.
พรรคประชาชน ย้ำรัฐสภาและรัฐบาลชุดใหม่ ต้องเคารพฉันทมติประชาชน เดินหน้าแก้ไข รธน. สร้างกลไกการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุด-ไม่ถูกผูกขาดโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
.
เมื่อวันที่ 10 มีนาคม นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาผลการออกเสียงประชามติ ที่มีผู้มาออกเสียงเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ถึงกว่า 21 ล้านเสียง แต่กลับมีแหล่งข่าวระบุว่ารัฐบาลชุดใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นและมีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำจะไม่เร่งผลักดัน นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ไม่ว่าจะเป็นรัฐสภาหรือรัฐบาลชุดใหม่ มีหน้าที่ต้องเคารพฉันทมติของประชาชน และพรรคประชาชนพร้อมจะผลักดันร่างแก้ไข รธน. เพื่อสร้างกลไกจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อีกครั้งหนึ่งแน่นอน
.
โดย นายณัฐวุฒิกล่าวว่า พรรคประชาชนขอขอบคุณประชาชน 21,621,638 เสียง ที่มาออกเสียงเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เป็นไปตามเงื่อนไขของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ และถือเป็นฉันทมติของประชาชน โดยมิได้จำกัดว่าอยู่แค่ผู้สนับสนุนพรรคการเมืองพรรคใดพรรคหนึ่ง อย่างไรก็ตามยังมีประชาชนที่ไม่เห็นชอบกว่า 11 ล้านเสียง และที่ไม่ได้แสดงความเห็นอีกกว่า 3 ล้านเสียง ที่อาจจะยังมีข้อกังวลต่อการจัดทำ รธน.ใหม่ ทั้งในเชิงรูปแบบ เนื้อหา กระบวนการ ตลอดจนความสำคัญของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่จะแก้ไขปัญหาโครงสร้างทางการเมือง สังคม เศรษฐกิจ ปากท้องของประชาชน อันเป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วนที่ต้องช่วยกันทำความเข้าใจ อธิบายและสร้างกระบวนการที่ประชาชนจะมีส่วนร่วมในการยกร่าง หรือในท้ายที่สุดต่อการออกเสียงประชามติว่าจะเห็นชอบต่อร่างแก้ไข รธน.ที่จะจัดทำกลไกยกร่างทั้งฉบับใหม่ และร่าง รธน.ฉบับใหม่ อีกถึง 2 ครั้ง ในอนาคต
.
ทั้งนี้เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ลงประกาศผลการออกเสียงและจำนวนผู้มาใช้สิทธิออกเสียงในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยออกเสียงประชามติฯ ม.68 ได้ระบุให้ กกต.รายงานผลให้นายกรัฐมนตรีและประธานรัฐสภาทราบโดยเร็ว ที่ขณะนี้อยู่ในระหว่างขั้นตอนการดำเนินการ อย่างไรก็ตามการดำเนินการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะไม่อาจเกิดขึ้นได้ หากมิได้มีการแก้ไข รธน. โดยเฉพาะใน ม.256 และภายใต้คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ โดยในรัฐสภาชุดที่ผ่านมามีการตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติมฯ มี นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นประธานคณะกรรมาธิการ ได้ดำเนินการจัดทำรายงานแล้วเสร็จและส่งให้รัฐสภาพิจารณารายมาตราในวาระ 2 แต่เกิดความเห็นต่างระหว่างสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา เรื่องจำนวนเสียงของสมาชิกวุฒิสภาในการให้ความเห็นชอบร่าง รธน.ฉบับใหม่ จนเป็นหนึ่งในสาเหตุที่นำไปสู่การยุบสภาและมีการเลือกตั้งใหม่
.
นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ตนรู้สึกประหลาดใจที่ได้เห็นข่าวว่ารัฐบาลชุดใหม่ ที่นายกฯก็อาจเป็นท่านเดิมกับนายกฯคนปัจจุบัน จะไม่เร่งผลักดันเรื่องรัฐธรรมนูญ เพราะมิใช่เพียงรัฐบาลที่ต้องผูกพันต่อผลการออกเสียงประชามติที่ รัฐบาลเป็นผู้ถามเอง แม้แต่รัฐสภาก็ต้องเดินหน้าตามฉันทมติของประชาชนที่เห็นชอบให้มีการจัดทำ รธน.ใหม่ไปแล้ว
.
“ทางเลือกที่มีขณะนี้ก็คือคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมเรื่องกลไกการจัดทำ รธน.ใหม่ ฉบับของ ครม.เอง หรืออาศัยอำนาจตาม รธน.มาตรา 147 ขอมาที่รัฐสภา เพื่อให้รัฐสภานำร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่รัฐสภาเคยรับหลักการจำนวน 2 ร่าง คือร่างของพรรคประชาชน และร่างของพรรคภูมิใจไทย ให้พิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการดำเนินการต่อ แต่ทั้งนี้ต้องดำเนินภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ได้มีการเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรกหลังการเลือกตั้ง หรือดำเนินการทั้งสองทางพร้อมกัน จึงไม่มีเหตุผลใดๆ ที่รัฐบาลชุดใหม่จะไม่เร่งดำเนินการ และควรสร้างความชัดเจนเสียแต่วันนี้อันถือเป็นสัญญาประชาคมต่อประชาชนทั้งประเทศ
.
และหากละเลยต่อการเคารพฉันทมติของประชาชนที่มาออกเสียง หรือไม่ยืนยันร่างของพรรคประชาชนที่เคยผ่านวาระ 1 ไปแล้ว พรรคประชาชนก็พร้อมจะยื่นร่างแก้ไข รธน.อีกรอบ เพื่อผลักดันให้เกิดกลไกการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่ไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีอำนาจผูกขาดและที่ประชาชนต้องมีส่วนร่วมมากที่สุดโดยทันที” นายณัฐวุฒิกล่าว
.
.
สมชัย พร้อมคณะ ไปกองปราบ 12 มี.ค. ทวงถามถูกกกต.เอาผิด ยกผลเลือกตั้งจำลองยัน เลิกใช้บาร์โค้ด
https://www.matichon.co.th/politics/news_5628085
.
‘สมชัย’ เตรียมไปกองปราบ 12 มี.ค.นี้ ถามข้อมูลคดีที่ถูกกล่าวหา ยินดีหากให้จัดจำลองเลือกตั้งอีกรอบต่อหน้า กกต. ชี้เป็นบทเรียนอย่าเลือกใช้บาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง
.
เมื่อวันที่ 10 มีนาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นาย
สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. กล่าวถึงกรณีที่ กกต.ได้ดำเนินคดีกับตนเองว่า จากที่ปรากฏเป็นข่าวว่า กกต.แจ้งข้อกล่าวหาที่ร้ายแรง เช่นการขัดขวางการทำหน้าที่ของ กกต.ในวันที่จัดการเลือกตั้งใหม่, กระทำตนเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครอง, กระทำการผิดมาตรา 116, การทำการอันเป็นพฤติกรรมคณะบุคคลขบวนการที่ทำให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง หรืออั้งยี่ซ่องโจร ซึ่งข้อกล่าวหาต่างๆ เป็นข้อกล่าวหาที่รุนแรง แต่เรื่องเหล่านี้ยังไม่เคยออกจากปากก กกต.ว่าได้ดำเนินคดีกับตน มีเพียงแค่ข่าวที่ออกไปเท่านั้น ดังนั้น ในวันที่ 12 มี.ค.นี้ตนและบุคคลที่ปรากฏเป็นข่าวจะเดินทางไปพบเจ้าหน้าที่กองปราบ เพื่อขอทราบรายละเอียดของการกล่าวหาดังกล่าวว่าเป็นความจริงหรือไม่ ใครเป็นผู้กล่าวหา ด้วยข้อกล่าวหาอะไร ทั้งนี้ หวังว่ากองปราบจะให้ข้อมูลข้อเท็จจริง เพราะไม่เช่นนั้นแล้วจะเป็นการเสื่อมเสียทั้งในแง่ของชื่อเสียงและจะให้สังคมเข้าใจตนและคณะบุคคลอื่นๆ ที่ปรากฏเป็นข่าวในทางที่ผิด
พร้อมกันนี้ นาย
สมชัยยังกล่าวถึงการจำลองการเลือกตั้งที่จัดขึ้นโดยคณะกรรมการพัฒนาการเมืองฯ ของสมาชิกวุฒิสภาว่า ไม่ทราบว่าขณะนี้อยู่ในขั้นตอนไหนแล้ว และดูเหมือนเรื่องจะเงียบไป มองว่าควรจัดจำลองขึ้นอีกรอบดีหรือไม่ หรือถ้า กกต.ข้องใจว่าบัตรเลือกตั้งของตนไม่สามารถรั่วไหลได้ก็สามารถจัดการเลือกตั้งจำลองขึ้นอีกรอบต่อหน้า กกต. เอาตรงกลางลานอาคาร B ก็ได้
เมื่อถามว่า มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าบัตรเลือกตั้งในเมื่อเป็นความลับ ทำไมถึงอยากจะเปิดเผยเชื่อมโยงจนอาจไปกระทบกับสิทธิของประชาชนนั้น นาย
สมชัยกล่าวว่า เราไม่เคยเปิดเผยว่าบัตรใบนี้ใครเลือกใคร เราเพียงแค่พิสูจน์ในวิธีการว่าการใช้วิธีการแบบนี้จะนำไปสู่การเปิดเผยถึงตัวบุคคลได้ ทั้งการเล่าให้ฟังในเชิงทฤษฎีและในเชิงปฏิบัติด้วยการจัดการเลือกตั้งจำลอง และผลที่ออกมาคือทายถูก 100% 3 ใน 5 ทีม 90% 1 ทีม 40% 1 ทีม เพราะฉะนั้นรับรองได้ว่าภายใต้วิธีการที่ออกแบบมามีจุดอ่อน ทำให้ล่วงรู้ว่าใครเลือกใครได้ แต่ในคณะทำงานของเราไม่เคยเปิดเผยว่าใครเลือกใคร
“
เรื่องนี้น่าจะเป็นบทเรียนให้ กกต.ทราบว่าในการเลือกตั้งคราวหน้า หรือการเลือกตั้ง กทม.ที่กำลังจะถึงไม่ควรมีบาร์โค้ดที่บัตรเลือกตั้ง ไม่ว่าบาร์โค้ดดังกล่าวจะเชื่อมไปยังบัตรเลือกตั้งใบต่อใบ หรือจะเชื่อมไปยังเล่มหรือเชื่อมไปยังล็อตผลิตต่างๆ ก็ตาม ทำให้เกิดความหวาดระแวง ไม่วางไว้วางใจจากประชาชนต่อบัตรเลือกตั้งแล้ว เพราะฉะนั้นไม่มีอะไรดีที่สุด ไปหาทางอื่นในการตรวจนับจำนวน หรือแหล่งที่มา หรือป้องกันการปลอมแปลง อีก 108 วิธีที่ทำได้ การใช้บาร์โค้ดเป็นวิธีการที่มีปัญหา แต่ถ้าท่านดื้อดึงดื้อรั้น ยังอยากจะมีบาร์โค้ดอีกก็เป็นสิทธิของท่านที่จะตัดสินใจ แต่ก็ต้องยอมรับผลที่จะตามมาจากการวิพากษ์วิจารณ์ของสังคมด้วย” นาย
สมชัยกล่าว
นาย
สมชัยยังกล่าวอีกว่า เชื่อว่า กกต.ทำงานด้วยความตั้งใจ แต่เอกสารรายละเอียดของการทำงานบางอย่าง จำเป็นต้องพิจารณาด้วยความรอบคอบมากกว่านี้ ขณะเดียวกัน เรื่องใดที่เห็นว่าควรทำหรือไม่ควรทำต้องกล้าที่จะให้ความเห็นต่อ กกต. ไม่ใช่ประเภทว่าเออออตาม กกต.อยากได้อะไรก็เอาตามนั้น เพราะฉะนั้นจะเป็นผลเสียที่เกิดขึ้น ช่วยกันคิด ช่วยกันไตร่ตรองน่าจะดีที่สุด
.
.
‘สมชัย’ เดินหน้าตั้งกองทุนสู้ กกต. ช่วยเหลือปชช.ถูกฟ้อง โดนกลั่นแกล้ง-ไม่เป็นธรรม
https://www.matichon.co.th/politics/news_5627975
.
‘สมชัย’ เดินหน้าตั้งกองทุนสู้ กกต. ช่วยเหลือปชช.ถูกฟ้อง โดนกลั่นแกล้ง-ไม่เป็นธรรม สัปดาห์หน้าชี้แจงรายละเอียด ฝาก กกต.ทบทวนสิ่งที่ทำ
.
เมื่อวันที่ 10 มีนาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นาย
สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีการจัดตั้งกองทุนช่วยประชาชนสู้คดีและฟ้องกลับ กกต.ว่า กำลังรวบรวมรายชื่อของประชาชนทั้งหมดที่ได้รับผลกระทบและมีใครบ้างที่ยื่นมือเข้าไปช่วยและดูแลในเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น เพราะกรณีที่ประชาชนถูกแจ้งความดำเนินคดีนั้น เขาอาจจะต้องขึ้นศาล ต้องใช้เวลาหลายปี อาจจะขาดรายได้ในการประกอบอาชีพ การจ้างทนายความ หรือเงินประกันตัวต่างๆ ซึ่งขณะนี้กำลังดำเนินการในการจัดตั้งกองทุนขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือในเรื่องนี้ คาดว่าสัปดาห์หน้าสามารถจะแจ้งรายละเอียดให้กับประชาชนทั่วไปทราบได้
นาย
สมชัยกล่าวว่า การตั้งกองทุนนี้ขึ้นมา ตนจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกองทุนนี้ยกเว้นช่วยระดมทุน แต่เมื่อระดมทุนแล้วก็เป็นหน้าที่ของกรรมการ 5 คน ที่เป็นคนมีชื่อเสียงในสังคม เป็นคนที่ต่อสู้ ในฐานะภาคประชาชน ซึ่งกรรมการทั้ง 5 คนนี้จะต้องออกกฎระเบียบต่างๆ เพื่อที่จะช่วยเหลือประชาชนในทางกฎหมาย โดยตั้งเป้าการทำงานนี้ยาวๆ ถึง 10 ปี ในการที่จะช่วยเหลือประชาชนที่จะปกป้องระบอบประชาธิปไตยแต่อาจจะถูกกลั่นแกล้งหรือถูกกระทำโดยมิชอบหรือไม่เป็นธรรม และหากพบเห็นการกระทำของ กกต.ที่มองว่าเป็นความผิด กองทุนนี้ก็จะเป็นกองทุนในการฟ้องกลับ กกต.ด้วย
.
เมื่อถามว่าการที่ตั้งกองทุนนี้เพราะมองเห็นแล้วว่า กกต.อาจจะมีแนวโน้มที่จะฟ้องประชาชนมากขึ้นใช่หรือไม่ นาย
สมชัยกล่าวว่า เราไม่ทราบตัวเลขทั้งหมดที่แน่นอน ราคาทองไม่เด้งรับแล้วนะ แต่ล่าสุดมีคดีที่ จ.ชลบุรี และที่เขตคันนายาว แต่ไม่รู้ว่าพื้นที่อื่นๆ จะมีอีกหรือไม่ ดังนั้นเป็นหน้าที่ของกรรมการกองทุนที่จะต้องไปรับข้อมูลต่างๆ เข้ามาพิจารณาว่าจะดำเนินการตามขอบเขตได้มากน้อยแค่ไหน
.
นาย
สมชัยกล่าวอีกว่า สัปดาห์หน้าจะมีการชี้แจงรายละเอียดของการตั้งกองทุนนี้ขึ้นมาซึ่งจะทำทุกอย่างให้โปร่งใสที่สุด เงินทุกบาทไม่ถึงมือตน และไม่เกี่ยวข้องกับตนแม้แต่บาทเดียว ตนจะไม่แตะต้องเงินแม้แต่บาทเดียว ส่วนกรณีที่เดินเข้าไปเปิดหีบบัตรนั้นเป็นหนึ่งในกรณีที่รับเข้ามาไว้พิจารณา แต่ก็เป็นหน้าที่ของกรรมการในการพิจารณาว่าจะช่วยเหลือหรือไม่ ทั้งนี้ หากมีการฟ้องร้องมันเป็นต้นทุนของประชาชนที่ไม่เป็นธรรมถ้าหากต้องปล่อยให้คนเหล่านี้ต่อสู้อย่างโดดเดี่ยว เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นในการจัดตั้งกองทุนขึ้นมา ซึ่งตนเองก็อาจจะเป็นหนึ่งในบุคคลที่จะขอความช่วยเหลือจากกองทุนก็ได้ ซึ่งการช่วยเหลือของกองทุนจะต้องเป็นคดีอาญาเท่านั้น แต่ถ้าจะฟ้องแพ่งต่อ กกต.ต้องฟ้องเอง จะมาเอาเงินจากกองทุนไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองและไม่ได้หวังให้พรรคการเมืองเข้ามาช่วยเหลือ เรื่องนี้เป็นเรื่องของประชาชนที่รวมตัวกันช่วยเหลือกันเอง
JJNY : 5in1 ปชน.ย้ำต้องเคารพ 21ล.เสียง│สมชัยพร้อมคณะทวงถาม│สมชัยตั้งกองทุนสู้│ทนายอั๋นร้องจริยธรรม│รัสเซียปัดช่วยอิหร่าน
https://www.matichon.co.th/politics/news_5628081
.
พรรคประชาชน ย้ำรัฐสภาและรัฐบาลชุดใหม่ ต้องเคารพฉันทมติประชาชน เดินหน้าแก้ไข รธน. สร้างกลไกการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุด-ไม่ถูกผูกขาดโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
.
เมื่อวันที่ 10 มีนาคม นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาผลการออกเสียงประชามติ ที่มีผู้มาออกเสียงเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ถึงกว่า 21 ล้านเสียง แต่กลับมีแหล่งข่าวระบุว่ารัฐบาลชุดใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นและมีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำจะไม่เร่งผลักดัน นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ไม่ว่าจะเป็นรัฐสภาหรือรัฐบาลชุดใหม่ มีหน้าที่ต้องเคารพฉันทมติของประชาชน และพรรคประชาชนพร้อมจะผลักดันร่างแก้ไข รธน. เพื่อสร้างกลไกจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อีกครั้งหนึ่งแน่นอน
.
โดย นายณัฐวุฒิกล่าวว่า พรรคประชาชนขอขอบคุณประชาชน 21,621,638 เสียง ที่มาออกเสียงเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เป็นไปตามเงื่อนไขของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ และถือเป็นฉันทมติของประชาชน โดยมิได้จำกัดว่าอยู่แค่ผู้สนับสนุนพรรคการเมืองพรรคใดพรรคหนึ่ง อย่างไรก็ตามยังมีประชาชนที่ไม่เห็นชอบกว่า 11 ล้านเสียง และที่ไม่ได้แสดงความเห็นอีกกว่า 3 ล้านเสียง ที่อาจจะยังมีข้อกังวลต่อการจัดทำ รธน.ใหม่ ทั้งในเชิงรูปแบบ เนื้อหา กระบวนการ ตลอดจนความสำคัญของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่จะแก้ไขปัญหาโครงสร้างทางการเมือง สังคม เศรษฐกิจ ปากท้องของประชาชน อันเป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วนที่ต้องช่วยกันทำความเข้าใจ อธิบายและสร้างกระบวนการที่ประชาชนจะมีส่วนร่วมในการยกร่าง หรือในท้ายที่สุดต่อการออกเสียงประชามติว่าจะเห็นชอบต่อร่างแก้ไข รธน.ที่จะจัดทำกลไกยกร่างทั้งฉบับใหม่ และร่าง รธน.ฉบับใหม่ อีกถึง 2 ครั้ง ในอนาคต
.
ทั้งนี้เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ลงประกาศผลการออกเสียงและจำนวนผู้มาใช้สิทธิออกเสียงในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยออกเสียงประชามติฯ ม.68 ได้ระบุให้ กกต.รายงานผลให้นายกรัฐมนตรีและประธานรัฐสภาทราบโดยเร็ว ที่ขณะนี้อยู่ในระหว่างขั้นตอนการดำเนินการ อย่างไรก็ตามการดำเนินการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะไม่อาจเกิดขึ้นได้ หากมิได้มีการแก้ไข รธน. โดยเฉพาะใน ม.256 และภายใต้คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ โดยในรัฐสภาชุดที่ผ่านมามีการตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติมฯ มี นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นประธานคณะกรรมาธิการ ได้ดำเนินการจัดทำรายงานแล้วเสร็จและส่งให้รัฐสภาพิจารณารายมาตราในวาระ 2 แต่เกิดความเห็นต่างระหว่างสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา เรื่องจำนวนเสียงของสมาชิกวุฒิสภาในการให้ความเห็นชอบร่าง รธน.ฉบับใหม่ จนเป็นหนึ่งในสาเหตุที่นำไปสู่การยุบสภาและมีการเลือกตั้งใหม่
.
นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ตนรู้สึกประหลาดใจที่ได้เห็นข่าวว่ารัฐบาลชุดใหม่ ที่นายกฯก็อาจเป็นท่านเดิมกับนายกฯคนปัจจุบัน จะไม่เร่งผลักดันเรื่องรัฐธรรมนูญ เพราะมิใช่เพียงรัฐบาลที่ต้องผูกพันต่อผลการออกเสียงประชามติที่ รัฐบาลเป็นผู้ถามเอง แม้แต่รัฐสภาก็ต้องเดินหน้าตามฉันทมติของประชาชนที่เห็นชอบให้มีการจัดทำ รธน.ใหม่ไปแล้ว
.
“ทางเลือกที่มีขณะนี้ก็คือคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมเรื่องกลไกการจัดทำ รธน.ใหม่ ฉบับของ ครม.เอง หรืออาศัยอำนาจตาม รธน.มาตรา 147 ขอมาที่รัฐสภา เพื่อให้รัฐสภานำร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่รัฐสภาเคยรับหลักการจำนวน 2 ร่าง คือร่างของพรรคประชาชน และร่างของพรรคภูมิใจไทย ให้พิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการดำเนินการต่อ แต่ทั้งนี้ต้องดำเนินภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ได้มีการเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรกหลังการเลือกตั้ง หรือดำเนินการทั้งสองทางพร้อมกัน จึงไม่มีเหตุผลใดๆ ที่รัฐบาลชุดใหม่จะไม่เร่งดำเนินการ และควรสร้างความชัดเจนเสียแต่วันนี้อันถือเป็นสัญญาประชาคมต่อประชาชนทั้งประเทศ
.
และหากละเลยต่อการเคารพฉันทมติของประชาชนที่มาออกเสียง หรือไม่ยืนยันร่างของพรรคประชาชนที่เคยผ่านวาระ 1 ไปแล้ว พรรคประชาชนก็พร้อมจะยื่นร่างแก้ไข รธน.อีกรอบ เพื่อผลักดันให้เกิดกลไกการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่ไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีอำนาจผูกขาดและที่ประชาชนต้องมีส่วนร่วมมากที่สุดโดยทันที” นายณัฐวุฒิกล่าว
.
.
สมชัย พร้อมคณะ ไปกองปราบ 12 มี.ค. ทวงถามถูกกกต.เอาผิด ยกผลเลือกตั้งจำลองยัน เลิกใช้บาร์โค้ด
https://www.matichon.co.th/politics/news_5628085
.
‘สมชัย’ เตรียมไปกองปราบ 12 มี.ค.นี้ ถามข้อมูลคดีที่ถูกกล่าวหา ยินดีหากให้จัดจำลองเลือกตั้งอีกรอบต่อหน้า กกต. ชี้เป็นบทเรียนอย่าเลือกใช้บาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง
.
เมื่อวันที่ 10 มีนาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. กล่าวถึงกรณีที่ กกต.ได้ดำเนินคดีกับตนเองว่า จากที่ปรากฏเป็นข่าวว่า กกต.แจ้งข้อกล่าวหาที่ร้ายแรง เช่นการขัดขวางการทำหน้าที่ของ กกต.ในวันที่จัดการเลือกตั้งใหม่, กระทำตนเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครอง, กระทำการผิดมาตรา 116, การทำการอันเป็นพฤติกรรมคณะบุคคลขบวนการที่ทำให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง หรืออั้งยี่ซ่องโจร ซึ่งข้อกล่าวหาต่างๆ เป็นข้อกล่าวหาที่รุนแรง แต่เรื่องเหล่านี้ยังไม่เคยออกจากปากก กกต.ว่าได้ดำเนินคดีกับตน มีเพียงแค่ข่าวที่ออกไปเท่านั้น ดังนั้น ในวันที่ 12 มี.ค.นี้ตนและบุคคลที่ปรากฏเป็นข่าวจะเดินทางไปพบเจ้าหน้าที่กองปราบ เพื่อขอทราบรายละเอียดของการกล่าวหาดังกล่าวว่าเป็นความจริงหรือไม่ ใครเป็นผู้กล่าวหา ด้วยข้อกล่าวหาอะไร ทั้งนี้ หวังว่ากองปราบจะให้ข้อมูลข้อเท็จจริง เพราะไม่เช่นนั้นแล้วจะเป็นการเสื่อมเสียทั้งในแง่ของชื่อเสียงและจะให้สังคมเข้าใจตนและคณะบุคคลอื่นๆ ที่ปรากฏเป็นข่าวในทางที่ผิด
พร้อมกันนี้ นายสมชัยยังกล่าวถึงการจำลองการเลือกตั้งที่จัดขึ้นโดยคณะกรรมการพัฒนาการเมืองฯ ของสมาชิกวุฒิสภาว่า ไม่ทราบว่าขณะนี้อยู่ในขั้นตอนไหนแล้ว และดูเหมือนเรื่องจะเงียบไป มองว่าควรจัดจำลองขึ้นอีกรอบดีหรือไม่ หรือถ้า กกต.ข้องใจว่าบัตรเลือกตั้งของตนไม่สามารถรั่วไหลได้ก็สามารถจัดการเลือกตั้งจำลองขึ้นอีกรอบต่อหน้า กกต. เอาตรงกลางลานอาคาร B ก็ได้
เมื่อถามว่า มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าบัตรเลือกตั้งในเมื่อเป็นความลับ ทำไมถึงอยากจะเปิดเผยเชื่อมโยงจนอาจไปกระทบกับสิทธิของประชาชนนั้น นายสมชัยกล่าวว่า เราไม่เคยเปิดเผยว่าบัตรใบนี้ใครเลือกใคร เราเพียงแค่พิสูจน์ในวิธีการว่าการใช้วิธีการแบบนี้จะนำไปสู่การเปิดเผยถึงตัวบุคคลได้ ทั้งการเล่าให้ฟังในเชิงทฤษฎีและในเชิงปฏิบัติด้วยการจัดการเลือกตั้งจำลอง และผลที่ออกมาคือทายถูก 100% 3 ใน 5 ทีม 90% 1 ทีม 40% 1 ทีม เพราะฉะนั้นรับรองได้ว่าภายใต้วิธีการที่ออกแบบมามีจุดอ่อน ทำให้ล่วงรู้ว่าใครเลือกใครได้ แต่ในคณะทำงานของเราไม่เคยเปิดเผยว่าใครเลือกใคร
“เรื่องนี้น่าจะเป็นบทเรียนให้ กกต.ทราบว่าในการเลือกตั้งคราวหน้า หรือการเลือกตั้ง กทม.ที่กำลังจะถึงไม่ควรมีบาร์โค้ดที่บัตรเลือกตั้ง ไม่ว่าบาร์โค้ดดังกล่าวจะเชื่อมไปยังบัตรเลือกตั้งใบต่อใบ หรือจะเชื่อมไปยังเล่มหรือเชื่อมไปยังล็อตผลิตต่างๆ ก็ตาม ทำให้เกิดความหวาดระแวง ไม่วางไว้วางใจจากประชาชนต่อบัตรเลือกตั้งแล้ว เพราะฉะนั้นไม่มีอะไรดีที่สุด ไปหาทางอื่นในการตรวจนับจำนวน หรือแหล่งที่มา หรือป้องกันการปลอมแปลง อีก 108 วิธีที่ทำได้ การใช้บาร์โค้ดเป็นวิธีการที่มีปัญหา แต่ถ้าท่านดื้อดึงดื้อรั้น ยังอยากจะมีบาร์โค้ดอีกก็เป็นสิทธิของท่านที่จะตัดสินใจ แต่ก็ต้องยอมรับผลที่จะตามมาจากการวิพากษ์วิจารณ์ของสังคมด้วย” นายสมชัยกล่าว
นายสมชัยยังกล่าวอีกว่า เชื่อว่า กกต.ทำงานด้วยความตั้งใจ แต่เอกสารรายละเอียดของการทำงานบางอย่าง จำเป็นต้องพิจารณาด้วยความรอบคอบมากกว่านี้ ขณะเดียวกัน เรื่องใดที่เห็นว่าควรทำหรือไม่ควรทำต้องกล้าที่จะให้ความเห็นต่อ กกต. ไม่ใช่ประเภทว่าเออออตาม กกต.อยากได้อะไรก็เอาตามนั้น เพราะฉะนั้นจะเป็นผลเสียที่เกิดขึ้น ช่วยกันคิด ช่วยกันไตร่ตรองน่าจะดีที่สุด
.
.
‘สมชัย’ เดินหน้าตั้งกองทุนสู้ กกต. ช่วยเหลือปชช.ถูกฟ้อง โดนกลั่นแกล้ง-ไม่เป็นธรรม
https://www.matichon.co.th/politics/news_5627975
.
‘สมชัย’ เดินหน้าตั้งกองทุนสู้ กกต. ช่วยเหลือปชช.ถูกฟ้อง โดนกลั่นแกล้ง-ไม่เป็นธรรม สัปดาห์หน้าชี้แจงรายละเอียด ฝาก กกต.ทบทวนสิ่งที่ทำ
.
เมื่อวันที่ 10 มีนาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีการจัดตั้งกองทุนช่วยประชาชนสู้คดีและฟ้องกลับ กกต.ว่า กำลังรวบรวมรายชื่อของประชาชนทั้งหมดที่ได้รับผลกระทบและมีใครบ้างที่ยื่นมือเข้าไปช่วยและดูแลในเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น เพราะกรณีที่ประชาชนถูกแจ้งความดำเนินคดีนั้น เขาอาจจะต้องขึ้นศาล ต้องใช้เวลาหลายปี อาจจะขาดรายได้ในการประกอบอาชีพ การจ้างทนายความ หรือเงินประกันตัวต่างๆ ซึ่งขณะนี้กำลังดำเนินการในการจัดตั้งกองทุนขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือในเรื่องนี้ คาดว่าสัปดาห์หน้าสามารถจะแจ้งรายละเอียดให้กับประชาชนทั่วไปทราบได้
นายสมชัยกล่าวว่า การตั้งกองทุนนี้ขึ้นมา ตนจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกองทุนนี้ยกเว้นช่วยระดมทุน แต่เมื่อระดมทุนแล้วก็เป็นหน้าที่ของกรรมการ 5 คน ที่เป็นคนมีชื่อเสียงในสังคม เป็นคนที่ต่อสู้ ในฐานะภาคประชาชน ซึ่งกรรมการทั้ง 5 คนนี้จะต้องออกกฎระเบียบต่างๆ เพื่อที่จะช่วยเหลือประชาชนในทางกฎหมาย โดยตั้งเป้าการทำงานนี้ยาวๆ ถึง 10 ปี ในการที่จะช่วยเหลือประชาชนที่จะปกป้องระบอบประชาธิปไตยแต่อาจจะถูกกลั่นแกล้งหรือถูกกระทำโดยมิชอบหรือไม่เป็นธรรม และหากพบเห็นการกระทำของ กกต.ที่มองว่าเป็นความผิด กองทุนนี้ก็จะเป็นกองทุนในการฟ้องกลับ กกต.ด้วย
.
เมื่อถามว่าการที่ตั้งกองทุนนี้เพราะมองเห็นแล้วว่า กกต.อาจจะมีแนวโน้มที่จะฟ้องประชาชนมากขึ้นใช่หรือไม่ นายสมชัยกล่าวว่า เราไม่ทราบตัวเลขทั้งหมดที่แน่นอน ราคาทองไม่เด้งรับแล้วนะ แต่ล่าสุดมีคดีที่ จ.ชลบุรี และที่เขตคันนายาว แต่ไม่รู้ว่าพื้นที่อื่นๆ จะมีอีกหรือไม่ ดังนั้นเป็นหน้าที่ของกรรมการกองทุนที่จะต้องไปรับข้อมูลต่างๆ เข้ามาพิจารณาว่าจะดำเนินการตามขอบเขตได้มากน้อยแค่ไหน
.
นายสมชัยกล่าวอีกว่า สัปดาห์หน้าจะมีการชี้แจงรายละเอียดของการตั้งกองทุนนี้ขึ้นมาซึ่งจะทำทุกอย่างให้โปร่งใสที่สุด เงินทุกบาทไม่ถึงมือตน และไม่เกี่ยวข้องกับตนแม้แต่บาทเดียว ตนจะไม่แตะต้องเงินแม้แต่บาทเดียว ส่วนกรณีที่เดินเข้าไปเปิดหีบบัตรนั้นเป็นหนึ่งในกรณีที่รับเข้ามาไว้พิจารณา แต่ก็เป็นหน้าที่ของกรรมการในการพิจารณาว่าจะช่วยเหลือหรือไม่ ทั้งนี้ หากมีการฟ้องร้องมันเป็นต้นทุนของประชาชนที่ไม่เป็นธรรมถ้าหากต้องปล่อยให้คนเหล่านี้ต่อสู้อย่างโดดเดี่ยว เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นในการจัดตั้งกองทุนขึ้นมา ซึ่งตนเองก็อาจจะเป็นหนึ่งในบุคคลที่จะขอความช่วยเหลือจากกองทุนก็ได้ ซึ่งการช่วยเหลือของกองทุนจะต้องเป็นคดีอาญาเท่านั้น แต่ถ้าจะฟ้องแพ่งต่อ กกต.ต้องฟ้องเอง จะมาเอาเงินจากกองทุนไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองและไม่ได้หวังให้พรรคการเมืองเข้ามาช่วยเหลือ เรื่องนี้เป็นเรื่องของประชาชนที่รวมตัวกันช่วยเหลือกันเอง