทำให้มองว่าเป็นความพิสดารอะไรสักอย่าง ประโยชน์อย่างแรกคือเป็นการเปิดช่องให้เอาคนนอกเข้ามา ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกคนเห็น และเป็นไปได้หรือไม่ว่าเป็นการเอื้อต่อบางพรรคซึ่งไม่ขอเอ่ยชื่อ ที่อาจเอาบุคคลสำคัญที่เคยอยู่ในแต่ละพรรคมาใส่ไว้ให้ผู้ลงคะแนนสบายใจ ซึ่ง กรธ.ต้องมีเหตุผลชี้แจงที่มาที่ไปได้ ว่าสาเหตุที่ต้องเสนอ 5 คน คืออะไร ต้องการอะไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรธ. ยังได้เสนอให้พรรคการเมืองสามารถเสนอชื่อนายกฯ ซ้ำกันได้ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ก็ต้องหาวิธีทำยังอย่างไรให้ตนเองได้ประโยชน์มากที่สุดในระบบการเลือกตั้งใหม่ คล้ายกับว่าจะทำให้พรรคแตกกันไป ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อประชาธิปไตย คิดว่าหลักการของรัฐธรรมนูญที่ผ่านมามันตกผลึกแล้วโดยประชาชน ประชาชนพึงพอใจกับระบบที่ผ่านมา ไม่มีความจำเป็นที่ต้องไปเปลี่ยนแปลง ถ้าไปเปลี่ยนแปลงมองอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากต้องการลดคะแนนของพรรคใหญ่ลงให้ได้ มันไม่ใช่เจตนาหรือเป้าหมายของการร่างรัฐธรรมนูญ จะร่างไปเพื่อพัฒนาประชาธิปไตยหรือร่างไปเพื่อให้มีเป้าหมายทางการเมือง ส่วนตนเห็นว่า หลังรัฐประหารมักจะร่างรัฐธรรมนูญเป็นไปเพื่อเป้าหมายทางการเมืองมากกว่า
ที่มา:
http://www.naewna.com
'พท.'ค้าน'ที่มานายกฯ'แบบใหม่ ซัด'กรธ.'อย่าประดิษฐ์วาทกรรม
นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ท่าทีของพรรคได้แสดงจุดยืนไปหลายครั้ง หลายหนแล้ว ตั้งแต่การร่างรัฐธรรมนูญ โดยคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ชุดนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ว่าพรรคเพื่อไทยยึดมั่นอยู่กลับระบอบประชาธิปไตย ซึ่งอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย เพราะฉะนั้นอะไรที่ผิดไปจากหลักการอำนาจอธิปไตยของประชาชน พรรคเพื่อไทยไม่เห็นด้วยทั้งสิ้น
เช่น ในเรื่องนายกฯ คนนอก ที่มีในการร่างรัฐธรรมนูญในอดีต หรือการเปลี่ยนแปลงระบบการเลือกตั้งให้ยุ่งยากกว่าที่เป็นอยู่ เราไม่เห็นด้วยกับแนวคิดเหล่านี้ รวมถึงข้อเสนอที่มานายกฯ ว่าจะให้ส่งรายชื่อนายกฯ ของแต่ละพรรค จำนวน 5 รายชื่อให้ประชาชนทราบนั้น ตนถามว่ามันต่างอะไรจากระบบเดิม ซึ่งปาร์ตี้ลิสต์อันดับ 1 คนที่เป็นหัวหน้าพรรคก็ต้องเป็นนายกฯ อยู่แล้ว
ด้านนายภูมิธรรม กล่าวว่า เอกสารที่พรรคเพื่อไทยเคยส่งให้ กรธ. ครบถ้วนทุกประเด็นแล้ว ตนคิดว่าขณะนี้ กรธ. อย่าประดิษฐ์วาทกรรม ต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เรียนรู้ ไม่ควรตัดสินใจในประเด็นต่างๆ โดยลำพัง วันนี้ประชาชนไม่ขัดข้องกับการเข้าคูหากาบัตรสองใบ ในบัญชีปาร์ตี้ลิสต์คือรายชื่อผู้ที่อาสาเข้ามาให้ประชาชนตัดสินใจเลือกอยู่แล้ว ไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องไปเอาคนนอก วิธีที่จะพยายามใช้เทคนิคทางกฎหมายเพื่อให้ได้สิ่งที่ตนเองปรารถนานั้นไม่สมควร ต้องยืนยันหลักการประชาธิปไตยที่สากลยอมรับและเป็นแบบไทย
ส่วนนายปลอดประสพ กล่าวว่า ปกติทุกพรรคการเมืองได้มีการเรียงปาร์ตี้ลิสต์ตามความสำคัญอยู่แล้ว ตนสงสัยที่มาของการลิสต์รายชื่อนายกฯ 5 รายชื่อว่ามีที่มาอย่างไร ทำให้มองว่าเป็นความพิสดารอะไรสักอย่าง ประโยชน์อย่างแรกคือเป็นการเปิดช่องให้เอาคนนอกเข้ามา ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกคนเห็น และเป็นไปได้หรือไม่ว่าเป็นการเอื้อต่อบางพรรคซึ่งไม่ขอเอ่ยชื่อ ที่อาจเอาบุคคลสำคัญที่เคยอยู่ในแต่ละพรรคมาใส่ไว้ให้ผู้ลงคะแนนสบายใจ ซึ่ง กรธ.ต้องมีเหตุผลชี้แจงที่มาที่ไปได้ ว่าสาเหตุที่ต้องเสนอ 5 คน คืออะไร ต้องการอะไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรธ. ยังได้เสนอให้พรรคการเมืองสามารถเสนอชื่อนายกฯ ซ้ำกันได้ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ก็ต้องหาวิธีทำยังอย่างไรให้ตนเองได้ประโยชน์มากที่สุดในระบบการเลือกตั้งใหม่ คล้ายกับว่าจะทำให้พรรคแตกกันไป ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อประชาธิปไตย คิดว่าหลักการของรัฐธรรมนูญที่ผ่านมามันตกผลึกแล้วโดยประชาชน ประชาชนพึงพอใจกับระบบที่ผ่านมา ไม่มีความจำเป็นที่ต้องไปเปลี่ยนแปลง ถ้าไปเปลี่ยนแปลงมองอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากต้องการลดคะแนนของพรรคใหญ่ลงให้ได้ มันไม่ใช่เจตนาหรือเป้าหมายของการร่างรัฐธรรมนูญ จะร่างไปเพื่อพัฒนาประชาธิปไตยหรือร่างไปเพื่อให้มีเป้าหมายทางการเมือง ส่วนตนเห็นว่า หลังรัฐประหารมักจะร่างรัฐธรรมนูญเป็นไปเพื่อเป้าหมายทางการเมืองมากกว่า
ที่มา: http://www.naewna.com