แรกๆดูมาก็ดีๆ มีขาดเกินๆไปบ้าง เพราะงบจำกัด ความสมจริงก็ละไว้ในฐานที่เข้าใจไว้หลายฉาก
การเรื่องเดิน ช้าๆ เฉื่อยๆ ยืดๆ แบบท้ายเบรคต่อท้ายเบรคไปบ้าง
แต่โครงเรื่องดี บทใช้ได้บางตอน ตัวหลักแม่เหล็ก ผกก.ฝีมือทั้งคู่ ถึงน่าติดตาม
บางตัวละครก็ตายหยังเขียด เช่น อาอัน ทั้งที่เท่มาตลอดเรื่อง พอมาตอนสุดท้ายหยกมณี(เง็ก)
มาเล่าให้หงษ์ฟังว่าอาอันยังอยู่ในใจเสมอ ก็พอเดาได้ว่าจบแบบอาหลงซี้ม่องเท่งแหงๆ
เรื่องดอกฟ้าหมาวัด หนีคดีเพราะยอมเป็นแพะ ตัดไปได้เลย ไร้น้ำหนักที่จะจบแบบนี้
เพราะสี่สหายก็มือเปื้อนเลือดทั้งนั้น ส่วนน้องหงษ์ว่าไม่เกี่ยวข้องก็โม้เกินไป
อาหลง ไม่ต่างจากศิษย์พี่ใหญ่ ของกงอี้เถียน พ่อของ คุณหนูกง(จางจื่ออี๋) ในเรื่องยอดปรมาจารย์ยิปมัน ของหว่องกาไว
จอมยุทธแดนเหนือ ที่คอยเก็บกวาดศัตรูในทางลับ เป็นหลังฉากที่ไม่ควรมีคนรู้เห็น
ให้คนเห็นแต่หน้าฉากที่เปี่ยมด้วยคุณธรรมของศิษย์น้องดีกว่า เพราะการผดุงคุณธรรมในวงการ
ย่อมต้องมีขุมกำลังอันเข้มแข็ง ที่ใครๆต่างยำเกรง นั่นหมายความว่า ศิษย์พี่มีฝีมือที่เหนือกว่าแต่ไม่ปรากฏในวงการ
ครั้งหนึ่งได้สนทนากับยิปมัน สุดยอดฝีมือแดนใต้ จากการประลอง ณ หอทองคำ ที่โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งว่า
เราพบกันช้าเกินไป
(เนื่องจากอายุห่างกันมากประมือไปยิปมันก็ได้เปรียบ ส่วนพลังฝีมือไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันนัก ถ้าเป็นเมื่อสิบปีก่อนก็ไม่แน่)
อาหลง ชีวิตอาภัพก็จริง แต่เฮียสุงก็เสื่อฝืนหมอนใบ ติดคุกเหมือนกัน เรื่องความไม่เหมาะสมตัดไปได้เลย
เพราะคนจีนโดยแท้ เน้นคนที่ความสามารถมากกว่า ความร่ำรวย นับแต่สมัยหวงตี้ เหยา ซุ่น ที่เฟ้นหาผู้สืบทอดจากปรีชา
มากกว่าสืบทางสายเลือด จนมายุคซางก็เปลี่ยนมาสืบสายเลือดจนถึงยุคต้าชิง ไม่ต่ำกว่าสามพันปี
แคว้นฉิน ฉินอ๋องหลายพระองค์คิดรวมแผ่นก็ประกาศหาคนจากทั่วแผ่นดิน ไม่เลือกว่ามาจากแคว้นไหน วรรณะใด
ขอเพียงมีความสามารถก็มารับราชการได้ หาไม่หลี่ปู้เว่ย วรรณะพ่อค้าคงไม่ได้เป็นใหญ่ และผลักดันจนอิ๋งเจิ้ง
ได้ครองแผ่นดิน จนเป็นปฐมฮ่องเต้ ในประวัติศาสตร์จีน
สี่สหายชายล้วน ดุคนละแบบ
เสือ คุมเกาะรังนกนางแอ่น ทหารเก่า ฆ่าคนไม่กระพริบตา
สิงห์ ค้าของเก่า ขายรถญี่ปุ่นนำเข้า ทั้งเรื่องห้ามฆ่าคน แต่ที่ยิงทั้งเรื่องตายเรียบคือ ผู้ร้ายไม่ใช่คน
กระทิง มีดคู่ ร้านทอง โต๊ะสนุก สงสัยเรียนมวยจากสำนักจินอู่ รุ่นน้องเฉินเจิน(ไอ้หนุ่มซินตึ๊ง) ศิษย์ประมุขฮั่วหยวนเจี๋ย
แรด โรงสี วิชาตัวเบาล้ำเลิศ ของชอลิ้วเฮียง และท่าเท้าท่องคลื่น ของต้วนอี้ จากสำนักสราญรมย์ สองวิชาในคนๆเดียว
เกลียดความรุนแรง แต่กวนได้ทุกเวลา
สี่สหาย พี่น้องร่วมสาบาน มีสุขร่วมเสพมีทุกข์ร่วมต้าน รักน้องหงษ์เป็นที่สุด
ดูแต่น้องหงษ์ อาหลงคนรัก ไม่ใช่หน้าที่ เนื่องจากพันธุ์อึด แผลสมานตัวเร็วราวกับหางจิ้งจก
มีเวลาเสริมหล่ออยู่นาน แทนที่จะไปหาซินแสรักษา กลับมาบอกลาหงษ์ ก่อนไปเฝ้าเง็กเซียนฮ่องเต้
จากนั้นเดินไปกระอักเลือดไปแบบเท่ๆ อย่างแบบอาหวอ โดนถังแก๊สฟาดจนตกเลือดตาย ในผู้หญิงข้าฯ
A Moment of Romance
อาหงษ์ กว่าจะยิ่งใหญ่ได้ต้องสูญเสียครอบครัวคนที่รัก ต่างจากพี่ชายทั้งสี่ที่โดนน้อยกว่า ดูแล้วไม่ค่อยเป็นธรรมเท่าไหร่
แถมตอนจบต้องอยู่แบบไร้คู่อีก แล้วใครจะสืบทอดโรงงิ้วเฟิ่งหวง หรือจะให้พี่น้องบุญธรรม ,อาเม้งป.ปลารับช่วง
แล้วสายเลือดเฮียสุงก็ขาดช่วงไป คนจีนถือว่าการไม่มีลูกสืบสกุลถือเป็น อกตัญญูอย่างหนึ่ง
เช่นเดียวกับคติฮินดูในอินเดีย คนไม่มีลูก ตายไปต้องตกนรกขุมปุตตะ คนเขียนบทเสียในจุดนี้มาก
ยังมีจุดอื่นๆอีก ที่เขียนโดยไม่ค้นข้อมูล ใช้มุมมองแบบขาดความเข้าใจทางวัฒนธรรมตอนใต้ของจีน
ปมหรือประเด็น ที่สร้างเหตุการณ์ บางเรื่องก็อ่อนจนไม่มีน้ำหนัก เช่น ตะกร้าที่ใส่อิ่วจาก้วย
(ขอบคุณที่เรียกชื่อขนมแป้งได้ถูกต้อง)
มีพยานรู้เห็นมากมาย แต่ไม่ยกเป็นประเด็น กลับกลายเป็นอาหงษ์ผิดคนเดียว แล้วคนที่ร้านขายอิ่วจาก้วย จำไม่ได้รึ
ลูกสาวเฮียสุงทั้งคน ทำเป็นลืม กว้างขวางซะขนาดนั้น คนจีนก็ญาติเยอะ ไม่แพ้คนไทย คนอินเดียหรอก
อาหลงนี่ก็แปลก แรกๆฝีมือสูงส่ง ทั้งที่ตอนกระทิงยังง้อยๆ ขุดหลุมฝังเชอรี่ไม่ค่อยเป็น อยู่ดีๆก็เก่งซะงั้น
สงสัยไปเจอจอมยุทธถ่ายทอดพลังวัตรให้ก่อนตาย จึงเปิดชีพจรทั่วร่าง แต่ตอนที่ลุยสู้มือระเบิด
ฝีมือดูอ่อนด้อยไม่เจ๋งเท่าตอนอยู่กับหงษ์ดูเป็นคนละคน ซินแส คนช่วยหายหัวหมด เป็นตัวประกอบอดทน
มากกว่าพระเอก
เรื่องพยานหลักฐาน ไม่มีแก้ต่าง ตำรวจ ศาล ก็มีไม่ใช้จับแต่แพะ เชื่อคำให้การแบบผิดๆ มีกระบวนการตรวจสอบ
ทางนิติวิทยา อาชญาวิทยา และดูคำให้การ ซักพยานในที่เกิดเหตุ ว่าสัมพันธ์ ขัดแย้งรึไม่ ไม่ใช่ศาลเตี้ย
มีประมวลกฎหมาย อย่างอาหลง หาทนายเก่งๆ เรื่องก็ยกฟ้องไม่ยาก อาวุธก็ไม่มี ลูกกระสุนจะใช้นิ้วดีดได้รึ
สงสัยอาหลง คงเรียนดัชนีเทพยดา จากชอลิ้วเฮียง เพราะคนินรักสันติ ไม่ชอบการวิวาท
ตอนจบที่ควร คือ
อาหลงกับตำรวจมาเก็บกวาดได้หมด แบบไม่ทันนกกระจอกกินน้ำ ตำรวจเข้าจับกุม สาวไปถึงผู้บงการ
อาหลงมอบตัวสู้คดี โดยมีตำรวจ อัยการ ศาล ข้าราชการ น้ำดี ให้ความเป็นธรรม ในการเขียนสำนวน
เนื่องจากไม่มีหลักฐานในการกระทำความผิด ถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ ถึงเจ้าตัวบอกว่าลงมือทำ
แต่ศาลวินิจฉัยแล้วเห็นว่า ไม่มีมูล จึงยกฟ้องคดี ไม่มีการจับแพะ
สี่สหาย จับเสี่ยเล้ง ให้ตำรวจดำเนินคดี ออกสื่อ ล้างมลทินให้ถิ่นคนจีน และสมาคมเลือดมังกร
แต่เสี่ยเล้งตายในคุกเพราะมีคนคิดล้างแค้นเยอะ หรือตายในระหว่างฝากขัง แบบจับมือใครดมไม่ได้
(เพราะทรงกลดประกาศ นโยบายสีขาว กลับทำตัวเป็นศาลเตี้ยเสียเอง สงสัยคนเขียนบทเอามัน)
หงษ์ ขึ้นเป็นประมุขพรรคหงษ์ดำ สืบทอดกิจการโรงงิ้วเฟิ่งหวง แล้วไปศึกษาดูงานต่อที่ฮ่องกง ปักกิ่ง
เพื่อต่อยอดกิจการ โดยที่อาหลง หลังจากคดีถูกยกฟ้อง ได้หลบไปพักที่ซ่างไห่เพื่อให้เรื่องซา พักอยู่กับ
ลูกน้องของธี ที่แต่งกับโบตั๋น โดยเขียนจดหมายติดต่อกับหงษ์เป็นระยะ แล้วกลับมาอยู่ด้วยกันที่เยาวราช
อาอันไม่ตาย มาช่วยเก็บเสี่ยเล้งและพวก โดยช่วยเหลืออย่างลับๆ ทำให้รอดตายมาหลายคน
และได้แต่งกับหยกมณี ย้ายไปอยู่ด้วยกัน
เฮียสุง สู้กับพวกนินจา ที่ตี๋เล็กจ้างมาฆ่า ขณะต่อสู้ด้วยฝ่ามืออรหันต์เส้าหลินใต้
เกิดอาหารหัวใจกำเริบ เปิดช่องให้นินจาจู่โจมเข้าจุดตาย แล้วสั่งเสียหงษ์ว่า
ห้ามล้างแค้น
โดยให้อาหลงให้คำสาบานว่า จะดูแลพิทักษ์หงษ์ด้วยชีวิต
(ฉะนั้นอาหลงจะตายด้วยเหตุกวาดล้างมือระเบิดไม่ได้)
เรื่องดี บทใช้ได้แต่ตกหล่นไปบ้าง นักแสดงรุ่นใหญ่ฝีมือดีมาก ดูไม่ดุดันจนเกินไปในบางบท
ตัวเอกแม่เหล็ก แสดงฝีมือเต็มที่ ในบทที่ลึก และหลากหลายอารมณ์ เรื่องนี้ตัวละครเยอะมาก
เดินเรื่องพร้อมกัน ทำให้เห็นตัวละครเดียวจากหลายๆมุม เสี่ยเล้งน่าจะได้รางวัล ทุ่มเกินร้อย
หยกมณีขโมยซีนได้ตลอดที่เข้าฉาก น่าจะมีเพลงที่ร้องเป็นmvเฉพาะหน่อย เสียงดีไม่แพ้นักร้องหลัก
ถ่ายทำดี ใช้กล้องหลายตัว หลายแบบ และมีคุณภาพในหลายฉาก ภาพช้าถ่ายได้ดี แต่cgงบน้อยไปหน่อย
คิวบู๊ดี แม้ถ่ายไกลไปบ้างในบางฉาก ความปลอดภัยดี มีกระสอบทราย กล่องช่วยเวลาล้ม ตัวเอกกล้าเล่น
อาชีพ แต่ละคนมีความก้าวหน้า แก้ปัญหา ไม่ใช่นั่งกินนอนกิน บอกให้สีขาวแล้วจะเอาอะไรกิน
หาช่องทำกินนายกคนใหม่ก็ต้องแก้ปัญหาด้วย เหนื่อยทั้งงานบ้าน งานสมาคม การบ้านเลยไม่ค่อยได้ทำ
ฉากประลองงิ้วถ่ายได้ดี ผสมผสานงิ้วเสฉวน ประชันกับงิ้วแต้จิ๋วได้งดงาม ทรงคุณค่า ตั้งใจเล่นทุกคน
ผกก.กำกับได้ดี แต่บางครั้งดูไม่สมเหตุผลในบางเรื่อง ทั้งที่น่าจะแก้ได้ อาจเป็นเรื่องเวลา คิว งบ
ขอบคุณช่อง3 ผู้จัดและคณะ ที่ผลิตละครเรื่องนี้ประดับวงการ หวังว่าจะมีกำลังใจผลิตผลงานดีๆยิ่งๆขึ้นไป
ท้ายนี้ผิดพลาดประการใด ผู้เขียนต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ ขอบคุณครับ
จารึกสุสานจีน งี่ซัวเต็ง(义山亭) วัดดอน มีคำกลอนจารึกว่า
渡过黑水
吃过苦水
满怀心事付流水
想做座山
无回唐山
终老骨头归义山
เคยโล้
(เรือสำเภา)ผ่านน้ำดำ
(ทะเลลึก)
เคยกินน้ำขม
(ความทุกข์ ลำเข็ญ)
ปล่อยภาระคับค้องใจไหลไปกับสายน้ำ
หมายใจเป็นจ่อซัว
(座山,เจ้าสัว)
ไร้หนทางกลับตึ่งซัว
(唐山,แผ่นดินเกิด,เมืองจีน)
ครั้นชราสิ้นลมฝังกระดูก ณ หงี่ซัว
(义山,สุสาน)
คติ 三山 ซันซาน หรือแต้จิ๋วว่า "ซำซัว" หมายถึง 座山,唐山 หรือ 义山 (จ่อซัว ตึ่งซัว และหงี่ซัว)
โดย 泰华观点 หรือ 泰华观念 หมายถึง ชาวแต้จิ๋วรุ่นแรกๆ ที่มาแสวงโชคในเมืองไทย
ตั้งใจจะเป็นเจ้าสัว(จ่อซัว)ให้ได้
แต่ที่สุด แม้แต่ตึ่งซัว(เมืองจีน บ้านเกิดเมืองนอน) ก็ไม่ได้กลับ
สุดท้ายก็เหลือแต่โครงกระดูกที่ฝังอยู่ ณ หงี่ซัว(สุสานวัดดอนกุศล)
โดยที่สุสานแห่งนี้ ชาวแต้จิ๋วเรียกว่า "หงี่ซัวเต๊ง" 义山亭
หงี่ซัวเต๊ง 义山亭 หรือ 義山亭 จีนกลางว่า อี้ซานถิง ไม่มีอักษรจีนตัวใดที่แปลว่า สุสาน
หงี่ซัว แปลตามตัวอักษรว่า ขุนเขาแห่งความยุติธรรม ใช้ในความหมายทั่วไปว่าสุสาน
ส่วน เต๊ง แปลว่า ศาลา
หงี่ซัว ศัพท์คำนี้เป็นที่เข้าใจกันทั้งในมาเลย์และบ้านเราว่าหมายถึง สุสานจีนแต้จิ๋ว
หงี่ซัว มีที่มาจากศัพท์จีนโบราณ ว่า 義冢 (อี้โจ่ง / Yì zhǒng)
冢 (โจ่ง) แปลว่า เนินดินที่พูนเหนือศพ ( 埋葬死人筑起的土堆 )
ในรัชสมัยจูหยวนจางหวงตี้ (ปฐมฮ่องเต้ราชวงศ์หมิง) มีพระราชประสงค์ให้ชาวฮั่น ปลงศพด้วยการฝังเท่านั้น
จึงมีพระราชโองการให้ ฝ่ายปกครองท้องถิ่นทุกแห่งจัดหาพื้นที่สร้างสุสานสาธารณะ
เพื่อใช้เป็นที่ฝังศพของผู้ยากไร้อนาถา และใช้ชื่อเดียวกันทุกที่ว่า 義冢 (แต้จิ๋วว่า หงี่โท่ง)
คนแต้จิ๋วเรียก เนินดินที่พูนเหนือศพ ว่า 山 ซัว(แปลว่า เนินเขา) ดังนั้น หงี่ซัวของชาวแต้จิ๋วจึงหมายถึง สุสานสาธารณะ
ที่กลางสุสาน มีศาลา หรือเต๊ง(亭) เพื่อ ตั้งศพระหว่างประกอบพิธีกรรมทางศาสนา
เวลาจะนัดหมายญาติมิตรจึงชอบใช้ศาลาเป็นจุดนัดพบ จึงเป็นที่มาของคำว่า หงี่ซัวเต๊ง ที่ใช้กันในปัจจุบัน
เต๊ง หรือศาลา (亭) ที่เมื่อก่อนในสุสานวัดดอนใช้เป็นโรงเรือนประกอบพิธีกรรมนั้น
หากเป็นโรงพิธีของสมาคม หรือตระกูลแซ่ใหญ่แล้ว จะใช้คำว่า ถัง(堂 ) หรือออกเสียงว่า ตึ๊ง ในสำเนียงแต้จิ๋วแทนเต๊ง
อ้างอิง
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้http://www.reurnthai.com/index.php?topic=5962.0
http://www2.manager.co.th/mwebboard/printComment.aspx?QNumber=300800&MBrowse=33
http://www.phrasusantenghai.com/14493795/%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B8%9E%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%8B%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%9C%E0%B8%B7%E0%B8%99-%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%90-%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%8A%E0%B9%82%E0%B8%95
http://topicstock.pantip.com/writer/topicstock/2012/07/W12329443/W12329443.html
เลือดมังกร หงษ์ปีกหักอาภัพรัก กับสี่สหายที่สมหวัง
การเรื่องเดิน ช้าๆ เฉื่อยๆ ยืดๆ แบบท้ายเบรคต่อท้ายเบรคไปบ้าง
แต่โครงเรื่องดี บทใช้ได้บางตอน ตัวหลักแม่เหล็ก ผกก.ฝีมือทั้งคู่ ถึงน่าติดตาม
บางตัวละครก็ตายหยังเขียด เช่น อาอัน ทั้งที่เท่มาตลอดเรื่อง พอมาตอนสุดท้ายหยกมณี(เง็ก)
มาเล่าให้หงษ์ฟังว่าอาอันยังอยู่ในใจเสมอ ก็พอเดาได้ว่าจบแบบอาหลงซี้ม่องเท่งแหงๆ
เรื่องดอกฟ้าหมาวัด หนีคดีเพราะยอมเป็นแพะ ตัดไปได้เลย ไร้น้ำหนักที่จะจบแบบนี้
เพราะสี่สหายก็มือเปื้อนเลือดทั้งนั้น ส่วนน้องหงษ์ว่าไม่เกี่ยวข้องก็โม้เกินไป
อาหลง ไม่ต่างจากศิษย์พี่ใหญ่ ของกงอี้เถียน พ่อของ คุณหนูกง(จางจื่ออี๋) ในเรื่องยอดปรมาจารย์ยิปมัน ของหว่องกาไว
จอมยุทธแดนเหนือ ที่คอยเก็บกวาดศัตรูในทางลับ เป็นหลังฉากที่ไม่ควรมีคนรู้เห็น
ให้คนเห็นแต่หน้าฉากที่เปี่ยมด้วยคุณธรรมของศิษย์น้องดีกว่า เพราะการผดุงคุณธรรมในวงการ
ย่อมต้องมีขุมกำลังอันเข้มแข็ง ที่ใครๆต่างยำเกรง นั่นหมายความว่า ศิษย์พี่มีฝีมือที่เหนือกว่าแต่ไม่ปรากฏในวงการ
ครั้งหนึ่งได้สนทนากับยิปมัน สุดยอดฝีมือแดนใต้ จากการประลอง ณ หอทองคำ ที่โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งว่า
เราพบกันช้าเกินไป
(เนื่องจากอายุห่างกันมากประมือไปยิปมันก็ได้เปรียบ ส่วนพลังฝีมือไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันนัก ถ้าเป็นเมื่อสิบปีก่อนก็ไม่แน่)
อาหลง ชีวิตอาภัพก็จริง แต่เฮียสุงก็เสื่อฝืนหมอนใบ ติดคุกเหมือนกัน เรื่องความไม่เหมาะสมตัดไปได้เลย
เพราะคนจีนโดยแท้ เน้นคนที่ความสามารถมากกว่า ความร่ำรวย นับแต่สมัยหวงตี้ เหยา ซุ่น ที่เฟ้นหาผู้สืบทอดจากปรีชา
มากกว่าสืบทางสายเลือด จนมายุคซางก็เปลี่ยนมาสืบสายเลือดจนถึงยุคต้าชิง ไม่ต่ำกว่าสามพันปี
แคว้นฉิน ฉินอ๋องหลายพระองค์คิดรวมแผ่นก็ประกาศหาคนจากทั่วแผ่นดิน ไม่เลือกว่ามาจากแคว้นไหน วรรณะใด
ขอเพียงมีความสามารถก็มารับราชการได้ หาไม่หลี่ปู้เว่ย วรรณะพ่อค้าคงไม่ได้เป็นใหญ่ และผลักดันจนอิ๋งเจิ้ง
ได้ครองแผ่นดิน จนเป็นปฐมฮ่องเต้ ในประวัติศาสตร์จีน
สี่สหายชายล้วน ดุคนละแบบ
เสือ คุมเกาะรังนกนางแอ่น ทหารเก่า ฆ่าคนไม่กระพริบตา
สิงห์ ค้าของเก่า ขายรถญี่ปุ่นนำเข้า ทั้งเรื่องห้ามฆ่าคน แต่ที่ยิงทั้งเรื่องตายเรียบคือ ผู้ร้ายไม่ใช่คน
กระทิง มีดคู่ ร้านทอง โต๊ะสนุก สงสัยเรียนมวยจากสำนักจินอู่ รุ่นน้องเฉินเจิน(ไอ้หนุ่มซินตึ๊ง) ศิษย์ประมุขฮั่วหยวนเจี๋ย
แรด โรงสี วิชาตัวเบาล้ำเลิศ ของชอลิ้วเฮียง และท่าเท้าท่องคลื่น ของต้วนอี้ จากสำนักสราญรมย์ สองวิชาในคนๆเดียว
เกลียดความรุนแรง แต่กวนได้ทุกเวลา
สี่สหาย พี่น้องร่วมสาบาน มีสุขร่วมเสพมีทุกข์ร่วมต้าน รักน้องหงษ์เป็นที่สุด
ดูแต่น้องหงษ์ อาหลงคนรัก ไม่ใช่หน้าที่ เนื่องจากพันธุ์อึด แผลสมานตัวเร็วราวกับหางจิ้งจก
มีเวลาเสริมหล่ออยู่นาน แทนที่จะไปหาซินแสรักษา กลับมาบอกลาหงษ์ ก่อนไปเฝ้าเง็กเซียนฮ่องเต้
จากนั้นเดินไปกระอักเลือดไปแบบเท่ๆ อย่างแบบอาหวอ โดนถังแก๊สฟาดจนตกเลือดตาย ในผู้หญิงข้าฯ
A Moment of Romance
อาหงษ์ กว่าจะยิ่งใหญ่ได้ต้องสูญเสียครอบครัวคนที่รัก ต่างจากพี่ชายทั้งสี่ที่โดนน้อยกว่า ดูแล้วไม่ค่อยเป็นธรรมเท่าไหร่
แถมตอนจบต้องอยู่แบบไร้คู่อีก แล้วใครจะสืบทอดโรงงิ้วเฟิ่งหวง หรือจะให้พี่น้องบุญธรรม ,อาเม้งป.ปลารับช่วง
แล้วสายเลือดเฮียสุงก็ขาดช่วงไป คนจีนถือว่าการไม่มีลูกสืบสกุลถือเป็น อกตัญญูอย่างหนึ่ง
เช่นเดียวกับคติฮินดูในอินเดีย คนไม่มีลูก ตายไปต้องตกนรกขุมปุตตะ คนเขียนบทเสียในจุดนี้มาก
ยังมีจุดอื่นๆอีก ที่เขียนโดยไม่ค้นข้อมูล ใช้มุมมองแบบขาดความเข้าใจทางวัฒนธรรมตอนใต้ของจีน
ปมหรือประเด็น ที่สร้างเหตุการณ์ บางเรื่องก็อ่อนจนไม่มีน้ำหนัก เช่น ตะกร้าที่ใส่อิ่วจาก้วย(ขอบคุณที่เรียกชื่อขนมแป้งได้ถูกต้อง)
มีพยานรู้เห็นมากมาย แต่ไม่ยกเป็นประเด็น กลับกลายเป็นอาหงษ์ผิดคนเดียว แล้วคนที่ร้านขายอิ่วจาก้วย จำไม่ได้รึ
ลูกสาวเฮียสุงทั้งคน ทำเป็นลืม กว้างขวางซะขนาดนั้น คนจีนก็ญาติเยอะ ไม่แพ้คนไทย คนอินเดียหรอก
อาหลงนี่ก็แปลก แรกๆฝีมือสูงส่ง ทั้งที่ตอนกระทิงยังง้อยๆ ขุดหลุมฝังเชอรี่ไม่ค่อยเป็น อยู่ดีๆก็เก่งซะงั้น
สงสัยไปเจอจอมยุทธถ่ายทอดพลังวัตรให้ก่อนตาย จึงเปิดชีพจรทั่วร่าง แต่ตอนที่ลุยสู้มือระเบิด
ฝีมือดูอ่อนด้อยไม่เจ๋งเท่าตอนอยู่กับหงษ์ดูเป็นคนละคน ซินแส คนช่วยหายหัวหมด เป็นตัวประกอบอดทน
มากกว่าพระเอก
เรื่องพยานหลักฐาน ไม่มีแก้ต่าง ตำรวจ ศาล ก็มีไม่ใช้จับแต่แพะ เชื่อคำให้การแบบผิดๆ มีกระบวนการตรวจสอบ
ทางนิติวิทยา อาชญาวิทยา และดูคำให้การ ซักพยานในที่เกิดเหตุ ว่าสัมพันธ์ ขัดแย้งรึไม่ ไม่ใช่ศาลเตี้ย
มีประมวลกฎหมาย อย่างอาหลง หาทนายเก่งๆ เรื่องก็ยกฟ้องไม่ยาก อาวุธก็ไม่มี ลูกกระสุนจะใช้นิ้วดีดได้รึ
สงสัยอาหลง คงเรียนดัชนีเทพยดา จากชอลิ้วเฮียง เพราะคนินรักสันติ ไม่ชอบการวิวาท
ตอนจบที่ควร คือ
อาหลงกับตำรวจมาเก็บกวาดได้หมด แบบไม่ทันนกกระจอกกินน้ำ ตำรวจเข้าจับกุม สาวไปถึงผู้บงการ
อาหลงมอบตัวสู้คดี โดยมีตำรวจ อัยการ ศาล ข้าราชการ น้ำดี ให้ความเป็นธรรม ในการเขียนสำนวน
เนื่องจากไม่มีหลักฐานในการกระทำความผิด ถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ ถึงเจ้าตัวบอกว่าลงมือทำ
แต่ศาลวินิจฉัยแล้วเห็นว่า ไม่มีมูล จึงยกฟ้องคดี ไม่มีการจับแพะ
สี่สหาย จับเสี่ยเล้ง ให้ตำรวจดำเนินคดี ออกสื่อ ล้างมลทินให้ถิ่นคนจีน และสมาคมเลือดมังกร
แต่เสี่ยเล้งตายในคุกเพราะมีคนคิดล้างแค้นเยอะ หรือตายในระหว่างฝากขัง แบบจับมือใครดมไม่ได้
(เพราะทรงกลดประกาศ นโยบายสีขาว กลับทำตัวเป็นศาลเตี้ยเสียเอง สงสัยคนเขียนบทเอามัน)
หงษ์ ขึ้นเป็นประมุขพรรคหงษ์ดำ สืบทอดกิจการโรงงิ้วเฟิ่งหวง แล้วไปศึกษาดูงานต่อที่ฮ่องกง ปักกิ่ง
เพื่อต่อยอดกิจการ โดยที่อาหลง หลังจากคดีถูกยกฟ้อง ได้หลบไปพักที่ซ่างไห่เพื่อให้เรื่องซา พักอยู่กับ
ลูกน้องของธี ที่แต่งกับโบตั๋น โดยเขียนจดหมายติดต่อกับหงษ์เป็นระยะ แล้วกลับมาอยู่ด้วยกันที่เยาวราช
อาอันไม่ตาย มาช่วยเก็บเสี่ยเล้งและพวก โดยช่วยเหลืออย่างลับๆ ทำให้รอดตายมาหลายคน
และได้แต่งกับหยกมณี ย้ายไปอยู่ด้วยกัน
เฮียสุง สู้กับพวกนินจา ที่ตี๋เล็กจ้างมาฆ่า ขณะต่อสู้ด้วยฝ่ามืออรหันต์เส้าหลินใต้
เกิดอาหารหัวใจกำเริบ เปิดช่องให้นินจาจู่โจมเข้าจุดตาย แล้วสั่งเสียหงษ์ว่า ห้ามล้างแค้น
โดยให้อาหลงให้คำสาบานว่า จะดูแลพิทักษ์หงษ์ด้วยชีวิต(ฉะนั้นอาหลงจะตายด้วยเหตุกวาดล้างมือระเบิดไม่ได้)
เรื่องดี บทใช้ได้แต่ตกหล่นไปบ้าง นักแสดงรุ่นใหญ่ฝีมือดีมาก ดูไม่ดุดันจนเกินไปในบางบท
ตัวเอกแม่เหล็ก แสดงฝีมือเต็มที่ ในบทที่ลึก และหลากหลายอารมณ์ เรื่องนี้ตัวละครเยอะมาก
เดินเรื่องพร้อมกัน ทำให้เห็นตัวละครเดียวจากหลายๆมุม เสี่ยเล้งน่าจะได้รางวัล ทุ่มเกินร้อย
หยกมณีขโมยซีนได้ตลอดที่เข้าฉาก น่าจะมีเพลงที่ร้องเป็นmvเฉพาะหน่อย เสียงดีไม่แพ้นักร้องหลัก
ถ่ายทำดี ใช้กล้องหลายตัว หลายแบบ และมีคุณภาพในหลายฉาก ภาพช้าถ่ายได้ดี แต่cgงบน้อยไปหน่อย
คิวบู๊ดี แม้ถ่ายไกลไปบ้างในบางฉาก ความปลอดภัยดี มีกระสอบทราย กล่องช่วยเวลาล้ม ตัวเอกกล้าเล่น
อาชีพ แต่ละคนมีความก้าวหน้า แก้ปัญหา ไม่ใช่นั่งกินนอนกิน บอกให้สีขาวแล้วจะเอาอะไรกิน
หาช่องทำกินนายกคนใหม่ก็ต้องแก้ปัญหาด้วย เหนื่อยทั้งงานบ้าน งานสมาคม การบ้านเลยไม่ค่อยได้ทำ
ฉากประลองงิ้วถ่ายได้ดี ผสมผสานงิ้วเสฉวน ประชันกับงิ้วแต้จิ๋วได้งดงาม ทรงคุณค่า ตั้งใจเล่นทุกคน
ผกก.กำกับได้ดี แต่บางครั้งดูไม่สมเหตุผลในบางเรื่อง ทั้งที่น่าจะแก้ได้ อาจเป็นเรื่องเวลา คิว งบ
ขอบคุณช่อง3 ผู้จัดและคณะ ที่ผลิตละครเรื่องนี้ประดับวงการ หวังว่าจะมีกำลังใจผลิตผลงานดีๆยิ่งๆขึ้นไป
ท้ายนี้ผิดพลาดประการใด ผู้เขียนต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ ขอบคุณครับ
จารึกสุสานจีน งี่ซัวเต็ง(义山亭) วัดดอน มีคำกลอนจารึกว่า
渡过黑水
吃过苦水
满怀心事付流水
想做座山
无回唐山
终老骨头归义山
เคยโล้(เรือสำเภา)ผ่านน้ำดำ(ทะเลลึก)
เคยกินน้ำขม(ความทุกข์ ลำเข็ญ)
ปล่อยภาระคับค้องใจไหลไปกับสายน้ำ
หมายใจเป็นจ่อซัว(座山,เจ้าสัว)
ไร้หนทางกลับตึ่งซัว(唐山,แผ่นดินเกิด,เมืองจีน)
ครั้นชราสิ้นลมฝังกระดูก ณ หงี่ซัว(义山,สุสาน)
คติ 三山 ซันซาน หรือแต้จิ๋วว่า "ซำซัว" หมายถึง 座山,唐山 หรือ 义山 (จ่อซัว ตึ่งซัว และหงี่ซัว)
โดย 泰华观点 หรือ 泰华观念 หมายถึง ชาวแต้จิ๋วรุ่นแรกๆ ที่มาแสวงโชคในเมืองไทย
ตั้งใจจะเป็นเจ้าสัว(จ่อซัว)ให้ได้
แต่ที่สุด แม้แต่ตึ่งซัว(เมืองจีน บ้านเกิดเมืองนอน) ก็ไม่ได้กลับ
สุดท้ายก็เหลือแต่โครงกระดูกที่ฝังอยู่ ณ หงี่ซัว(สุสานวัดดอนกุศล)
โดยที่สุสานแห่งนี้ ชาวแต้จิ๋วเรียกว่า "หงี่ซัวเต๊ง" 义山亭
หงี่ซัวเต๊ง 义山亭 หรือ 義山亭 จีนกลางว่า อี้ซานถิง ไม่มีอักษรจีนตัวใดที่แปลว่า สุสาน
หงี่ซัว แปลตามตัวอักษรว่า ขุนเขาแห่งความยุติธรรม ใช้ในความหมายทั่วไปว่าสุสาน
ส่วน เต๊ง แปลว่า ศาลา
หงี่ซัว ศัพท์คำนี้เป็นที่เข้าใจกันทั้งในมาเลย์และบ้านเราว่าหมายถึง สุสานจีนแต้จิ๋ว
หงี่ซัว มีที่มาจากศัพท์จีนโบราณ ว่า 義冢 (อี้โจ่ง / Yì zhǒng)
冢 (โจ่ง) แปลว่า เนินดินที่พูนเหนือศพ ( 埋葬死人筑起的土堆 )
ในรัชสมัยจูหยวนจางหวงตี้ (ปฐมฮ่องเต้ราชวงศ์หมิง) มีพระราชประสงค์ให้ชาวฮั่น ปลงศพด้วยการฝังเท่านั้น
จึงมีพระราชโองการให้ ฝ่ายปกครองท้องถิ่นทุกแห่งจัดหาพื้นที่สร้างสุสานสาธารณะ
เพื่อใช้เป็นที่ฝังศพของผู้ยากไร้อนาถา และใช้ชื่อเดียวกันทุกที่ว่า 義冢 (แต้จิ๋วว่า หงี่โท่ง)
คนแต้จิ๋วเรียก เนินดินที่พูนเหนือศพ ว่า 山 ซัว(แปลว่า เนินเขา) ดังนั้น หงี่ซัวของชาวแต้จิ๋วจึงหมายถึง สุสานสาธารณะ
ที่กลางสุสาน มีศาลา หรือเต๊ง(亭) เพื่อ ตั้งศพระหว่างประกอบพิธีกรรมทางศาสนา
เวลาจะนัดหมายญาติมิตรจึงชอบใช้ศาลาเป็นจุดนัดพบ จึงเป็นที่มาของคำว่า หงี่ซัวเต๊ง ที่ใช้กันในปัจจุบัน
เต๊ง หรือศาลา (亭) ที่เมื่อก่อนในสุสานวัดดอนใช้เป็นโรงเรือนประกอบพิธีกรรมนั้น
หากเป็นโรงพิธีของสมาคม หรือตระกูลแซ่ใหญ่แล้ว จะใช้คำว่า ถัง(堂 ) หรือออกเสียงว่า ตึ๊ง ในสำเนียงแต้จิ๋วแทนเต๊ง
อ้างอิง
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้