JJNY : สมชัยโพสต์ 5 ข้อ ยกฟ้องกกต.│รังสิมันต์จี้จัดการชนนพัฒฐ์│โรมเชื่อปชช.อยากเห็น ไม่ใช่‘แก๊งลูกเทพ’│ฝรั่งเศสส่งเรือรบ

สมชัย โพสต์ 5 ข้อ ยกฟ้องกกต.ชดใช้ 70 ล้านแจกใบส้ม สร้างบรรทัดฐาน ศาลคุ้มครอง หากไม่กลั่นแกล้งใคร... อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https://www.matichon.co.th/politics/news_5627780
.

.
สมชัย โพสต์ 5 ข้อ ยกฟ้องกกต.ชดใช้ 70 ล้านแจกใบส้ม สร้างบรรทัดฐาน ศาลคุ้มครอง หากไม่กลั่นแกล้งใคร
.
วันที่ 10 มีนาคม นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกกต. โพสต์ ในเพจ ปั่นไปไหน – สมชัย ศรีสุทธิยากร ระบุว่า
.
กรณีใบส้ม 70 ล้าน แม้ศาลฎีกายกฟ้อง กลับคำตัดสินศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ แต่ให้บทเรียนอะไรแก่สังคมและ กกต.บ้าง
.
1. คำพิพากษาของศาลฎีกา เน้นว่า กกต.ตัดสินเป็นองค์คณะในการให้ใบส้มแก่ นายสุรพล เกียรติไชยากร โดยไม่มีโกรธเคืองมาก่อน จึงไม่นับว่าเป็นการกลั่นแกล้ง เป็นคำพิพากษาที่ทุกฝ่ายต้องน้อมรับ
.
2. แม้อำนาจในการวินิจฉัยใบส้มเป็นของ กกต. แต่ ในอนาคต กกต. พึงวินิจฉัยด้วยความละเอียดรอบคอบ มิเช่นนั้น ก็อาจเกิดปัญหาการฟ้องร้องดำเนินคดีที่ต่อเนื่องถึง 3 ศาล ใช้เวลาเกือบ 8 ปี เสียเวลาและค่าใช้จ่ายของคู่กรณีมากมาย
.
3. การตัดสินของศาลฎีกา เป็นผลให้ กกต. ไม่ต้องชดใช้เงินจำนวนมากหลายสิบล้านบาท ซึ่งเป็นเงินภาษีของประชาชน แม้ภายหลังอาจมีการตั้งคณะกรรมการสอบหาผู้รับผิดทางละเมิด แต่ก็เป็นไปได้ที่จะมีข้อสรุปว่า เป็นการประมาทเลินเล่อแต่ไม่ร้ายแรง ไม่ต้องมีใครชดใช้
.
4. หลังจากการให้ใบส้ม เมื่อปี 2562 แล้วกลายเป็นคดีความ ทำให้ กกต. แทบไม่มีคำวินิจฉัยให้ใบเหลือง ใบแดง ใบส้ม แก่ใครเลย จนเป็นที่ครหาว่า กลัวเกิดเรื่องเลยไม่กล้าฟันทุจริตเลือกตั้ง คำพิพากษาศาลฎีกาคราวนี้ เป็นการสร้างบรรทัดฐานว่า หากเป็นไปโดยสุจริต ไม่มุ่งกลั่นแกล้งบุคคลใด ศาลย่อมให้ความคุ้มครอง ดังนั้น จึงหวังที่จะเห็น กกต. จัดการกับผู้ซื้อเสียงอย่างจริงจัง มากกว่า ผลงานการเร่งประกาศผลเลือกตั้ง โดยไม่รับรู้กับเรื่องการซื้อขายเสียงที่ประชาชนรู้กันทั่วบ้านทั่วเมือง
.
5. ขอแสดงความยินดีต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งชุดที่แล้ว ที่หลุดพ้นจากคดีในเรื่องนี้ ยินดีกับสำนักงานที่ไม่ต้องใช้เงินงบประมาณชดใช้ค่าเสียหาย และ ให้กำลังใจคุณสุรพล ผู้ที่ถูกใบส้มจาก กกต. และใช้ความพยายามในการเรียกร้องความเป็นธรรมแก่ตนเอง แม้จะไม่ประสบความสำเร็จก็ตาม
.
https://www.facebook.com/somchaivision/posts/1493753452317268?ref=embed_post
.

.
รังสิมันต์ จี้ เจ้าหน้าที่จัดการ ชนนพัฒฐ์ ก่อนเปิดสภาฯ หวั่น ใช้เอกสิทธิ์ สส.คุ้มครอง
https://www.matichon.co.th/politics/news_5627586
.
รังสิมันต์ จี้ เจ้าหน้าที่จัดการ ชนนพัฒฐ์ ก่อนเปิดสภาฯ หวั่น ใช้เอกสิทธิ์สส.คุ้มครองไม่อยากให้เป็นช่วง “ประสานมิจ สร้างมิจ ปกป้องมิจ อุ้มชูมิจ” หวังรัฐบาลเอาจริงปราบสแกมเมอร์
.
เมื่อวันที่ 10 มี.ค.เวลา 09.45 น.ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงการทำงานในฐานะฝ่ายค้านที่มีการวางมาตรฐานในการตรวจสอบ การทำงานของรัฐบาล ว่า พรรคประชาชนทำการตรวจสอบมาเรื่อยๆ และหลายคนก็ดำเนินการอยู่ แม้ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่สส.อย่างเป็นทางการ แต่ก็จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด แน่นอนว่ามีข้อจำกัด เช่น เมื่อสภายังไม่เปิดการอภิปรายต่างๆ ก็ไม่เกิดขึ้น กลไกกรรมาธิการด้านต่างๆ ก็ยังไม่มีความพร้อม แต่ก็ทำเท่าที่ทำได้ ในการเก็บข้อมูลก็ดำเนินการอยู่ แล้วตนเกาะติดในเรื่องของนายเบน สมิธ ที่ล่าสุดมีข่าวออกมาว่าทางประเทศสิงคโปร์ได้จับกุม 2 กรรมการที่เชื่อมกับบริษัท CAI ซึ่งบริษัทนี้เกี่ยวพันกับบริษัทสแกนม่านตา เกี่ยวพันกับการไล่ซื้อหุ้นบริษัทต่างๆ และเชื่อมโยงกับการฟอกเงิน โดย 2 กรรมการนี้ยังมีความเกี่ยวพันกับกองทุนที่เกี่ยวข้องกับบริษัทฮุ่ยวัน กรุ๊ป ที่มีเส้นเงินเกี่ยวข้องมหาศาล ซึ่งวันนี้พรรคฯก็ทำหน้าที่ตรวจสอบเรื่องนี้อยู่ และอยากให้มีการขยายผลต่อไป
.
นายรังสิมันต์ กล่าวด้วยว่า ส่วนการแก้ปัญหาสแกมเมอร์ รัฐบาลยังไม่มีความสม่ำเสมอในการแก้ไขปัญหา เช่นกรณี นายเบน สมิธ ที่มีการออกหมายจับในคดีอื่นไม่ได้ใหญ่ เมื่อเทียบกับคดีจำนวนมากที่รออยู่ เมื่อมีการยึดอายัดทรัพย์หลายหมื่นล้านบาท แต่ไม่มีการออกหมายจับในคดีนั้น จึงเป็นเรื่องที่แปลกประหลาด หรือขยายผลถึงนักการเมืองที่มีความเชื่อมโยง แม้ว่าการตรวจสอบเรื่องแสกนม่านตาจะถูกส่งไปยัง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)แล้ว ซึ่งอาจจะเกี่ยวกับ อาชญากรรมข้ามชาติ และเป็นคดีนอกราชอาณาจักรได้ แต่กลับไม่มีการดำเนินการใดๆ ดังนั้นตนเองอยากเห็นมาตรฐานในการเอาจริงเอาจัง ต่อสิ่งเหล่านี้
.
นายรังสิมันต์กล่าวอีกว่า ส่วนคดีนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว  สส.เขต 4 สงขลา พรรคกล้าธรรม นั้นถือเป็นการซื้อเวลาตัวเองเพื่อให้ผ่านช่วงการ ปฏิญาณตนเข้าทำหน้าที่ส.สไปก่อน และหลังจากนั้นก็อ้างเอกสิทธิ์ของสส. ซึ่งส่วนตัวไม่อยากเห็นเรื่องนี้ แต่อยากเห็นการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอย่างขยันขันแข็ง ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน และพร้อมดำเนินคดีโดยที่ไม่มีใครหลุดพ้นจากคดีความ ซึ่งเป็นมาตรฐานที่สำคัญ ไม่ใช่ปล่อยให้นักการเมืองเช่นนี้ สุดท้ายแล้วก็จะเกิดปัญหา เพราะวันนี้วาระของรัฐบาล วาระของชาติไม่มี แต่กลายเป็นวาระของตนเองและวาระทางการเมือง และการช่วยเหลือพวกพ้องใครตีสนิทกับนักการเมืองใหญ่ ก็ไม่ดำเนินการ
.
ดังนั้นจึงอยากเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ ใช้ช่วงเวลาก่อนเปิดประชุมสภา ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยไม่ปล่อยให้ใช้เวลาตามปกติสุขเช่นนี้ ซึ่งการทำเช่นนี้ ถือเป็นการหยามกันหรือไม่ และมีมาตรฐานในการแก้ปัญหาอย่างไร โดยเฉพาะการปราบปรามสแกมเมอร์ จึงตั้งคำถามว่า เป็นช่วงของการประสานมิจ สร้างมิจ ปกป้องมิจ อุ้มชูมิจ หรือไม่ ซึ่งผมเห็นว่าวิธีการเช่นนี้ ประชาชนจะตั้งคำถามและสร้างความไม่สบายใจขึ้นได้ต่อรัฐบาล” นายรังสิมันต์ กล่าว
.
นายรังสิมันต์ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องการจัดซื้อเครื่องบินของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ที่ก่อนหน้าที่ได้มีการเปิดข้อมูลออกมาแล้วว่าเชื่อมโยงกับนายเบน สมิธ สรุปแล้วจะมีความชัดเจนอย่างไร ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้ รัฐบาลจะเอาจริงเอาจังแก้ปัญหาอย่างไร และเป็นหน้าที่ของ ว่าที่ฝ่ายค้าน ของพรรคประชาชนต้องดำเนินการ และถ้าสภาฯเปิดเร็วที่สุดก็จะทำหน้าที่ได้ดีที่สุด แต่ก็ยอมรับว่า สภาฯ ชุดนี้มีข้อคำถามเกี่ยวกับการเลือกตั้ง เกี่ยวกับความบริสุทธิ์ยุติธรรม
.

.
โรม เชื่อประชาชน อยากเห็น ครม.ที่เอาความสามารถเป็นตัวตั้ง ไม่ใช่ ‘แก๊งลูกเทพ’
https://www.matichon.co.th/politics/news_5627583
.
โรม เชื่อ ปชช.คาดหวังครม.ที่มีความสามารถ ไม่ใช่ แก๊งลูกเทพ “กล้าธรรม” ไม่ถูกเชิญร่วมรัฐบาล แต่จะเป็นฝ่ายค้านแน่หรือไม่ เดี๋ยวก็รู้
.
เมื่อวันที่ 10 มีนาคม เวลา 09.45 น. ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงโฉมหน้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มีคนรุ่นใหม่จนได้รับฉายา “ลูกเทพ” ว่า ถ้ามองในมุมคาดหวังของประชาชน ข่าวที่ออกมา เชื่อว่ายังอาจจะเปลี่ยนแปลงได้อยู่ ซึ่งยังไม่สามารถสรุปได้ 100% แต่หากมองความคาดหวังเชื่อว่าประชาชน ก็คาดหวังให้ ครม.มีความสามารถ โดยเอาความสามารถเป็นตัวตั้ง มากกว่าที่จะเอาวงศาคณาญาติ หรือตระกูลเป็นตัวตั้ง
.
นายรังสิมันต์กล่าวต่อว่า ดังนั้นความสามารถเป็นสิ่งสำคัญ หากมองรอบตัวเรา ความท้าทายของประเทศไทยมีอีกมากมาย ถามว่าควรจะพึ่งพารัฐมนตรีเพียงไม่กี่คน ที่หลายคนบอกว่ามีความเชี่ยวชาญมีความรู้ และที่เหลือก็ปล่อยให้คนที่ไม่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมขึ้นมาเป็นรัฐมนตรี ถ้าทำแบบนี้ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ จึงตั้งคำถามว่าพร้อมรับมือกับความท้าทายนี้หรือไม่ เพราะประชาชนคาดหวังรัฐมนตรีที่มีความสามารถ มากกว่าวงศ์ตระกูล
.
เมื่อถามว่า รัฐบาลมีเสียง 292 ขณะที่ฝ่ายค้านมี 209 มีโอกาสหรือไม่ที่พรรคประชาชนจะเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีแข่ง นายรังสิมันต์กล่าวว่า ในทางปฏิบัติอย่าเรียกว่าเป็นพรรคฝ่ายค้านไม่ได้ เพราะทุกอย่างเป็นข้อมูลตามข่าวแต่ยังไม่แน่ใจว่าฝ่ายค้านที่บอกว่าเป็นฝ่ายค้านมีเท่าไหร่ตนยังไม่มั่นใจ ไม่รู้ว่าจะมีงูเห่าอีกหรือไม่ ดังนั้นต้องรอดูไปก่อน แต่ถ้าตอบในฐานะพรรคประชาชน ในเรื่องของการแข่งประธานสภา หรือนายกฯก็ต้องรอดูความชัดเจนจากพรรคอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเรื่องนี้ทางโฆษกพรรคประชาชนคงจะมีการพูดเรื่องนี้อย่างเป็นทางการอีกครั้ง
.
เมื่อถามว่าชัดเจนแล้วใช่หรือไม่ที่พรรคกล้าธรรมจะมาเป็นฝ่ายค้านเพื่อตรวจสอบรัฐบาลร่วมกัน นายรังสิมันต์กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องถาม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และอยากให้เข้าใจก่อนว่าการเป็นฝ่ายค้าน พรรคประชาชนเคยพูดตอนหาเสียงว่าจะไม่มีวันโหวตนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และเราก็ยืนยันว่าพรรคอันดับหนึ่งมีสิทธิในการจัดตั้งรัฐบาลก่อนและสิ่งที่เราทำคือ เรารักษาสัจจะ รักษาคำพูดที่พูดเอาไว้กับประชาชน นั่นหมายความว่า นายอนุทินและพรรคภูมิใจไทยชนะเลือกตั้งก็มีสิทธิในการจัดตั้งรัฐบาล และตนเชื่อว่าไม่มากก็น้อยคงเป็นไปตามข่าวในการรวมเสียง ดังนั้นเราต้องเตรียมการในการทำหน้าที่ตรวจสอบ ทำหน้าที่ในสภา
.
เมื่อเราทำหน้าที่ตรงนี้ สิ่งที่ผมไม่สามารถตอบได้เลยคือ ไม่รู้จริงๆ ว่าพรรคการเมืองอื่น เช่นพรรคกล้าธรรมเขาตัดสินใจอย่างไร เพราะการเป็นฝ่ายค้านของพรรคการเมืองอื่นมีความเป็นไปได้อยู่สองทางคือ
.
1. เลือกที่จะเป็นฝ่ายค้าน
2. เขาไม่ให้เป็นรัฐบาล จึงต้องมาเป็นฝ่ายค้าน
.
ซึ่งผมไม่แน่ใจว่ากล้าธรรม เราสามารถพูดสรุปจบได้ 100% หรือไม่ ว่าเขาไม่ให้เป็นรัฐบาลแน่ๆ ฉะนั้นต้องรอดูไปก่อนเหลืออีกไม่กี่วันเดี๋ยวก็คงจะรู้แล้ว” นายรังสิมันต์กล่าว
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่